จางอี๋เหนียงเมื่อคิดถึงเรื่องในอดีตน้ำตาก็ไหลพรั่งพรูไม่หยุด
ต้วนชิงหมิงจ้องมองจางอี๋เหนียงอยู่เงียบๆด้วยสายตาเฉียบแหลม ไม่ต้องพูดก็เข้าใจได้ อี๋เหนียงทั้งสามของท่านพ่อถ้าไม่ตายก็เสียสติ มีเพียงจางอี๋เหนียงคนนี้ที่ไม่เป็นไรอะไรแม้จะใช้ชีวิตอย่างยากลำบากแต่ก็ถือว่าปลอดภัยจะมีใครที่กล้าพูดว่านางไม่มีวิธีเอาตัวรอด ?
ยิ่งไปกว่านั้นในชีวิตก่อนต้วนชิงหมิงเคยได้ยินเรื่องอี๋เหนียงเหล่านี้ซึ่งแต่ละคนก็ล้วนไม่ธรรมดาหลิวหรงจัดการพวกนางก็ถือว่ายังมีดีอยู่บ้าง ส่วนจางอี๋เหนียงแม้จะพูดจาซื่อๆอีกทั้งยังเคยเป็นบ่าวรับใช้ข้างกายของฮูหยินติงโหรว แต่หลิวหรงกลับปล่อยนางไว้เห็นได้ชัดว่าสตรีในเรือนนี้ต้องมีอะไรซ่อนไว้อย่างแน่นอน
แต่วันนี้ที่ต้วนชิงหมิงมาก็เพื่อต้องการความช่วยเหลือจากจางอี๋เหนียงพูดอีกอย่างคือจะช่วยให้จางอี๋เหนียงได้สร้างความลำบากต่อหลิวหรงไม่ได้มาเพื่อจะสืบสาวเรื่องราวในอดีตดังนั้นนางไม่สนใจเรื่องในอดีตของจางอี๋เหนียง
ต้วนชิงหมิงได้ฟังเรื่องราวดีๆของจางอี๋เหนียงจากแม่นมหนิงมาบ้างแล้ว...หึๆ อี๋เหนียงคนนี้ช่างน่าสนใจ
มีดที่ยิ่งแหลมคมยิ่งเหมาะจะใช้จัดการคู่ต่อสู้ แม้จะมีโอกาสบาดมือนางบ้าง แต่ต้วนชิงหมิงก็ยังคงชื่นชอบ
โอกาสเพียงครั้งเดียวถูกกองตรงหน้าจางอี๋เหนียงแล้วต่อจากนี้ไปจะดีจะร้ายก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนางแล้ว
จางอี๋เหนียงคนนี้ไม่ทำให้ต้วนชิงหมิงผิดหวังคำพูดไม่กี่ประโยคเมื่อครู่ทำให้ต้วนชิงหมิงไม่เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ อี๋เหนียงคนนี้ไม่ธรรมดาเสียจริง
ทว่าเรื่องเร่งรีบของต้วนชิงหมิงในตอนนี้หนึ่งคือนางไม่มีใครที่ใช้งานได้สองคือจางอี๋เหนียงเป็นอี๋เหนียงฐานะเทียบเท่าหลิวหรงอีกทั้งนางยังเป็นคนเก่าคนแก่ของฮูหยินติงโหรวซึ่งเป็นคนที่หลิวหรงกัดฟันกรอดๆอยากจะกำจัดมานานแล้ว ดังนั้นใช้จางอี๋เหนียงจัดการและสร้างปัญหาให้หลิวหรงลงแรงน้อยแต่ได้ผลมาก ทำไมนางจะไม่ลองดูสักหน่อยเล่า?
คิดถึงตรงนี้น้ำเสียงของต้วนชิงหมิงก็อ่อนลงนางมองอีกฝ่ายพลางใช้น้ำเสียงอ่อนโยน “ในเมื่อเป็นคนของท่านแม่ข้าก็จะคอยดูแล... แน่นอนว่าเรื่องดูแลเจ้าต้องทำเอง!”
ในเมื่อนางเป็นคนเก่าคนแก่ที่ท่านแม่เก็บไว้ถ้าไม่ได้ทำผิดอย่างใหญ่หลวง เช่นนั้นต้วนชิงหมิงจะคอยดูแลนางแต่จะดูแลถึงเมื่อไหร่นั้นก็ต้องดูการกระทำของนางเองด้วย
ได้ฟังน้ำเสียงอ่อนโยนทว่าแฝงความนัยจากเด็กสาวตรงหน้าจางอี๋เหนียงรีบคุกเข่าคำนับอย่างรีบร้อน
“ขอบคุณคุณหนูใหญ่ที่มองว่าข้าน้อยเป็นพวกเดียวกัน!”
