เมื่อออกจากรั้วโรงแรม ร่างทั้งสองก็พากันเดินลัดเลาะไปตามทางเท้าในตัวเมืองที่เริ่มจะคึกคักขึ้นในคืนวันศุกร์แสงไฟนีออนหลากสีจากป้ายร้านค้าสาดส่องลงบนถนนที่เปียกชื้นเป็เงาสะท้อน
อั๋นสูดหายใจเข้าลึกได้กลิ่นหมูปิ้งและลูกชิ้นทอดที่ลอยปะปนมากับกลิ่นควันรถจางๆมันเป็กลิ่นอายของเมืองที่เขาไม่ได้ััมานาน
ไม่นานนักคนนำทางก็พาร่างสูงเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ที่ค่อนข้างจะลึกและเงียบสงบกว่าถนนสายหลักเสียงจอแจจากภายนอกพลันแ่เบาลงเหลือเพียงเสียงฝีเท้าของพวกเขาสองคนที่ดังกระทบพื้นก่อนจะมาหยุดยืนอยู่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง
มันเป็เพียงอาคารพาณิชย์สองคูหาที่ถูกดัดแปลงใหม่ด้านหน้ามีลานกว้าง มีรั้วอิฐสีแดงล้อมรอบมิดชิดและมีป้ายชื่อร้านตัวอักษรโลหะดีไซน์เก๋ๆ ยึดติดกับผนังด้านหนึ่ง
“ร้านนี้แหละพี่!”
อั๋นหยุดยืนแล้วชี้นิ้วไปด้านหน้าทางเข้าเขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“พี่ดูดิ นี่ขนาดหลบอยู่ในซอยลึกขนาดนี้ คนก็ยังอุตส่าห์ดั้นด้นมากันเยอะแยะ...ที่นี่นะนั่งชิลล์ๆ จะสั่งกับแกล้มอร่อยๆหรือจะเรียกเด็กดริ๊งก์มานั่งคุยเป็เพื่อนก็ได้หมด เพลงก็เป็ดนตรีสดฟังสบายๆไม่หนวกหูเหมือนร้านอื่น”
เด็กหนุ่มรีบพรีเซนต์ร้านอย่างเต็มที่ราวกับว่าตนเองเป็หุ้นส่วนคนสำคัญ
ร่างสูงที่ยืนฟังอยู่กอดอกมองสำรวจไปรอบๆอย่างพิจารณาก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองเห็นป้ายเมนูอาหารขนาดใหญ่ที่ตั้งโชว์อยู่หน้าร้าน
“เอ้า! แต่นี่มันร้านอาหารนี่กูก็นึกว่าเป็ร้านเหล้าเต็มตัวซะอีก”
เด็กหนุ่มยิ้มแหยๆ
“ก็...มันก็เป็ร้านอาหารนั่นแหละพี่แต่เขาก็นั่งดื่มกันได้ยาวๆ เจ๊เ้าของร้านแกคงจะมีวิธีของแกแหละน่าอย่าไปสนใจเลยพี่ เราเข้าไปข้างในกันก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวโต๊ะเต็ม”อั๋นพูดจบก็ถือวิสาสะคว้าต้นแขนเสื้อยีนของอีกฝ่ายแล้วดึงให้เดินตามเข้าไปในร้านด้วยกัน
ทันทีที่ทั้งสองก้าวเท้าพ้นประตูรั้วอิฐเข้าไปเสียงเพลง อะคูสติกฟังสบายๆ ที่คลอเบาๆจากลำโพงก็ดังขึ้นต้อนรับ พร้อมกับเสียงทักทายของพนักงานสาว
“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับค่ะ”
พนักงานเสิร์ฟอีกคนในชุดเดรสสีดำเรียบหรูก็รีบเดินตรงเข้ามาหาอั๋นเหลือบมองหน้าพนักงานเสิร์ฟสาวคนนั้นอย่างรวดเร็วก่อนจะลอบถอนหายใจโล่งอกในใจเมื่อเห็นว่าเป็ใบหน้าที่เขาไม่คุ้นเคย...
‘คงจะเป็พนักงานใหม่สินะ’ เขาคิดในใจ
‘ก็แหงล่ะ เราเลิกทำที่นี่ไปเป็ปีแล้วนี่!’
