ตอนที่ 2 : 3 ปีหลังา
เวลาผ่านไป สามปี
าแของาค่อย ๆ ถูกเยียวยา เมืองที่เคยพังทลายเริ่มถูกสร้างขึ้นใหม่ ผู้คนจากแต่ละทวีปที่เคยเป็ศัตรูกันก็เริ่มเปิดการค้าขายและเดินทางไปมาหาสู่กันอีกครั้ง
อาณาจักรต่าง ๆ ที่เคยยกกองทัพเข้าห้ำหั่นกัน
ตอนนี้กลับกลายเป็ พันธมิตร
แม้ความทรงจำของาจะยังไม่เลือนหาย แต่สันติภาพที่ได้กลับมาก็ทำให้โลกทั้งสี่ทวีปสงบลงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เื่ราวของ ผู้พิทักษ์แห่งดินแดน กลายเป็เพียงตำนานที่ผู้คนเล่าขานกัน
—
ตัดภาพไปยังเมืองหนึ่งในทวีปมนุษย์
ภายในอาคารไม้ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย เสียงแก้วกระทบกัน และเสียงหัวเราะของนักผจญภัย
ที่นี่คือ
กิลด์นักผจญภัย
ชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะยาวใกล้หน้าต่าง เขามีผมสีเข้มและสีหน้าที่ดูเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
เขา ถอนหายใจเบา ๆ
“เฮ้อ…”
ชายที่นั่งข้าง ๆ หันมามองก่อนจะยิ้มเล็กน้อย
“เป็อะไรของนายอีกล่ะ ไคเรน”
คนที่พูดคือ ลูคัส เพื่อนสนิทของเขา นักดาบหนุ่มที่มักจะมีท่าทีสบาย ๆ อยู่เสมอ
ไคเรนเอนตัวพิงเก้าอี้ มองไปรอบกิลด์ที่เต็มไปด้วยนักผจญภัยก่อนจะตอบ
“ก็แค่คิดว่า… โลกมันสงบเกินไปหน่อย”
ลูคัสหัวเราะเบา ๆ
“นี่มันเพิ่งผ่านาใหญ่มาแค่สามปีนะ นายยังอยากให้มีเื่วุ่นวายอีกหรือไง”
ไคเรนไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงยกแก้วขึ้นจิบเล็กน้อย
แต่ลึกลงไปในดวงตาของเขา
เหมือนกำลังซ่อน บางอย่างที่ไม่มีใครรู้
ชั้นคิดว่าเื่ราวต่างๆที่ผ่านมาเหมือนมีมือที่3 เลยน่ะสิ
ลูคัสใด้คิดตามคำที่ ไคเรนพูดพางยกแก้วดื่ม ชั้นก็ว่างั้น...
เช้าวันใหม่ภายใน กิลด์นักผจญภัย ยังคงเต็มไปด้วยผู้คนเหมือนทุกวัน เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และเสียงเกราะกระทบกันดังไปทั่วอาคารไม้ขนาดใหญ่ นักผจญภัยหลายกลุ่มกำลังยืนดูภารกิจที่กระดานประกาศ บางคนกำลังวางแผน บางคนเพิ่งกลับมาจากภารกิจเมื่อคืน
ไคเรนยืนอยู่หน้ากระดานภารกิจ สายตาของเขากวาดมองใบประกาศทีละใบอย่างเงียบ ๆ
ลูคัสยืนพิงกำแพงอยู่ข้าง ๆ แล้วพูดขึ้น
“วันนี้จะเลือกงานอะไรดีล่ะ?”