สายตาของต้วนชิงหมิงเป็นประกายวับขึ้นมานางเป็นคนที่ฉลาดและมีไหวพริบเหมือนที่คาดไว้ ไม่รู้ว่าคนเช่นนี้ถ้าได้สิ่งที่ต้องการแล้วจะถีบหัวส่งหรือไม่?
แต่ต้วนชิงหมิงไม่กลัวแม้แต่น้อย
ในเมื่อนางช่วยให้อีกฝ่ายบรรลุถึงเป้าหมายได้นางก็สามารถทำลายทุกอย่างได้เช่นกันส่วนจะรอดหรือไม่รอดนั้นก็ขึ้นอยู่กับจางอี๋เหนียงแล้ว!
นางเชื่อว่าคนฉลาดอย่างจางอี๋เหนียงรู้ดีว่าคนที่มีผลประโยชน์ร่วมกันแม้อาจจะไม่ได้นับเป็นสหายทว่ามีศัตรูคนเดียวกัน ย่อมต้องกลายเป็นพวกเดียวกันได้อย่างแน่นอน หวังเพียงว่าจางอี๋เหนียงจะฉลาดเหมือนที่นางคิดไว้
ถึงตอนนี้ก็ไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้วต้วนชิงหมิงจึงลุกขึ้นหันไปพูดกับชิวเอ๋อร์ที่ยืนตรงหน้าประตู
“เจ้าคือชิวเอ๋อร์สินะ บ่าวรับใช้คนนี้ไม่เลวเลย!”
พูดจบก็ส่งสายตาไปที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์นางจึงหยิบทองส่งไปให้
“รับใช้อี๋เหนียงให้ดี สิ่งนี้คุณหนูใหญ่ให้เจ้า!”
ชิวเอ๋อร์ไม่เคยเห็นทองแท่งใหญ่ขนาดนี้มาก่อนนางจึงมือสั่นๆ ไปรับ แล้วรีบคุกเข่าขอบคุณทำให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ถึงกับตกใจส่วนต้วนชิงหมิงทำเหมือนไม่เห็น ระหว่างที่จางอี๋เหนียงก้มหน้าเพื่อส่งต้วนชิงหมิงนางกลับเดินออกไปอย่างไม่ได้ใส่ใจแล้ว
ดูท่าแล้วจางอี๋เหนียงคนนี้รู้ว่าสถานการณ์ไหนต้องทำอะไร ทำให้การมาครั้งนี้ของนางไม่เสียเที่ยว! ต้วนชิงหมิงหวังว่าจางอี๋เหนียงจะคว้าโอกาสนี้ไว้อย่าให้นางต้องแรงเสียแรงเปล่า
…...
ต้วนชิงหมิงจากไปแล้วในห้องเหลือเพียงจางอี๋เหนียงกับชิวเอ๋อร์
ชิวเอ๋อร์ที่ดูเหมือนเป็นคนไม่ค่อยพูดแต่ในความเป็นจริงกลับมีไหวพริบดี นางถือทองที่อยู่ในมือยืนไปตรงหน้าของจางอี๋เหนียงพูดอย่างระมัดระวัง “อี๋เหนียงคุณหนูใหญ่มาหาและยังให้ทองอีก นี่หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ?”
จางอี๋เหนียงมองชิวเอ๋อร์นิ่งๆพูดว่า“จะหมายความว่าอย่างไรนะหรือ... ก็มาหาพวกนั่แหละ!”
ชิวเอ๋อร์ได้ยินก็ตกใจร้องขึ้นมา “คุณหนูใหญ่อยากให้อี๋เหนียงไปต่อกรกับหลิวหรง... นี่จะเป็นไปได้อย่างไร?”
หลิวหรงจัดการดูแลจวนต้วนมาหลายต่อหลายปีวิธีโหดเหี้ยม พวกบ่าวรับใช้กลัวนางเป็นที่สุด ดังนั้นปกติเมื่อเห็นหลิวหรงถ้าไม่เดินหลบไปอีกทางก็ขอให้ตัวเองนั้นรอดปลอดภัยหลังจากที่จางอี๋เหนียงเดินเข้าในห้องหลังชิวเอ๋อร์ก็เดินตามติดตลอดหลายปีมานี้นางเห็นจางอี๋เหนียงใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังเพื่อใช้ชีวิตอย่างสุขสงบแต่ตอนนี้คุณหนูใหญ่ที่ได้รับการโปรดปรานกลับอยากจะดึงจางอี๋เหนียงไปเป็นพวกเสียอย่างนั้น
“เช่นนั้นอี๋เหนียงจะตอบรับหรือไม่”
จางอี๋เหนียงมองชิวเอ๋อร์นิ่งๆราวกับอ่านใจนางได้ พลันเบือนสายตาไปนอกเรือนนิ่งราวกับมองเห็นช่วงเวลาที่ฮูหยินติงโหรวยังอยู่ในโลก “ทำไมจะไม่ละ...”
