F-Hunter (ภาคแรก โลกวิบัติ+ภาค 2 เมืองศูนย์กลาง)

    85.ภูตพรายหยิน หยาง I

    “วิญญาณร้าย มีฤทธิ์ และ แรงอาฆาตสูงมาก”วิทย์คิด  พรึบ! พลังสมาธิของเขาถูกปลดปล่อยออกมา บรรยากาศรอบๆตัวของเขาพลันนิ่งสงบลงอีกครั้ง ไอสีดำมากมายล่องลอยขึ้นจากพื้นดิน แต่มันก็ไม่สามารถเข้าใกล้ร่างของวิทย์ได้ “พึ่งจะถือกำเนิดขึ้นมาสินะ แต่กระนั้นก็ยัง..มีพลังมากขนาดนี้ จะต้องรวบรวมวิญญาณแค้นเข้าไปมากมายแค่ไหนกันนะ”เขาได้แต่คิดกับคนเองเพียงลำพังเท่านั้น  ท่ามกลางบรรยากาศอันวังเวงในความมืดมิด สองเท้าของเขาก้าวไปข้างหน้าอย่างหมั่นคง“ฮิๆๆ ฮ่าๆๆ ฆ่า!! ฆ่า!!” เสียงหัวเราะคร่ำครวญดังเข้ามาไม่ขาดสาย บรรยากาศหนักหน่วงขึ้นทุกฝีเท้าย่างก้าวเข้าไป ไอมารหนาแน่ขึ้นทุกๆตารางนิ้ว ปลายนิ้วชี้ของเขาชูขึ้นก่อนจะหมุนวนไปรอบๆ ชิ่ง!!ชิ่ง!! ชิ่ง!! ชิ่ง!!  มีดบินที่สะพายอยู่บนหนัง ลอยออกมาจากกล่อง 4 เล่ม พวกมันทั้ง 4 บินวนไปรอบๆร่างของเขาเฝ้าระวังอันตรายอยู่รอบกาย  เสียงเด็กน้อยยังดังมาจากที่ไกลๆเป็นระยะๆ ตามมาด้วยเสียงโหยหวน คร่ำครวญของวิญญาณร้าย ที่ร้องระงมกันมากขึ้น ยิ่งใกล้ยิ่งจอแจ อย่างเห็นได้ชัด   หว่า!!! ฮิๆๆๆ แค้น! ข้าแค้นทุกสิ่ง แค้น!! ข้าแค้นทุกอย่าง แค้น!!แค้น!! ฆ่า! ต้อง ฆ่า!! ฮูม!!!!! ฮ้าก!!!! สิ้นเสียงที่คร่ำครวญด้วยความแค้นดังสนั่นออกมาจากความมืดเบื้องหน้า  ปรากฏเงาสีดำขึ้นมากมาย ดวงตาสีแดงฉานปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิดเบื้องหน้า ฮว่า!!! เสียงแหลมเล็กกู่ร้องขึ้นรอบๆกายของเขาในความมืด ทันใดนั้นร่างวิญญาณร้ายมากมายพุ่งเข้ามาหาวิทย์อย่างรวดเร็ว ฉั่ว!ฉั่ว!ฉั่ว!ฉั่ว!มีดอาคมสีดำทั้ง 4 เล่ม หมุดตวัด ไปรอบๆราวกับพายุหมุน ตัดเฉือนร่างของพวกมันทุกตนที่ดาหน้าเข้ามา ร่างเหล่านั้นสลายไปในอากาศราวกับไม่เคยมีตัวตน  แซก!ๆๆ เสียงฝีเท้าหนักๆของเขาเหยีอบลงไปที่ใบไม้ที่ปลิวว่อนอยู่เต็มถนนกรรน!!! เสียงคำรามดังลั่นขึ้นอีกครั้ง คราวนี้... ร่างคนปรากฏขึ้นเบื้องหน้าห่างออกไปราวๆ 20 เมตร หางตาของวิทย์กระตุกเบาๆ ทั้งแปลกใจและรู้สึกถึงอันตราย กับสิ่งที่ปรากฏอยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ ดวงตาของมันแดงฉานท่ามกลางความมืด สิ้นของมันยื่นยาวออกมาจากปากที่อ้ากว้างเลือดสดๆเปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งปากและใบหน้าของมัน ปากของมันอ้ากว้างโชว์ฟันอันแหลมคมที่มีเศษเลือดเศษเนื้อหลงเหลืออยู่ตามซอกฟัน  ใบหน้าและลำตัวเต็มไปด้วยลวดลายของตุ๊กแก ยืนสองท้าว