วันนี้เถาฮวาเหลยจะเข้าไปในเมืองเพื่อระบายของอีกรอบ แต่ไม่ได้มีเพียงหน่อไม้ดองในน้ำซุปเท่านั้นยังมีกระเทียมดองเขียวอีกด้วยซึ่งตอนนี้ในมิติของเธออัดแน่นไปด้วยของทั้งสองอย่างนี้
“วันนี้ฉันจะเข้าไปในเมืองนะคะ”เถาฮวาเหลยบอกสามีในขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งกินมื้อเช้าด้วยกัน
“ครับ” กู่เซียวจ้านได้แต่พยักหน้ารับรู้เนื่องจากเมื่อคืนภรรยาให้ค่าจ้างไปเรียบร้อยแล้ว เช้านี้จึงพูดอะไรมากไม่ได้แม้อยากจะให้เธอรอเขาหน่อยก็ตาม
“วันนี้อาจจะช้าหน่อยนะคะ” เพราะของในมิติมีค่อยข้างเยอะจากครั้งก่อนคาดว่าอาจจะต้องใช้เวลาทั้งวันในการระบาย
“ทำไมล่ะครับ?” กู่เซียวจ้านขมวดคิ้วทันที เมื่อคืนเธอบอกเขาว่าจะเข้าไปในเมืองแต่ไม่ได้บอกว่าจะไปทั้งวัน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ตอบตกลงอย่างง่ายดาย
“ต้องซื้อของหลายอย่างน่ะค่ะ พูดเผื่อเอาไว้ก่อนกลัวว่าจะมีคนเอาไปรายงาน”ชายหนุ่มเข้าใจที่ภรรยาพูดในทันที
“ดูแลตัวเองด้วยนะครับ เป็ผู้หญิงออกข้างนอกคนเดียวไม่ปลอดภัย เสี่ยงต่อการตรวจสอบด้วย”
“ทราบค่ะ ฉันพกทะเบียนสมรส พร้อมทั้งหนังสือยืนยันตัวตนตลอด คุณไม่ต้องห่วงหรอก”เถาฮวาเหลยพูดให้สามีมั่นใจ
“ผมอาจจะต้องได้ไปอบรมที่ในมณฑล แต่คำสั่งยังมาไม่ถึง อาจจะต้องไปหลายวันในวันหยุดครั้งหน้าผมจะพาเข้าไปซื้อของมาตุนเอาไว้นะครับ”กู่เซียวจ้านเล่าให้ภรรยาฟัง ตอนนี้ยังเป็เพียงข่าวลือ แต่ทางประธานกรรมการก็ยืนยันกับเขามาแล้วรอเพียงหนังสือมาถึงหมู่บ้านเท่านั้น
“ตกลงค่ะ” เถาฮวาเหลยไม่พูดพร่ำ หลังจากที่สามีออกไปทำงานที่ทุ่งนา เธอก็ให้อาหารหมูเผื่อเอาไว้สำหรับมื้อกลางวันด้วยเลยไม่อยากจะห่วงหน้าพะวงหลัง จัดการให้เสร็จๆไปเลยทีเดียว
่นี้ต้องบอกว่าสองสามีภรรยาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขมากเพราะไม่มีคนจากบ้านใหญ่มาหาเื่ ซึ่งฟังดูเหมือนจะเป็เื่ดี แต่ก็ไม่รู้ว่าะเิจะลงมาเมื่อไหร่
เมื่อไปถึงตลาดมืดลูกค้าเก่าที่เคยซื้อไปเมื่อครั้งก่อนจำได้ ก็เดินเข้ามาถามซื้อโดยไม่ต้องไปเสนอขายให้เหนื่อยมีหนึ่งก็ต้องมีสองสามสี่ตามมาเรื่อยๆ เหมือนปากต่อปาก จากนั้นก็มีคนมาถามซื้อไม่ขาดเรียกได้ว่าขายดีเป็เทน้ำเทท่่าเลยก็ว่าได้ ยุคนี้เครื่องปรุงค่อนข้างขาดแคลนโดยเฉพาะเกลือที่มีค่ามากกว่าทองคำเมื่อได้ลิ้มลองรสอาหารที่ถูกปากจึงยอมควักเงินจ่ายอีกทั้งราคายังสมน้ำสมเนื้อขายเพียงชั่งละ 5เหมาเท่านั้น
บ่ายอ่อนๆเถาฮวาเหลยก็ขายของในมิติจนหมดเกลี้ยง ขากลับเธอซื้อลิ้นจี่กลับไปด้วย 2 ชั่ง ราคาขูดเืขูดเนื้อน่าดู เพราะเธอซื้อมาราคาชั่งละ1 หยวน แต่เพื่อสุขภาพที่ดีจึงยอมจ่าย
ครั้งนี้หญิงสาวเหมือนมีประสบการณ์ในการขายมากขึ้นนอกจากเงินแล้ว เธอได้ยังคูปองเป็การจ่ายแทนเงินสดอีกด้วยแต่ก็ใช่ว่าจะมีมากเท่าไหร่นัก เพราะหากพวกเขาเ่าั้มีคูปอง ก็คงไม่มาซื้อของราคาแพงที่ตลาดมืดแห่งนี้ฟังดูอาจจะไม่สมเหตุสมผลที่จะหาคูปองตามตลาดมืด
