ทู่สือเยว่เทพกระต่ายหนุ่มอายุน้อยราวสองร้อยปีเป็เทพฝึกหัดแห่งสำนักเทพเ้าทู่เอ๋อเสิน เทพกระต่ายผู้ปกปักชาวต้วนซิ่วทู่สือเยว่นอกจากจะเป็กระต่ายเทพที่อายุน้อยที่สุดในสำนักแล้วเขายังเป็เทพที่สมองน้อยที่สุดอีกด้วยเนื่องจากพ่อแม่ของเขามีบุตรในวัยชรา เลี้ยงดูได้เพียงสิบปีพวกท่านก็จากไปทิ้งเขาไว้ให้เผชิญโลกกว้างเพียงลำพัง
เพราะสมบัติพัสถานมากมายที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้ทู่สือเยว่จึงใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเรื่อยมาไม่ต้องออกจากสำนักไปดิ้นรนทำมาหากินเลี้ยงตัวด้านนอกหุบเขาพยับเมฆา
ท่านอาจารย์บอกเขาว่าโลกภายนอกนั้นโหดร้ายผู้คนกระหายอำนาจ ทะเยอทะยานไม่มีที่สิ้นสุดกระต่ายเทพขาวบริสุทธิ์อย่างเขาไม่ควรออกไปเผชิญความโหดร้ายเ่าั้ให้ไอเทพมัวหมอง
ขอแค่ยังมีคนเคารพบูชาจุดธูปให้อย่างบริสุทธิ์ใจแล้วให้พรกลับไป เขาก็ถือว่าได้ทำงานแล้ว
เทพกระต่ายในหุบเขาพยับเมฆามีหลายแขนงงานด้วยกัน
หน้าที่ของเขาคือการให้พรคู่รักที่มีบุตรไม่ใช่เพื่อให้มีบุตรบุตรีสมใจปรารถนา แต่เพื่ออวยพรกำหนดฤกษ์ให้เด็กนั้นเกิดในยามที่ไร้ซึ่งยมทูตรอสะบั้นคอพากลับไปยมโลก
ในโลกของเทพปิศาจแล้วการทำแต้มคือการสะสมผลงานเพื่อเลื่อนขั้นตำแหน่งงานอย่างหนึ่งแน่นอนว่ายมโลกไม่รู้จักผิดถูก ยมทูตสามารถนำพาเด็กเพิ่งเกิดซึ่งพลังหยินหยางกำลังอ่อนแอกลับยมโลกไปเพื่อสะสมเป็แต้มผลงานได้
นอกจากนั้นหน้าที่ของทู่สือเยว่ก็ไม่มีอะไรอีกแล้วเขาจึงรู้สึกว่างงานเป็อย่างมากจนวันก่อนไปเจอตำราแห่งแสงจันทร์เข้า
เขาเห็นว่ามันน่าสนใจดีถ้าเขาบรรลุความรู้ในศาสตร์แขนงนี้ด้วยก็คงมีงานให้ได้ทำฆ่าเวลาอีกหนึ่งอย่าง
สองสามวันมานี้เทพกระต่ายขาวอย่างเขาจึงหมกมุ่นอยู่กับการค้นคว้าตำราเทพีฉางเอ๋อร์จนถูกท่านอาจารย์จับได้
ร่างเล็กโปร่งบางของเทพกระต่ายขาวนั่งก้มหน้าหูตกอยู่เบื้องหน้าอาจารย์ของตนริมฝีปากสีชมพูสดยื่นออกมาน้อย ๆ ดวงตากลมช้อนมองเทพกระต่ายผู้เป็อาจารย์
“ท่านอาจารย์ข้าแค่ศึกษาเท่านั้นเองขอรับ” มือน้อย ๆ จับขาเรียวเสลาของเทพทู่เอ๋อเสินเขย่าเบาๆ
“หึ! เ้าบังอาจมากเยว่เยว่”ใบหน้างามแสนเย่อหยิ่งของคนบนตั่งทองเชิดขึ้น “อ่านตำราศัตรูคู่แค้นของอาจารย์ในดินแดนของอาจารย์เหอ ๆ” ดวงตาดุทอดมองต่ำ มองหน้าลูกศิษย์ปัญญาเขลา
เ้ากระต่ายหูขาวอ้าปากงับอากาศเหมือนปลาขาดน้ำเขามองหน้าอาจารย์ด้วยท่าทีไม่ยินยอมแต่ก็ไม่รู้จะเรียบเรียงถ้อยคำอย่างไรให้เข้าหูอาจารย์ดี
“เหอะ! มองหน้าข้าอย่างนั้นเ้ามีอะไรจะค้านหรือเด็กโง่”
“ท่านอาจารย์ คือ...”ดวงตากลมดำขลับสบมองตาของคนที่นั่งสูงกว่า “คืออาจารย์ไม่อยากให้ข้าเรียนรู้ศาสตร์ของท่านเทพีฉางเอ๋อร์แต่เหตุใดถึงมีคัมภีร์ของนางมากถึงสองหีบเล่าขอรับ” เสียงน้อย ๆเอ่ยไม่เต็มเสียงนัก ว่าจบก็เอียงตัวหลบฝ่ามือพิฆาตที่คาดว่าน่าจะตามมาเร็ว ๆ นี้
“เ้า! เ้ากระต่ายโง่นี่”เทพทู่เอ๋อเสินยกมือขึ้นกำลังจะเขกมะเหงกลงบนหัวน้อยๆ ของเด็กตรงหน้าทว่าไม่รู้์แกล้งหรืออย่างไรเท้าของเขาเกิดกระตุกขึ้นสะบัดถีบเ้าตัวบางจนลอยละลิ่วตกจากหน้าผาลงสู่ม่านน้ำตกเมฆา
“เฮ้ย!!! เยว่เยว่!”มือเรียวสวยเอื้อมคว้าเอาไว้ไม่ทันหูของเทพกระต่ายทู่เอ๋อเสินได้ยินเพียงเสียงเ้าตัวน้อยะโก้องน้ำกลับมา
“อาจารย์ท่านถีบข้าทำไม!!!...”