“ไม่ทราบว่าคุณลูกค้า้าจะนั่งโต๊ะไหนดีคะ”เสียงหวานๆ ของพนักงานเสิร์ฟสาวดังขึ้นเธอสบตากับเด่นและอั๋นสลับกันไปมาอย่างเป็มิตรก่อนที่สายตาของเธอจะหันไปหยุดอยู่ที่ร่างสูงของเด่นอีกครั้งแล้วส่งยิ้มหวานให้เป็พิเศษ
“ยังไงดีวะมึง” เสียงทุ้มๆ ของเด่นดังขึ้นเบาๆชิดใบหูของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนที่เขาจะใช้ศอกสะกิดแขนอีกฝ่ายเบาๆเป็การส่งสัญญาณให้ช่วยตัดสินใจ
อั๋นรีบกวาดสายตามองไปรอบๆ ร้านอีกครั้งบริเวณลานด้านหน้าและโซนชั้นหนึ่งส่วนใหญ่มีลูกค้านั่งอยู่จนเกือบจะเต็มทุกโต๊ะแล้ว
แสงไฟสีส้มอ่อนๆที่ประดับประดาอยู่ทั่วร้านทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและน่านั่งอย่างน่าประหลาดเขากวาดตามองลึกเข้าไปในส่วนด้านในก่อนจะมองขึ้นไปทางบันไดไม้ขัดมันที่ทอดตัวยาวไปยังชั้นสองและชั้นดาดฟ้าของร้าน
“พี่อยากจะนั่งฟังเพลงชิลล์ๆหรือว่าอยากจะนั่งคุยเงียบๆ ล่ะครับ” อั๋นหันไปกระซิบถามความเห็นของอีกฝ่ายเขาชี้มือไปยังโซนต่างๆ เพื่อให้ข้อมูล
“ถ้าอยากจะฟังเพลงดนตรีสดเพราะๆ รับลมเย็นๆบรรยากาศดีๆ ก็ต้องขึ้นไปชั้นดาดฟ้าเลยพี่ แต่ถ้าอยากจะนั่งฟังแค่เสียงเพลงคลอเบาๆคุยกันได้สะดวก ลานตรงนี้หรือว่าชั้นสองก็ได้”
“เออ กูยังไงก็ได้ทั้งนั้นแหละ”ร่างสูงตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก เขาเหลือบมองขึ้นไปชั้นบนตามคำแนะนำแวบหนึ่งก่อนจะยักไหล่
“มึงเป็คนเลือกร้านนี่มึงก็เลือกโต๊ะเลยดีกว่า กูตามใจมึง”
“งั้น...ผมขอนั่งชั้นดาดฟ้าดีกว่าครับพี่!”เมื่อได้รับสิทธิ์ในการตัดสินใจ เด็กหนุ่มก็เลือกในสิ่งที่ตัวเองชอบที่สุดในทันทีดวงตาของเขาเป็ประกายขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด
“ลมข้างบนมันน่าจะเย็นดี บรรยากาศสบายๆน่านั่งกว่าข้างล่างเยอะเลย” เขาหันไปบอกกับพนักงานสาวที่ยืนรออยู่ด้วยรอยยิ้ม
หญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยทันทีด้วยความประหลาดใจรอยยิ้มที่เป็มิตรเมื่อครู่ดูจะเจื่อนลงไปนิดๆ เธอเหลือบมองเด่นแวบหนึ่งก่อนจะหันมาพูดกับอั๋นด้วยน้ำเสียงที่ลังเล
“แต่ว่า...คุณลูกค้าคะ คือว่าชั้นดาดฟ้า...”พนักงานสาวกำลังจะอ้าปากอธิบายอะไรบางอย่าง แต่ทันใดนั้น…
“อ้าว! เ้าอั๋นเองเหรอ! ตายจริง!ไม่ได้เจอกันตั้งนาน!”
ยังไม่ทันที่พนักงานสาวจะได้ทันพูดจบประโยคดีเสียงหวานทุ้มอันเป็เอกลักษณ์ก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลังอย่างไม่คาดฝัน
คนที่ถูกเรียกชื่อหันขวับไปตามเสียงนั้นทันทีก่อนที่ใบหน้าของเขาจะพลันสว่างวาบขึ้นด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างดีใจสุดขีด
“อ้าว! เจ๊สวย! สวัสดีครับเจ๊!”เด็กหนุ่มรีบยิ้มทักทาย
“ไม่ได้เจอกันนาน…คิดถึงเจ๊ที่สุดเลยครับ!”
เขารีบเดินเข้าไปใกล้ร่างของหญิงสาวร่างท้วมในชุดเดรสรัดรูปเลื่อมสีดำที่กำลังยืนส่งยิ้มให้เขาอยู่เธอแต่งหน้าจัดจ้านและมีกลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายไปทั่ว
อั๋นยกมือขึ้นไหว้เธออย่างนอบน้อมก่อนจะโผเข้าไปสวมกอดเธออย่างสนิทสนมและคุ้นเคยตามประสาคนที่เคยร่วมงานและรู้ใจกันมาก่อน
เด่นที่ยืนอยู่ข้างๆรีบหันไปมองภาพการกระทำอันแสนจะเป็กันเองนั้นอย่างรวดเร็วคิ้วหนาของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวเขามองดูอั๋นที่กำลังหัวเราะคิกคักอยู่ในอ้อมแขนของสาวสองมีดูมีอายุคนนั้น...
