บทที่ 45 ถ้าลำบากเรื่องเงินก็บอกมาสิ ฉันจะให้เงินนายเอง
กวนชิงเฟิงกำลังฉู่ซือเจียวที่คอนโด ตอนนั้นเขากำลังทำอาหารอยู่พอเห็นว่าหลีเกอโทรมาเขาจึงปิดเตาแล้วรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ
หลังจากที่ไม่มีใครอยู่แล้ว เขาจึงรับโทรศัพท์ “พี่ มีอะไรเหรอครับ?”
“ทำไม? ไม่มีอะไรก็โทรหาไม่ไดหรือไงยะ?” หลีเกอ พูดอย่างไม่พอใจ
“ที่โรงเรียนเป็นไงบ้าง? โอเคดีใช่ไหม?”
“อ้อ! โอเคดีมากเลยครับ”
“งั้นเหรอ? ไม่เคยปีนกำแพงโดดเรียนออกมาข้งนอกใช่ไหม?”
“พี่เห็นผมเป็นคนแบบนั้นหรือไงครับ?” กวนชิงเฟิงลูบจมูกตัวเอง เขาทำการบ้านเสร็จก่อนกำหนดและเดินออกจากประตูใหญ่มาอย่างสง่าผ่าเผยต่างหาก
แต่เรื่องที่ออกมาหาเงินพิเศษนี่ ห้ามให้หลีเกอรู้เด็ดขาด ไม่งั้นเขาต้องถูกถลกหนังแน่
“งั้นฉันคงจะตาฝาดไปเอง” หลีเกอพูดพึมพำที่ปลายสาย แล้วถามเขาอีกว่า “ครั้งที่แล้วไม่ใช่ว่านายบอกว่าเงินไม่พอใช้เหรอ ทำไมฉันโอนเงินให้นายถึงไม่รับล่ะ?”
“ตอนนั้นผมอยากซื้ออุปกรณ์บางอย่าง แต่เงินไม่พอ ก็เลยบอกแม่ครับ” กวนชิงเฟิง ไอเบาๆ เสียงของเขาฟังดูแปลกๆ เมื่อพูดถึงอุปกรณ์ “แต่เพื่อนให้ผมยืมมาใช้ ก็เลยไม่ต้องซื้อแล้ว”
“ของแบบนั้นใช้ร่วมกันก็ไม่ดีนะ” หลีเกอคิดว่าอุปกรณ์ที่เขาพูดถึงคือเสื้อผ้าหรือรองเท้า “สุดสัปดาห์นี้หยุดไหม? กลับบ้านหน่อยสิ ฉันจะได้ซื้อของให้นายด้วย”
“ยังไม่แน่ใจเลยครับ ผมจะถามอาจารย์ดูก่อน” กวนชิงเฟิงอยู่ข้างนอกอยู่แล้ว การกลับบ้านเป็นเรื่องง่ายมาก แต่เขาไม่ได้ออกจากโรงเรียนมาหลายเดือนแล้ว ถ้าตอบตกลงเร็วเกินไปหลีเกอจะยิ่งสงสัย
“งั้นเดี๋ยวโทรมาบอกฉันนะ ฉันจะไปรับ”
‘ปัง ปัง!’
กวนชิงเฟิงยังไม่ทันได้ตอบประตูห้องน้ำก็ถูกเคาะอย่างแรง พร้อมกับเสียงไม่พอใจของฉู่ซือเจียว “นี่ นายเข้าไปทำอะไรในห้องน้ำตั้งนานน่ะ? รีบออกมาเลยนะ!”
หลีเกอได้ยินเสียงผู้หญิงอยู่ห่างๆ ผ่านประตู เธอร้องอ๋อเบาๆ แล้วถามเขาเสียงเบาว่า “มีแฟนแล้วเหรอ?”
“ไม่ใช่นะ แค่เพื่อนร่วมชั้นเรียนเท่านั้นน่ะ พี่ผมต้องวางสายก่อนนะ!” กวนชิงเฟิงกลัวว่าฉู่ซือเจียวจะพูดอะไรต่อแล้วเขาจะเผลอหลุดปากอะไรไป จึงรีบพูดสองสามประโยคแล้ววางสายไปอย่างรวดเร็ว
เขาผลักประตูห้องน้ำออกแล้วมองฉู่ซือเจียวที่ยืนอยู่ด้านนอก “คุณหนูฉู่ แค่เข้าห้องน้ำคุณก็มีปัญหาเหรอครับ?”
“มีสิ!” ฉู่ซือเจียวมองเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ห้องน้ำนี่ฉันใช้ได้คนเดียวต่อไปนายต้องไปใช้ห้องน้ำแขกแทน ได้ยินไหม?”
กวนชิงเฟิงรู้สึกเหนื่อยใจไปกับผู้หญิงคนนี้จริงๆ
เขาคิดว่ากวนรั่วหลิงเอาแต่ใจมากแล้ว ที่ไหนได้ยังมีคนที่เอาแต่ใจกว่าเธออีก!
