บทที่ 5 ขายของ
ชาตินี้เธอไม่อยากรู้จักเขาอีก ไม่อยากเป็นกคีรีบูนของเขา และไม่อยากแบ่งเขาให้กับผู้หญิงอีกเจ็ดแปดคนหรืออาจจะมากกว่านั้น เธอขอบอกลาให้กับอดีตอันแสนขื่นขม
หากได้พบกันอีก เธอจะไม่เป็ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ไร้อำนาจเหมือนในชาติก่อนอีกต่อไป
จิ่งเหมียนรอจนกระทั่งอันหลิงอวี่เข้าไปตรวจสอบด้านในแล้ว จึงแอบออกมาได้อย่างราบรื่น
หญิงสาวเดินอยู่บนถนน มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋า แต่ไม่มีเงินเลย
เธออ่านขั้นตอนการสร้างฐานของระบบคร่าว ๆ หลังจากเลือกพื้นที่ได้แล้ว ยังจะสามารถสรรหาคนเก่งเพื่อเสริมกำลังตัวเอง และดึงดูดผู้คนให้เข้ามาอยู่เพื่อให้ฐานใหม่เริ่มทำงานได้
ใน่สิบปีที่อยู่กับตระกูลอัน เพื่อให้หลุดพ้นจากการควบคุมของจางเพ่ยหรงและมีชีวิตที่ดีขึ้น เธอจึงเรียนรู้ด้วยตัวเอง ทั้งอ่านหนังสือ ทำความเข้าใจตัวอักษร พยายามพัฒนาตัวเอง ติดตามอันหลิงอวี่ไปในงานต่าง ๆ ได้เปิดหูเปิดตามากขึ้น เห็นได้ชัดว่าความสามารถของระบบนั้นมหาศาลและเหนือธรรมชาติ
นี่คือคบเพลิงที่จะสามารถช่วยชีวิตผู้คนจากน้ำท่วมและไฟไหม้ สามารถจุดความหวังในความมืดมิดได้
เมื่อนึกถึงซอมบี้ที่เพิ่มขึ้นทุกปีในปีหน้า ฐานอู่อันจะถูกซอมบี้บุกรุกอย่างหนัก ตัวเธอเองก็จะล้มลงในคลื่นซอมบี้ระรอกที่สาม
หลังจากวันโลกาวินาศ สภาพอากาศของดาวเคราะห์สีน้ำเงินก็แปรปรวนและเลวร้ายขึ้น ภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ฐานมากมายแตกพ่าย ผู้คนที่รอดชีวิตมาได้ต้องต่อสู้กับซอมบี้ไปพร้อม ๆ กับการแก่งแย่งชิงดีเพื่อความอยู่รอด มีการห้ำหั่นอย่างโเี้เกิดขึ้นนับไม่ถ้วน
ในปีที่ 62 หลังโลกล่มสลายซึ่งเป็ปีที่จิ่งเหมียนเสียชีวิต เด็ก ๆ จะถูกใช้เป็อาหารสำรองในครอบครัว การกินคนเพราะความหิวโหยถูกเปิดโปงออกมาโดยไม่มีใครสามารถจัดการได้
หากจิ่งเหมียนสามารถสร้างฐานใหม่ได้สำเร็จ ก็จะเป็พลังเสริมที่แข็งแกร่งในยุคสิ้นโลกอย่างไม่ต้องสงสัย เธอ้าคะแนนสะสมจำนวนมากในการสร้างฐานของตัวเอง
หญิงสาวรู้สึกกังวลเล็กน้อยว่าจะหาคะแนนสะสมจำนวนมากในเวลาอันรวดเร็วได้อย่างไร
หลังจากคิดอยู่สิบนาที จิ่งเหมียนก็ตัดสินใจฝืนตัวเองมาที่เขตควานเฉิง
ที่นี่เป็เขตที่รุ่งเรืองและร่ำรวยที่สุดของฐานอู่อัน นอกจากจะเป็เขตที่อยู่ใจกลางแล้ว ยังเป็พื้นที่ที่วุ่นวายและอันตรายที่สุดด้วย ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนมีความแตกต่างกันอย่างมาก
แม้ว่าแถวสลัมจะมีความปลอดภัยต่ำ สกปรก และวุ่นวาย แต่ก็ยังไม่เท่ากับเขตควานเฉิง ดังนั้นเื้ัเขตแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ‘เขตวุ่นวาย’
สำหรับคนอย่างจิ่งเหมียน การมาที่เขตควานเฉิงนั้นเต็มไปด้วยอันตราย แต่ถ้า้าพัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็ว ที่นี่คือสถานที่ที่ดีที่สุด
เมื่อเทียบกับเขตที่มั่นคงซึ่งมีผู้คนเบาบางใน่เวลาทำงาน เมื่อเข้ามาในเขตควานเฉิงก็จะคึกคักขึ้นมาก
“น้องสาว ฉันเห็นเธอหน้าตาดี มานั่งที่ร้านฉันสิ จะได้เสริมสวยฟรี ๆ พวกฉันยังมีข้อมูลของเศรษฐีใจดีด้วยนะ รับรองว่าต่อไปเธอจะไม่ต้องกังวลเื่ปากท้องแน่นอน!”