จู่ๆ ความรู้สึกหงุดหงิดเล็กๆก็แล่นปราดขึ้นมาในใจอย่างไม่มีสาเหตุ
‘ไอ้เด็กบ้านี่...ถึงเนื้อถึงตัวคนเก่งจริงๆ’เขาคิดในใจ ก่อนที่ภาพในคืนที่พวกเขาดื่มด้วยกันจะซ้อนทับขึ้นมา...
ภาพที่อั๋นทำตัวสนิทสนมกับเขาไม่ต่างจากตอนนี้ความรู้สึกไม่พอใจนั้นยิ่งชัดเจนขึ้น จนเขาต้องรีบเบือนหน้าไปทางอื่นทำทีเป็ไม่สนใจ
“เจ๊ครับ วันนี้พวกผมกะว่าจะมาหาอะไรอร่อยๆกิน แล้วก็นั่งชิลล์ๆ กันสักหน่อยว่าแต่...ชั้นดาดฟ้ายังพอจะขึ้นไปนั่งได้อยู่รึเปล่าครับ อ้อ ลืมไป… ผมพาพี่ที่รู้จักมาเที่ยวด้วยคนหนึ่ง” เด็กหนุ่มผละออกจากอ้อมกอดอุ่นๆนั้น แต่ยังคงไม่ปล่อยมือจากแขนของเจ๊สวย เขาแนะนำเด่นให้รู้จัก
หลังจากนั้นสายตาคมกริบที่ถูกแต่งแต้มด้วยอายแชโดว์สีสวยของเจ๊เ้าของร้านก็ค่อยๆกวาดมองไปยังแขกคนใหม่ของร้านอย่างพินิจพิจารณา
สายตาของนางไล่ั้แ่รองเท้าบูทหนังมันวับขึ้นมาตามท่อนขาแกร่งภายใต้กางเกงยีน ผ่านแผงอกกว้างและ่ไหล่ที่ดูสมส่วนก่อนจะมาหยุดลงที่ใบหน้าอันหล่อเหลาคมคายนั้น...
ดวงตาของเธอพลันเปล่งประกายออกมาอย่างเห็นได้ชัดใบหน้าอวบยกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างพึงพอใจคล้ายกับนักสะสมที่ได้พบเจอของล้ำค่าที่ถูกใจ
ร่างสูงที่รับรู้ได้ถึงสายตาที่มองมานั้นก็ไม่ได้แสดงท่าทีประหม่าหรืออึดอัดใจแต่อย่างใดตรงกันข้าม เขากลับเดินเข้าไปกล่าวทักทายอย่างสุภาพและมั่นใจ
“สวัสดีครับพอดีผมเพิ่งจะเคยมาที่ร้านนี้เป็ครั้งแรกน่ะครับ” เด่นรีบเอ่ยทักทาย
“อ้อ! ดีเลยๆ มาถูกร้านแล้วรับรองที่นี่ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน!” เจ๊สวยฉีกยิ้มกว้างส่งเสียงให้ดังฟังชัดเธอหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี พลางเอื้อมมือไปตบต้นแขนแกร่งของเด่นเบาๆอย่างสนิทสนม
“ไปๆๆ ขึ้นไปหาที่นั่งบนชั้นดาดฟ้าได้เลยตอนนี้คนใกล้จะเต็มแล้ว! นังหนู พาพี่เขาขึ้นไป”
ประโยคหลังเจ๊สวยหันไปตวัดเสียงสั่งพนักงานเสิร์ฟสาวสวยที่ยังคงยืนถือป้ายเมนูรออยู่ข้างๆด้วยความงุนงง
“แต่ว่า...เจ๊คะ คือว่า...”หญิงสาวพนักงานทำท่าจะแย้งขึ้นเธอเหลือบมองไปที่อั๋นสลับกับเด่นด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความลังเลใจราวกับจะสื่อถึงกฎระเบียบบางอย่างของโซนดาดฟ้าที่ไม่อาจจะบอกออกมาตรงๆ ได้
“เอาน่า! ไม่ต้องพูดแล้ว!” เจ๊สวยโบกมือปัดๆอย่างไม่ใส่ใจในคำท้วงนั้น
“เ้าอั๋นมันเคยทำงานอยู่ที่นี่มาก่อนมันรู้เื่ดี ไปๆๆ รีบพาแขกขึ้นไปได้แล้ว!”เจ๊เ้าของร้านหันกลับมายิ้มหวานหยดให้เด่นกับอั๋นอีกครั้งเป็การส่งท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินนวยนาดไปดูแลแขกคนอื่นๆ
“ถ้างั้น...เชิญคุณลูกค้าทั้งสองท่านเดินตามมาทางนี้ได้เลยค่ะ”พนักงานสาวแม้จะยังมีสีหน้างุนงงแต่เมื่อเ้านายใหญ่ของร้านออกคำสั่งมาเช่นนี้แล้วเธอก็ทำได้เพียงแค่รีบผายมือเชื้อเชิญให้แขกคนพิเศษทั้งสองให้เดินตามไปยังบันไดที่ทอดตัวขึ้นไปสู่ชั้นบนของร้าน...