่สายของวัน
นี่เป็อีกวันแล้วที่หนิงเอ๋อเข้ามาในป้อม
นางนั่งตรวจทานบัญชีค่าใช้จ่ายในค่ายทหาร
เมื่อคืนนางโดนเรียกเข้าห้องลู่เอินไป หลายคนซุ่มดูอยู่แต่ไกล ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ท่านแม่ทัพของพวกเขาหัดหลับนอนกับสตรีบ้างเสียที
แต่แท้จริงแล้ว เขาเรียกนางเข้าไปให้ดูบัญชีและพูดคุย มีการกำหนดจำกับงบค่าใช้จ่าย ทั้งคู่เลยคุยหารือกันจนดึก
เช้ามาหนิงเอ๋อรีบเข้าครัว ทำหัวไชโป๊วผัดกระเทียม กับไข่เค็มแล้วก็ข้ามต้ม นางทำอาหารง่ายๆ เพราะต้องเอาเวลามาแก้บัญชี
“คุณชายคะ ปกติท่านทานของว่างมั้ย ไว้ข้าทำบัญชีเสร็จวันหลังจะไปซื้อมาเก็บไว้ให้ทานนะคะ”
“อ..อืม..”
ลู่เอินครุ่นคิด
[ข้าจะเดินมาแอบดูนางตอนทำบัญชี ยังไม่ทันเข้าห้อง นางรู้ได้ยังไงว่าข้ามา?]
“อ่า..เสร็จแล้ว ข้าแบ่งการใช้จ่ายที่กำหนดไว้ตามที่คุยกันเมื่อคืนแล้วนะคะ”
“อืมดีแล้ว”
“ไม่ตรวจทานหน่อยเหรอ?”
“ไม่หรอกข้ามีเื่จะถามเ้า”
“ถามอะไรคะ?”
“ตอนอยู่ข้างนอก ทำไมเ้าทากลิ่นตัวให้เหม็น”
“เื่นี้เข้าใจไม่ยาก ข้าไม่อยากโดนกระทำชำเรานี่คะและไม่อยากรีบตกแต่งเข้าบ้านไหนด้วย”
“อยู่กับข้าต่อไปนี้ห้ามใช้อีกยกเว้นเดินทางรอนแรมแล้วต้องใช้เอาตัวรอด”
“ค่ะเข้าใจแล้ว”
“แล้วอยู่ที่นี่เป็ไงบ้าง?”
“ข้าเริ่มชินบ้างแล้วค่ะ”
“เหม็นอับกลิ่นพวกทหารหน่อยนะ”
“ข้าชินกับกลิ่นพวกนี้แล้ว ท่านก็รู้นี่คะ”
หนิงเอ๋อหยิบขวดยามาแกว่งๆให้ดู
“คุณชายแล้วนั่นท่านจะเอากระบี่ไปฝึกเหรอคะ?”
“เปล่าข้าเอาไปทำความสะอาด”
“มาข้าช่วย”
“ของมีคมเ้าไม่ต้องหรอก”
“มีดทำครัวก็ของมีคม ไม่เห็นท่านห้ามข้าเลย ส่งมาเถอะค่ะ”
“เ้าคุ้นกับอาวุธเหรอ?”
หนิงเอ๋อนิ่งไปครู่หนึ่ง
[คนคนนี้ไม่ธรรมดาแต่แรก ข้าโกหกเขาไม่ได้ตลอด ยังไงก็ต้องอยู่กันอีกนาน พูดความจริงออกไปอีกจะเป็ไร]
“ข้าฝึกกระบี่มาบ้าง เลยพอจะดูแลมันเป็ค่ะ”
“งั้นตามข้ามา”
“เอ๋...?”
ลานฝึก
“เลือกเล่มที่เ้าถนัดมือ”
“ค่ะ”
นางหยิบขึ้นมาเล่มหนึ่ง
“อืม...ข้านึกว่าจะจะเอาเล่มบางๆที่มีระดับความอ่อนงอสูงเสียอีก กระบี่ที่เ้าหยิบ ใบกว้าง 2 ชุ่น ออกจะหนักไปสำหรับข้อมือสตรี”
“ข้าถนัดแบบนี้ค่ะ”
“ดีงั้นเข้ามา”
“ฟู่ว์...”
