King Class Away ทำยังไงไม่ให้ติดห้องคิง

    EP1: ค่าเข้าใกล้ 85%

    29 มีค. 7:15น.

    รถของพ่อค่อย ๆ ขยับฝ่ารถที่โคตรติดเข้าใกล้ปากซอยโรงเรียนที่ผมไม่คุ้นเคย นักเรียนเยอะแยะในชุดเครื่องแบบต่าง ๆ เต็มไปหมดเพราะวันนี้เป็๲วันสอบเข้าม.4 ถึงจะเคยมาครั้งหนึ่งตอนสมัครสอบสัปดาห์ที่แล้ว แต่วันนี้มันเครียดและอึดอัดชิบเป๋ง พ่อบ่นกดดันเข้าไปอีก
    “จะสายแล้วเนี่ย รถติดมากเลย ขนาดเผื่อเวลาแล้วนะ สอบกี่โมงนะพัต? ”
    “9 โมงครับพ่อ”
    พ่อถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วเริ่มบ่นต่อ “พัตลูกดูไว้ พวกนี้คู่แข่งทั้งนั้น จำไว้นะสายวิทย์-คณิตเขารับแค่ 15 คน”
    ผมได้แต่ตอบเบา ๆ ว่าครับ โรงเรียนรับเด็กม.4 จากภายนอกจำนวนไม่มากเพราะมีเด็กม.3 ภายในโรงเรียนขึ้นม.4 อยู่แล้ว การแข่งขันจึงสูงมาก
    “เอกสารครบแล้วนะ? เช็คหรือยัง? บัตรประจำตัว บัตรประชาชน ใบคะแนน O-Net ดินสอ ยางลบ” พ่อย้ำเป็๲รอบที่สาม
    ยิ่งเข้าใกล้ปากซอยโรงเรียนรถก็ยิ่งติด “พ่อว่าลูกลงเดินไปเองละกัน ดีไหม? ” ผมได้แต่ขานครับ

    คำว่า “ดีไหม” ของพ่อไม่เคยตอบอย่างอื่นได้ ขืนพูดอะไรตอบไปมากกว่านี้มีแต่จะโดนบ่นเพิ่มอีก ใจผมก็อยากลงรถก่อนจะเครียดมากไปกว่านี้เดี๋ยวความรู้ที่ติวมาจะหายหมด
    “เดี๋ยวพ่อชิดซ้ายจอดให้ ดูด้านหลังให้ดีก่อนเปิดประตูนะ สอบเสร็จโทรบอกพ่อด้วย”
    ก่อนผมจอดประตูลงจากรถ พ่อออกคำสั่งชุดสุดท้าย “ตั้งใจสอบนะ ทวนซิจำอะไรที่พ่อสั่งได้บ้าง? ”
    “ต้องได้สายวิทย์-คณิตครับ”
    “อะไรอีก? ”
    “ต...ต้องได้ห้องคิง”
    “อะไรอีก? อันนี้สำคัญมากนะ! ”
    “ถ...ถ้าเจอคุณครูบิ๊วห้ามทักเด็ดขาด”

    ผมเดินตามกระแสคนเลี้ยวเข้าซอยโรงเรียนที่เคยมาสมัครสอบ เกือบตายคารถพ่อแล้วตรู แต่ความเครียดยังรออีกเยอะจนกว่าจะสอบเข้าม.4 เสร็จ รู้สึกเหมือนหนังสายลับชิบเป๋ง ถ้าเจอคุณครูบิ๊วจะทำแบบคนไม่รู้จักกันได้ไหมฟระ อันที่จริงผมอยากเจอครูนะแต่…


