ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 35 สำนักศึกษาเทียนหง

            สองคนพี่น้องได้ยินเสียงจึงหันไปมองเห็นเพียงเฟิ่งเฉี่ยนที่ปรากฏกายขึ้นด้านนอกศาลารับลมตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครรู้นางกำลังเดินเข้ามาหาพวกเขา

            “คุณชายมู่ คุณหนูมู่ ข้าคงไม่ได้มารบกวนพวกท่านกระมัง”

            ทันทีที่มู่ชิงหว่านเห็นนางก็มีโทสะจนดวงตาแดงก่ำ “เจ้ามาทำอันใด มาแสดงอำนาจต่อหน้าข้าเช่นนั้นหรือ”

            เฟิ่งเฉี่ยนตะลึงงัน “แสดงอำนาจ?แสดงอำนาจอันใดกัน”

            นางยืดเอวแล้วพูดอย่างเกียจคร้านว่า “ข้าเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันจนปวดเอวไปหมดแล้ว เหนื่อยแทบตาย ไหนเลยจะมีเรี่ยวแรงมาแสดงอำนาจกับเจ้า”

            มู่ชิงหว่านได้ยินเช่นนั้นพลันให้หน้าตาหูแดง นางพูดเสียงสั่นด้วยโทสะ“เจ้า...เจ้า...คำพูดเช่นนี้เจ้าก็ยังพูดออกมาต่อหน้าผู้คนได้ เจ้ามันช่างหน้าไม่อายนัก!”

            พูดแล้วนางก็กระทืบเท้า วิ่งออกไป

            เฟิ่งเฉี่ยนเต็มไปด้วยความงุนงง นางขมวดคิ้วมุ่นอย่างครุ่นคิด“ข้าพูดอะไรผิดใช่หรือไม่ เหตุใดนางจึงได้มีโทสะเช่นนี้”

            หันมามองมู่ชิงเซียว พบว่าแก้มทั้งสองข้างของเขาออกจะแดงอยู่บ้างสีหน้าเต็มไปด้วยท่าทีประดักประเดิด

            "เจ้าหน้าแดงอันใดกัน”

            มู่ชิงเซียวกระแอมกระไอปิดบังท่าที “ไม่มีอันใด! อ้อ ถูกต้องแล้ว ยังมิได้ขอบคุณแม่นางเฟิง ในมี่สุดท่านปู่ก็กินข้าวได้แล้ว”

            “ท่านอย่าเพิ่งรีบร้อนกล่าวขอบคุณข้า! ข้ายังหาสาเหตุของอาการเจ็บป่วยของไท่ฟู่ไม่พบ!” แม้จะอ่านตำราแพทย์มาแล้วทั้งวัน แต่เฟิ่งเฉี่ยนกลับหาวิธีรักษาไท่ฟู่ไม่ได้

            ใบหน้าคมสันของมู่ชิงเซียวปรากฏให้เห็นความกังวล“ท่านปู่กลับมาจากเมืองหลวงครั้งนี้เดิมทีได้รับปากกับฝ่าบาทว่าจะสอนไท่จื่อด้วยตัวเอง ใครเลยจะรู้ว่า...”

            ที่แท้เซวียนหยวนเช่อได้เชิญไท่ฟู่มาทำหน้าที่สอนเย่เอ๋อร์หรือ ไท่ฟู่เป็นอาจารย์ที่ไม่เลวคนหนึ่งทีเดียวเขาเป็นคนถ่อมตน สง่า สุภาพและหนักแน่นมั่นคง ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือเขาสามารถสอนเซวียนหยวนเช่อออกมาได้อย่างโดดเด่นย่อมต้องเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะทำหน้าที่เป็นคนสอนเย่เอ๋อร์!

            เพื่อเย่เอ๋อร์ นางจะต้องรักษาเขาเต็มกำลังเพื่อให้เขาหายดีให้ได้!