หลังจากที่ตื่นขึ้นมาได้ทู่สือเยว่ก็พบว่าเขาได้เข้ามาอยู่ในร่างที่มีชื่อแซ่เหมือนกันอีกทั้งหน้าตายังเหมือนกันอีก เขามึนงงอยู่ค่อนข้างนานจากเตียงไม้วิจิตรงดงามก็กลายเป็เตียงเรียบ ๆ มีฟูกหนาทำจากสิ่งใดเขาก็ไม่อาจล่วงรู้รู้เพียงว่าที่นอนขนห่านทองคำของเขาบนเขาพยับเมฆานั้นนุ่มกว่ามาก
เทพกระต่ายหนุ่มน้อยยกมือขึ้นลูบหูสีขาวสะอาดยาวๆ ทั้งสองข้างของตัวเองพลันยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ ก็ยังดีที่หูตามมาด้วยกระต่ายขาดหูไม่ได้หรอกนะ!
ตรวจดูอีกทีหยกแกะสลักร่างเสมือนจริงของเขาที่ตามมาด้วยมันอยู่ในช่องมิติบนข้อมือ อย่างน้อยในรูปแกะสลักก็ยังมีตั่งนุ่ม ๆ ให้นอน
แต่ทำไมที่นี่ถึงมีแต่กำแพงเล่าไม่เหมือนหุบเขาพยับเมฆา ห้องนอนของเขายังมีทัศนียภาพของสระมรกตให้ดูเลย
หรือว่านี่จะเป็โลกมนุษย์ที่ท่านอาจารย์เคยบอกนอกจากไร้รสนิยมแล้วมนุษย์ยังชอบอยู่ในที่คับแคบด้วย
“เสื้อผ้านี่ก็กระไร”นิ้วเรียวดุจลำเทียนหยิบจับเสื้อผ้าบนร่างกายของตนแล้วเบ้ปากไม่ชอบใจ
“ไม่สวยเลยสักกระผีกเดียว”เสียงหวานพึมพำ
เสื้อแขนยามมีกระดุมหน้ากับกางเกงผ้าเชยๆ เหมือนคนสิ้นคิด
ดวงตากลมโตกลอกขึ้นมองบนแล้วถอนหายใจออกมายาวเหยียด“เฮ้อ เฮ้อ เฮ้อออ...”
“ท่านอาจารยยย์...โลกมนุษย์ไม่เห็นจะน่าอยู่เลย ไร้สีสันเกินไปแล้ว ข้าอยากกลับภพเทพ...”
แต่ก็ทำไม่ได้อยู่ดีเขาไม่มีพลังมากขนาดนั้นเสียหน่อย ใบหน้าของเด็กหนุ่มมู่ทู่ลงร่างเพรียวบางลุกขึ้นยืนแล้วเดินที่ไปกระจกเพื่อมองสำรวจตัวเอง
กระจกบนโต๊ะเครื่องแป้งสะท้อนใบหน้าหวานของผู้ชายเพศแม่หรือที่เรียกว่าเกอ
“โอ้...นอกจากข้าจะเป็เทพกระต่ายแล้ว ข้ายังเป็กระต่ายเพศพิเศษอีกด้วยหรือกระต่ายที่เหนือกระต่ายทั้งปวง นี่มันโลกอะไรกัน แม้แต่ภพเทพและภพมารก็ยังทำไม่ได้”
“สานฝันของข้าที่สุด! ท่านอาจารย์ข้าไม่อยากกลับแล้ว เดี๋ยวข้าอยากกลับเมื่อไรข้าจะบอกใหม่ก็แล้วกันนะขอรับ”
“รูปร่างดีเหมือนข้าเลยเ้ามนุษย์ทู่สือเยว่” เทพกระต่ายตัวจ้อยยิ้มกริ่มพยักพเยิดกับตัวเองคุยคนเดียวเป็ตุเป็ตะ
“นี่ก็ใกล้จะรุ่งสางแล้วปกติพวกมนุษย์ทำอะไรกันนะ” หัวคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแล้วกดลงต่ำ มุมปากเหยียดออกด้วยอาการครุ่นคิด
“แต่เทพอย่างข้าหิวมากเลย เอ...อาหารมนุษย์ทำอย่างไรเล่า ข้าเคยกินแต่ผลไม้ทิพย์” ใบหน้าของเกอหนุ่มดำทรงมัลเล็ตเผยความยาก
ตุบ!!!
“อ๊ะ!”ดวงตากลมเบิกโต มองตำรากระดาษที่หล่นลงมาจากอากาศ ตำรากรรมวิธีการปรุงอาหารมนุษย์
ร่างเพรียวบางก้มลงหยิบตำราเล่มนั้นขึ้นมากอดแนบอก“โอ้... ์เมตตาข้าแล้ว ข้าไม่อดตายแล้ว” ดวงหน้าพริ้มเพราเงยขึ้นมองเพดานด้วยความปลื้มปริ่ม