“พี่สาวสนใจคูปองอุตสาหกรรมหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มอายุน่าจะราวๆ 15-16เดินมาข้างๆพร้อมทั้งเอ่ยถามขึ้น
“น้องชายพูดเล่นหรือพูดจริง?” เถาฮวาเหลยหยุดถามเพื่อความแน่ใจคูปองอุตสาหกรรมเชียวนะ ใครจะเอามาเร่ขายกัน
“ไม่ใช่แค่คูปองอุตสาหกรรมนะครับ คูปองอย่างอื่นก็มี” ชายหนุ่มตอบออกไปเขามั่นใจว่าพี่สาวคนสวยคนนี้้าคูปองอย่างแน่นอนเพราะเขาเฝ้าสังเกตเธอมาสักพักแล้วเธอมักจะพูดกับลูกค้าว่าถ้ามีคูปองก็สามารถเอามาแลกได้นั่นเป็เื่ที่น่าขำสำหรับเขาในวันนี้แล้ว
“เธอมีคูปองซื้อพวกอุปกรณ์ก่อสร้างหรือไม่ ถ้ามีพี่เหมาหมดเลย”เฮาฮวาเหลยไม่รู้ว่าสร้างบ้านหนึ่งหลังต้องใช้คูปองเท่าไหร่หากมีมากครั้งหน้าเอามาขายก็ไม่เสียหายอะไร
“ไอหยา มีเยอะมากๆ ่นี้ไม่มีใครเขาสร้างบ้านกันเท่าไหร่หรอกครับเขามักจะเก็บเงินสดไว้กับตัวมากกว่า” ชายหนุ่มพูดขึ้น ข้าวยากหมากแพงแบบนี้ ใครจะมีเงินไปสร้างบ้านกัน
“ถ้าอย่างนั้นแบ่งขายให้พี่ได้หรือไม่ นายมีอยู่เท่าไหร่”เถาฮวาเหลยยังค่อยเข้าใจระบบคูปองเท่าไหร่ไม่รู้ว่ามันใช้ยังไงจึงถามแบบกลางเอาไว้ก่อน
“ผมมีอยู่ ราวๆ 50 ใบ ขายใบละ 5 เหมา” ชายหนุ่มตั้งใจจะฟันราคาจากพี่สาวคนสวยแสนซื่อคนนี้เพราะเห็นว่าเธอขายของดีเป็เทน้ำเทท่่า
“ฉันไม่แปลกใจเท่าไหร่ทำไมนายถึงขายพวกมันไม่ออก ฉันไปล่ะ”เถาฮวาเหลยถึงแม้จะเป็คนซื่อ แต่เธอก็ไม่ได้โง่ถึงขนาดดูไม่ออกว่าราคามันไม่น่าจะสูงมากถึงขนาดนั้นเพราะหากเื่ที่เขาพูดคือเื่จริงก็แสดงว่าคูปองก่อสร้างพวกนี้ก็ไม่น่าจะเป็ที่้าเท่าไหร่ ราคาตั้ง 5 เหมาเอาไปซื้อลิ้นจี่กินยังจะดีเสียกว่า
“อะ ดะ เดี๋ยวก่อนพี่สาว ผมแค่ล้อเล่นเท่านั้นแหละครับ คูปองพวกนี้ขายใบละ 2เหมาพี่คิดว่าไง” ชายหนุ่มกำลังจะเสียเหยื่อคนสำคัญไปมีหรือที่เขาจะปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ
“1เหมา เอาก็เอา ไม่เอาก็ไปเร่ขายที่อื่น ฉันไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น”ตอนนี้เป็เวลาบ่ายแก่แล้ว เธอต้องกลับไปให้ทันเวลาทำอาหารมื้อเย็นไหนจะลูกหมูสุดแสนอ้วนพีของเธอทั้งสองตัวนั่นอีก
“ก็ได้ๆ เหมาเดียวก็เหมาเดียว ขี้งกชะมัด” ชายหนุ่มบ่นกระปอดกระแปด แต่มือยังคงนับคูปองตรวจเช็กเพื่อความแน่ใจ
“พูดง่ายๆจะได้ขายคล่องๆ” เถาฮวาเหลยตบบ่าชายหนุ่มเบาๆ
“หึ ทั้งหมดมี 50 ใบครับ”
“อ่ะ 5 หยวน” เถาฮวาเหลยไม่ได้นับซ้ำเพราะระหว่างที่หนุ่มน้อยคนนี้นับเธอก็นับในใจกับเขาด้วย
“ขอบคุณครับพี่ อ่ะ ผมแถมคูปองซื้อของจากร้านค้าสหกรณ์ให้พี่ 1 ใบ” เด็กหนุ่มรับเงินมา จากนั้นก็เดินจากไปอย่างอารมณ์ดี