มือทั้งสองข้างเต็มไปด้วยกรงเล็บอันแหลมคมระหว่างนิ้มมือเต็มไปด้วพังผืดเหมือนเท้าตุ๊กแก มันยืนอยู่ในท่าเตรียมพร้อมที่จะกระโดดเข้ามาขย้ำใครก็ตามที่จะผ่านเส้นทางนี้ไป  วูบ! ร่างของตัวที่ สอง และ สามโผล่ออกมาจากความมืด ก่อนจะมีพวกมันตามออกมาอีกเป็นฝูง  ประสาทสัมผัสของเขาตรึงพร้อม ไม่ประมาทแม้เพียงนิดร่างของเขาหยุดกึก ก่อนจะกระตุ้นมีดอาคมที่เหลือออกมาจากกล่องจนหมดสิ้น ฉิ่ง! ฉิ่ง! ฉิ่ง! ฉิ่ง! นิ้วมือชี้ไปเบื้องหน้า มีดทั้งหมด ของเขาพุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับห่าฝน ปะทะเข้ากับร่างของมนุษย์ตุ๊กแกปีศาจ  สวบ! สวบ! สวบ! สวบ!  พวกมันทั้งหมดพลิ้วกายเคลื่อนไหวหลบได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะอ้าปากกว้างพ่น ตุ๊กแกมากมายเข้าโจมตีวิทย์  มีดอาคมที่เหลืออยู่หมุนวนรอบร่างของเขาเร็วจี๋ กลายเป็นโดมสีดำรอบกายของเขา ตุ๊กแกมากมายที่ถูกพ่นเข้ามา ถูกพวกมันสับตัดเฉือนร่าง ขาดกระจุยกระจายไปตามๆกัน มนุษย์ตุ๊กแกมากมายเคลื่อนไหววูบวาบ อยู่รอบๆ เมื่อเห็นว่าการโจมตีของพวกตนไม่ได้ผลพวกมันก็หยุดโจมตี และเคลื่อนไหวร่างกายวูบไหวไปมา รอบๆโดมมีดสีดำ เพื่อมองหาจังหวะและโอกาสอย่างเจ้าเล่ห์ วิทย์ไม่สนใจพวกมันอีก เขาเองก็คร้านที่จะจัดการกับพวกมันเหมือนกัน พวกมันทำตัวยังกับ Nightcrawler ในหนัง X-men เคลื่อนไหวหายตัววูบวาบไปมาตามตัวยากสุดๆ เขาก้าวเท้าเดินหน้าต่อไปทันที ขณะที่กำลังจะเดินต่อไปทั้งอย่างนั้น ก็มีเสียงเรียกดังขึ้น...พี่ชาย!! วิทย์สะดุ้งสุดขีดเมื่อมีเสียงเล็กๆดังมาจากด้านหลังของเขาในระยะประชิด โดยที่เขาไม่สามารถสัมผัสการคงอยู่ของมันได้  ร่างของเขากระโดดผางไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วก่อนจะเอี้ยวตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียง ร่างเด็กชายตัวน้อยปรากฏขึ้นต่อสายตาของเขา เจ้าเข้ามาอยู่ในโดมมีด ของเขาได้ยังไง ตั้งแต่เมื่อไร นี้เป็นคำถามที่ยากจะเอื้อนเอ่ยถามออกมา แต่...เด็กน้อยสชิงพูดออกมาเสียก่อน“พี่ชาย...พี่มาที่นี้ทำไมเหรอ ที่นี้อันตรายนะ น้องผมอารมณ์ฉุนเฉียวมาก ดูสิเธอสั่งบริวารพวกนี้เข้ามาทำร้ายพี่ทันทีที่พี่เข้ามาที่นี้ ผมต้องขอโทษจริงๆ พี่รีบหนีไปเถอะ” เด็กน้อยพูดออกมา วิทย์รับรู้ถึงความเสร้าและความห่วงใยจากน้ำเสียงนั้น ทำให้เขาลดการระวังตัวลง“นี้เจ้าเป็นใครหรือ แล้วทำไมน้องเจ้าถึงได้ อารมณ์ไม่ดีละ”วิทย์ถามกลับไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม“คือ ผมเป็น เออ เป็น....