    “น้องพัตทำได้ 98% แบบนี้ครูสบายใจละ ได้ห้องคิงแน่ ๆ ครับ”
    ครูบิ๊วเช็คคะแนนเทสต์อันสุดท้ายบนจอคอมในห้องผมแล้วหันมายิ้มจนตาเกือบปิด ครูเพิ่ง 34 เหมือนเป็๞พี่มากกว่าคุณครู
    “อาทิตย์หน้าจะสอบละ น้องพัตทำได้แน่ครับ” ครูยิ้มบาง ๆ ด้วยความดีใจ (หรือไม่ก็โล่งอกที่ติวจบซะที ผมว่าครูเองก็กลัวพ่อผมพอ ๆ กันแหละ)
    “ครับ” ผมตอบเบา ๆ ความเครียดตลอดการติว 3 เดือนจบแล้ว มั่นใจว่าสอบเข้าได้แน่ ๆ
    ครูบิ๊วหันมองประตูห้องแวบนึงแล้วยื่นหน้าเข้ามากระซิบ ใกล้จนรู้สึกความอบอุ่น “ถ้าได้ห้องคิง ครูจะซื้อเกม Switch ให้ตามสัญญานะ”
    ...คำพูดของครูเป็๞สิ่งเดียวที่ทำให้ใจชื้นขึ้น...


    เสียงคนสองคนกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาจากข้างหลัง
    “เฮ้ย! ไอ้บอม สอบกี่โมงวะ? ”
    “กูจำไม่ได้! ”
    “ฉิบหายแล้ว ๆ กินข้าวทันมั้ยวะ!”
    “ไอ้เหี้ย! ไปดูห้องสอบก่อนแล้วค่อยหาข้าวกิน! ” คนทางขวาหันมาตะคอกเพื่อนจนชนเข้ากับพัตเต็ม ๆ
    “ฮ...เฮ้ย! ขอโทษที! เราไม่ได้ตั้งใจ! นายเป็๞อะไรมั้ย?”
    “เอ่อ...ไม่เป็๞ไรครับ” ผมตอบไป เขาหันมาหัวเราะแหะ ๆ หน้าเกลี้ยงผิวสีน้ำตาลอ่อนผมสั้นคิ้วเข้มนั่นทำผมชะงักไปแว่บนึง
    “เข้าสอบ 9 โมงน่ะครับ ยังมีเวลานะ” ผมตอบให้คนแปลกหน้า
    “อ้อเหรอ! เออ งั้นไม่ต้องวิ่งละ นายก็มาสอบเหมือนกันเหรอ?” คนชื่อบอมถาม
    “ครับ”
    “ดี ๆ งั้นไปด้วยกันนะ ถ้าหลงก็หลงกันทั้งสามคนนี่แหละ” คนทางซ้ายพูดพลางหัวเราะ
    “ปากไม่มงคล มึงหลงไปคนเดียวเหอะไอ้สน พวกกูไม่พลาดตามมึงหรอก” บอมเอื้อมมือผ่านไหล่ผมไปผลักหัวเพื่อน
    พวกเราสามคนเดินผ่านประตูโรงเรียน ยกมือไหว้ศาลอะไร ๆ ทั้งซ้ายขวาเอาฤกษ์ไว้ก่อน แล้วดูกระดานประกาศห้องสอบที่สนามกลางโรงเรียน

    “กูได้ห้อง 132 ตึก 1 ชั้น 3 ว่ะ” สนพูด
    “สาด นี่เพื่อนใหม่อยู่ด้วยนะมึง พูดสุภาพสิครับ” บอมตบแขนเพื่อน
    “แล้วมึงสุภาพ?”
    “กูพูดครับ”
    “สรรพนามพ่อขุนรามของมึงสุภาพตรงไหนวะครับคุณบอม เพื่อนใหม่เค้าคุณหนูนะครับ” สนชี้กางเกงสีน้ำเงินของผม
    “พูดปกติก็ได้ครับ เราชื่อพัต”
    “เราบอมครับ”
    “เราสน ชื่อเต็มชื่อใบสนแต่ชื่อน่ารักเกิน เรียกสนก็พอ”
    “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ บอม สน เราได้ห้อง 136”
    “เราก็ห้องเดียวกัน” บอมชี้กระดาษบนกระดาน
    “งั้นไปเดินหาห้องสอบให้สบายใจก่อนแล้วไปหาข้าวกินกัน” ทุกคนพยักหน้า 
    สองคนในชุดเครื่องแบบนักเรียนกางเกงสีน้ำตาลนี้ดูสนิทกันจัง