“ครับ ผมจะจำไว้”เพื่อเงินพวกนั้น กวนชิงเฟิงจำใจต้องอดทนเอาไว้
งานบอดี้การ์ดที่ได้เงินเดือนสองหมื่นต่อเดือน ค่าอาหารวันละห้าร้อย ค่าเบี้ยเลี้ยงอีกห้าร้อย ไม่ใช่หางานที่จะหาได้ง่ายๆ เขาแค่ต้องขับรถ และออกไปช่วยฉู่ซือเจียวถือถุงช้อปปิ้งเท่านั้นเอง
หลังจากโดนฉู่ซือเจียวสั่งสอน กวนชิงเฟิงก็ทำหน้าบึ้งตึงไปก่อนจะไปจัดการทำอาหารกลางวันต่อ
“ทำไมนายถึงทำอาหารล่ะ?” ฉู่ซือเจียวถูกดึงดูดด้วยกลิ่นหอมของอาหาร เดินเข้ามาในห้องอาหารเล็กๆ มองอาหารบนโต๊ะแล้วพูดอย่างไม่พอใจ
“เพราะจน สั่งอาหารข้างนอกไม่ไหว”
ฉู่ซือเจียวเบ้ปาก “เป็นบอดี้การ์ดของฉัน ยังจะจนได้อีก!” พูดจบก็ใส่รองเท้าแตะเดินไปที่ห้อง ไม่ถึงนาทีก็กลับมาพร้อมกับการ์ดใบหนึ่ง
เธอยื่นการ์ดให้กวนชิงเฟิง “รหัส 123456 เงินในการ์ดนายเอาไปใช้ได้ตามสบาย!”
“ไม่จำเป็น” กวนชิงเฟิงปฏิเสธอย่างเย็นชา “คุณหนูฉู่ ผมแค่ถูกส่งมาเพื่อปกป้องคุณเท่านั้น นายจ้างของผมไม่ใช่คุณ ดังนั้นผมจะไม่รับเงินหรือของจากคุณ”
“งั้นนายช่วยฉันสั่งสอนคนคนหนึ่งหน่อย แล้วเงินพวกนี้ก็จะเป็นของนายหมดเลย” ฉู่ซือเจียวเข้ามาใกล้ ดึงแขนเสื้อเขาแล้วพูดด้วยท่าทางน่าสงสาร “ช่วงนี้ฉันซวยสุดๆ ดันไปเจอผู้หญิงที่น่ารังเกียจมาก! ถ้าไม่ใช่เพราะหล่อน ฉันคงไม่ต้องเขียนรายงานสำนึกผิดถึงหนึ่งร้อยฉบับหรอก”
คืนที่กลับมาจากสนามกอล์ฟ เป็นวันที่ฉู่ซือเจียวรู้สึกอับอายขายหน้ามากที่สุด เธอร้องไห้ไปเขียนไปจนถึงตีสามตีสี่ถึงได้เขียนจดหมายสำนึกผิดครบหนึ่งร้อยฉบับ
ตอนนี้แค่นึกถึง เธอก็อยากจะฉีกหลีเกอให้เป็นชิ้นๆ!
“คุณหนูฉู่ ผมไม่ใช่มาเฟีย ไม่ทำเรื่องผิดกฎหมาย” กวนชิงเฟิงปัดมือเธอออก ก่อนจะตักข้าวใส่ชามแล้วเดินตรงไปนั่งที่ห้องอาหารเล็กๆ
ฉู่ซือเจียวถึงกับอึ้งไปเลย
เป็นไปได้ยังไงกัน? ไม่ว่าจะเป็นฟู่ซือเหยียนหรือลู่เหวินซู ทุกครั้งที่เธอทำหน้าแบบนี้ พวกเขาไม่มีใครไม่ใจอ่อน ยอมให้เธอทุกอย่าง แล้วทำไมกับหมอนี่ถึงไม่ได้ผลล่ะ?
ฉู่ซือเจียวรีบหยิบมีดทำครัวขึ้นมาทันที แล้วส่องดูตัวเองผ่านใบมีดที่สะท้อนเงา
“อืม วันนี้แต่งหน้าสวย ผมดัดลอนก็ดูดี ไม่มีที่ติเลยนะ”
“หรือว่านายจะมีปัญหากับร่างกาย?”ฉู่ซือเจียวถือมีดทำครัวเดินไปหา กวนชิงเฟิง เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ากวนชิงเฟิงอยู่กับเธอมาก็หลายวันแล้ว แต่กลับไม่เคยแม้แต่จะชายตามองเธอเลย
เขาไม่เหมือนกับบอดี้การ์ดคนก่อนๆ ที่มักจะจะแอบมองเธอ ใช้บัตรของเธอโดยไม่ได้รับอนุญาต มีคนหนึ่งถึงกับติดกล้องวงจรปิดในช่องระบายอากาศเพื่อแอบดูเธอ
ฉู่ซือเจียวจ้องเขาแล้วพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน “นายเป็นเกย์เหรอ?”