ใครก็ไม่รู้ ผมกับน้องพึ่งเกิดมา เราเป็นฝาแฝดกัน แต่น้องสาวของผมไม่ชอบทุกคนที่มีไอชั่วร้ายอยู่ในตัว และพี่ก็มี ไอที่ว่าอยู่มากมาย พี่เป็นคนไม่ดีหรือเปล่า” เขาพูด ก่อนจะเอียงหัวถามออกมา“อะ! แฮ่ๆ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน...แต่พี่ก็ไม่เคยทำร้ายคนที่ไม่มีทางสู้ หรือคนที่คิดดีหวังดีกับพี่เลยละนะ แต่กับพวกคนไม่ดีก็มีบ้าง” เขายิ้มตอบออกมาอย่างเขินๆ เขาไม่แน่ใจนักว่าเขาเป็นคนดีหรือเปล่า“ฮิๆๆ  พี่นี้ตลกจริงๆเลย พี่ไม่แน่ใจเลยเหรอว่าพี่เป็นคนดีหรือเปล่า”เด็กน้อยพูดขึ้นพร้อมกับขำออกมาเบาๆ“อืม..ก็นะ พี่ก็อาจจะเป็นคนดีในบางครั้งหรือเป็นคนไม่ดีด้วยในบางทีก็ได้”เขาตอบ“ฮิๆๆแต่ผมเชื่อว่าพี่เป็นคนดีนะ พี่ไม่โกหกออกมาซักนิด พี่คิดยังไงก็พูดออกมาแบบนั้น”เด็กน้อยออกความเห็นพร้อมกับยิ้ม เมื่อเห็นว่าเด็กคนนี้ไม่เป็นอันตราย วิทย์ก็กล่าวลา“อ๊ะ!พี่ต้องไปแล้วละ”วิทย์พูดก่อนจะหันหลังแล้วเดินหน้าต่อไป“อ๊ะ! ทางนั้นไม่ได้นะ น้องผมอยู่ทางนั้น เธอจะโกรธและทำร้ายพี่หากพี่ไปทางนั้น”เด็กชายร้องออกมาด้วยความตกใจ“อืม!พี่รู้ แต่จะปล่อยให้น้องของเธอเป็นเด็กไม่ดี ทำร้ายคนอื่นแบบนี้ต่อไปเหรอ”วิทย์พูดออกมาอย่างอ่อนโยน“ไม่ๆๆ ผมไม่ยากให้น้องเป็นเด็กไม่ดี”เด็กน้อยตอบ“อืม!ถ้างั้นทำไมเราไม่ไปห้ามน้องของเจ้าด้วยกันละ”วิทย์พูด“ผม..ผม..ห้ามน้องแล้วแต่..น้องไม่ฟังเลย”เขาพูดออกมาเศร้าๆ คล้ายกับจะร้องไห้ออกมาด้วย“เอาๆ ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ชายจัดการให้เอง”เขายิ้มน้อยๆก่อนจะเอามือวางลงบนหัวของเด็กน้อยแล้วลูบมันอย่างเอ็นดูวิ่ง!!!! เกิดแสงสีทองส่องสว่างออกจากร่างกายของทั้งสองคน มันทอแสงอันเข่มข้นสาดส่องออกไปทั่ว แสงนั้นลอดออกจากโดมพายุกระบี่ กระทบเข้ากับร่าง ปีศาจตุ๊กแกบางตัว ทำให้พวกมันสลายหายไปในทันที  ทันทีที่แสงหายไปเด็กคนนั้นก็หายไป  ปรากฏรอยสัก ดวงอาทิตย์สีขาวขึ้นที่ หลังมือซ้ายของเขา“ภูตหยาง งั้นเหรอ ต่อไปนี้ข้าจะเรียกเจ้าว่า กล้า ก็แล้วกัน” วิทย์มองดูรอยสักรูปดวงอาทิตย์อยู่ชั่วครู่ ก่อนจะหงายมือขึ้น  กลางฝ่ามือของเขามียันต์กำราบวิญญาณที่ได้มาตั้งแต่ตอนที่ทำสัญญากับหนังสือของเดทไนท์ มันส่องแสงสีขาวเรืองๆออกมา เมื่อครู่นี้เขากำการกำราบวิญญาณของเด็กน้อยอย่างไม่ตั้งใจ เขาไม่รู้อะไรกี่ยวกับยันต์ที่อยู่ในมือทั้งสองข้างของเขามากนัก แต่ก็พอจำคำพูดประโยคหนึ่งของอาจารย์ของเขาได้  ...