    พอหาห้องสอบเจอพวกเราก็เลือกนั่งรอตรงระเบียงใกล้ ๆ ที่ยังพอว่างอยู่ คนที่มาสอบต่างนั่งอ่านกันหน้าดำคร่ำเคร่ง ความเครียดก่อนหน้านี้ที่หายไปหมดเริ่มกลับมาอีกแล้ว
    “เชรี่ย! กดดันว้อย แดกข้าวไม่ลงละ” สนกับบอมบ่นแล้วหยิบตำราออกมาอ่าน
    “จริง ๆ อ่านตอนนี้ก็ไม่เข้าหัวหรอกครับ นั่งสมาธิดีกว่านะ” ผมบอก
    “จริงอ่ะ? ”
    “จริงดิ” ผมเปิดกระเป๋าเช็คถุงเครื่องเขียนให้สบายใจแล้วนั่งสมาธิหลับตาตามที่คุณครูบิ๊วสอน
    “แต่ทำใจยากนะ เราไม่ค่อยเก่งด้วย”
    ผมเหลือบตามองบอม หน้าเขาเวลาขมวดคิ้วโคตรน่ารักเลยว้อย กลิ่นหอมจาง ๆ เวลาอยู่ใกล้นี่รู้สึกดีจัง

    “บอมเคยลองทำข้อสอบเก่ามั้ยครับ?”
    “เคย ได้ 80%”
    “เราได้ 73.6%” สนตอบบ้าง
    “งั้นไม่ต้องกังวลหรอก 70% ก็ติดแล้ว คุณครูบิ๊...” ผมหยุดคำพูด เกือบหลุดปากเ๹ื่๪๫ที่ครูบิ๊วบอก

    “คะแนนต่ำสุดปีนี้ที่ประเมินไว้คือ 78%สำหรับสายวิทย์  70%สำหรับสายศิลป์
    85% คือต่ำสุดที่จะเข้าห้องควีน ถ้าห้องคิงต่ำสุดคือ 90% ยังไงน้องพัตก็ได้แน่ครับ”


    “ค...ครูแนะแนวที่โรงเรียนเก่าเราบอกน่ะครับ”
    “เหรอ ฟังแล้วอุ่นใจขึ้น ขอบใจนะครับพัต”

    85% คือต่ำสุดที่จะเข้าห้องควีน คำนี้วนในหัวผม เดิมทีผมไม่เคยสนใจเกณฑ์คาดเดาต่ำสุดของห้องควีนเพราะพ่อย้ำทุกครั้งว่าต้องเป็๞ห้องคิงเท่านั้น...แต่...ความคิดบางอย่างกำลังก่อตัว บางอย่างที่ทำให้อกผมบีบรัด


    ข้อนี้ใครตอบผิดจะให้กินบอระเพ็ด
    ทำไมทำคะแนนได้น้อยกว่าห้องปกติ ไปวิ่งรอบสนาม 5 รอบ
    85% คือต่ำสุดที่จะเข้าห้องควีน


    “พัต นายเป็๲อะไรวะ? ทำหน้าน่ากลัว” สนถาม
    “เราขอไปห้องน้ำก่อนนะครับ” ผมลุกออกไป

    พวกเธอตอบปัญหาวิชาการแพ้เด็กห้องโน้นได้ไง วันนี้อดข้าวนะ
    อย่าขี้แยนะ จะเก่งก็ต้องแบบนี้แหละ


    ผมล้างหน้าอีกที ใกล้เวลาสอบแล้ว ผมรีบเดินกลับมาหน้าห้องสอบเจอบอมนั่งคนเดียว
    “พัตไปนานจัง สนมันไปเข้าห้องสอบแล้วนะ นายไม่สบายหรือเปล่า? ”
    “ป...เปล่าหรอก เราสบายดีครับ เตรียมตัวเข้าห้องสอบกันเหอะ”  ผมเปิดกระเป๋าหยิบถุงเครื่องเขี…..เฮ้ย!!!
    “บอม เห็นถุงดินสอของเรามั้ย?”
    “นายถือไปห้องน้ำไง”
    “แย่แล้ว!” นี่ผมใจลอยขนาดนั้นเลยเรอะ! ผมรีบวิ่งไปห้องน้ำแต่บอมจับแขนไว้
    “พัตกลับไปหาของตอนนี้ไม่ทันหรอก ครูเรียกเข้าห้องสอบแล้วนะ” บอมยื่นซองดินสอกบเหลายางลบมาให้
    “เอานี่ไปละกัน เราเตรียมมาเยอะ”
    “ข...ขอบใจนะครับบอม”
    “เพื่อนกันน่า”

