สนามบินนานาชาติเวียนนาเต็มไปด้วยผู้คนที่สัญจรไปมา แสงไฟสีขาวส่องสะท้อนกับพื้นกระเบื้องมันวาว เสียงประกาศเที่ยวบินดังเป็ระยะ ขณะที่พิมพ์นาราและทีมทูตจากไทยเดินออกมาจากโซนรับกระเป๋า
เธอสูดลมหายใจลึก กลิ่นอากาศของเวียนนาแตกต่างจากกรุงเทพฯ อย่างสิ้นเชิง อากาศเย็นกำลังดี แม้จะเป็่ต้นฤดูใบไม้ผลิ แต่ก็ยังมีลมหนาวแ่เบาพัดผ่าน
ที่หน้าประตูขาเข้า มีทีมงานจากสถานทูตรอรับอยู่แล้ว และที่ยืนอยู่ด้านหน้า…
อริสรา วงศ์กานต์
ท่านทูตสาวยืนอยู่ในชุดสูทสีดำเข้ารูป ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจ ริมฝีปากแดงระเรื่อขยับขึ้นเล็กน้อยเป็รอยยิ้มสุภาพ เมื่อเธอก้าวเข้ามาทักทายทุกคน
“เดินทางมาเหนื่อยกันไหมคะ?”
เสียงหวานทุ้มนั้นทำให้พิมเหมือนสะดุดลมหายใจไปเสี้ยววินาที เธอไม่ได้เจอพี่อรในลุค นักการทูตที่เต็มตัว แบบนี้มานานแล้วั้แ่วันแรก
“ไม่เหนื่อยค่ะ” พิมตอบ ดวงตามองสบกับอีกฝ่ายอย่างไม่หลบสายตา
อริสราเพียงพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็ทางการ “รถพร้อมแล้วค่ะ เราจะเดินทางไปที่สถานทูตกันก่อน พรุ่งนี้ทุกคนมีวันว่างหนึ่งวัน ส่วนการประชุมจะเริ่มในวันจันทร์”
ทีมงานทยอยขนสัมภาระขึ้นรถ SUV สีดำที่จอดรออยู่หน้าอาคารสนามบิน พิมเดินขึ้นรถคันเดียวกับอริสรา และเธอสังเกตเห็นว่า…
พี่ปรางค์ไม่ได้มองเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
ไม่ใช่แค่แกล้งทำเป็ไม่สนใจ แต่เหมือนตั้งใจสร้างกำแพงหนาขึ้นมาสำหรับเธอ
พิมเม้มปากแน่น นี่มันอะไรกัน?
ก่อนหน้านี้ที่เมืองไทย พี่ปรางค์ยังมีจังหวะเผลอแสดงความอ่อนโยนออกมาบ้าง ยังมี่เวลาที่คล้ายกับว่าหัวใจของพี่อรเริ่มจะเปิดออก
แต่พอกลับมาที่เวียนนา… พี่อรกลับกลายเป็ นักการทูต อย่างสมบูรณ์แบบอีกครั้ง
พิมรู้ว่าอีกฝ่ายพยายามรักษาระยะห่าง แต่ครั้งนี้มันชัดเจนกว่าครั้งไหน ๆ และมันทำให้เธอยิ่งอยาก ขยับเข้าไปใกล้ มากขึ้นกว่าเดิม
ทีมทูตจากไทยเดินทางมาถึงที่พักอย่างเรียบร้อย และมุ่งหน้าไปยังสถานทูต ณ กรุงเวียนนา ซึ่งอริสราเป็ผู้เตรียมการต้อนรับทั้งหมด
แม้ว่าเธอจะทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไร้ที่ติ แต่เมื่อสายตาสบกับพิมพ์นาราเพียงครู่เดียว เธอก็รับรู้ได้ถึงแรงกดดันบางอย่างที่แผ่กระจายออกมาจากหญิงสาวรุ่นน้อง
พิมยังคงพยายามเข้าหาเธอ…
แต่หลังจากคืนที่เยาวราช คำถามของพิมยังดังก้องอยู่ในหัวเธอ
"งั้นพี่ปรางค์ก็ช่วยบอกหน่อยสิคะ ว่า ตอนนี้ พี่ปรางค์ไม่ได้ให้ความหวังพิมเลยสักนิดเดียว”
เธอไม่ตอบคำถามนั้น… และพิมเองก็ดูเหมือนจะเข้าใจทุกอย่างดีโดยไม่ต้องได้ยินคำตอบ
เพราะแบบนั้น… เธอจึงต้องตั้งกำแพงขึ้นมาอีกครั้ง
วันอาทิตย์ วันว่างก่อนการประชุม
พิมพ์นาราหาโอกาสอยู่ใกล้อริสรา แต่ทุกครั้งที่เธอพยายามชวนพี่ปรางค์ไปไหน หรือแม้แต่ชวนคุย เธอก็มักจะหาข้ออ้างเพื่อเลี่ยงกันเสมอ
“พี่ปรางค์คะ วันนี้อากาศดีมากเลย เราออกไปเดินเล่นกันไหมคะ?”
“พี่มีเอกสารต้องจัดการ”
“งั้นไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันก็ได้ค่ะ”
“พี่มีนัดกับทีม”
“…แล้วตอนเย็นล่ะคะ?”
อริสราเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงเรียบ “พี่อยากพัก”
พิมมองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา ั้แ่มาถึงเวียนนา พี่ปรางค์ก็เหมือน เปลี่ยนไปอีกครั้ง กลับมาเป็คนที่เ็าและรักษาระยะห่างจากเธอเหมือนเมื่อห้าปีก่อน
การกลับมาประชุมครั้งนี้ เธอแทบไม่มีเวลาที่จะพูดคุยกับพี่ปรางค์ ได้เลย เพราะทุกอย่างดูเร่งรีบไปหมดและพี่ปรางค์เองก็ตั้งกำแพงไว้สูงเหลือเกิน จนถึงวันสุดท้ายก่อนกลับไทย ที่เธอเอ่ยปากขอติดต่อปรางค์ นอกเหนือจากเื่งาน นั้นอาจเป็คำอนุญาตเดียวที่ทำให้พิมใจชื่นได้บ้าง
คอนโดใจกลางกรุงเทพฯ
แสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงรอบกรุงเทพฯ สะท้อนเข้ามาทางกระจกบานใหญ่ของห้องนอน ภาพเมืองที่ไม่เคยหลับใหลยังคงเคลื่อนไหวอยู่เบื้องล่าง ทว่าภายในห้องกลับเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจของหญิงสาวที่ยืนอยู่ริมหน้าต่าง
พิมพ์นาราสวมชุดนอนผ้าพริ้วสีขาวนวล ขับผิวขาวของเธอให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น
เธอเป็ผู้หญิงที่สวยจัดคนหนึ่ง ใบหน้าของเธอเรียวได้รูป ดวงตากลมโตมีเสน่ห์ แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น ริมฝีปากรูปหัวใจเผยอขึ้นเล็กน้อยคล้ายกำลังครุ่นคิด ผิวขาวเนียนละเอียดเหมือนหยกขาวยามต้องแสงไฟนวลของโคมไฟข้างเตียง
พิมยกมือขึ้นกอดตัวเองเบา ๆ ไม่ได้หนาว… แต่รู้สึก ว่างเปล่า
สายตาของเธอมองไปยังแสงไฟระยิบระยับเบื้องล่าง แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยใบหน้าของใครบางคน
อริสรา…หรือท่านทูตปรางค์ของเธอ
แม้พี่ปรางค์จะอยู่ห่างออกไปเป็พันกิโลเมตร แต่ทำไมเธอถึงยังรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายอยู่ใกล้แค่นี้เอง?
เสียงของพี่ปรางค์ยังดังก้องในหัว…
ััของพี่ปรางค์… แม้จะไม่ได้รับมันมาเนิ่นนาน แต่แค่คิดถึงก็ยังรู้สึกเหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้
พิมเม้มปากแน่น ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
"รอบนี้… ฉันจะไม่ยอมแพ้"
เสียงแจ้งเตือนจากกลุ่มแชทดังขึ้น พิมพ์นาราหลุดจากภวังค์ หันไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง หน้าจอสว่างวาบขึ้นมา แสดงการแจ้งเตือนจากกลุ่มแชทที่เธอเป็สมาชิกอยู่
กลุ่มนี้มีสมาชิกทั้งหมดห้าคน เป็กลุ่มเพื่อนสนิทที่คบกันมาั้แ่สมัยมหาวิทยาลัย พิมเป็หนึ่งในนั้น และแม้ว่าทุกคนจะทำงานยุ่งกันแค่ไหน แต่กลุ่มนี้ก็ยังคงคึกคักอยู่เสมอ
[มิ้นต์] : พิม กลับไทยแล้วใช่มั้ย?*
[แอ้ม] : กลับมาแล้วทำไมไม่บอกยะ?*
[จอย] : แกมามั้ย เสาร์นี้นัดรวมตัว*
[ฟ้า] : อย่าบอกนะว่าติดงานอีกแล้ว? ชีวิตลูกนักการเมืองสาวช่างน่าเศร้า T_T**
พิมยิ้มน้อย ๆ กับข้อความที่ไหลมาเป็ชุด เธอกำลังพิมพ์ตอบ แต่ยังไม่ทันกดส่ง ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมา
[มิ้นต์] : หรือว่า… แกมัวแต่ยุ่งทำตัวติดพี่ปรางค์ อยู่? *
พิมชะงักมือ ดวงตาไหววูบกับชื่อที่ถูกพิมพ์ขึ้นมาในแชท
พี่ปรางค์…
แม้แต่เพื่อน ๆ ก็ยังรู้ ว่า่นี้เธอพยายามตามจีบพี่ปรางค์ อีกครั้ง
พิมแค่นหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพิมพ์ตอบไป
[พิม] : ฉันกลับมาได้ไม่กี่วันเอง จะเอาเวลาที่ไหนไปยุ่งกับพี่ปรางค์ ;P แต่เสาร์นี้ไปแน่นอน เจอกัน*
เธอวางโทรศัพท์ลงก่อนจะทิ้งตัวลงนอน สายตาจ้องมองเพดาน พลางถอนหายใจ
จะว่าไป… ตอนนี้พี่ปรางค์กำลังทำอะไรอยู่กันนะ?
เสียงแจ้งเตือนจากแชทยังคงดังต่อเนื่อง พิมพ์นาราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง ข้อความในกลุ่มยังคงไหลมาเรื่อย ๆ หัวข้อการคุยเปลี่ยนจากเื่นัดเจอ เป็เื่เม้าท์มอยดารา ก่อนจะวกกลับมาเื่ชีวิตรักของสมาชิกในกลุ่ม
[ฟ้า] : แก ๆ ฉันมีแฟนแล้วนะ!
