ขณะที่เหตุการณ์วิกฤตกำลังดำเนินไปในป่าลึกหลังสถาบันหลงเหมิน ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ไม่กี่สิบนาที ณ บริเวณหน้าตำหนักเหมันต์อันหนาวเหน็บ
เยี่ยหลัวอิน นางมารน้อยในอาภรณ์สีม่วงเข้มก้าวเท้าเดินนวยนาดเข้ามาตามทางเดิน แม้นางจะไม่ค่อยเต็มใจทำตามคำขอของหลีเฮงที่สั่งให้มาส่งข่าวแทนที่จะให้ตามไปช่วยเท่าใดนัก ทว่าดวงตาสีม่วงคู่สวยกลับแฝงประกายซุกซนและกวนประสาทเมื่อได้เห็นดรุณีหิมะ ‘หลินเสวี่ยเหยา’ ยืนกอดอกทำหน้าเ็าดักรออยู่ก่อนแล้ว
“อุ๊ย... ศิษย์พี่หลินเสวี่ยเหยาผู้สง่างาม” เยี่ยหลัวอินเอ่ยทักทายเสียงหวานหยดย้อยแฝงแววปั่นประสาท “คืนนี้หมอนวดของข้าฝากมาบอกว่าคงไปนวดคลายเส้นให้ท่านที่ตำหนักไม่ได้แล้วนะเ้าคะ... เพราะเมื่อคืนเขาทุ่มเทพลังบำบัดรักษาคลายชีพจรมารประสานหยินหยางให้ข้าจนแทบหมดเรี่ยวหมดแรง คืนนี้ข้าเลยอยากให้เขาพักผ่อนเสียหน่อยน่ะค่ะ”
“เ้า...!” หลินเสวี่ยเหยาได้ยินเช่นนั้นพลันดวงตาเบิกกว้าง ไอเย็นเยือกแผ่ะเิซ่านออกมาจากร่างจนพื้นรอบตัวกลายเป็น้ำแข็งทันตา แววตาคมกริบจ้องเขม็งราวกับจะแช่แข็งนางมารตรงหน้าให้เป็ผง “เยี่ยหลัวอิน! เ้ากล้าล่วงเกินหลีเฮงของข้างั้นรึ?!”
เยี่ยหลัวอินเห็นเมียหลวงฟิวส์ขาดก็ลอบหัวเราะในใจอย่างสะใจ ทว่าทันใดนั้น นางก็นึกถึงสีหน้าเคร่งเครียดของหลีเฮงยามที่หันมาฝากฝังคำขอร้องขึ้นมาได้ จึงจำต้องข่มอารมณ์ขันและพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังฉับพลัน
“เลิกโมโหข้าเื่ผู้ชายก่อนเถอะหลินเสวี่ยเหยา! หลีเฮงกำลังตกอยู่ในอันตรายขั้นวิกฤต! มีกลุ่มชายชุดดำห้าคนลักพาตัวลี่อวี่ไปป่าหลังสำนัก และหลีเฮงก็เพิ่งวิ่งไล่ตามพวกมันไปเพียงลำพังตัวคนเดียว!”
“ว่าอย่างไรนะ!”
หลินเสวี่ยเหยาใสุดขีด ความโกรธเคืองเมื่อครู่สลายตัวกลายเป็ความตื่นตระหนกและเป็ห่วงในชีวิตของหลีเฮงอย่างล้นพ้น แม้ในใจจะยังฉุนเฉียวเยี่ยหลัวอินอยู่ แต่นางย่อมรู้ดีว่าขีดพลัง Rank F ของหลีเฮงไม่มีทางสู้พวกนักล่าระดับสูงพวกนั้นได้แน่!
ไม่รอช้า หลินเสวี่ยเหยาหันหน้าส่งกระแสเสียงเรียกหา ‘เฮยเยว่’ นักฆ่าเงาสาวหน้านิ่งที่ได้รับภารกิจคุ้มกันนางเป็วันสุดท้ายในเงามืดทันที “เฮยเยว่! ช่วยข้าสะกดรอยตามร่องรอยของหลีเฮงด่วน!”