ใช่แล้วทำไมจะไม่เอาละ?
หลายปีมานี้นางอยู่จวนด้านหลังไม่ต่างจากคนตายที่ใกล้ขึ้นอืดอยู่แล้วตอนนี้มีโอกาสเข้ามาให้นางได้กลับไปอยู่จวนด้านหน้า นางทำไมจะไม่เต็มใจเล่า?
ถึงแม้สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะชัดเจนมากว่าต้องการใช้นางสร้างปัญหาให้หลิวหรงนางรู้ว่าศึกระหว่างต้วนชิงหมิงและหลิวหรงได้เริ่มขึ้นแล้ว
หลิวหรงเป็นอี๋เหนียงที่ดูแลจัดการจวนแต่ต้วนเจิ้งถึงจะเป็นเจ้าของจวนแห่งนี้ เมื่อก่อนไม่มีใครกล้าสู้กับหลิวหรงแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าวันข้างหน้าจะไม่มียามนี้ต้วนชิงหมิงได้รับการเอาใจใส่ถึงเพียงนี้ฐานะของหลิวหรงคงเริ่มสั่นสะเทือนแล้ว
มีบางเรื่องต้องมองจากที่ไกลๆถึงจะสามารถเห็นได้ชัดเจน
ในใจของต้วนเจิ้งมีเพียงแค่สองคนเท่านั้นคนแรกคือฮูหยินที่จากโลกไปแล้ว ส่วนอีกคนคือลูกสาวของติงโหรว
คนแรกทำให้ต้วนเจิ้งสัมผัสถึงความหมายของคำว่าบ้านที่แท้จริงคนหลังเป็นความรักหมดทั้งหัวใจของเขา
จางอี๋เหนียงทราบดีแต่หลิวหรงไม่รู้ไปสืบข่าวเด็กหญิงคนนั้นจากไหนหลายปีมานี้จางอี๋เหนียงได้แต่อยู่จวนหลังมองหลิวหรงเอาอกเอาใจต้วนเจิ้งแต่นางรู้ว่าหลิวหรงไม่มีทางเข้าไปในหัวใจของต้วนเจิ้งได้แน่นอน
นางรอโอกาสที่จะได้กลับไปและตอนนี้โอกาสนั้นมาถึงแล้ว
แน่นอนว่านี่อาจจะเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงหากทำสำเร็จชีวิตในวันข้างหน้าของนางจะดีกว่าตอนนี้เป็นหลายร้อยเท่า
แต่ถ้าเกิดล้มเหลวเล่า
หึๆจางอี๋เหนียงหัวเราะอย่างเย็นชา ต่อให้นางล้มเหลวชีวิตจะแย่กว่าตอนนี้อีกสักเท่าไรกัน? อย่างมากที่สุดก็แค่ตายเท่านั้นเอง!
ความจริงแล้วนางไม่กลัวความตายนางกลัวแค่ว่าก่อนตายจะไม่มีโอกาสได้แก้แค้นให้กับลูก
ทว่าตอนนี้โอกาสมาถึงแล้วไม่ใช่หรือ? นางจะคอยดูว่าหลิวหรงจะยโสโอหังได้อีกนานแค่ไหน
คิดได้เช่นนี้จางอี๋เหนียงจึงรีบลุกขึ้นจากเตียง “ชิวเอ๋อร์ พวกเรายังมีแป้งและน้ำตาลจากครั้งที่แล้วที่ยังไม่ได้ทานอยู่ไหม?”
ชิวเอ๋อร์ได้ยินรีบตอบกลับนางไปค้นดูในถังเก่าๆ ชิวเอ๋อร์จำได้แม่นยำน้ำตาลเหล่านี้ได้มาช่วงฉลองวันตรุษจีนครั้งที่ผ่านมาหลิวหรงเมตตาแจกจ่ายให้แต่ละเรือนเพียงเล็กน้อยจางอี๋เหนียงเก็บไว้ในนั้นไม่ยอมทาน จู่ๆตอนนี้อยากทานขึ้นมาแล้ว?
ชิวเอ๋อร์เปิดฝาออกเพื่อตรวจดู “อี๋เหนียงทำไมยอมทานแป้งแล้วล่ะเจ้าคะ?”
ตอนนี้จางอี๋เหนียงคิดได้แล้วว่าตนเองจะต้องกลับมามีชีวิตชีวานางลุกขึ้นจากเตียง “ไม่ได้ให้ข้ากินข้าจะทำขนมให้นายท่านกับคุณชายใหญ่”