[จอย] : อะไรนะ!! ั้แ่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่รู้เื่!?
[แอ้ม] : ฟ้าเปลี่ยนแฟนไวมากกก ชะนีคนนี้ที่บอกว่าเป็ ‘คนคุย’ เมื่อเดือนที่แล้วใช่มั้ย?
[ฟ้า] : อะแฮ่ม คนมันคลิกกันอ่ะค่ะ เลื่อนสถานะได้
[มิ้นต์] : โอเค ดีใจด้วยยย แต่… เดี๋ยวนะ พวกแกคบกันไปหมดแล้ว งั้นเหลือใครที่ยังโสด…
จู่ ๆ ข้อความในกลุ่มก็เงียบไปสองวินาที ก่อนที่ข้อความใหม่จะเด้งขึ้นมา
[จอย] : พิม
[แอ้ม] : พิม
[ฟ้า] : พิมมมมมม
พิมมองข้อความพวกนั้นแล้วถอนหายใจ เอาอีกแล้ว…
[พิม] : อะไร? ฉันก็ยังไม่ตายไง ยังอยู่ดี
[มิ้นต์] : ไม่ได้ถามเื่นั้นโว้ยยย ถามว่า… แกจะเอายังไงกับ ‘พี่ปรางค์’?
พิมชะงัก สายตาจ้องข้อความนั้นนิ่ง ความสนุกสนานในแชทเมื่อครู่เหมือนเงียบลงในหัวของเธอ
[ฟ้า] : แกจริงจังแค่ไหน? หรือยังคิดจะยอมแพ้ แล้วหาคนใหม่
[แอ้ม] : แกเคยบอกเองนี่ ว่าถ้ามีโอกาสอีกครั้ง แกจะไม่ปล่อยพี่ปรางค์ไปอีก
พิมมองข้อความเ่าั้นิ่ง ๆ ก่อนจะยิ้มมุมปาก
เธอพิมพ์ตอบกลับไปเพียงไม่กี่คำ แต่ทุกคนในกลุ่มอ่านแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าพิมคิดยังไง
[พิม] : ฉันไม่ถอยอีกแล้ว
[มิ้นต์] : เอาจริงดินี้ พวกแกคิดว่าพิมโสด?
[ฟ้า] : ก็เห็นมันไม่เคยคบใครเป็ตัวเป็ตนมานานแล้วนิ
[แอ้ม] : ใช่ แต่ก่อนก็เห็นมี ‘คนคุย’ บ้าง แต่่หลังนี่นาง เงียบกริบ
[จอย] : เงียบอะดิ! เพราะมัน ‘เท’ คนคุยหมดั้แ่รู้ว่าจะได้เจอพี่ปรางค์อีกครั้ง
[ฟ้า] : เฮ้ย จริงดิ?
[มิ้นต์] : เออ จริง ฉันรู้นะพิม! แกคิดว่าแกเนียนเหรอ?
พิมพ์นารามองข้อความแล้วกลอกตาเบา ๆ ก่อนจะพิมพ์ตอบ
[พิม] : สาระมากกันจริงนะ -_-
[จอย] : แล้วมันจริงมั้ยล่ะ!?
[พิม] : ...ก็จริง
[ฟ้า] : โหหห แม่นักรัก ดียวใจเดียว รักเดียวใจเดียวสุด ๆ นี่มันพิมคนคลั่งรักชัด ๆ!
[มิ้นต์] : แล้วไงต่อวะ? พี่ปรางค์เค้ามีท่าทีบ้างยัง? หรือยังเล่นตัวอยู่?
พิมมองข้อความนั้นแล้วถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะพิมพ์ตอบ
[พิม] : ก็เหมือนเดิม… พี่ปรางค์ยังวางตัวเหินห่างสุด ๆ
[แอ้ม] : แปลว่า ‘เ็าแต่ใจดี’ ใช่ปะ?
[พิม] : ประมาณนั้น แต่ก็ยังมีบางจังหวะที่ฉันรู้สึกว่า… พี่ปรางค์ไม่ได้เ็าขนาดนั้น
[จอย] : นั่นไง! บอกแล้วว่ายังมีหวัง
[ฟ้า] : สู้ต่อไป ท่านทูตสาวต้องตกหลุมรักแกอีกครั้งแน่!
พิมยิ้มขำกับกำลังใจจากเพื่อน ๆ เธอพิมพ์ตอบกลับไป
[พิม] : อยู่แล้ว เพื่อนพวกแกมันสวย
[ฟ้า] : ใครก็ได้ดับมั่นไอ้พิมด่วน
[มิ้นต์] : แกต้องดึงจริตควีนออกมาให้สุด จำไว้ เรามันสวย! เริ่ด! เชิดเข้าไว้!