เงาร่างของเฮยเยว่โผล่ออกมาจากเงามืดของเสาหิน พยักหน้ารับแ่เบาด้วยสายตาไร้อารมณ์ “รับทราบ” ก่อนที่สามสาวจะพุ่งตัวทะยานร่างตามรอยกลิ่นอายเวทมนตร์เข้าไปในป่าลึกหลังสำนักอย่างรวดเร็วปานลมกรด
---
ทางด้านป่ารกร้างหลังสำนัก
ในขณะที่จ้าวเทียนอวี่แสยะยิ้มก้าวเท้าเดินเนิบนาบตรงเข้ามาเพื่อลงมือจัดฉากตามแผนโสมม หลีเฮงที่กระเด็นตกอยู่กลางวงล้อมก็กัดฟันขืนความระบม พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาต่อสู้ขัดขืนเพื่อประวิงเวลาสุดกำลัง ทว่าด้วยขีดพลังต่อสู้อันน้อยนิดประกอบกับความเ็ปสาหัสที่แผ่นหลังจากแรงกระแทกสายฟ้ายามลอบโจมตี ชายหนุ่มจึงพลาดท่าถูกกลุ่มลูกน้องรุมซัดกระแทกจนล้มกลิ้งลงไปกับพื้นดินอีกครั้ง คราวนี้คมดาบเย็นเยียบของชายชุดดำคนหนึ่งจ่อเข้าที่คอหอยของเขาในระยะประชิดเตรียมปลิดชีพทันที!
“ตายซะเถอะแก!” ชายชุดดำะโลั่นวาดมีดสังหารฟันลงมา
ในวินาทีเฉียดตายนั้นเอง เสียงของระบบพลันดังขึ้นในหัวสมองของหลีเฮง
*ปิ๊ง!*
> [ระบบตรวจพบการก้าวเข้าสู่ระยะของสตรีคู่พันธะและพันธะผูกพัน: หลินเสวี่ยเหยา และเยี่ยหลัวอิน เข้ามาในรัศมีพิทักษ์!]
> [เอฟเฟกต์ทักษะเอาตัวรอด ‘หลบหลังสตรี’ ปลุกการทำงานเฉียบพลัน!]
> [ร่างกายของโฮสต์ได้รับอิสระและผลหลบหลีก 100% ชั่วขณะ!]
> [คำแนะนำวิกฤต: ขอแนะนำให้โฮสต์ใช้แต้มแมงดา 1,000 แต้มในการยกระดับทักษะ ‘หลบหลังสตรี’ ขึ้นเป็ ขั้น 2 ซึ่งมีผล...]
“ไม่ต้องพูดมากแล้วระบบ! รีบอัปเกรดเลย! ตูจะหัวขาดอยู่แล้ว!” หลีเฮงกู่ร้องะโในใจอย่างบ้าคลั่งโดยไม่ยอมรอฟังรายละเอียดให้เสียเวลาแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว
*ปิ๊ง!*
> [ทำการหักแต้มแมงดาของโฮสต์: -1,000 แต้ม (ยอดสะสมคงเหลือปัจจุบัน: 330 แต้ม)]
> [อัปเกรดสำเร็จ: ทักษะ ‘หลบหลังสตรี’ เลื่อนระดับเป็ ขั้น 2 (ระดับเกราะปราณคุ้มกันเมียรัก) เรียบร้อย!]
*วิ้งงงง!*
ในพริบตาก่อนที่ฝ่ามือปราณและคมดาบสังหารของกลุ่มชายชุดดำจะฟาดสับลงบนร่างของหลีเฮง ม่านบาเรียปราณแสงสีทองอร่ามรูปลักษณ์กระจกเวทพลันะเิแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเขา ครอบงำป้องกันตัวเขาไว้แ่าทันที!
*เคร้งงงง! ปึ้ก!*
คมมีดดาบและฝ่ามือของพวกมันฟาดปะทะเข้ากับบาเรียสีทองส่งเสียงโลหะปะทะดังสนั่น แรงสะท้อนกลับกระแทกจนชายชุดดำที่ลงมือมือชาหน้าหงายถอยกรูดไปคนละทิศละทาง ท่ามกลางความตกตะลึงระคนประหลาดใจของกลุ่มคนทั้งหมด!
“บ้าน่า! นี่มันเกราะบ้าอะไรกัน! ไอ้สุนัขขยะ Rank F นี่มีวิชากายาป้องกันระดับสูงเช่นนี้ั้แ่เมื่อไรกัน!” หลี่เฟิงะโลั่นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“ชิ! รุมฆ่ามัน! ล้อมหน้าล้อมหลัง พังเกราะป้องกันของมันให้แหลกคาที่ซะ!” จ้าวเทียนอวี่ตวาดสั่งการอย่างขัดใจ
พวกมันทั้งหมดเห็นท่าไม่ดีจึงมุ่งพุ่งตัวเข้ามารุมล้อมหน้าหลังระดมฟาดฟันประจุพลังโจมตีหมายทุบบดขยี้เกราะของหลีเฮงให้แหลกละเอียด ทว่า ในขณะที่ความตายกำลังใกล้เข้ามาอีกระดับนั้นเอง...