            “คุณชายมู่ ท่านรู้หรือไม่ว่าในแคว้นเป่ยเยียน นอกจากวังหลวงแล้วยังมีที่ไหนอีกบ้างที่มีตำราแพทย์ค่อนข้างครบถ้วน”

            มู่ชิงเซียวครุ่นคิดแล้วตอบว่า “ในแคว้นเป่ยเยียน ว่าด้วยเรื่องหอตำรา หากหอตำราของสำนักศึกษาเทียนหงถือเป็นที่สองก็ไม่มีผู้ใดกล้าเป็นที่หนึ่ง!”

            “สำนักศึกษาเทียนหงหรือ” เฟิ่งเฉี่ยนตาเป็นประกาย“ข้าไปเยี่ยมชมหอตำราของสำนักศึกษาเทียนหงได้หรือไม่”

            มู่ชิงเซียวประหลาดใจ “ท่านต้องการไปหาตำราแพทย์หรือ”

            เฟิ่งเฉี่ยนพยักหน้า“ข้าต้องการอ่านตำราแพทย์ที่มีอยู่ทั้งหมดสักเที่ยวหนึ่งบางทีอาจจะหาวิธีการรักษามู่ไท่ฟู่ได้”

            ดวงตาของมู่ชิงเซียวทอประกายวาบก่อนจะหม่นลงในภายหลัง“ตำราแพทย์ในหอตำราอย่างน้อยๆ มีนับร้อยเล่มกว่าจะอ่านพวกมันหมดคงต้องใช้เวลาหลายเดือนเป็นอย่างน้อย”

            เฟิ่งเฉี่ยนเข้าใจถึงความหนักใจของเขา แต่นางมีเครื่องมือศึกษาตำราแพทย์เวลาเพียงชั่วคืนหนึ่งก็เพียงพอแล้ว! แน่นอนว่าคำพูดเหล่านี้นางมิอาจบอกแก่เขาได้! ต่อให้นางบอกเขา เขาก็ไม่มีทางเชื่อ!

            “ทุกเรื่องขึ้นอยู่กับการกระทำของคน! หากไม่ลองดูจะรู้ได้อย่างไรเล่า”

            เมื่อได้ยินนางพูดเช่นนี้ มู่ชิงเซียวซาบซึ้งใจสายตาที่มองนางจึงเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ“หากแม่นางเฟิงรักษาอาการป่วยของท่านปู่ได้จริงๆ ข้าจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้แน่นอน!”

            “สัญญา?” เฟิ่งเฉี่ยนจำไม่ได้นานแล้วว่าเขาเคยให้สัญญาอะไรไว้

            มู่ชิงเซียวหัวเราะเบาๆ ปรากฏให้เห็นฟันขาวสะอาดเรียงเป็นแถวรอยยิ้มนั้นอบอุ่นและสดใสผิดจากยามปกติ

            เบื้องหลังผ้าม่านสีเขียวที่อำพรางได้ดีในยามค่ำคืนท่ามกลางดาวดาวที่ดารดาษอยู่เต็มท้องฟ้า รถม้าคันหนึ่งฉวยโอกาสยามราตรีวิ่งฝ่าความมืดมิดออกไปบนถนนสายเล็กมุ่งหน้าออกนอกเมือง

            มู่ชิงเซียวเป็นผู้บังคับรถม้าคันนั้นด้วยตนเอง อาภรณ์สีเขียวและเส้นผมดำขลับของเขาปลิวไปกับสายลม

            ผ้าม่านของรถม้าด้านหลังถูกเลิกขึ้นมุมหนึ่ง ปรากฏให้เห็นใบหน้างดงามนางก็คือเฟิ่งเฉี่ยนนั่นเอง

            “คุณชายมู่ พวกเรายังต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใดจึงจะไปถึงสำนักศึกษาเทียนหง”

            มู่ชิงเซียวหันกลับมาตอบว่า “อย่างน้อยต้องใช้เวลาอีกราวๆ ครึ่งชั่วยาม!”

            เฟิ่งเฉี่ยนพยักหน้า“ค่ำมืดดึกดื่นเช่นนี้ยังต้องให้ท่านออกนอกเมืองเป็นเพื่อนข้าอีก ข้ารู้สึกเกรงใจจริงๆ!”