[ฟ้า] : ใช่! พี่ปรางค์เค้าเป็ ท่านทูต ต้อง สุขุม เยือกเย็น ดูเป็ผู้ใหญ่สุด ๆ เพราะงั้นแกต้องใช้ความมั่นใจเข้าสู้
[จอย] : ถูก! มั่นหน้า มั่นโหนก มั่นโคตร! ใส่ไปให้สุด พี่ปรางค์ไม่มีทางต้านแกได้หรอก
[พิม] : โอ้โห พวกแกนี่มัน…อาจารย์คับ -_-
[แอ้ม] : จริงนะพิม! แกมันทั้งสวย ทั้งมีเสน่ห์ รู้ตัวมั้ยว่าเมื่อก่อนพี่ปรางค์ยังเคยเอ็นดูแกมากขนาดไหน? ตอนนี้แกโตขึ้น แกต้องเปลี่ยนจากเด็กให้กลายเป็ ‘ควีน’ ที่พี่ปรางค์ต้องหลง!
[พิม] : ...แกกำลังบอกให้ฉันอ่อยพี่ปรางค์?
[มิ้นต์] : ไม่ใช่แค่อ่อยธรรมดา! แต่อ่อยแบบมีระดับ!
[ฟ้า] : ใช่ ต้อง ‘แพง’ และ ‘หรู’ ตามสไตล์ทายาทนักการเมืองสาว!
พิมพ์นารากลอกตาแรง แล้วพิมพ์ตอบไป
[พิม] : พวกแกนี่มัน… แต่ก็น่าสนใจนะ ;P
[จอย] : นั่นแหละที่อยากได้ยิน! เอาล่ะ แผนปฏิบัติการ ‘ควีนพิชิตนักท่านใจท่านทูต’ เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
[ฟ้า] : แกมันตัวควีนตัวแม่ รู้ตัวมั้ยพิม?
[มิ้นต์] : เวลาแกอ้อนใคร อ่อยใคร เป็ต้องสยบทุกราย ไม่มีใครรอดจากเสน่ห์ของพิมพ์นาราได้!
[จอย] : แล้วดูพี่ปรางค์สิ ขนาดทำเป็เ็า ยังมีบางจังหวะเผลอใจอ่อนให้แกเลย แกแค่ต้องรุกให้มากกว่านี้ เข้าใจมั้ย?
พิมพ์นารายิ้มมุมปากพลางเอนตัวพิงพนักโซฟา ดวงตากลมโตสะท้อนแสงไฟจากตึกสูงใจกลางกรุงเทพฯ
[พิม] : ก็จริงนะ… ฉันเองก็ไม่เคยแพ้เื่นี้
[แอ้ม] : เอ้า! นี่สิวะพิมที่พวกเรารู้จัก! สู้เค้าอีหญิง
[ฟ้า] : แต่พี่ปรางค์ไม่ใช่คนที่จะหลงกลลูกอ้อนง่าย ๆ นะ แกต้องเนียน ต้องแเีที่สุด!
[จอย] : เอาแบบนี้ พวกเราช่วยกันคิดแผน! แกต้องมี ‘จริต’ ในการพิชิตใจพี่ปรางค์!
พิมพ์นาราหัวเราะเบา ๆ พลางพิมพ์ตอบ
[พิม] : ก็ได้… ฉันจะเล่นเกมนี้ให้เต็มที่
[มิ้นต์] : ดี! แล้วพี่อรจะรู้ซึ้งว่าการมี ‘ตัวควีนแบบพิม ตามจีบเป็ยังไง!
[ฟ้า] : เอาล่ะพิม! ‘จควีนริต’ ในการพิชิตใจพี่ปรางค์ แกจะใช้วิธีไหน?
[มิ้นต์] : มีตัวเลือกให้แก! หรือจะใช้ทั้งหมดก็ได้ ตามใจแกเลยจ้า
สายอ้อนแบบแพง ๆ – อ่อยแบบมีระดับ ดูแลเทกแคร์พี่อรให้สุด แต่ต้องไม่ทำให้ดูเหมือนพึ่งพิงเกินไป เช่น แอบเติมน้ำให้พี่ปรางค์เวลาประชุม แต่ทำเป็ไม่ตั้งใจ หรือเวลาเดินข้าง ๆ ก็แกล้งทำเป็เดินใกล้ ๆ ให้รู้สึกได้ถึงการััเบา ๆ
สายโปรเฟสชันนอลเกินต้าน – ใช้ความสามารถของแกให้พี่ปรางค์เห็นว่า ‘เด็กน้อย’ ในวันนั้นเติบโตเป็ผู้หญิงที่เก่งและสมบูรณ์แบบในวันนี้ เอาให้พี่อรต้องเผลอคิดว่า “ทำไมพิมถึงดูดีขนาดนี้”
สายเล่นกับความรู้สึก – หยอดเบา ๆ ทำเป็มีโมเมนต์อบอุ่น ละมุน ละไม เช่น เวลาพี่ปรางค์เผลอจ้องตา ก็ให้ยิ้มบาง ๆ แล้วพูดว่า “พี่ปรางค์...จ้องแบบนี้แปลว่าคิดอะไรอยู่แน่ ๆ เลย” แล้วเว้นจังหวะให้พี่ปรางค์ไปไม่เป็
สายแตะนิดแตะหน่อย – ใช้ภาษากายให้เป็ประโยชน์ เช่น เวลาพี่ปรางค์เผลอเหม่อ ก็เอานิ้วแตะหลังมือเบา ๆ แล้วถามว่า “คิดอะไรอยู่คะ?” หรือเวลาเดินผ่านก็แกล้งแตะไหล่เบา ๆ ให้พี่ปรางค์รับรู้ถึง ‘การมีอยู่’ ของแก
สายลุคควีนเต็มตัว – ใช้พลังความมั่นใจของแกให้เต็มที่ เชิด ๆ เริด ๆ แต่แอบขี้เล่นเป็บางจังหวะ ให้พี่ปรางค์รู้สึกว่า แกเป็ผู้หญิงที่ใครก็ต้องหลง และพี่ปรางค์ไม่อาจละสายตาได้
[จอย] : ไหนเลือกมา! หรือจะเอาหมดเลย?
