เช้าวันเสาร์ แสงแดดอ่อน ๆ สาดลอดผ่านกิ่งไม้ใหญ่ริมถนนในซอยเงียบสงบ บ้านของนนท์ตั้งอยู่ในย่านที่เต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่น ทำให้บรรยากาศดูสงบและเย็นสบาย อาคิระเดินมาถึงหน้าบ้านช้าไปเล็กน้อย เหงื่อซึมเล็กน้อยจากการเดินทางในแสงแดดอุ่น ๆ จินที่นั่งอยู่ตรงม้านั่งหน้าบ้านรีบลุกขึ้นกวักมือเรียกทันที
“กีกี้! ทำไมมาสายแบบนี้ล่ะ พวกเรารอจนเหงาแล้วนะ!” จินพูดพลางย่นคิ้ว แต่รอยยิ้มเ้าเล่ห์ของเธอก็ยังคงอยู่
“ก็ไม่ได้สายขนาดนั้นสักหน่อย” อาคิระตอบพร้อมเกาหัวแก้เก้อ “รถมันติดนิดหน่อยน่ะ”
“ก็มาให้มันเช้ากว่านี้สิ” จินยังคงแหย่ไม่หยุด
“เข้ามาข้างในเถอะ นนท์กำลังตั้งค่าคอมพิวเตอร์อยู่” เมย์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ห้องนั่งเล่นของนนท์เป็พื้นที่เล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยข้าวของเกี่ยวกับเกมและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ทุกคนล้อมกันอยู่รอบจอคอมพิวเตอร์ตัวใหญ่ วินนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาพร้อมแก้วน้ำอัดลมในมือ ส่วนนนท์จดจ่ออยู่กับการเปิดโปรแกรมออกแบบเกม
“มาพอดีเลย อากี้!” นนท์หันมาทักเมื่อเห็นเขา “เรากำลังจะเริ่มวางแผนฉากใหม่กัน”
“ดีเลย!” อาคิระตอบก่อนจะวางกระเป๋าแล้วนั่งลงข้าง ๆ
ทุกคนเริ่มต้นพูดคุยถึงไอเดียใหม่ อาคิระที่รับหน้าที่คิดเนื้อเื่เริ่มอธิบาย “ลองคิดดูนะ ถ้าเริ่มเกมด้วยฉากที่ผู้เล่นต้องทำภารกิจในป่า เจอมอนสเตอร์ง่าย ๆ แล้วค่อยเข้าสู่เมืองใหญ่ จะสมเหตุสมผลแล้วก็ดึงดูดคนเล่นได้ดี”
“เจ๋งเลย! แล้วในป่าควรมีไอเท็มลับด้วยนะ ให้ผู้เล่นต้องขยันสำรวจ” จินพูดพลางตบเข่า
“แบบนั้นน่าสนใจมาก” เมย์เสริม “อาจจะใส่กับดักหรือปริศนาเล็ก ๆ เข้าไป ให้ผู้เล่นได้ลองใช้ไหวพริบด้วย”
วินที่นั่งเงียบอยู่พักใหญ่พูดขึ้น “เพิ่มศัตรูที่ฉลาดขึ้นอีกหน่อยก็น่าจะดีนะ แบบที่ผู้เล่นต้องวางแผนสู้ ไม่ใช่แค่พุ่งเข้าไปฟันอย่างเดียว”
“เจ๋งเลยวิน!” นนท์พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะรีบพิมพ์สิ่งที่วินเสนอเข้าไปในโปรแกรม
ระหว่างที่พวกเขากำลังคิดเนื้อเื่อยู่นั้น อาคิระกลับได้ยินเสียงแปลก ๆ มันเหมือนเสียงกระจกแตกร้าว เสียงนั้นเบาและแว่วในหัว เขาชะงักเล็กน้อย หันไปมองรอบตัว
“เป็อะไรหรือเปล่า?” เมย์ถามเมื่อสังเกตเห็นท่าทีแปลก ๆ
“เปล่าหรอก” อาคิระตอบ พร้อมพยายามเก็บความสงสัยไว้ในใจ
เวลาเคลื่อนผ่านไปจนถึงเที่ยง นนท์ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายก่อนจะพูดขึ้น “แวะไปเที่ยวสวนสนุกกันไหม? อยู่ไม่ไกลจากนี่เอง เดี๋ยวฉันขับรถพาไป”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างตื่นเต้น พวกเขาเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดก่อนออกเดินทาง
สวนสนุกเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสและเสียงหัวเราะของผู้คนกำลังคึกคัก จินเป็คนแรกที่วิ่งนำไปยังมุมขายตั๋ว “รีบมาเร็ว ๆ!”
