ตอนที่ 5 : กฎข้อแรกของชีวิตใหม่
หลินซูเหยาปิดประตูห้องน้ำเบาๆ ภาพสะท้อนของเด็กสาวอายุสิบเจ็ดปีในกระจกยังติดอยู่ในความคิดร่างกายนี้ไม่ได้้าอาหารราคาแพง ไม่ได้้ายาวิเศษสิ่งที่้าที่สุดในเวลานี้ คือเวลาให้มันค่อย ๆ ฟื้นตัว
เธอหันกลับไปยังชั้นวางสินค้าสายตาที่เคยมองตัวเลขยอดขาย วันนี้กลับกวาดมองอาหารและยาทีละชิ้นอย่างละเอียดหากเปรียบร่างกายเป็กิจการแห่งหนึ่ง มันคือบริษัทที่ขาดทุนสะสมมานานเงินทุนร่อยหรอ เครื่องจักรใกล้พัง แต่ยังถูกบังคับให้เดินเครื่องต่อไปทุกวันหากยังฝืนเดินหน้าต่อ สุดท้ายก็เหลือเพียงการล้มละลายการฟื้นฟูต้องเริ่มจากหยุดความเสียหายก่อน
หลินซูเหยาหยิบโจ๊กกึ่งสำเร็จรูปซองหนึ่งขึ้นมาก่อนจะวางกลับที่เดิม ไม่ใช่อันนี้ เธอเดินต่อไปอีกสองชั้นสุดท้ายจึงพบโจ๊กข้าวขาวแบบพร้อมรับประทานสำหรับผู้ป่วย รสจืด ไม่มีเครื่องเทศไม่มีเนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่ แบบนี้ต่างหาก กระเพาะของเด็กสาวคนนี้อดอาหารมาหลายวันหากรีบกินอาหารหนักเกินไป ร่างกายอาจรับไม่ไหว
ถัดจากนั้นเป็เครื่องดื่มเธอหยิบน้ำเกลือแร่สำหรับผู้ใหญ่สองขวด ก่อนจะหยุดมือ สองขวดมากเกินไปเธอหยิบคืนหนึ่งขวดเข้าที่เดิม จากนั้นจึงเดินไปยังแผนกยา หยิบยาลดไข้วิตามินบีรวม และปรอทวัดไข้ เธอเลือกเพียงเท่านี้ ส่วนวิตามินรวม น้ำมันตับปลาอาหารเสริมอื่น ๆ ที่มีราคาแพง รวมถึงยาปฏิชีวนะ เธอไม่แตะต้องเลยเพราะอาการของเธอยังไม่ชัดเจน ไม่รู้ว่ามีโรคอื่นแทรกซ้อนอยู่หรือไม่การใช้ยาพร่ำเพรื่ออาจอันตรายยิ่งกว่าไม่ใช้
หลินซูเหยาหยิบตะกร้าพลาสติกใบเล็กมาใส่ของทั้งหมดก่อนจะเดินไปนั่งที่ม้านั่งริมทางเดิน เธอหยิบของออกมาทีละชิ้นฉีกพลาสติกใสที่ห่อช้อนทิ้ง ลอกฉลากสีสดบนขวดน้ำเกลือแร่ออกแกะยาออกจากแผงอะลูมิเนียมทีละเม็ด ก่อนห่อด้วยกระดาษสีขาวธรรมดาแม้แต่วันที่ผลิตและวันหมดอายุบนกล่องยา เธอก็ฉีกทำลายจนไม่เหลือร่องรอย
หลินซูเหยาไม่ได้รีบร้อนทุกขั้นตอนทำอย่างละเอียดราวกับกำลังตรวจสัญญาฉบับสำคัญของสมัยใหม่ทุกชิ้นล้วนเป็หลักฐานและไม่มีหลักฐานชิ้นใดควรหลุดออกไปจากห้างแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็เศษพลาสติก กาว ฉลากสีพิมพ์ หรือแม้แต่ตัวอักษรที่ไม่ควรมีในปี 1975 สิ่งเหล่านี้อาจกลายเป็หายนะได้ทั้งสิ้น
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหลินซูเหยาจึงเงยหน้ามองห้างที่เงียบงัน ชั้นวางสินค้ายังคงเต็มเหมือนเดิมทั้งอาหาร ยา เสื้อผ้า และเครื่องมือ ทุกอย่างพร้อมให้เธอหยิบออกไปได้ทุกเมื่อแต่หญิงสาวกลับยิ้มบาง ๆ
"ของพวกนี้ไม่ใช่ทรัพย์สินที่สำคัญที่สุด"
เธอพึมพำกับตัวเอง
สิ่งที่มีค่ากว่านั้นคือไม่มีใครรู้ว่าห้างแห่งนี้มีอยู่
และเธอก็หวังว่า...
จะไม่มีวันต้องบอกใคร
หลินซูเหยาปิดตะกร้าพลาสติกความคิดหนึ่งค่อย ๆ ตกผลึกขึ้นในใจ
ความลับที่เปิดเผยไม่ได้คือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด
ต่อจากนี้...
ของทุกชิ้นที่ออกจากห้าง
ต้องมีที่มาที่สมเหตุสมผล
ต่อให้ต้องเสียเวลาอีกสิบเท่า...
เธอก็จะไม่ยอมเปิดเผยความลับนี้เด็ดขาด
นี่คือกฎข้อแรกของชีวิตใหม่
...
เมื่อกลับมาถึงกระท่อมหลินซูเหยาใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดตัวเพื่อลดความร้อนของร่างกายก่อนจะละลายน้ำเกลือแร่ จิบทีละน้อยอย่างช้า ๆ ผ่านไปพักใหญ่เธอจึงกินโจ๊กเพียงไม่กี่คำ ร่างกายที่อดอาหารมานานตอบสนองทันที กระเพาะบีบตัวเบาๆ แต่ไม่ได้ปวดจนทนไม่ไหว
หลังพักอีกครู่หญิงสาววัดไข้ อุณหภูมิยังสูง เธอจึงกินยาลดไข้เพียงเม็ดเดียวแล้วเอนตัวพิงผนังดิน หลับตาลง
เวลาค่อย ๆผ่านไป ไอร้อนที่แผ่ออกจากร่างเริ่มลดลง ลมหายใจค่อย ๆ สม่ำเสมอขึ้นหน้าผากที่เคยร้อนจัดเริ่มเย็นลงทีละน้อย แม้ร่างกายยังอ่อนแรง แต่อย่างน้อย...เธอก็รอดจากคืนแรกมาได้
ร่างกายเพิ่งเริ่มฟื้น...
แต่ปัญหาไม่เคยรอให้ใครแข็งแรงก่อน
ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
หลินซูเหยาลืมตาทันที
ก๊อก... ก๊อก...
ครั้งนี้หนักกว่าเดิมเธอยังไม่ทันเอ่ยปาก
แอ๊ด—
ประตูไม้เก่าถูกผลักเปิดเข้ามาจากด้านนอกโดยไม่มีใครรอคำอนุญาต...