หนิงเอ๋อเดินลมปราณควบคุมลมหายใจ จากนั้นสะบัดข้อมือพร้อมสาวเท้าเข้าหา
คมกระบี่ตวัดขึ้นจากด้านล่างในมุมที่มือกระบี่น้อยคนจะใช้ออก
ลู่เอินมองด้วยความสงบวกกระบี่กวาดกระบี่ของหนิงเอ๋อวกขึ้นอ้อมหัวตนไปแล้วฟันลงมา
หนิงเอ๋อตวัดกระบี่กลับมาทำให้ลู่เอินต้องวกกระบี่มารับรุกรับสลับกัน จนเลห่าทหารและนายกองพากันมาชมดู
“ฝีมือเ้าไม่ธรรมดาไหนลองแสดงให้ข้าดูอีกซิ”
ลู่เอินไล่กดดันหนักกว่าเดิมรุนแรงขึ้น ไวขึ้น นางเริ่มรุ่นถอยไม่ทัน
[ถ้าข้าไม่รุกกลับ ข้าแย่แน่ แต่ถ้าแสดงฝีมือมากกว่านี้ มีหวัง.....]
แต่ยิ่งรับยิ่งแย่ครั้นจะรุกก็เริ่มไม่เห็นหนทางแล้ว นางเริ่มสำนึกแล้วว่าคนผู้นี้ไม่ได้อยู่ในจุดที่นางจะมาสู้แบบออมมือ ครั้นจะเอาจริงยังไม่แน่ว่าจะเห็นหนทางชนะ
หนิงเอ๋อเริ่มโจมตีเข้าที่จุดขยับเช่นข้อพับเพื่อสกัดการโจมตีต่อเนื่อง นางไม่อาจใช้ท่าที่สลับซับซ้อนเพื่อเอาชัยได้ มีแต่ต้องใช้ท่าที่เรียบง่ายและใช้ออกได้รวดเร็วเท่านั้น
ความต่อเนื่องแม้ขาดหายแต่ไม่อาศัยกระบวนท่ามากมาย เน้นเอาชัยท่าต่อท่า
“เยี่ยม!”
จบคำลู่เอินตวัดกระบี่รวดเร็วและรุนแรงจนกระบี่นางหลุดมือพุ่งไปปักเสาไม้พันเชือกที่ใช้ซ้อมฟันดาบ
หนิงเอ๋อลงไปกุมมือข้างที่จับกระบี่
ลู่เอินเห้นท่าไม่ดี
“ห๊ะ...เ้าเป็ไงบ้าง?!”
“ข้า...ไม่เป็ไรค่ะคุณชาย”
“เดี๋ยวข้าจะพาเ้าไปหาหมอ”
“ไม่เป็ไรค่ะข้าแค่.....”
“ใครเป็บ่าวใครเป็นายกัน?”
“เอ่อ....”
ลู่เอินหันมา
“ลู่ฉีเตรียมม้า แล้วอยู่ดูแลรับเื่ต่างๆแทนข้า ต้าเซิงคุมการฝึกต่อ”
ทั้งหมดรับคำ
ทั้งคู่ขึ้นม้า ลู่เอินซ้อนหลังแล้วอ้อมมือมาข้างหน้าเพื่อคุมบังเหียน
“เ้าเคยขี้ม้ามั้ย?”
“ไม่เคยค่ะ”
“ไว้วันหลังข้าจะสอน”
“โหยข้าไม่บังอาจ”
“อะไรที่เป็ประโยชน์กับงานที่ข้าจะใช้สอย เ้าก็ต้องหัด”
“ค่ะคุณชาย”
“เอาเถอะตอนนี้ไปหาหมอก่อน”
“จริงๆข้ารักษาเองเป็นะ”
“ด้วยสภาพนี้เนี่ยนะ อย่ารั้น”
กล่าวจบก็ควบม้าออกไปวิ่งเหยาะๆ ในถนนเมือง
.......................
จวนเ้าเมือง
“คุณหนูคะ”
สาวใช้นางหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นมา
เซี่ยวซือถาม
“อะไรของเ้า มีอะไรถึงะโหาคุณหนู”
“พี่เซี่ยวซือ แย่แล้ว...ท่านแม่ทัพเซียวควบม้าในเมืองโอบซ้อนกับสตรีนางหนึ่ง”
จูฮวาพุ่งพรวดออกมาจากห้องทันที
“เ้าว่าอะไรนะ?! นางผมสั้นใช่มั้ย?”
“ช..ใช่ค่ะ”
“นางตัวดีนั่น!!”
...............................
หลังจากหมอดูอาการเสร็จที่ชานเมือง
นางคุยกับหมอเื่การรักษาและตัวยาที่ใช้ประคบ
“ที่แท้เ้าคือสตรีที่รักษาคนไข้เมื่อวันก่อนที่เค้าร่ำลือกันนั่นเอง”
“ท่านหมอข้าต้องขออภัย ข้าไม่ได้ตั้งใจตัดลูกค้าท่านจากทำเลในเมือง ตอนนั้นข้า.....”