            มู่ชิงเซียวหัวเราะ “แม่นางเฟิงทำเพื่อรักษาอาการท่านปู่ของข้าไม่ใส่ใจว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน ลำบากหรือไม่เป็นข้ามากกว่าที่ควรจะรู้สึกเกรงใจ”

            เฟิ่งเฉี่ยนละอายแก่ใจ นางเลือกเวลากลางคืนที่จริงเป็นเพราะเซวียนหยวนเช่อมาพักในห้องของนาง กลางคืนนางไม่มีที่นอนจึงคิดว่าไปอ่านตำราแพทย์ที่สำนักศึกษาเทียนหงก็แล้วกัน

            ครึ่งชั่วยามให้หลัง พวกเขามาถึงสำนักศึกษาเทียนหง

            สำนักศึกษาเทียนหง สำนักศึกษาอันดับหนึ่งของแคว้นเป่ยเยียน!

            ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองมูหยางกินพื้นที่เทียบเท่ากับขนาดพื้นที่ของหัวเมืองหัวเมืองหนึ่ง อาณาเขตกว้างขวางกฎระเบียบเข้มงวดหนึ่งร้อยปีก่อนสำนักศึกษาแห่งนี้เคยเป็นสำนักศึกษาอันดับหนึ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดของแคว้นต้าเยียนต่อให้สำนักศึกษาทั้งหมดของหลิงอวิ๋นต้าลู่จะมีชื่อเสียง เป็นเป้าหมายของจอมยุทธ์ในใต้หล้าล้วนใฝ่ฝันที่จะเข้าไปเป็นศิษย์ทว่าชื่อเสียงของสำนักศึกษาค่อยๆ เสื่อมถอยลงตามกาลเวลามาบัดนี้สำนักศึกษาเทียนหงอยู่ในอันดับสิบของสำนักศึกษาทั้งหมดของต้าเยียน

            ทว่าหากมองจากภายนอกแล้วยังคงมองเห็นร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองในอดีต อาคารก่อสร้างหลังหนึ่งสูงเทียมเมฆให้ความรู้สึกโอ่อ่าไม่สามัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งประตูใหญ่ของสำนักศึกษาที่สูงถึงสิบเมตรต้องแหงนหน้าจนคอตั้งจึงจะมองเห็นตัวอักษรสี่ตัวที่เขียนว่า สำนักศึกษาเทียนหงบันไดหนึ่งร้อยขั้นตรงไปถึงอาคารหลักของสำนักศึกษา ทำให้จุดที่คนยืนอยู่รู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กเหลือเกิน

            ที่ทำให้เฟิ่งเฉี่ยนยิ่งประหลาดใจก็คือสำนักศึกษาเทียนหงมีภูเขาล้อมรอบถึงสามด้านภูเขาทุกลูกล้วนเต็มไปด้วยกลิ่นอายเทพเมื่ออยู่ท่ามกลางกลิ่นอายเทพที่รายล้อมอยู่รอบๆทำให้สำนักศึกษาเทียนหงกลายเป็นดินแดนสวรรค์บนโลกมนุษย์เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติช่างเหมาะสมแก่การบำเพ็ญตน

            กฎเกณฑ์ของสำนักศึกษาเทียนหงเข้มงวดกวดขันหากว่ากันตามกฎระเบียบแล้วเฟิ่งเฉี่ยนที่ไม่ได้เป็นอาจารย์หรือศิษย์ของสำนักศึกษาไม่อาจเข้าไปในสำนักศึกษาได้ทว่ามู่ชิงเซียวมีสถานะพิเศษ ท่านปู่ของเขาเป็นสหายคนสนิทของอาจารย์ใหญ่ในสำนักศึกษาบิดาของเขาเป็นรองอาจารย์ใหญ่ของสำนักศึกษา มารดาเป็นอาจารย์ของสำนักศึกษาส่วนเขาเป็นนักเรียนรุ่นเยาว์ที่มีความโดดเด่นของสำนักศึกษาได้ยินว่าเขามาด้วยสาเหตุการเจ็บป่วยของมู่ไท่ฟู่ อีกทั้งมู่ชิงเซียวมาด้วยตนเององครักษ์จึงปล่อยให้พวกเขาเข้ามาอย่างเกรงอกเกรงใจ!