เถาฮวาเหลยรับคูปองมาด้วยมืออันสั่นเทาเธอเสียเงินไปตั้ง 5 หยวนเชียวนะแต่เมื่อคิดถึงรายได้สำหรับวันนี้ กลับทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นมาอีกครั้งเพราะวันนี้หญิงสาวขายหน่อไม้ รวมทั้งกระเทียมดองเขียวได้เงินมาทั้งหมด 150หยวน ช่างมีความสุขอะไรเช่นนี้ ตอนนี้เงินในมิติเธอมีทั้งหมด 610หยวน หลังจากหักค่าใช้จ่ายยิบย่อย ไม่รู้ว่าเงินเท่านี้จะสร้างบ้านได้หรือยังอาจจะต้องถามสามี หากเป็ไปได้เธอก็อยากจะมีบ้านก่อนที่หิมะจะมาถึงซึ่งเหลือเวลาราวๆ6 เดือน
ก่อนกลับก็แวะดูของในร้านค้าสหกรณ์ได้น้ำผึ้งเดือนห้ามา 1 ไห สุดแสนจะราคาแพง
ก่อนจะถึงบ้านหญิงสาวดึงเอาลิ้นจี่ออกมาจากในมิติแต่ไม่ได้เอาออกมาทั้งหมด เอาออกมาเพียง 1 ชั่งเท่านั้นนอกจากนั้นยังเอาเนื้อหมูออกมาจากในมิติด้วยตั้งใจว่าจะทำหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงเป็อาหารจานเนื้อให้กับสามี่นี้เขาใช้แรงงานหนักมาจริงๆ
เมื่อกลับถึงบ้านก็จัดการล้างเล้าหมูพร้อมทั้งอาบน้ำให้ลูกหมูด้วย จัดการรดน้ำผัก แม้จะเป็ชีวิตที่เรียบง่าย แต่ก็มีความสุขอย่างไม่เคยมีมาก่อนเช่นเดียวกัน
เถาฮวาเหลยตั้งใจทำอาหารสุดฝีมือนอกจากสามชั้นตุ๋นน้ำแดงแล้ว ยังมีมะเขือเทศผัดไข่ และเมนูโปรดของเธอเลยก็คือผัดมันฝรั่งอาหารเพียงแค่3 อย่างก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับกิน2 คน ไม่ลืมที่จะทำสามชั้นตุ๋นน้ำแดงเผื่อพ่อแม่สามีด้วย
“หอมจังเลยครับ” กู่เซียวจ้านแอบย่องเข้ามาในครัวจากนั้นก็โอบกอดภรรยาจากทางด้านหลัง ในขณะที่เธอกำลังผัดมันฝรั่งอย่างตั้งใจ
“ไอหยา…ใหมดเลยค่ะ” หญิงสาวยังคงผัดอาหารที่อยู่ในกระทะต่อไปแต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากไล่สามี เพราะเธอก็รู้สึกดีไม่น้อยเช่นเดียวกัน
“วันนี้ผมจะลองชวนพ่อแม่มากินข้าวที่บ้านเรานะครับ”กู่เซียวจ้านเห็นอาหารจำนวนมากก็พอจะเดาได้ว่าภรรยาน่าจะทำเผื่อพ่อแม่ของเขาด้วย
“ตามใจคุณเถอะค่ะ” เถาฮวาเหลยไม่ได้ว่าอะไร
เธอไม่ได้โกรธหรือเกลียดพ่อแม่สามีที่ทำไม่ดีกับเธอหากจะบอกว่าผ่านร้อนผ่านหนาวมามากก็คงจะไม่แปลกในการทำงานเื่แก่งแย่งชิงดีมีมาทุกวัน อยู่ที่ว่าใครจะเอาตัวรอดอย่างไรสำหรับเธอแล้วขอเลี่ยงที่จะมีเื่ เพราะมองว่ามันได้ไม่คุ้มเสียคนไม่สู้ไม่ใช่ว่าเขาอ่อนแอ แต่เขาเลือกที่จะสู้ใน่เวลาที่เหมาะสมมากกว่า
หญิงสาวเข้ามาอยู่ในร่างนี้ความทรงจำขาดหาย แทบไม่เหลืออะไรให้เธอรับรู้เลยด้วยซ้ำ การที่เราจะรบกับคนอื่น จำเป็ต้องรู้ว่าศัตรูคือใครและมีไม้ตายคืออะไร แม้วันนี้จะพ่ายแพ้ก็ไม่ได้หมายความว่าวันหน้าเธอจะยอมให้คนอื่นรังแกรู้หลบเป็ปีก รู้หลีกเป็หาง นี่คือคำที่คอยเตือนสติเธออยู่เสมอ
เมื่อถึงเวลาตั้งโต๊ะลูกสะใภ้ก็เตรียมข้าวสำหรับพ่อแม่ของสามีด้วย ซึ่งทั้งสองคนก็มาตามคำเชิญของลูกชายเมื่อเข้ามาภายในห้องเป็ต้องพยักหน้าด้วยความพึงพอใจเนื่องจากว่าภายในห้องสะอาดสะอ้านดูแล้วสบายตา