“น้องสาว สนใจมาเป็พนักงานต้อนรับที่โรงแรมควานตงไหม ได้เดือนละ 50,000 แต้มเชียวนะ!”
เสียงเรียกดังระงม จิ่งเหมียนไม่สนใจใครทั้งนั้น แม้แต่ปรายตามองสักนิดก็ไม่ทำ ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะคิดว่ามีความหวัง และตามมารบกวนเธอเหมือนแมลงวัน พยายามลากเธอลงสู่ห้วงลึกของความวุ่นวาย
หากถูกบังคับให้เข้าสู่การค้าประเวณี หรือถูกข่มขู่ให้ขายตัวเพื่อพวกเขา เธอก็ต้องเสี่ยงชีวิตเดินบนเส้นทางนี้ไปตลอด ระหว่างนั้นก็จะถูกล้างสมองและทรมานด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา ไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้ จิ่งเหมียนเคยได้ยินมาั้แ่ชาติก่อนแล้ว
เธอมีสีหน้าที่ดูเหมือนล่วงรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง คนเ่าั้จึงไม่ได้เซ้าซี้เธอมากนัก ทันทีที่ข้ามาในเขตควานเฉิง พวกเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลยแม้แต่น้อย
จิ่งเหมียนรีบมาถึงย่านการค้าควานตง ตามกฎแล้วต้องจ่ายน้ำแร่ห้าขวดให้กับชายร่างสูงที่ประตูเป็ค่าเข้าและค่าคุ้มครอง
ปัจจุบันน้ำบรรจุขวดเป็ของหายากและมีราคาแพง ทุกคนดื่มน้ำประปาใต้ดิน ชายร่างสูงมีแววตาประหลาดใจ พยักหน้าให้จิ่งเหมียนเข้าไปในทันที
ภายในสถานที่ซึ่งมีพื้นที่ถึงหนึ่งพันตารางเมตร ตำแหน่งใจกลางเป็พื้นที่ของคนมีหน้ามีตา ต้องเสียค่าเช่า
ส่วนที่เหลือ ใครมีโต๊ะก็วางโต๊ะ หากไม่มีโต๊ะก็ปูเสื่อ
จิ่งเหมียนไม่มีทางเลือกก็ได้แต่ปูเสื่อ แถมยังเลือกมุมชิดผนังที่ไม่ค่อยเด่นชัดอีกด้วย
เธอจะทำอย่างอื่นได้อย่างไร ที่ที่ดีเกินไปเธอก็ไม่กล้าจอง เพิ่งมาถึงใหม่ ๆ เธอไม่กล้าหัวแข็งกับใครหรอก เดี๋ยวโดนตีหัวกันพอดี
แม้ว่าเธอจะจ่ายค่าคุ้มครองแล้ว แต่ส่วนใหญ่เป็การคุ้มครองไม่ให้เธอถูกทำร้ายจากลูกค้า หรือป้องกันการไม่จ่ายเงิน พวกเขาไม่ค่อยเข้ามาจัดการข้อพิพาทระหว่างพ่อค้ากับแม่ค้ากันเองมากนัก ท้ายที่สุดแล้วทุกคนก็จ่ายเงินหมด
จิ่งเหมียนนั่งลงบนพื้น แม้แต่ผ้าปูก็ไม่มี แลดูยากจนมาก
ในขณะที่ไม่มีใครสังเกต เธอจึงยื่นมือไปด้านหลัง หยิบน้ำแร่สิบขวดและข้าวถุงใหญ่ออกมาขาย
แม้ว่าระบบจะให้ทรัพยากรไม่จำกัด แต่เพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย เธอจึงไม่สามารถนำสินค้าออกมามากเกินไปได้
จากนั้นเธอก็หมุนตู้สล็อตซึ่งใช้ได้เพียงเดือนละครั้งในการสุ่ม และได้รับผ้าอนามัยมา!