ไคเรนยังไม่ตอบ เขาอ่านใบประกาศอีกสองสามใบก่อนจะหยุดที่กระดาษแผ่นหนึ่ง
เขายื่นมือไปดึงมันออกจากกระดาน
ลูคัสขยับเข้ามาดูใกล้ ๆ
“ภารกิจปราบมอนสเตอร์… ป่ารอบเมืองงั้นเหรอ”
ไคเรนพยักหน้าเล็กน้อย
“่นี้มีมอนสเตอร์ออกมารบกวนเส้นทางพ่อค้ากับชาวบ้าน”
ลูคัสอ่านรายละเอียดแล้วหัวเราะเบา ๆ
“ฟังดูเหมือนงานง่าย ๆ เลยนะ”
ไคเรนตอบเรียบ ๆ
“งานง่ายก็ได้เงินเหมือนกัน”
ลูคัสยิ้มกว้าง
“นั่นสินะ นายก็ยังเหมือนเดิมเลย ไคเรน”
ไคเรนเหลือบตามองเขานิดหนึ่ง
“หมายความว่าไง”
ลูคัสยักไหล่
“ก็แบบ… นายดูเหมือนคนที่ไม่ค่อยสนใจอะไร แต่สุดท้ายก็มาทำงานนักผจญภัยเหมือนคนอื่น”
ไคเรนไม่ได้ตอบ เขาเพียงม้วนใบภารกิจในมือ
“ไปยื่นงานเถอะ”
ทั้งสองเดินไปที่เคาน์เตอร์กิลด์ หญิงสาวพนักงานกิลด์รับใบภารกิจไปตรวจดูครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า
“ภารกิจนี้ได้รับอนุมัติค่ะ ป่าทางทิศตะวันตกของเมือง ระวังหน่อยนะคะ ่นี้มีรายงานว่ามอนสเตอร์เริ่มเคลื่อนไหวมากขึ้น”
ลูคัสยิ้ม
“ไม่ต้องห่วงครับ พวกเราจัดการได้”
หลังจากเตรียมอุปกรณ์เรียบร้อย ทั้งสองก็เดินออกจากเมือง
กำแพงเมืองค่อย ๆ อยู่ไกลออกไป ข้างหน้าคือ ป่าขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบเมืองเอาไว้
ลมพัดผ่านยอดไม้สูง เสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ
ลูคัสมองเข้าไปในป่าลึก
“หวังว่าภารกิจนี้จะไม่จบเร็วเกินไปนะ”
ไคเรนถาม
“ทำไม”
ลูคัสหัวเราะ
“ก็ฉันอยากขยับร่างกายบ้างน่ะสิ อยู่ในเมืองนาน ๆ มันน่าเบื่อ”
ไคเรนตอบสั้น ๆ
“ถ้าอยากเจอมอนสเตอร์ ก็อย่าพูดเสียงดัง”
ลูคัสยักคิ้ว
“กลัวมันหนีไปหรือไง”
ไคเรนมองไปรอบ ๆ ป่าอย่างระวัง
“ไม่… ฉันกลัวมันจะมาหาเราต่างหาก”
ลูคัสหัวเราะเบา ๆ
“ถ้ามันโผล่มาจริงก็ดีสิ ฉันจะเป็คนจัดการมันเอง”
ทั้งสองเดินลึกเข้าไปในป่า เส้นทางเริ่มเงียบลงเรื่อย ๆ เสียงจากเมืองหายไป เหลือเพียงเสียงลมและเสียงสัตว์ป่า
ทันใดนั้น ไคเรนหยุดเดิน
ลูคัสสังเกตเห็นทันที
“มีอะไร”
ไคเรนมองไปที่พุ่มไม้ด้านหน้า
“เงียบก่อน”
พุ่มไม้ขยับเล็กน้อย
เสียงคำรามต่ำ ๆ ดังออกมาจากเงามืด
ลูคัสยิ้มทันที
“ดู
เหมือนว่า… ภารกิจของเราจะเริ่มแล้ว”
ไคเรนจับด้ามดาบช้า ๆ
ดวงตาของเขานิ่งสงบ
“เตรียมตัวไว้ให้ดี”
ในเงามืดของป่า
ดวงตาสีแดงหลายคู่กำลังจ้องมองพวกเขาอยู่…