“เชิญนั่งครับพ่อ แม่” กู่เซียวจ้านผายมือให้กับพ่อแม่ของเขา
“รบกวนด้วยนะสะใภ้สี่” ท่านพ่อกู่พูดกับลูกสะใภ้่หลังมานี้เขาแทบไม่เห็นหน้าลูกสะใภ้คนเล็กเลย เมื่อมาเห็นเธออีกครั้งต้องบอกว่าเธอแปลกตาไปมากดูเป็ลูกหลานผู้ดีเหมือนครั้งแรกที่แต่งเข้าบ้านมา
“ยินดีค่ะคุณพ่อ กินเยอะๆนะคะ” เถาฮวาเหลยค้อมหัวน้อมรับ
จากนั้นท่านพ่อกู่ก็ลงมือคีบอาหารส่วนท่านแม่กู่ทำเพียงกินข้าวอย่างเงียบๆ แม้ว่าจะไม่ใช่นิสัยของท่านสักเท่าไหร่ก็ตามเคี้ยวข้าวไปก็รู้สึกปวดใจไป มองอาหารบนโต๊ะ มีแต่อาหารดีๆ ทั้งนั้นไหนจะข้าวสวยเป็เม็ดนี่อีก ทำไมถึงไม่ต้มข้าวจะได้ไม่เปลืองกินข้าวสวยแบบนี้อีกไม่นานข้าวที่แบ่งให้ก็คงจะหมดลง
“อาหารไม่อร่อยหรือคะคุณแม่?” เถาฮวาเหลยอดสงสัยไม่ได้เธอสังเกตเห็นว่าแม่สามีทำท่าเหมือนกลืนอาหารไม่ค่อยลง
“อาหารอร่อยมาก แต่ฉันคิดวะ”
“รีบกินเถอะลูกจะได้พักผ่อน” ท่านแม่กู่ยังไม่ทันที่จะพูดจบก็ถูกสามีพูดดักคอเอาไว้ก่อนจึงได้แต่ถอนหายใจ พร้อมทั้งกลืนคำพูดทั้งหมดลงท้องไป หากสามีพูดขัดขึ้นมาแบบนี้ คงจำเป็ต้องเงียบปากจะเป็การดีที่สุด
“จริงแล้วๆ เราไม่ได้กินเนื้อกันทุกวันหรอกครับวันนี้ฮวาเหลยไปทำธุระในเมืองก็เลยซื้อติดมือมาเท่านั้น” กู่เซียวจ้านเป็ลูก ทำไมจะไม่รู้ว่าแม่ของเขา้าพูดอะไร
“แม่เขาไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายเื่ภายในของพวกลูกหรอกเห็นพวกลูกอยู่ดีมีสุข ได้กินอาหารดีๆ พ่อกับแม่ก็ดีใจ” ท่านพ่อกู่พูดแก้สถานการณ์เกรงว่าลูกสะใภ้จะเสียความรู้สึก หล่อนอุตส่าห์แสดงความกตัญญู แต่กลับได้คำตำหนิมาแทนคงไม่มีใครชอบสักเท่าไหร่
“ฉันเอาหน่อไม้ดองเข้าไปขายในเมืองน่ะค่ะได้เงินมานิดหน่อยก็เลยซื้อเนื้อมาบำรุงเซียวจ้าน ่นี้เขา้าการบำรุงเป็อย่างมากเนื่องจากว่าทำงานตากแดดทุกวันคุณพ่อคุณแม่เองก็เช่นกันนะคะ” เถาฮวาเหลยพูดขึ้นบ้าง
“ขอบใจนะ” เมื่อได้ยินลูกสะใภ้พูดแบบนั้น ท่านแม่กู่ก็พูดไม่ออกเหมือนกันเพราะถึงแม้ว่าหล่อนจะกินอาหารจานเนื้อ แต่ก็มักจะแบ่งไปให้เธอและสามีด้วยทุกครั้งและยิ่งได้ยินว่าซื้อมาบำรุงลูกชายท่านก็ยิ่งปากหนักพูดอะไรไม่ได้อีกต่อไป
มื้ออาหารจบลงเท่านั้นไม่รู้เรียกว่าเป็สัญญาณที่ดีได้หรือไม่แต่อย่างน้อยแม่สามีก็เหมือนดูจะเปิดใจรับฟังเหตุผลมากขึ้นหากว่าเป็เมื่อก่อนก็คงถูกด่าไปแล้วเื่ที่ไม่ประมาณตน
“ยิ้มอะไรคะ” เถาฮวาเหลยกำลังหวีผมของเธอส่วนสามีตอนนี้กำลังนอนยิ้มอยู่บนเตียง
“แค่ดีใจน่ะครับ ที่อย่างน้อยพ่อกับแม่ก็ยอมเปิดใจให้เราบ้าง”กู่เซียวจ้านพูดขึ้น อย่างน้อยๆ พวกท่านจะได้รู้ว่าภรรยาของเขานั้น เธอไม่ได้เอาเปรียบเขาเลยสักนิด
“ฉันมีเื่จะถามคุณหน่อยน่ะค่ะ” เถาฮวาเหลยนึกขึ้นได้จึงเอ่ยถามสามี
“อะไรหรือครับ?”