‘พรวดด!’ กวนชิงเฟิงตกใจจนข้าวในปากพุ่งออกมาเมื่อได้ยินคำถามของหญิงสาว ใบหน้าของเขาเขียวคล้ำแล้วก็ซีดลง
“คุณหนู ฉู่ รสนิยมทางเพศของผมปกติมากครับ”
“งั้นทำไมล่ะ?” ฉู่ซือเจียว เดินเข้าไปใกล้เขา ในถือมีดวาววับอยู่ท่าทางราวกับจะฟันลงบนคอของกวนชิงเฟิงได้ทุกเมื่อ “ฉันไม่สวยเหรอ? ทำไมนายถึงไม่คิดอะไรกับฉันเลยล่ะ?”
‘......’
“เพราะผมมีแฟนแล้ว แฟนผมไม่อนุญาตให้ผมมองผู้หญิงคนอื่นแม้แต่แวบเดียว” กวนชิงเฟิงโกหกขึ้นมาทันที แล้วผลักมีดที่อยู่เหนือหัวออกไป
ฉู่ซือเจียวทำท่าประหลาดใจมาก “นายหน้าตาหล่อก็จริง แต่จนขนาดนี้ ยังมีแฟนได้อีกเหรอ?”
‘......’
กวนชิงเฟิงไม่สนใจเธอ เขายังคงก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ
“แฟนนายสวยกว่าฉันอีกเหรอ? เธอเป็นบอดี้การ์ดเหมือนกันหรือเปล่า? ทำงานบริษัทเดียวกับนายใช่ไหม?”
“นี่ ทำไมนายไม่ตอบฉันเลยล่ะ?”
ฉู่ซือเจียวถามกวนชิงเฟิงอย่างกระตือรือร้น แต่เขาไม่สนใจเธอเลย ยังคงก้มหน้าก้มตากินข้าวของตัวเองต่อไป เธอสูดจมูกก็ได้กลิ่นหอมของอาหาร
อาหารสองจานบนโต๊ะดูมันเยิ้ม แต่กลิ่นหอมยั่วน้ำลายจนเธออดใจไม่ไหว เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจเดินไปหยิบตะเกียบมาจากในครัว
เธอมองดูเต้าหู้หม้อไฟที่ดูเหมือนจะมันเยิ้ม ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่สุดท้ายก็ลองคีบเต้าหู้ชิ้นหนึ่งขึ้นมาใส่ปาก เคี้ยวไปสองสามทีดวงตาก็เป็นประกาย
“ว้าว อร่อยมาก!” ฉู่ซือเจียวเอามือปิดแก้ม อุทานออกมา “ไม่คิดเลยว่านายทำอาหารเก่งขนาดนี้”
“นี่ผมทำเองนะ ไม่ได้ตั้งใจจะแบ่งให้คุณกินเสียหน่อย” กวนชิงเฟิงเลื่อนจานอาหารมาไว้ข้างตัวเอง “อีกสามนาทีอาหารกลางวันของคุณหนูฉู่ก็จะมาส่งแล้ว”
“ตกลงใครเป็นเจ้าของบ้านกันแน่ยะ ฉันหรือนาย?” ฉู่ซือเจียวแย่งจานอาหารกลับมาอย่างไม่พอใจ “ถ้านายกล้ารังแกฉัน ฉันจะฟ้องพี่เหยียนให้ไล่นายออก!”
เธอคีบเต้าหู้อีกชิ้นใส่ปากพลางพูดจาอู้อี้ “ไปตักข้าวให้ฉันหน่อย ฉันจะกินข้าว!”
“ผมหุงแค่พอกินเองนะ!”
“แล้วทำไมไม่ทำเผื่อเยอะๆ หน่อยล่ะ? ข้าวหมดแล้วหรือไง?” ฉู่ซือเจียวบ่นออุบ
หม้อไฟเต้าหู้อร่อยขนาดนี้ ต้องกินกับข้าวสวยสิ!
ฉู่ซือเจียวเหลือบมองชามข้าวที่กวนชิงเฟิงถืออยู่ แล้วก็นึกแผนการดีๆออก เธอวิ่งไปหยิบชามจากในครัว แล้วตักข้าวส่วนที่เขายังไม่ได้แตะต้องไปใส่ชามของตัวเอง
กวนชิงเฟิงยิ้มมุมปาก
เขายอมแพ้ผู้หญิงคนนี้เลยจริงๆ
ทันใดนั้นเสียงกริ่งประตูดังขึ้น กวนชิงเฟิงคิดว่าอาหารมาส่งแล้ว จึงลุกขึ้นไปเปิดประตู
“คุณจาง” คนที่อยู่หน้าประตูไม่ใช่คนที่ส่งอาหารตามปกติ แต่เป็นผู้ช่วยจาง คนที่พาเขาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และมอบหมายให้เขามาปกป้องฉู่ซือเจียว