*ปิ๊ง!*
> [ตรวจสอบพบสตรีคู่พันธะระดับ SSS สองคน ก้าวเดินกึ่งวิ่งเข้ามาในรัศมีช่วยเหลือพร้อมกัน!]
> [บัฟผลักดันพลังรักซ้อนทับทำงานทวีคูณ: ทักษะ ‘หลบหลังสตรี’ พัฒนาขึ้นชั่วคราวเป็ ขั้น 3 (ระดับเกราะทิพย์ปกป้องสามี)!]
*บึ้มมมม!!!*
แสงสีทองระยิบระยับผสมผสานคลื่นพลังน้ำแข็งสีฟ้าบริสุทธิ์และคลื่นปราณมารสีม่วงเข้มพลันะเิกระจายแผ่ซ่านกลายเป็บาเรียแก้วศักดิ์สิทธิ์ขนาดั์ครอบคลุมตัวหลีเฮงและลี่อวี่ไว้แน่นสนิท แรงฟาดฟันและพลังเวททั้งหมดของจ้าวเทียนอวี่และพวกลูกน้องที่กระหน่ำซัดเข้ามาไม่สามารถทำอันตรายหรือสร้างรอยขีดข่วนให้แก่หลีเฮงได้เลยแม้แต่นิดเดียว!
“พวกเ้า... คิดจะทำอะไรกับคนของข้ากันรึ?”
น้ำเสียงหวานเย็นะเืจับขั้วหัวใจดังขึ้นจากเงามืด พร้อมกับการปรากฏตัวของหลินเสวี่ยเหยาที่ก้าวเท้าเดินนวยนาดออกมาด้วยสายตาพิฆาต ดาบเยือกแข็งในมือเปล่งประกายไอปราณหนาวเหน็บจับตัวเป็น้ำแข็งล้อมรอบ
“แหม... คิดจะรังแกหมอนวดส่วนตัวของข้า ช่างกล้าหาญชาญชัยเสียจริงนะเ้าคะ” เยี่ยหลัวอินก้าวตามออกมาแผ่ออร่าปราณมารสีม่วงทมิฬดูดร้ายน่าสะพรึงกลัว เคียงข้างด้วยเฮยเยว่ที่โผล่ขึ้นมาจากเงาไม้ถือมีดสั้นเตรียมล่าสังหาร
การประสานพลังของสองสาว SSS ทำให้บทลงเอยศึกสั้นลงในพริบตา!
หลินเสวี่ยเหยาวาดดาบฟันน้ำแข็งแช่แข็งเฉินห้าวและหลี่เฟิงจนกลายเป็น้ำแข็งกึ่งถาวร ขณะที่เยี่ยหลัวอินสะบัดปลายแขนเสื้อปล่อยเงามารสีดำมัดรัดดึงร่างของจ้าวเทียนอวี่และพวกลูกน้องที่เหลือจนก้มกราบราบคาบกับพื้นสิ้นฤทธิ์เดชอย่างหมดทางสู้
เมื่อความปลอดภัยกลับมา ลี่อวี่ได้รับการปลดปล่อยโซ่สะกดิญญา นางวิ่งโผเข้ามากอดแขนของหลีเฮงแน่นพลางร้องไห้กระซิกด้วยความตื่นตระหนกปนซาบซึ้ง ทว่า ภาพเหตุการณ์นั้นกลับส่งสัญญาณหึงหวงให้สองสตรีระดับ SSS ทันที!