“ถ้าเราจะสร้างบ้านต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่หรือคะ?” หญิงสาวตัดสินใจได้แล้วคิดว่าเงินหกร้อยหยวนน่าจะเพียงพอสร้างบ้านอย่างดีให้เธอและสามีอยู่ได้
“มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำหลังเล็กใหญ่แค่ไหนที่สำคัญเลยคือต้องมีคูปองซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างน่ะครับ” กู่เซียวจ้านพูดขึ้นเื่เงินเขาไม่กังวลเลยสักนิด ทำงานไปอีกสัก 1-2 ปีก็น่าจะสร้างบ้านได้แล้วแต่จะไปหาคูปองมากมายขนาดนั้นมาจากไหน
“จริงๆ แล้วที่ฉันเข้าไปในเมือง ไม่ได้ไปซื้อของแค่อย่างเดียวหรอกค่ะ”หญิงสาวพูดพร้อมทั้งสังเกตสีหน้าของสามีไปด้วย ตอนนี้เขากำลังจ้องหน้าเธออยู่คล้ายกำลังตั้งใจฟังในสิ่งที่เธอจะพูด
“ฉันเอาหน่อไม้ดองเข้าไปขายในตลาดมืดด้วยน่ะค่ะ” เถาฮวาเหลยสารภาพกับสามีเพราะไม่อย่างนั้นเขาคงต้องถามแน่ว่าเธอเอาเงินมาจากไหนหากจะบอกว่าเป็เงินสินเดิมทั้งหมด คงยากที่เขาจะเอาเงินสินเดิมมาสร้างบ้านศักดิ์ศรีของผู้ชายสมัยนี้ช่างยิ่งใหญ่นัก
ในยุคที่เธอจากมาส่วนมากแล้วผู้ชายจะเป็คนทำงาน แล้วให้ผู้หญิงเป็แม่บ้านมากกว่าหน้าที่หาเงินเข้าบ้านเป็หน้าที่ของสามี ส่วนภรรยามีหน้าที่ดูแลบ้าน ซึ่งเหมารวมทุกอย่างเป็แบบนี้มานานมากแล้ว เธอจึงคิดว่าสามีก็น่าจะมีนิสัยไม่ต่างจากนี้เท่าไหร่
“ขายที่สหกรณ์หรือครับ?” กู่เซียวจ้านรู้ว่าเวลาว่างภรรยามักจะเข้าป่าเพื่อหาหน่อไม้ซึ่งอดแปลกใจไม่ได้ว่าเธอเอาหน่อไม้ไปเก็บไว้ที่ไหน แต่ก็บอกกับตัวเองว่าเธออาจจะหาไม่ได้มากเพราะไม่ใช่แค่บ้านของเขาหลังเดียวที่หาหน่อไม้เป็
“ไม่ใช่หรอกค่ะ หากเป็แบบนั้นฉันคงโดนจับไปแล้ว”ของในป่าขายให้สหกรณ์ได้เพียงเท่านั้นหรือไม่ก็นำไปแลกเป็แต้มค่าแรงกับทางหมู่บ้าน
“ผมรอฟังอยู่ครับ” กู่เซียวจ้านน้ำเสียงเริ่มเปลี่ยนรู้สึกเป็กังวลกับคำที่ภรรยากำลังจะบอก
“ฉันเอาไปขายที่ตลาดมืดน่ะค่ะ” เถาฮวาเหลยกลั้นใจบอกกับสามีออกไปตรงๆ
“คุณไปในที่แบบนั้นได้อย่างไรครับ? ไม่รู้หรือว่ามันอันตรายมากทางการไม่สนับสนุน ซ้ำหากจับได้ต้องติดคุกนะครับ” กู่เซียวจ้านพูดน้ำเสียงตำหนิไม่คิดเลยว่าที่ภรรยาเข้าไปในเมืองบ่อยๆ เธอจะไปทำเื่แบบนี้หากรู้ว่าเธอจะไปเื่เสี่ยงแบบนั้น เขาจะไม่อนุญาตเด็ดขาด