ซ้ายกำราบ ขวาสาบส่งลงอเวจี... มีเพียงประโยคที่คลุมเครือนี้เท่านั้นที่อธิบาย เกี่ยวกับยันต์ ในฝ่ามือทั้งสองข้างของเขา          “กำราบวิญญาณ กลายมาเป็นรอยสักดิ์ งั้นเหรอ หึๆไม่รู้ว่ามันจะมีผลยังไงกับเราบ้างนะ จะเหมือนกับรอยรอยสักดิ์ เก้ายอดของเราหรือเปล่า”วิทย์คิด และมองทอดสายตาออกไปนความมืดอยู่ชั่วอึดใจในตอนนั้นเองเสียงเรียกชื่อของเขาดังขึ้นในมโนสำนึก          “วิทย์...!!!”“อาจารย์ ท่านเรียกข้า..มีอะไรหรือ”วิทย์ถามเบาๆด้วยกระแสจิต“ที่เจ้าเจออยู่ มันคือ ผีแฝด หยินและหยาง สีดำคือ หยิน หมายถึง ดวงจันทร์ เป็นตัวแทนของการเต็มใจ รับหรือยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำ  เป็นพลังแห่งสตรีเพศ ความเยือกเย็น การหยุดนิ่ง การเคลื่อนลงต่ำ การเก็บรักษา การยับยั้ง ส่วนสีขาวคือ หยาง หมายถึง ดวงอาทิตย์ อันเป็นสัญลักษณ์ของพลังแห่งบุรุษเพศ   การเคลื่อนไหว ความกระตือรือร้น การเคลื่อนขึ้นไปด้านบน การเจริญเติบโต เจริญรุ่งเรือง ความร้อนแรง ที่เจ้ากำราบ เจ้าได้ง่ายๆ เพราะว่าตอนนี้เป็นตอนกลางคืน แฝด หยาง มี ฤทธิ์น้อยที่สุด แต่ในทางกลับกันตอนนี้ แฝด หยิน จะมีฤทธิ์มากที่สุด และกำลังตกอยู่ในห่วงของความแค้นที่รุนแรง หากเจ้ากำราบมันไม่ได้ ก็ให้ยื่นเงื่อนไขบางอย่างให้มัน เพื่อให้มันยอมที่จะติดตามเจ้า” เดทไนท์พูด“ทำไมท่านอาจารย์ถึงคิดว่าข้าจะสู้มันไม่ได้ละ”วิทย์ถาม เขาไม่ได้เคืองหรือประมาท หรือกังขาอะไรกับคำแนะนำของอาจารย์ของเขาเลย เขาแค่อยากรู้เหตุผลเท่านั้น“เจ้าไม่แพ้หรอก แต่เจ้าก็ไม่สามารถชนะมันได้เหมือนกัน ด้วยของดีที่เจ้ามี มันไม่สามารถทำอะไรเจ้าได้แน่ๆ แต่ ด้วยพลังของมันเอง เจ้าก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้เหมือนกัน เจ้ารู้ไหม ทำไม แฝดหยางถึงได้อ่อนแอจนเจ้ากำราบมันได้โดยไม่ตั้งใจ”“ไม่ทราบครับ”วิทย์ตอบ“นั้นก็เพราะว่าที่นี้ เป็นเขตอาคมของ หยิน ยังไงละ ด้วยพลังความตายที่มีมากมายที่นี้ ทำให้ ฤทธิ์ ของหยิน มีมากกว่าปกติ และทำให้มันปล่อยเขตอาคมแห่งความตายของมันปกคลุมพื้นที่นี้ทั้งหมดจนที่นี้ไม่มีกลางวันเลย ด้วยเหตุนี้ หยางถึงอ่อนแอลงเรื่อยๆ สุดท้ายมันก็จะถูกกลืนกินในที่สุด แต่เพราะเจ้าเข้ามาที่นี้ มันจึงเลือกที่จะให้เจ้ากำราบมันสงเพื่อไม่ให้ร่างจิตของมันถูก หยินกลืนกิน”เดทไนท์พูดขึ้น“แล้วจะเป็นยังไงถ้าพลังแห่งความตายที่นี้หมดไป”“แน่นอนว่าเขตอาคมของมันก็จะอ่อนแอลง”เดทไนท์ตอบ          “แบบนี้ก็ตองลองดูซักหน่อยว่าเราจะทำอะไรกับพลังแห่งความตายที่อยู่ที่นี้ได้บ้าง”วิทย์คิด    

    คล้ายกับเรื่องF-Hunter (ภาคแรก โลกวิบัติ+ภาค 2 เมืองศูนย์กลาง) ที่คุณอ่าน