            ภายใต้การนำทางของมู่ชิงเซียว ทั้งสองจึงเข้ามาด้านในได้อย่างราบรื่นและมาถึงหอตำราอย่างรวดเร็ว

            หอตำราตั้งอยู่ในตำแหน่งทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสำนักศึกษาเทียนหงอยู่ใกล้ภูเขาและแม่น้ำ เมื่ออยู่ท่ามกลางราตรีอันมืดมิดจึงยิ่งเปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขามและยิ่งใหญ่

            ยามนี้ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว แสงจากโคมไฟในหอตำรายังคงสว่างอยู่ได้ยินมู่ชิงเซียวแนะนำว่าสำนักศึกษาส่งเสริมให้ศิษย์ขยันหมั่นเพียรศึกษาหาความรู้ดังนั้นหอตำราของสำนักศึกษาจึงแทบจะเปิดทั้งเวลากลางวันและกลางคืนเปิดประตูใหญ่ต้อนรับผู้ใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ

            "ศิษย์พี่ชิงเซียว!”

            “ศิษย์พี่ชิงเซียว เหตุใดวันนี้จึงกลับสำนักศึกษาเล่า”

            “ศิษย์พี่ สุขภาพของไท่ฟู่ดีขึ้นบ้างหรือไม่”

            “คารวะศิษย์พี่...”

            ขณะที่เดินเข้าไปในหอตำรามีคนเข้ามาทักทายมู่ชิงเซียวไม่หยุดหย่อนแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไปมู่ชิงเซียวสนทนาตอบพวกเขาทีละคนด้วยท่าทีสุภาพและมีน้ำอดน้ำทน

            เฟิ่งเฉี่ยนอดไม่ได้ที่จะหยอกเย้าว่า “คุณชายมู่มีสตรีจำนวนไม่น้อยในสำนักศึกษาที่หมายปองท่านกระมัง”

            มู่ชิงเซียวตะลึงงัน เห็นนางพยักเพยิดปลายคางขึ้นไปอีกด้านหนึ่งทางนั้นกำลังมีสตรีหลายคนรวมตัวกันอยู่ พวกนางกำลังสนทนา ลอบมองเขาและกล่าวถึงเขาเขาจึงอดที่จะหน้าแดงไม่ได้

            “แม่นางเฟิงอย่าได้หัวเราะข้าเลย ข้าเป็นคนน่าเบื่อหน่าย ไม่รู้ว่าด้วยซ้ำว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้สตรีชมชอบได้!”

            เฟิ่งเฉี่ยนยิ้มจนดวงตาโค้งลง “รอเมื่อท่านได้พบกับคนที่ท่านชอบจริงๆท่านก็จะรู้ได้ด้วยตัวเอง เมื่อรักคนๆ หนึ่ง ก็จะทุ่มเทจิตใจเพื่อคนๆ นั้นทั้งหมดชิงชังเหลือเกินที่ไม่อาจควักหัวใจทั้งดวงออกมามอบให้เขา”

            มู่ชิงเซียวสังเกตใบหน้างดงามของนาง สายตาพลันหม่นวูบลงเล็กน้อย“ท่านรู้สึกต่อฝ่าบาทเช่นนี้เหมือนกันใช่หรือไม่”

            “ฝ่าบาทหรือ เรื่องอะไรจะมอบให้เขา ข้าไม่มีทางแบ่งปันความรักของข้ากับหญิงอื่นเด็ดขาด!” เฟิ่งเฉี่ยนพูดราวกับนางไร้เยื่อใย แล้วเดินไปข้างหน้า

            มู่ชิงเซียวเดินตามนางอยู่ด้านหลังแววตาเปล่งประกายขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808