“ทราบค่ะ แต่คุณรู้หรือไม่ล่ะคะ ว่าแม้แต่ภรรยาทหารก็ยังออกมาหาซื้อของที่นั่นเหมือนกัน”เถาฮวาเหลยเจอกับพี่สาวใจดีคนนั้นอีกครั้งเมื่อวานทั้งสองได้มีโอกาสทำความรู้จักกันอย่างเปิดเผยเธอเป็ภรรยาของนายทหารท่านหนึ่ง เพราะเป็ครอบครัวใหญ่ แค่สวัสดิการของทางการจัดให้จึงไม่เพียงพอหล่อนที่ทำหน้าที่ดูแลคนในบ้าน จึงต้องหาทางออกให้กับครอบครัว
“เฮ้อ…ไม่คุ้มกันหรอกครับ หากเธอคนนั้นถูกจับ สามีของเธอก็ประกันตัวออกมาได้หรือไม่สามีก็อาจจะได้รับโทษให้ออกจากราชการ” กู่เซียวจ้านพูดอย่างเหนื่อยใจไม่เข้าใจว่าเธอจะดิ้นรนไปทำไม ในเมื่อเขากำลังทำเพื่อครอบครัวอยู่
“ฉันไม่รู้หรอกค่ะคำว่าคุ้มของคุณหมายถึงอะไร แต่สำหรับฉันแล้วถึงมันจะเสี่ยงแต่ได้ในสิ่งที่้าก็ถือว่าคุ้มค่ะ” เถาฮวาเหลยเถียงหน้าตาย ทุกอย่างที่เธอทำ ก็เพื่อสภาพความเป็อยู่ของครอบครัวลำพังเงินเดือน 7 หยวนของสามี อีก 3 ปีก็ไม่รู้ว่าจะมีปัญญาสร้างบ้านได้หรือเปล่า
“ผมไร้ความสามารถทำให้ภรรยาต้องลำบาก ขอโทษด้วยนะครับ”กู่เซียวจ้านพูดจบก็ลุกออกจากห้องไป
เถาฮวาเหลยไม่ได้ตามเขาออกไปด้วยไม่คิดว่าเื่นี้จะทำให้เธอและสามีทะเลาะกันได้เื่ใหญ่กว่านี้ก็เจอมาแล้วยังผ่านมาได้แต่ทำไมเื่แค่นี้เขาถึงไม่เข้าใจเธอกันนะ วันนี้เธอเดินขายของค่อนวัน ไหนจะต้องทำงานบ้านอีกใช่ว่าจะได้อยู่เฉยๆ
ชายหนุ่มออกจากห้องเมื่อได้ยินสิ่งที่ภรรยาพูดเขาไม่คิดว่าจะทำให้เธอลำบากและเสี่ยงมากขนาดนี้เกิดเป็ลูกผู้ชายไม่คิดเอาเปรียบผู้หญิงอยากจะให้ภรรยาทำงานบ้านรอเขากลับมาเท่านั้น ไม่น่าพูดเื่สร้างบ้านกับเธอเลยคงมิวายคิดเื่หาเงินสร้างบ้านอย่างแน่นอน หากให้เลือกระหว่างบ้านกับภรรยา แน่นอนว่าเขาต้องเลือกภรรยาแม้ว่าตอนนี้เธอจะปลอดภัยดี แต่ก็ไม่มีอะไรมารับประกัน ว่าครั้งต่อไปหากเธอทำอีกจะปลอดภัย
เขาว่ายน้ำอยู่ราวๆ30 นาทีจนหมดแรงจึงกลับเข้าฝั่งไม่อยากเอาอารมณ์ที่กำลังครุกรุ่นก่อนหน้าไประบายที่เธอรู้ดีว่าเหตุผลที่ต่างฝ่ายต่างทำก็เพื่อกันและกัน เขาจึงพูดอะไรมากไม่ได้กลัวว่าจะไปกระทบจิตใจของภรรยา
“ฉันคิดว่าหากอีกภายใน 5 นาทีนี้คุณยังไม่ขึ้นมา เกรงว่าตัวจะเปื่อยไปกับน้ำแล้วล่ะค่ะ”เสียงหวานพูดขึ้นพร้อมทั้งยื่นผ้าเช็ดตัวมาให้
“หึ” กู่เซียวจ้านไม่ได้พูดอะไรทำเพียงรับผ้าเช็ดตัวมาจากมือของภรรยาเท่านั้น