“เฮ้ย...พูดอะไรแบบนั้นเราเป็หมอนะ รักษาคนไข้ก็เป็หน้าที่ที่ต้องทำ ชาวบ้านก็หวังพึ่งพาพวกเรานั่นแหล่ะ”
“ค่ะแต่ต่อจากนี้ท่านหมอก็ต้องรับภาระรักษาต่อแบบเดิมแล้ว ข้าเป็สาวใช้ท่านแม่ทัพไปแล้ว”
“อืม...ชาวบ้านเล่ากันมาต่อๆกันให้ฟังแล้วล่ะ”
“เื่ของข้าโจษจันกันขนาดนั้นเชียว?”
“อย่าไปฟังเสียงเล่าเสียงกล่าวมาก เ้าทำหน้าที่ของเ้าให้ดีเถอะ”
เมื่อนางเดินออกมา ซินแสแนะนำตัวยาและการประคบ
ลู่เอินตั้งใจฟังไม่ขาดตก
“ไหน... ข้าลองทายาซิ ยื่นมือมา”
ลู่เอินประคองแขนขวาหนิงเอ๋อขึ้น โดยพยามไม่จับข้อมือนาง จากนั้นหยิบยาขึ้นมาทาให้เบา
“เจ็บแล้วบอกนะ”
“ค่ะ”
ลู่เอินค่อยๆบรรจงทายาวเบาๆ ทั่วบริเวณมือและข้อมือ
หนิงเอ๋อมองเขาที่ค่อยๆทายาที่ข้อมือนาง อย่างเหม่อลอย
“พี่ลู่เอิน”
เสียงแสบแก้วหูดังขึ้น
“นางสาวใช้ เ้าล่อลวงอะไรพี่ลู่เอิน!!”
นางปรี่เข้ามาพร้อมเซี่ยวซือ
หนิงเอ๋อรีบชักมือกลับทำท่าประสานมือ
“คุณหนูจู...”
“หนอยเ้า...”
จูฮวาชี้หน้าแล้วตรงเข้ามา
ลู่เอินเดินเข้ามาเอาตัวขวางไว้
“คุณหนูจูท่านจะทำอะไร?”
“นางยั่วยาวนท่านอีท่าไหนถึงมาพานางมาขี่ม้าพลอดรักจับมือถือแขนลูบไล้ไปมาบัดสีเช่นนี้”
“เ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้าบังคับนางซ้อมกระบี่กับข้า เป็ข้าที่บีบคั้นนางจนนางาเ็เลยขี่ม้าพาออกมาหาท่านซินแส และเมื่อครู่ข้าก็แค่ทายาให้นางเท่านั้น”
“แค่ทายาให้นางทาเองก็ได้นี่คะ”
“ข้าทำนางาเ็ ข้าก็ต้องรับผิดชอบ”
“แต่นางเป็แค่สาวใช้”
“และนางเป็สาวใช้ส่วนตัวคนสนิทของข้า”
“คนสนิท? นางเพิ่งจะมาเป็สาวใช้วันสองวัน ท่านบอกคนสนิทแล้ว?”
“ก็ข้ามีนางเป็สาวใช้คนเดียว”
“แต่พี่มีลู่ฉีติดตามอยู่แล้วนะคะ ฝึกกระบี่ลู่ฉีก็เก่งสามารถฝึกกับท่านได้”
“ลู่ฉีทำกับข้าวไม่เป็”
“หรือท่านมีพ่อครัว?!”
“เซี่ยวเอ๋อทำอร่อยกว่า”
“ดูท่านเรียกนางสิ สนิทสนมเชียว”
จูฮวายังคงถกเถียงขึงขัง
ลู่เอินจึงกล่าว
“อีกอย่างนางทำบัญชีเป็ สตรีน้อยนักจะทำงานส่วนนี้ได้”
“ไม่รู้แหล่ะ ท่านต้องไล่นางออก”
“แต่นางทำสัญญาเป็บ่าวชดใช้ข้า นางทำภาพวาดของพ่อข้าเสียหาย นางต้องรับผิดชอบ”
“นี่.....”
จูฮวาไม่สามารถพูดอะไรออกไปมากกว่านี้เกรงว่าแผนการที่นางส่งคนมาทำลายภาพวาดจะหลุดปาก
ลู่เอินกล่าวขึ้น
“เซี่ยวเอ๋อ”
“คะ..”
“เรากลับ”
“เอ่อ...คุณชายไม่อยู่คุยกับกับคุณหนูจูก่อน ข้าเดินกลับเองได้ค่ะ”
“แต่เ้าาเ็”
“ข้าเจ็บมือไม่ได้เจ็บขา....ข้าขอตัวค่ะ”
หนิงเอ๋อพนักหน้าก้มให้จูฮวาและลู่เอินก่อนจะรีบหยิบห่อยาเดินแบบเร่งรีบจากไป
“พี่ลู่เอินนางก็บอกแล้วว่าไม่เป็ไร แถมยังให้ท่านเดินเล่นกับข้าอีก....เราจะไปไหนกันดี?”
ลู่เอินลอบถอนหายใจเบาๆ
“แล้วแต่คุณหนู”