หลินเสวี่ยเหยาและเยี่ยหลัวอินหันขวับมาจ้องมองหลีเฮงด้วยสายตาเย็นะเืปนแง่งอนหนักข้อ
“หลีเฮง... เ้าอิดโรยขนาดนี้ยังอุตส่าห์ยอมเอาชีวิตมาเสี่ยงบุกมาช่วยแม่นางลี่อวี่... ช่างเป็ผู้กล้าผู้รักพวกพ้องและรักสตรีจริง ๆ เลยนะ?” หลินเสวี่ยเหยาเอ่ยเสียงเย็นจนหิมะร่วงหล่นลงมาจริง ๆ
“ใช่แล้วล่ะค่ะ... ถึงขนาดไม่ยอมพักผ่อนแอบบุกมาช่วยคนงาม นี่หวังจะเคลมสตรีเข้าฮาเร็มเพิ่มอีกคนหรือเ้าคะ?” เยี่ยหลัวอินยิ้มหวานแต่ปล่อยแรงกดดันล้อมกรอบตัวเขาไว้
หลีเฮงเหงื่อแตกพลั่กขมิบก้นเกร็ง รู้สึกถึงวิกฤติตายรอบสอง! เขาไม่รอช้า เปิดใช้งานทักษะ **‘คำชมไร้ยางอาย’** ทันที ก้าวเท้าไปกุมมือเรียวของหลินเสวี่ยเหยาและหันไปช้อนตามองเยี่ยหลัวอินด้วยสายตาสัตย์ซื่อแสนระทมใจอ้างคุณธรรม
“พวกเ้าเข้าใจข้าผิดไปใหญ่หลวงแล้วจ้ะยอดรักทั้งสองของข้า!” หลีเฮงเอ่ยชื่นชมตรงจุด “ที่ข้ายอมเสี่ยงชีวิตบุกมาช่วยนางไม่ใช่เพราะเื่ตัณหาหรือหวังเคลมสตรีใด ๆ เลย! แต่เป็เพราะคุณธรรมและความดีงามที่พวกเ้าทั้งสองพร่ำสอนข้าต่างหากล่ะจ๊ะ!”
“พวกเราสอนเ้างั้นรึ?” หลินเสวี่ยเหยาเลิกคิ้ว
“ใช่แล้วจ้ะเสวี่ยเหยา... ความสง่างามและเปี่ยมคุณธรรมประดุจดอกไม้ฟ้าของเ้าสอนให้ข้ารู้จักช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก... และหลัวอินผู้มีจิตใจอันอ่อนโยนแม้จะอยู่ในร่างมาร เ้าทำให้ข้าตระหนักว่าข้าจะนิ่งดูดายปล่อยให้ความอยุติธรรมเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาไม่ได้... หากข้าเพิกเฉยแล้งน้ำใจปล่อยให้เพื่อนร่วมห้องถูกรังแกข่มเหง ข้าก็คงเป็เพียงเศษขยะกะล่อนไร้ค่าคนหนึ่ง และไม่มีวันคู่ควรที่จะได้รับสิทธิ์บำบัดรักษาหรือยืนเคียงข้างสตรีผู้ยิ่งใหญ่ระดับตำนานเช่นพวกเ้าทั้งสองคนเลยจ้ะ!”
คำชมไร้ยางอายที่แตะต้องปมลึกในใจชื่นชมความดีงามของสองสาว ประกอบกับสีหน้าท่าทางะเืใจหน้าด้าน ๆ ทำให้ใบหน้างามของทั้งหลินเสวี่ยเหยาและเยี่ยหลัวอินแดงก่ำซ่านระเรื่อขึ้นมาพร้อมกัน สองสาวสะบัดหน้าหนีด้วยความเขินอายสะเทิ้นอาย ออร่าความหึงหวงและกลิ่นอายขุ่นมัวสลายตัวไปในทันที
“ชิ... พูดจาโยกโย้กะล่อนเก่งนักนะ...” หลินเสวี่ยเหยาพึมพำแก้เขิน
“แต่ถือว่ามีความรับผิดชอบดีงาม ยอมยกโทษให้ก็ได้เ้าค่ะ” เยี่ยหลัวอินยิ้มอ่อนหวาน
บรรดาเมียคลายโกรธลง หลินเสวี่ยเหยาขมวดคิ้วมองกลุ่มของจ้าวเทียนอวี่ที่คุกเข่าอยู่ “พวกเราควรจับตัวส่งสำนักหลงเหมินเพื่อให้ได้รับโทษทัณฑ์ความผิดตามกฎ... ทว่า จ้าวเทียนอวี่นั้นมีเส้นสายใหญ่โตในสถาบันและตระกูลจ้าวที่เป็ขั้วอำนาจใหญ่ หากส่งให้สำนักไป พวกมันคงใช้อิทธิพลมืดช่วยเป่าคดีเคลียร์ความผิดหลุดออกไปลอยหน้าลอยตาอยู่ดีนั่นแหละ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลีเฮงก็ลอบยิ้มมุมปากอย่างชั่วร้าย แววตาส่อแววเ้าเล่ห์เล่ห์เหลี่ยมของเทพแมงดาผู้ร้ายกาจ
“ถ้าอย่างนั้น... เื่ส่งทางการก็ช่างมันเถอะจ้ะเสวี่ยเหยา...” หลีเฮงเอ่ยน้ำเสียงเรียบพลางลูบฝ่ามืออุ่นของตนเองไปมา “ปล่อยพวกมันไว้ตรงนี้แหละ... ให้ข้าเป็คนจัดการพวกมันด้วยวิถีทางของข้าเองเถอะจ้ะ”