    หลังจากเข้าห้องสอบและแยกไปนั่งประจำที่ บอมก็หันมายิ้มให้ผมอีกครั้ง คุณครูผู้คุมสอบแจกกระดาษคำตอบตามด้วยข้อสอบวิชาเลข ทำให้สมาธิที่กระเจิดกระเจิงกลับมาได้ ข้อสอบไม่ยากแฮะทำให้ผมมีเวลาชำเลืองมองบอมได้บ้าง เขาดูใกล้มากทั้งที่นั่งห่างไปครึ่งห้อง ผมสั้นกับต้นคอผิวสีน้ำตาลอ่อน เสื้อนักเรียนสีขาวกับไหล่กว้างนั่น

    “เราก็ห้องเดียวกัน” รอยยิ้มของเขาตอนชี้กระดาน

    ผมทำข้อสอบเสร็จแล้ว ยังเหลือเวลาอีก 20 นาทีสำหรับทบทวนซ้ำ
    ตอบได้ 49 ข้อ ไม่มั่นใจ 1 ข้อ
    มันคือ 98% ...หัวใจบีบรัดแน่นอีกครั้ง ผมมองก้อนยางลบ…


    “เชรี่ยเอ๊ย! โคตรยากเลยทั้งสองวิชา” สนบ่นพลางเดินนำไปโรงอาหาร
    “พัตทำได้ไหมอ่ะ? ”
    “ก็...ก็พอทำได้ครับ”
    “เฮ้อ! อีกสามวิชาพวกกูจะรอดไหม ยังไงเราขอดูดซึมความรู้นายบ้างนะ” สนเกาะแขนแล้วซุกหน้าเข้าซอกคอ
    “โอ๊ย! อย่าาา! จั๊กจี้! ”
    “โรงอาหารคนเยอะมากเลย สั่งอะไรยังไงดีล่ะเนี่ย เราไม่รู้จักโรงเรียนนี้อ่ะ”
    “แยกกันไปเหอะจะได้กินเร็วหน่อย เราอยากนั่งอ่านภาษาอังกฤษ ได้ข้าวแล้วกลับมารวมกันที่โต๊ะนี้นะ”

    “พัตชอบข้าวหมกไก่เหรอ? ” บอมมองจานผมหลังกลับมานั่งรวมกัน
    “เปล่า เราชอบก๋วยเตี๋ยวอ่ะ แต่คนเยอะขนาดนี้มีโอกาสสูงที่เราจะโดนชนแล้วหกใส่เสื้อจะลำบากตอนสอบตอนบ่าย”
    “เชร้ดดดด! นี่นายวิเคราะห์ทุกอย่างแบบนี้หมดเลยเหรอ? ”
    “ก็แค่กันไว้ก่อนน่ะครับ สนไม่แน่ใจตรงไหนในวิชาภาษาอังกฤษก็ถามเราได้นะ เผื่อเรารู้”
    “เรายังงงเ๹ื่๪๫ Past perfect ถูกกระทำ เติม ing อะไรเนี่ย เขียนทีไรผิดทุกที”
    “สนเรียงแบบนี้นะครับ Per-Con-Pass คือ tense เสริมสามตัวนี้จะเรียงตามลำดับแบบนี้เสมอ Perfect , Continuous, Passive ท่องประโยคนี้นะ I have been being told...” ฉันถูกบอกเล่ามาเสมอว่า
    “เอ้อ เทคนิคนี้เข้าใจง่ายดีแฮะ”