[พิม] : โหหห นี่มันเกมกลยุทธ์ชิงหัวใจพี่ปรางค์ชัด ๆ
[แอ้ม] : แน่นอน! แล้วแกจะเลือกวิธีไหน?
พิมพ์นารายิ้มมุมปากก่อนจะพิมพ์ตอบ
[พิม] : …ฉันใช้ทั้งหมด มาแล้ว;)
[ฟ้า] : เดี๋ยวนะ… แกใช้หมดแล้ว? แล้วผลลัพธ์เป็ไง!
[พิม] : ก็…พี่ปรางค์ยังไม่หวั่นไหวขนาดนั้นไง -_-
[มิ้นต์] : ให้ตายเถอะ! พี่ปรางค์เป็หินหรือไง?! หรือแกยังไม่สุดพอ?
[พิม] : นั่นแหละที่ฉันต้องทำ…เพิ่มระดับขึ้นไปอีก
[จอย] : โอ้โห พิม! แกจะอัพเกรดเป็ ‘ขั้นสุดยอดแห่งการพิชิตใจ’ เลยเหรอ?!
[แอ้ม] : เอางี้! มาคิดแผนขั้นสูงกัน แกต้องรุกแบบเนียน ๆ แต่แรงกว่าเดิม! และที่สำคัญ—ทำให้พี่ปรางค์ไม่มีทางหนีไปได้!
✨ แผนอัพเกรด‘กลยุทธ์ควีน’ให้พี่ปรางค์หวั่นไหว ✨
เพิ่ม ‘โมเมนต์ใกล้ชิด’ ให้มากขึ้น เวลานั่งข้าง ๆ กัน แกต้องขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมอีกนิด เช่น ตอนประชุมก็แอบเอนตัวไปกระซิบใกล้ ๆ เวลาคุยเื่เอกสาร ให้พี่ปรางค์ััได้ถึง ‘ความใกล้’
ใช้ ‘คำพูดที่ทำให้ใจเต้น’ เวลาพี่ปรางค์ปฏิเสธอะไร ให้แกล้งถอนหายใจแล้วพูดว่า “พี่ปรางค์ใจร้ายกับพิมเกินไปแล้วนะ” หรือ “ทำแบบนี้พิมจะเสียใจจริง ๆ นะ” (พร้อมทำหน้าสวย ๆ อ้อน ๆ ให้พี่ปรางค์ต้องละลาย)
แตะััให้พี่ปรางค์เผลอไผลหนักขึ้น จากแค่แตะมือเบา ๆ อาจเพิ่มเป็ ‘แกล้งจับมือแล้วไม่ปล่อยทันที’ เช่น ส่งของให้แต่ใช้นิ้วแตะกันนานขึ้น หรือถ้าพี่ปรางค์ดูเครียด ให้ลองแตะต้นแขนเบา ๆ แล้วถาม “พี่ปรางค์โอเคไหมคะ?”
ใส่ชุดที่ ‘สวยจนพี่ห้ามใจไม่ไหว’ พี่ปรางค์อาจจะเก็บอารมณ์เก่ง แต่ผู้หญิงสวย ๆ ใส่ชุดที่เสริมเสน่ห์ก็ทำให้ใจสั่นได้! ให้เลือกชุดที่ดูหรูแต่มีเสน่ห์ เช่น เดรสเน้นทรวดทรงพอดีตัว หรือชุดสูทที่ดูโปรเฟสชันนอลแต่แฝงความดึงดูด (ถ้าพี่ปรางค์ เผลอจ้อง—แกชนะไปครึ่งทางแล้ว!)
สร้าง ‘โมเมนต์ที่ทำให้พี่ปรางค์คิดมาก’ เช่น ตอนอยู่กันสองคน ให้จ้องตาแล้วเงียบไปสักสองวินาที จากนั้นแกล้งเปลี่ยนเื่ พี่ปรางค์จะต้องคิดว่า “เมื่อกี้พิมมองฉันแบบนั้นทำไม?” และถ้าทำบ่อย ๆ จะเป็การฝังความรู้สึกให้พี่ปรางค์เริ่ม ‘คิดถึง’ แกแบบไม่รู้ตัว
[ฟ้า] : พิม แกต้องจัดเต็มแล้วล่ะ!
[มิ้นต์] : ใช่! ตอนนี้แกไม่ได้แค่จีบธรรมดา แต่กำลัง ‘ทำให้พี่ปรางค์หลง’!
[พิม] : ก็ได้…พี่ปรางค์คะ เตรียมใจไว้ให้ดีแล้วกัน ;)
[ฟ้า] : โอ๊ยยย! ตื่นเต้นแทนแล้วววว!
[มิ้นต์] : งานนี้พิมต้องจัดเต็มแล้วนะ! อาทิตย์หน้าไปเวียนนาอีกครั้ง ไม่ใช่แค่เื่งาน แต่เป็ ‘ภารกิจพิชิตใจพี่ปรางค์’ ด้วย!