ทันทีที่สามีออกจากห้องเถาฮวาเหลยก็ดับไฟตะเกียงพร้อมทั้งล้มตัวลงนอน แต่จนแล้วจนรอดก็นอนไม่หลับเป็เพราะคิดมากหรือเป็เพราะไม่มีอ้อมกอดอุ่นของสามีเธอติดนิสัยนอนหลับในอ้อมกอดของเขาไปเสียแล้ว ทั้งๆ ที่ตัวเองเหนื่อยสายตัวแทบขาดแต่ตากลับแข็งค้าง ทำให้ต้องออกมาเดินตามหาสามีได้ยินเสียงคนว่ายน้ำอยู่หลังบ้านจึงตามออกมาดู
“ฉันขอโทษค่ะ ที่ทำอะไรออกไปโดยไม่ปรึกษาคุณก่อน”เถาฮวาเหลยพูดขึ้นทำลายความเงียบ ทำเอาคนที่กำลังเช็ดผมถึงกับต้องชะงักค้างอยู่แบบนั้น
“คุณรู้ใช่ไหมครับว่าผมเป็ห่วงคุณมาก” กู่เซียวจ้านลดมือที่กำลังเช็ดผมลงจากนั้นก็มองหน้าของภรรยา ตอนนี้ดวงตาของเธอกำลังสั่นไหวสีหน้าแสดงออกชัดเจนว่าเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป
“………….”หญิงสาวทำเพียงพยักหน้าช้าๆ
“ผมเองก็รู้ครับว่าคุณอยากทำเพื่อครอบครัวของเราเพราะฉะนั้นผมไม่โกรธคุณหรอกครับ ถึงจะโมโหมากแค่ไหนก็โกรธไม่ลง"ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ไม่ได้แข็งกระด้างเหมือนก่อนหน้านั้น
“เซียวจ้าน” เถาฮวาเหลยเงยหน้ามองหน้าสามีตอนนี้น้ำตาของเธอได้ไหลลงมาเรียบร้อยแล้ว
“ขอบคุณนะครับที่ทำเพื่อครอบครัวของเรา” กู่เซียวจ้านยิ้มบางให้กับภรรยา
ไม่ต้องมีคำพูดอะไรมาอธิบายให้ยืดยาวแค่เข้าใจว่าเป้าหมายทำเพื่อใครก็น่าจะเพียงพอแล้ว เขาใช้เวลาทบทวนกับตัวเองทำให้เข้าใจความรู้สึกของภรรยามากขึ้น ในเมื่อเป็ครอบครัวเดียวกันแล้วทำไมจะต้องแบ่งแยกชายหญิงนี่คือสิ่งที่เขาคิดเพราะหากเขาคิดแบบนั้นก็ถือว่าดูถูกความสามารถของภรรยาเป็อย่างมาก ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเคยคาดหวังว่าเธอจะเปลี่ยนแปลงตัวเองพอมาในวันนี้กลับอยากจะให้เธอหลบอยู่ใต้ปีกของตนเอง ซึ่งเป็ความคิดที่เห็นแก่ตัวมาก
“ฉันไปไม่บ่อยค่ะ ทุกครั้งก็จะปิดหน้า ไม่ได้เปิดเผยใบหน้าของตัวเองฉันอยากจะสร้างบ้านของเราให้เสร็จก่อนที่หิมะจะตกอีกอย่างฉันได้คูปองสำหรับก่อสร้างมาด้วยนะคะ”เถาฮวาเหลยเล่าให้สามีฟังพร้อมทั้งเข้ามานั่งข้างๆสามี
“ฮวาเหลยของผมเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ สินะครับ”กู่เซียวจ้านพูดแต่ไม่ได้มองหน้าของภรรยา เขากลับมองไกลออกไปสุดลูกหูลูกตาแทน
“ดีหรือไม่ดีคะ?”