    บอมกับสนถามอีกหลายข้อ ผมดีใจที่ช่วยให้เพื่อนใหม่ลดความกังวลลงได้ บอมเวลาขมวดคิ้วก็น่ารักแล้ว แต่เวลาเขายิ้มออกนี่น่ารักกว่าเดิมล้านเท่า ผมเหลือบตามองชื่อจริงของบอมที่ปักบนอกเสื้อ ศรุต บูรณาวิทย์  คือตั้งใจแค่อยากรู้ชื่อเท่านั้นจริง ๆ นะ แต่ทำไมรู้สึกเขิน ใจเต้นแรงเหมือนกำลังลวนลามหน้าอกเขา บอมเงยหน้าจากจานข้าวขึ้นมาพอดี ผมรีบหลบตา
    “ใกล้เวลาเข้าสอบวิชาที่ 3 แล้ว ขึ้นห้องกันเถอะ” ผมพูด
    “แล้ววันประกาศผลมาเจอกันไหม? ถ้าติดกันทุกคนนี่ไปฉลองกันเถอะ” สนพูดเพราะสอบยาวติดกันสามวิชา ตอนเลิกอาจไม่ได้เจอเพื่อนใหม่คนนี้อีกแล้ว
    “เรายังไม่รู้จะมาดูตอนกี่โมงน่ะครับ”
    “เรารอ มาดูด้วยกันเหอะ” บอมพูดแบบหน้าตาจริงจังมาก
    “เรามีธุระจริง ๆ ”
    “แอดมานะพัต เดี๋ยววันนั้นเราโทรหา”

    เข้าห้องสอบอีกครั้ง ผมมองบอมจากด้านหลัง ขอให้บอมกับสนทำคะแนนได้เยอะ ๆ สอบติดที่นี่ด้วยกันนะ ผมหวังว่าจะได้เจอพวกเขาอีก


    วิชาสุดท้ายภาษาอังกฤษผมทำจนวินาทีสุดท้าย เป็๲การทำข้อสอบที่ยากที่สุดในชีวิตผมเลย พอออกมาก็ไม่เจอบอมกับสนแล้ว ใจมันโหวง ๆ เหมือนผมจะไม่ได้พบพวกเขาสองคนอีกแล้ว ผมยังไม่ได้คืนดินสอยางลบกบเหลาให้บอมเลย

    ผมเปิดเครื่องมือถือแล้วโทรหาพ่อให้มารับ
    “ทำได้ไหมพัต? ” ประโยคแรกที่เดาได้ไม่ผิดเลย
    “ยากกว่าที่คิดครับ”
    “เหมือนเทสต์ที่ครูบิ๊วให้เราทำไหม?”
    “......”
    “พ่อหมายถึงครูเค้าเก็งข้อสอบตรงไหม?”
    “ไม่ค่อยเหมือนครับ”

    กลับถึงบ้านผมกินข้าวอาบน้ำเข้านอนทันที
    “เหมือนเทสต์ที่ครูบิ๊วให้เราทำไหม?” บางอย่างสะท้อนในอก พ่อคิดว่าจ้างครูบิ๊วมาช่วยโกงสอบให้เราเหรอ
    ผมเปิดไลน์มีแต่เพื่อนที่โรงเรียนเก่าทักมา
    เอ็ม: สู้ ๆ นะเว้ยไอ้พัต
    โต้ง: พัตสอบยากป่ะวะ
    โต้ง: กลับมาได้นะเว้ย


    ครูบิ๊วไม่ส่งข้อความอะไรมาเลย ผมเลื่อนดูข้อความของบอม มีแค่สติ๊กเกอร์ที่เขาส่งมาตอนแอดกันตอนเที่ยง
    “ถึงบ้านยัง?   พิมพ์หาบอมแบบนี้ดีเปล่าวะ
    “ข้อสอบยากเนอะ”  โอ๊ยไม่อยากพูดเ๱ื่๵๹สอบแล้ว
    “อาบน้ำยัง?”  ฟังดูหื่นไปป่ะวะ
    “นอนยัง อยากคุย”  ดูเหมือนตั้งใจจีบเหี้ย ๆ
    “ชื่อนายเพราะนะ ศรุต”  stalker โรคจิตชัด ๆ ไอ้พัตเอ๊ย