เมื่อวางผ้าอนามัยอีกสิบห่อบนพื้น แผงลอยเล็ก ๆ ที่ดูยากจนก็ส่องประกายเจิดจ้าจนแสบตา
ทั้งหมดเป็สิ่งจำเป็ในชีวิตประจำวัน เป็สกุลเงินหลักในการแลกเปลี่ยนสินค้า
ข้าวดูธรรมดา แต่ในยุคโลกาวินาศ การได้กินข้าวไม่ใช่เื่ง่าย มีเพียงครอบครัวที่ร่ำรวยเท่านั้นที่สามารถกินได้ ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ได้ทุกมื้อหรือทุกวัน กินได้เพียงบางครั้งเท่านั้น
ตอนที่จิ่งเหมียนอยู่ในครอบครัวชั้นสูงของฐาน เธอสามารถกินข้าวได้ทุกวัน แต่ปริมาณที่ให้ก็น้อยมาก จะเห็นได้ว่าข้าวหายากมากในยุคโลกาวินาศ
ทุ่งนาส่วนใหญ่ถูกทิ้งร้างไปนานแล้ว ซอมบี้เดินเตร็ดเตร่ไปทั่ว การปลูกพืชผลกลายเป็เื่ที่อันตรายมาก แม้แต่ทุ่งนาที่ฐานอู่อันเปิดใช้ก็ยังมีทหารคอยคุ้มกันหนาแน่น ผลผลิตจึงไม่เพียงพอต่อความ้า
ไม่นานเ้าของแผงลอยใกล้เคียงก็ทนไม่ไหวจึงวิ่งมา เขากวาดตามองสินค้าของจิ่งเหมียนแล้วอ้าปากค้าง “น้องสาว ของมีค่าพวกนี้เอามาวางบนพื้นปูนเลยเหรอ”
จิ่งเหมียนจึงตอบอย่างเป็ธรรมชาติ “ฉันเน้นความเรียบง่าย ไม่หรูหราน่ะค่ะ”
ชายวัยกลางคนจุ๊ปากสองที กลอกตาไปรอบหนึ่ง “น้องสาว ถ้าไม่ว่าอะไรเปิดราคามาสิ ฉันจะเอาทั้งหมดนี่ไปเลย!”
จิ่งเหมียนรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ก็แค่พ่อค้าคนกลางนั่นแหละ
“ไม่ใช่ว่าไม่ได้ แต่ขึ้นอยู่กับความจริงใจของคุณต่างหาก”
ชายวัยกลางคนกัดฟันกรอด ก่อนจะพูดลอดไรฟันไปว่า “2,000 แต้ม”
จิ่งเหมียนยื่นมือดันขวดน้ำเจ็ดขวดออกมา “นี่ค่ะ แค่นี้ก็คุ้มแล้ว”
ชายวัยกลางคนแสดงสีหน้าอับอาย “น้องสาว ฉันหมายถึงของทั้งหมดรวมกันได้ 2,000 แต้มต่างหาก”
จิ่งเหมียนนิ่งอึ้ง ผู้ชายคนนี้มองเธอแต่งตัวซอมซ่อ แล้วคิดว่าเธอไม่รู้หรือไงว่าของพวกนี้จะขายได้ราคาเท่าไรในยุคที่ข้าวมีค่าที่สุดแบบนี้
เธอโมโหจนพูดว่า “ข้าว 10 กิโลกรัมกับผ้าอนามัย คุณคิดจะเอาไปในราคา 2,000 เหรอ คิดว่าฉันเป็คนโง่หรือไง?”