[จอย] : จะไม่เหลือที่ให้พี่ปรางค์หนีไปได้อีกแล้ว!
[แอ้ม] : แกพร้อมไหมพิม?
พิมพ์นารายิ้มมุมปาก ก่อนพิมพ์ตอบสั้น ๆ
[พิม] : พร้อมมาก ;)
วันเสาร์ – บาร์หรูใจกลางกรุงเทพฯ
เสียงเพลงจังหวะเบาสบายคลอไปกับแสงไฟสีทองสลัว ผู้คนมากมายแต่งตัวเทสดี นั่งดื่มกันอย่างสบายใจ บรรยากาศของบาร์แห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายความหรูหราและผ่อนคลาย
พิมในชุดเดรสเข้ารูปสีชมพู เผยให้เห็นเรือนร่างสวยสง่า ก้าวเข้ามาในบาร์ด้วยท่าทีมั่นใจ รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังเป็จังหวะเบา ๆ สะกดสายตาหลายคู่ที่มองมา
"แม่เ้า… เพื่อนฉันสวยไม่เกรงใจใครเลย!" ฟ้าเป็คนแรกที่อุทานออกมา ขณะที่เพื่อนคนอื่น ๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย
"ชุดนี้แกตั้งใจจัดเต็มเพื่อฉลองก่อนบินไปเวียนนาใช่ไหม หรือมีเป้าหมายอื่นแอบแฝง?" มิ้นต์แซวพลางยิ้มขำ
พิมหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยกแก้วไวน์ที่บาร์เทนเดอร์เพิ่งเสิร์ฟขึ้นมาจิบ "ถ้าบอกว่าเป็การซ้อมรบล่ะ?"
"โอ๊ย! ซ้อมรบอะไรของแก?" จอยหัวเราะขำ
"ก็ซ้อมอัปเกรด ‘แผนควีน’ ไง พี่ปรางค์จะได้หนีไม่พ้นสักที" พิมตอบพลางกระตุกยิ้มเ้าเล่ห์
ฟ้าถึงกับปรบมือให้ "โอเค! งั้นคืนนี้เรามาทดสอบกันว่าแผนควีนของพิมจะแรงพอไหม!"
เพื่อน ๆ พยักหน้าเห็นด้วย คืนนี้จึงไม่ใช่แค่การนัดสังสรรค์ธรรมดา แต่มันคือ ‘ภารกิจฝึกซ้อมพิชิตใจ’ ที่จะทำให้พิมมั่นใจว่า อาทิตย์หน้าที่เวียนนา พี่ปรางค์ต้องหวั่นไหวอย่างแน่นอน!
พิมพ์นารา โหมด ‘ควีน’ เปิดใช้งาน พิมยกโทรศัพท์ขึ้นมา จัดมุมเล็กน้อย ก่อนกดถ่ายรูปตัวเองที่นั่งอยู่ตรงบาร์ ไฟสีทองสะท้อนเข้ากับผิวเนียนของเธอ ดวงตากลมโตฉายแววเ้าเล่ห์เล็กน้อย ขณะที่ริมฝีปากรูปหัวใจเผยรอยยิ้มบาง ๆ
เธอเลือกฟิลเตอร์ที่ช่วยให้ภาพดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น แล้วพิมพ์แคปชั่นสั้น ๆ "A little practice before the real game. ;) #SaturdayVibes"
หลังจากโพสต์ลง IG Story และ Feed พิมก็วางโทรศัพท์ลง ก่อนจะปรายสายตาไปยังโต๊ะข้าง ๆ ซึ่งมีชายหญิงกลุ่มหนึ่งกำลังสนุกกับบทสนทนาและเครื่องดื่มของพวกเขา
"เริ่มทดสอบเลยไหม?" ฟ้ากระซิบข้าง ๆ พร้อมรอยยิ้มเ้าเล่ห์
พิมจิบไวน์ช้า ๆ ก่อนจะส่งสายตาไปที่เป้าหมาย ชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะนั้น เขาดูดีพอใช้ หน้าตาหล่อเหลาในแบบหนุ่มนักธุรกิจ เพียงแค่พิมสบตากับเขา แล้วแต้มรอยยิ้มบาง ๆ บนริมฝีปาก…แค่ไม่กี่วินาทีให้หลัง ชายคนนั้นก็หันกลับมาสนใจเธอเต็มที่
"โอ้โห…ยังไม่ทันขยับตัวอะไรเลย ผู้ชายคนนั้นก็โดนสะกดแล้วเหรอ?" มิ้นต์กระซิบขำ ๆ
พิมแสร้งทำเป็ไม่สนใจ แต่กลับยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบอีกครั้ง ทำให้เรียวขาของเธอเผยออกมาเล็กน้อย แววตาของชายหนุ่มคนนั้นไม่คลาดจากเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว
"แค่เริ่มต้นเองนะ ยังไม่ต้องใช้ไม้ตายเลยด้วยซ้ำ" พิมหันไปยิ้มให้เพื่อน ๆ
"แล้วถ้าต้องใช้จริง ๆ ล่ะ?" จอยถามอย่างอยากรู้
พิมหัวเราะเบา ๆ พลางวางแก้วลงกับบาร์ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
"ก็แค่ให้เขาอยากเข้ามาหาเอง…โดยที่ฉันไม่ต้องเอ่ยอะไรเลย"
หลังจากการสังสรรค์จนเริมมึนเมาถึงจะมีสติคงไม่สมบูรณ์คนเราจึงทำอะไรที่ไร่การตรึกตรอง อย่างเช่น
[พิม] : พี่ปรางค์~
[พิม] : พี่ปรางงงงงงง~
[พิม] : พี่ปรางค์อยู่ไหนคะ?
ข้อความถูกส่งไปโดยที่พิมแทบไม่รู้ตัว แอลกอฮอล์ในร่างกายเริ่มทำให้สติของเธอเบลอไปเล็กน้อย หลังจากผ่านไปหลายแก้วและภารกิจ ‘ทดสอบโหมดควีน’ ที่ดำเนินไปอย่างสนุกสนาน
ฟ้าเหลือบมองโทรศัพท์ของพิมที่เธอถืออยู่ในมือก่อนจะเบิกตากว้าง "เฮ้ย! นี่แกส่งหาใคร?"
พิมพ์นาราชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะก้มลงมองหน้าจอ พอเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่ หัวใจเธอก็แทบหยุดเต้น
— พี่ปรางค์❤️ —
"เชี่ย!" พิมอุทานออกมาเบา ๆ
"ฉันส่งไปหาพี่ปรางค์จริงเหรอ!?"
"จริง! แล้วดูที่แกพิมพ์สิ!" มิ้นต์หัวเราะ
"คือแบบเมาแล้วอ้อนขั้นสุดอะ!"
พิมยกมือกุมขมับ "เวรแล้วไง…"
แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรต่อ เสียงแจ้งเตือนข้อความตอบกลับก็ดังขึ้น
ติ๊ง—
[ปรางค์] : อยู่ที่ห้องคะ มีอะไรหรือเปล่า?
พิมจ้องข้อความนั้นอยู่นาน…ก่อนจะเม้มปาก แล้วพิมพ์ตอบไปแบบที่เธอเองก็ควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว
[พิม] : หนูเมา…
[พิม] : พี่ปรางค์คิดถึงหนูบ้างไหมคะ?
[พิม] : พี่ปรางค์~ ทำไมไม่ตอบหนูล่ะคะ?
[พิม] : หนูเมาจริงๆ นะ พี่ปรางค์จะปล่อยให้หนูเมาอยู่แบบนี้เหรอ~
[พิม] : ถ้าพี่ปรางค์ไม่ตอบ หนูจะงอแงแล้วนะ!
ฟ้า มิ้นต์ และจอยที่แอบมองแชทอยู่พากันห้ามแทบไม่ทัน "โอ้โห กุว่าพี่ปรางค์สะดุ้งเป็ร้อยรอบละมั่ง"
"แกเป็แบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย? ปกติต้องเป็ควีนไม่ใช่เหรอ?" มิ้นต์แซว
พิมพ์นาราทำหน้ายู่ "ก็พี่ปรางค์ไม่เหมือนใครไง…คนอื่นฉันอ้อนแป๊บเดียวก็ติด แต่พี่ปรางค์นี่…เงียบเลย"
เธอจ้องหน้าจอโทรศัพท์อย่างลุ้นๆ แต่ก็ยังไม่มีข้อความตอบกลับมา
[พิม] : พี่ปรางงงงง~ หนูคิดถึง
[พิม] : ถ้าพี่ปรางค์ไม่ตอบ หนูจะโทรหาแล้วนะ!
พิมเม้มปากแน่น ก่อนจะตัดสินใจกดโทรออก…
ตู๊ด— ตู๊ด—
แต่สายถูกตัดไปแทบจะทันทีที่โทรออก
"เฮ้ย! พี่ปรางค์ตัดสายอ่ะ!" พิมร้องออกมา
"นั่นไง โดนเมินซะแล้ว" มิ้นต์ขำ
แต่ก่อนที่พิมจะได้พิมพ์อะไรต่อ เสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่ก็ดังขึ้น
ติ๊ง—
[ปรางค์] : พิม พรุ่งนี้พี่มีงานคะ กลับห้องไปพักได้แล้ว
พิมจ้องข้อความนั้น ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างเ้าเล่ห์
[พิม] : พี่ปรางค์ห่วงหนูเหรอคะ?
[พิม] : งั้นมารับหนูหน่อยสิ~
เธอกดส่งไปแบบไม่คิดอะไร…แล้วรอดูว่าอรจะตอบกลับมาว่ายังไง!
พิมจ้องหน้าจอ รอยยิ้มเ้าเล่ห์ยังติดอยู่ที่มุมปาก แต่พอผ่านไปไม่กี่วินาที เธอก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นข้อความตอบกลับของอร
[ปรางค์] ] : พิม… ตอนนี้พี่อยู่เวียนนา
[พิม] : …
[พิม] : เห้ย จริงด้วย! หนูลืม!
พิมเบิกตากว้างทันทีที่สติกลับมา เธอเมาจนลืมไปสนิทว่าตอนนี้อรไม่ได้อยู่ไทย แต่อยู่ที่เวียนนา และเธอเองก็ต้องบินไปประชุมที่นั่นในสัปดาห์หน้า!
แอ้มเห็นสีหน้าของพิมแล้วก็ขำพรื่นออกมา "โอ้โห ยัยพิม แกเล่นใหญ่จนลืมไปเลยว่าพี่ปรางค์ไม่ได้อยู่ที่นี่!"
"แย่ละ" พิมพึมพำ เธอรีบพิมพ์กลับไปทันที
[พิม] : หนูเมา หนูเลยเผลอคิดว่าพี่ปรางค์ยู่ไทย ฮืออออ
[พิม] : งั้นพี่ปรางค์โทรมาคุยกับหนูหน่อยสิ
แต่คราวนี้ข้อความที่ส่งไปกลับเงียบกริบ ไม่มีการตอบกลับจากอรเหมือนเดิม
พิมพ์นาราทำหน้ามุ่ย ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงแล้วฟุบหน้ากับโต๊ะ
"งอแงใส่เค้าไปขนาดนี้แล้ว พี่ปรางค์ยังเมินฉันอีกเหรอ!"
"แกต้องใช้กลยุทธ์ให้หนักขึ้น" มิ้นต์เสนอ
"จริง" จอยพยักหน้า "พี่ปรางค์เป็นักการทูต แกต้องวางแผนให้ดี ไม่ใช่แค่อ้อนเมาๆ แบบนี้"
พิมครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้าๆ
"ก็ได้…" เธอพูดเสียงจริงจัง "ถ้าแค่นี้พี่ยังใจแข็ง งั้นรอดูเลยว่าอาทิตย์หน้าที่เวียนนา ฉันจะทำให้พี่ปรางค์ยอมใจอ่อนได้ยังไง!"
เพื่อนๆ มองหน้ากัน ก่อนจะพากันหัวเราะ
"เออเว้ย เอาให้ได้!"
พิมพ์นารายังคงนั่งฟุบหน้ากับโต๊ะ มือหนึ่งถือโทรศัพท์ อีกมือหมุนแก้วเครื่องดื่มเล่นอย่างเหม่อลอย เพื่อนๆ ของเธอยังคงแซวกันไปมาเื่พี่สาวคนสวย แต่แล้ว…
"ขอโทษนะครับ พอดีเห็นคุณนั่งอยู่คนเดียว อยากมานั่งเป็เพื่อนได้ไหม?"
เสียงทุ้มของชายแปลกหน้าดังขึ้นข้างๆ โต๊ะ พิมเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตจับจ้องคนตรงหน้า เขาเป็ชายหนุ่มรูปร่างสูง หน้าตาดี แต่งตัวเนี้ยบ รอยยิ้มดูเป็มิตรแต่แฝงไปด้วยความเ้าชู้
"ขอโทษค่ะ แต่ฉันไม่ได้มาคนเดียว" พิมตอบเสียงเรียบ ก่อนจะเหลือบไปมองเพื่อนๆ ที่นั่งอยู่ไม่ไกล
"แต่ผมว่าคุณดูเหงานะ" ชายหนุ่มไม่ลดละ "ขอแค่เครื่องดื่มแก้วเดียว คุยกันหน่อยไม่ได้เหรอ?"
พิมถอนหายใจ ก่อนจะยกมือขึ้นโบกไปมา "ไม่ล่ะค่ะ ฉันรอคนอื่นอยู่"
ชายหนุ่มยิ้มบางๆ แต่ไม่ยอมถอยไปง่ายๆ "คุณไม่สนใจผมขนาดนี้ หรือว่ากำลังรอแฟนอยู่?"
"ก็ประมาณนั้น" พิมตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด
แต่เหมือนคำตอบของเธอจะทำให้เขาไม่พอใจเล็กน้อย แววตาของชายหนุ่มเปลี่ยนไปชั่วขณะก่อนจะพยายามส่งยิ้มให้อีกครั้ง
"งั้นขอแค่ให้ผมได้นั่งด้วยสักพัก—"
"ขอโทษนะครับ คุณผู้หญิงบอกปฏิเสธแล้ว" เสียงของใครบางคนดังขึ้นข้างหลังพิม ก่อนที่เธอจะทันหันไปมอง ชายอีกคนก้าวเข้ามาขวางระหว่างเธอกับชายหนุ่มคนนั้น เ้าของเสียงคือเ้าของร้านบาร์แห่งนี้เอง
พิมเลิกคิ้วแปลกใจ แต่ชายหนุ่มที่เข้ามาตื๊อกลับทำหน้าไม่พอใจ
"ผมแค่จะคุยด้วยเฉยๆ คุณเป็ใครมายุ่ง?"
เ้าของร้านยังคงรักษาท่าทีสุภาพ แต่สายตาเย็นเฉียบ
"มีคนฝากให้ผมช่วยดูแลคุณพิม" เขาตอบเสียงเรียบ "ถ้าเธอคนนี้ไม่้าคุย คุณควรให้เกียรติเธอ"
พิมชะงักไปนิดหนึ่ง ดวงตาสั่นไหว ใครเป็คนฝากให้ช่วยดูแลเธอ?
ชายหนุ่มคนนั้นขบกรามแน่น ดูเหมือนเขาจะอยากเถียงต่อ แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเ้าของร้านที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้ สุดท้ายก็ทำได้แค่กัดฟันแล้วเดินออกไปอย่างหัวเสีย
พิมพ์นาราเงยหน้ามองเ้าของร้านอย่างสงสัย
"ขอบคุณนะคะ แต่ใครบอกให้คุณช่วยดูแลฉันเหรอคะ?"
เ้าของร้านยิ้มน้อยๆ ก่อนจะตอบเรียบๆ
"คุณรู้คำตอบอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ?"
หัวใจของพิมกระตุกวูบ