“ทั้งดีและไม่ดีครับ” ชายหนุ่มละลายสายตาจากภาพตรงหน้า แล้วหันมาตอบภรรยา
“ยังไงคะ?” หญิงสาวขมวดคิ้วสงสัย ไหนบอกว่าให้เธอเข้มแข็งและสู้คนไงเธอก็กำลังปฏิวัติตัวเองอยู่ ทำไมกลายเป็ไม่ดีไปได้
“ดี คือคุณเข้มแข็งขึ้น เริ่มแสดงจุดยืนของตัวเองมากขึ้น ที่ไม่ดี คือคุณเริ่มดื้อแล้วก็ไม่เชื่อฟังผมเหมือนเมื่อก่อน”กู่เซียวจ้านพูดพร้อมทั้งบีบจมูกของคนตรงหน้าด้วยความมันเขี้ยว
“อื้อ” เถาฮวาเหลยตีมือสามีเบาๆให้เขาปล่อย
“เข้าบ้านกันเถอะครับ ดึกแล้วโดนน้ำค้างเดี๋ยวจะไม่สบายเอา”กู่เซียจ้านลุกขึ้น พร้อมทั้งยื่นมือไปฉุดเธอให้ลุกขึ้นด้วย
เมื่อกลับมาถึงห้องชายหนุ่มก็เปลี่ยนเสื้อผ้าโดยมีภรรยากำลังชงชาร้อนเอาไว้ให้จะได้อบอุ่นร่างกายแม้ว่าตอนนี้จะเป็่ฤดูร้อนแต่ว่ายน้ำนานเกือบชั่วโมงก็อาจจะทำให้เขาไม่สบายเอาได้
“ดื่มชาก่อนค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
“เื่สร้างบ้าน” เถาฮวาเหลยอยากจะคุยเื่นี้ให้จบเพราะไม่อยากทิ้งค้างไว้นาน
“ตอนนี้คุณมีเงินอยู่เท่าไหร่ครับ?” ที่ต้องถามออกไปแบบนั้นเพราะเขาให้ภรรยาเป็คนเก็บเงินจึงไม่รู้ว่าตอนนี้มีเงินเหลืออยู่เท่าไหร่
“มีอยู่ 300 หยวนค่ะรวมกับเงินขวัญถุงที่คุณแม่ให้มาด้วย” เถาฮวาเหลยพูดออกไปเธอไม่ได้พูดเกี่ยวกับเงินสินเดิมเพราะยังไม่รู้แน่ชัดว่าทำไมเ้าของร่างเดิมถึงเก็บเงินตั้ง 300 หยวนเอาไว้ เพราะหากว่าเธอจะใช้จริงๆ ก็ใช้ได้ ถ้ายังไม่รู้แน่ชัดเธอก็คงไม่สายใจหากจะเอาเงินจำนวนนี้มาใช้
“แค่นี้ก็มากโขแล้วครับ สร้างบ้านชั้นเดียว 2 ห้องนอน1 ห้องครัว 1 ห้องเก็บของก็น่าจะเพียงพอแล้วที่เหลือก็ค่อยขยับขยายน่าจะใช้ไม่เกิน 200 หยวน”กู่เซียวจ้านเอ่ยขึ้น เพราะเขาจะทำบ้านเอง อาจจะต้องจ้างคนงานเพิ่ม แต่ไม่ถึงกับต้องจ้างช่างราคาแพงๆมาทำบ้าน
“คุณแน่ใจหรือคะ?” เถาฮวาเหลยใกับราคาบ้าน
“แค่นี้ก็มากพอแล้วล่ะครับ” ชายหนุ่มพูดพร้อมทั้งดึงตัวภรรยาเข้ามากอดตอนนี้ทั้งสองคนไม่ได้คุยกันบนโต๊ะอย่างที่เคย เพราะดึกมากแล้วจำเป็ต้องพักผ่อน
“อย่าลืมบอกเื่นี้กับคุณแม่นะคะ” เถาฮวาเหลยพูดกับสามีรู้สึกเสียดายห้องครัว เพราะเธอเพิ่งจะทำขึ้นมาใหม่ไหนจะห้องที่ฉาบใหม่นี้อีกไม่น่ารีบร้อนทำเลย
“พรุ่งนี้ผมจะเป็คนบอกกับพวกท่านเองครับ ส่วนเื่บ้านผมจะเป็คนสร้างเองทำไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็เสร็จ เราไม่ได้ลำบากถึงขนาดต้องเร่งสร้าง ค่อยๆทำไป เสร็จทันหิมะตกแน่นอนครับ”กู่เซียวจ้านพูดขึ้น
“ก็ต้องหยุดทำงานที่ทุ่งนาน่ะสิคะ”
“ไม่เป็ไรหรอกครับ มีงานกรรมการอยู่ ค่าแรงปีนี้อาจจะได้น้อยกว่าทุกปีเท่านั้น”กู่เซียวจ้านพูดขึ้น ก็ดีกว่าที่จะเอาเงินไปจ้างช่างแพงๆมาทำบ้านสู้เอาเงินไปซื้อวัสดุดีๆ แล้วมาทำเองยังจะดีเสียกว่าบ้านหลังที่อยู่เขากับพี่น้องก็สร้างกันเองเพราะเริ่มสร้างตอนที่พี่ชายคนรองไปเป็ทหารจึงยังดูใหม่และแข็งแรงมาก
“ตามใจคุณแล้วกันค่ะ” เถาฮวาเหลยพูดจบก็หลับไปในอ้อมกอดของสามีน่าแปลกที่อากาศร้อนอบอ้าว แต่เธอกลับไม่ร้อนตามอากาศเลยสักนิดรู้สึกว่าเตียงนอนที่ดีที่สุดก็คือเตียงที่มีสามีอยู่