“เราจะเริ่มเล่นอะไรกันดี?” วินถามพลางมองแผนผังสวนสนุกในมือ
“รถไฟเหาะก่อนเลย!” จินะโอย่างกระตือรือร้น
ทุกคนหัวเราะกับความตื่นเต้นของเธอ ก่อนจะพากันไปต่อแถว เมย์กับอาคิระได้นั่งคู่กัน เมย์จับแขนอาคิระไว้แน่นเมื่อรถไฟเริ่มไต่ขึ้นไปบนรางสูง
“กลัวเหรอ?” อาคิระแซวพร้อมรอยยิ้ม
“เปล่าสักหน่อย…อาคิน” เมย์ตอบเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่สีหน้าของเธอก็เผยให้เห็นความตื่นเต้นปนกลัว
เมื่อรถไฟเหาะพุ่งลงอย่างรวดเร็ว เสียงกรีดร้องของทุกคนดังลั่น แต่เมื่อเครื่องเล่นหยุด เมย์กลับหัวเราะออกมาพร้อมพูด “มันสนุกกว่าที่คิดแฮะ!”
พวกเขาเดินเล่นต่อในสวนสนุก เล่นเครื่องเล่นอีกหลายอย่าง เช่น บ้านผีสิงและชิงช้า์ ระหว่างนั้นเสียงกระจกแตกร้าวดังขึ้นอีกในหัวของอาคิระ เขาชะงักและมองรอบตัว แต่ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ
“นายเป็อะไรหรือเปล่า?” เมย์ถามอีกครั้ง
อาคิระลังเลก่อนตอบ “ก็แค่… เหมือนจะได้ยินเสียงแปลก ๆ น่ะ”
“เสียงแปลก ๆ?” จินหันมามองด้วยสายตาสงสัย “หรือว่านายกำลังจะถูกต่างโลกเรียกตัวไปเป็ผู้กล้า?”
“ไม่ใช่สักหน่อย!” อาคิระตอบพลางหัวเราะ แต่ลึก ๆ แล้วคำพูดของจินก็ทำให้เขาอดคิดไม่ได้
“เอาน่า ไม่ว่ายังไงก็ตาม เราพร้อมจะอยู่ข้างนายเสมอ” วินพูดพร้อมยิ้มให้ “ฉันจะปกป้องนายเอง ไม่ต้องห่วง”
“ใช่! พวกเราทุกคนจะอยู่ด้วยกัน ไม่ว่านายจะไปเจออะไร” เมย์เสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ก็มีความเขินเล็กน้อยในแววตา
เสียงหัวเราะของเพื่อน ๆ ยังคงก้องอยู่ในบรรยากาศ ขณะที่พระอาทิตย์ค่อย ๆ ลับขอบฟ้า แม้อาคิระจะยังคงรู้สึกแปลก ๆ กับเสียงกระจกแตกร้าวในหัว แต่เขาก็ไม่อยากให้มันมาบดบัง่เวลาที่มีค่ากับเพื่อน ๆ เขาไม่รู้เลยว่าในอีกไม่นาน เสียงเ่าั้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปตลอดกาล…