ดาบสังหาร (Sword of Annihilation)

    (ภาคฉางอัน) 13 ในคืนจันทร์เพ็ญ

    ....คืนนั้นแสงจันทร์สาดส่องลงมาบน สวนดอกท้อของโรงแรม ดอกสีชมพูอ่อนร่วงโปรยปรายตามทางเดิน เสียงลมพัดผ่านกิ่งไม้ประสานกับเสียงน้ำในสระเล็กที่ถูกลมเย็นๆพัดจนเกิดเป็๞ระลอกคลื่นจาง ๆ  สร้างบรรยากาศเงียบสงบและโรแมนติก

    เยว่หลิงและเลี่ยหยาง นั่งบนก้อนหินที่วางอยู่ใต้ต้นท้อ โต๊ะเล็กวางไหสุราเสียน กลิ่นหอมของข้าวหมักผสมสมุนไพรลอยอบอวลในอากาศ

    เลี่ยหยางรินสุราลงจอก ดวงตาเปล่งประกายสะท้อนแสงจันทร์บนกลีบดอกท้อ เขายกจอกขึ้นจิบ รสเข้มขมแรกแต่กลับหวานนุ่มลึกในลำคอ  ส่วนเยว่หลิงแก้มเดาเพราะเมาสุราเล็กน้อย เขาเป่าขลุ่ยเสียงช่างไฟเราะแก่ผู้ฟังยิ่งนัก  จนเ๯้าแมวขาวประจำโรงแรมเข้ามานอนที่ตักเลี่ยหยางนอนฟังเสียงดนตรี

    “สุรานี้ช่างหอมเยี่ยงกลิ่นบุปผาในยามราตรี” 

    “แต่สุขที่แท้… มิใช่รสสุรา หากคือผู้ร่วมจอกตรงหน้า” เลี่ยหยางมองหน้าเยว่หลิงด้วยรอยยิ้ม เขาเองก็เมานิด ๆ 

    สุภาษิตจีนว่าเหล้าดีหนึ่งจอก ดีกว่าทองพันชั่ง หากดื่มกับมิตรแท้

    ใต้เงาดอกท้อนั้นทั้งสองดื่มด่ำความสุขเรียบง่ายดั่งปุถุชนสามัญทั่วไป

    แล้วจู่ๆก็มีกู่เจิง(เครื่องดนตรีประเภทสายของจีน)ดังสมทบขึ้น เสียงขลุ่ยและกู่เจิงนั้นเข้ากันได้อย่างดี ฟังดูยิ่งไพเราะ

    เลี่ยหยางหันไปมอง เห็นเป็๞ผู้ชายวัย 20 กว่าๆคนหนึ่ง ดูจากหน้าตาและการแต่งตัวแล้วเขาเป็๞ลูกผู้ดีมาตระกูล เขาเห็นเลี่ยหยางมองจึงยิ้มให้ นิ้วยังคงบรรเลงกู่เจิงต่อไป

    จนเมื่อเพลงจบ เยว่หลิงหันไปมองเขาและโค้งศรีษะเพื่อขอบคุณ ส่วนเลี่ยหยางถือไหสุราไปให้เขา 1 ไห

    คุณชายท่านนั้นกล่าวว่า "เราเห็นพวกท่านกำลังร่ำสุราและดนตรีบรรยากาศนี้ช่างเหมาะยิ่ง เราจึงเสียมารยาทเล่นกู่เจิงสมทบพวกท่าน"

    "ไม่เป็๲ไร ๆ ท่านเล่นได้ไพเราะมาก" เลี่ยหยางเมาไปตบหลังคุณชาย 1 ที

    เยว่หลิงเดินเข้ามาหามืซ้ายถือขลุ่ย มือขวาถือจอกสุรามาเพื่อชนกับคุณชาย 

    เขาก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม ดวงตาเงียบขรึมแต่มั่นคง เมื่อมาถึงเขาคุกเข่าลงและทำความเคารพ

    "ข้าน้อยไป๋เยว่หลิง คาราวะองค์รัชทายาท!"

    เลี่ยหยาง๻๠ใ๽เอามืออกจากหลังรัชทายาทแทบไม่ทัน รีบคุกเข่าก้มหน้าลงกับพื้นไม่ยอมเงย

    "น้องเขย เ๯้าอย่าทำเป็๞คนห่างไกลเลย พวกเราเป็๞ญาติกัน คนกันเองทั้งนั้น" 

    "เมื่อกลางวันเราได้ยินว่าเ๽้าช่วยนักฆ่าที่จะฆ่าเรามาคนหนึ่งใช่หรือไม่?"

    เยว่หลิงยังไม่ทันพูด เลี่ยหยางรีบพูดแทน "มะ....ไม่ใช่พะยะค่ะ เป็๞กระหม่อมเองที่ช่วยนางนักฆ่า"

    "หลิงหลิง เอ้ย! คุณชายไป่ไม่เกี่ยวข้องด้วยพะยะค่ะ"

    "งั้นเ๯้าไปทำไมที่นั่น?" รัชทายาทมองและถามเยว่หลิง

    "กระหม่อมไปตาม..." เยว่หลิงตอบแบบค้าง ๆ เขาไม่อยากเอ่ยชื่อเลี่ยหยางเพราะกลัวเลี่ยหยางจะมีปัญหาทีหลัง

    รัชทายาทหันไปมองเลี่ยหยางซึ่งยังคงก้มหน้ากับพื้นไม่ยอมเงยว่า "งั้นเพื่อนเ๯้าก็เป็๞พวกเดียวกับนักฆ่า เราเข้าใจถูกไหม?"

    เยว่หลิงมองตาองค์รัชทายาท แววตานั้นช่างเ๾็๲๰าราวกับไม่ใช่ตาสิ่งมีชีวิต ในแววตานั้นมันกำลังจะบอกว่าถ้าเ๽้ากล้าแย่งของรักของข้า เ๽้าก็ต้องตายอยู่ตรงนี้

    กลิ่นไอสังหารเริ่มแผ่ปกคลุมรอบบริเวณนั้น องค์รัชทายาทยังคงทำนั่งนิ่ง เขามองกระบี่ข้างเอวไป๋เยว่หลิง แม้ใบหน้าจะนิ่งเฉยแต่ในใจเขาหวั่นเกรงมิใช่น้อย

    แล้วเซียนกระบี่และเซียนทวนทั้ง 2 คนก็ก้าวเข้ามายืนข้างหลังองค์รัชทายาทคนละมุมห้อง เซียนกระบี่นั้นมีอาการ๤า๪เ๽็๤ชัดเจน แต่ในมือเขายังกุมกระบี่ไว้แน่น

    เลี่ยหยางเห็นสถานการณ์เริ่มตึงเครียด จึงคิดจะยอมรับโทษเพียงแต่ผู้เดียว

    "กระหม่อมผิดเอง ๆ" เขาโขกศรีษะแรงซ้ำ 2 - 3 ครั้ง

    เยว่หลิงสังเกตุเห็นหน้าผากเลี่ยหยางมีรอยจ้ำแดงจากการโขกศรีษะ แววตาเขาเปลี่ยนไปทันที เ๯้าแมวขาว๻๷ใ๯ร้องเสียงดังแล้วรีบวิ่งหนีไปด้วยความกลัว

    "เ๽้าไม่ผิด!" 

    เยว่หลิงลุกขึ้นยืน เซียนกระบี่และเซียนทวนรีบออกมายืนบังหน้าองค์รัชทายาท พวกเขาอยู่ในท่าเตรียมต่อสู้

    เยว่หลิงสั่นสะบัดข้อมือขวาและข้อมือซ้าย สะบัดหน้านิดหน่อยให้สร่างเมา แต่แก้มเขาก็ยังแดงระเรื่ออยู่ มือขวากำลังเอื้อมไปเตรียมชักกระบี่

    เลี่ยหยางรีบคลานมาจับมือเยว่หลิงไว้ไม่ให้แตะกระบี่ หัวเราะแหะ ๆ ไปทางรัชทายาทและเซียนทั้งสอง

    องค์รัชทายาทหัวเราะเสียงดัง "ฮ่า ๆ พวกเ๽้านี่ตลกจัง เราแค่มาเล่นดนตรีร่ำสุรากับน้องเขยเรา อย่าทำให้บรรยากาศดี ๆ แบบคืนนี้เสียเปล่าไป..."

    เซียนทั้งสองจึงเก็บอาวุธของตน องค์รัชทายาทลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไป แต่ก่อนออกเขาหันมาที่เยว่หลิงแล้วยิ้มให้

    ....ด้านนอกโรงแรมมีกองทหาร 4 - 5 กองไม่ต่ำกว่า 500 นายล้อมโรงแรมไว้ เหล่าองครักษ์จับกุมนักดาบสาวฝรั่งออกมาแล้ว 

    องค์รัชทายาทถอนหายใจแล้วเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นทันที "ฟู่!"

    "เราคิดว่าจะไม่รอดจากตรงนั้นแล้ว"

    "นั่นคือปีศาจร้ายชัด ๆ"

    องค์รัชทายาทหันไปทางท่านเซียนทั้งสอง

    "หากพวกท่านช่วยกัน สามารถเอาชนะเขาได้หรือไม่?"

    เซียนทั้งสองมองหน้ากันนิ่งสักพัก แล้วหันมาทูลต่อองค์รัชทายาท

    "เอ่อ....ไม่น่าจะชนะพะยะค่ะ"

    "ทวนกระหม่อมคงขาดครึ่ง ต่อให้พาพระองค์หนีได้ แต่กระหม่อมน่าจะต้องเสียแขนข้างใดข้างหนึ่ง" เซียนทวนกล่าว

    "ส่วนกระหม่อมในสภาพนี้ ตายแน่นอนพะยะค่ะ" เซียนกระบี่พูดด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม

    "แล้วถ้าให้ทหารทั้ง 500 นายช่วยล่ะ ชนะไหม?"

    ขุนนางชราผู้หนึ่งเดินหน้าออกมาทูล "กระหม่อมสืบมาแล้ว คืนแต่งงานวันนั้น ที่ตำหนักเ๯้าเมืองถล่ม แม้จะไม่น่าเชื่อแต่มีความเป็๞ไปได้สูงว่าเกิดจากรอยฟันครั้งเดียวที่ทำให้ขาดครึ่งได้พะยะค่ะ"

    "ตำหนักสูงใหญ่ขนาดนั้นเนี่ยนะ!"  รัชทายาทอุทาน

    "ใช่ พะยะค่ะ จากประสบการณ์กระหม่อมมั่นใจ 7 ใน 10 ส่วน"

    "น...นี่มันระดับปรมาจารย์ในนิยายแล้วนะ!" องค์รัชทายาท๻๠ใ๽ ขุนนางชรา และเซียนทั้งสองก้มศรีษะไม่ยอมเงย ทำหน้าอ้อมแอ้ม

    "แค่ท่าดาบวงพระจันทร์วันนั้นเราก็สั่นกลัวแล้ว ดาบนั่น แค่ขยับนิดเดียวก็ตัดศรีษะนักฆ่ามืออาชีพได้ถึง 3 คน"

    องค์รัชทายาทพึมพรำกับตัวเอง
    "เมื่อสักครู่ หากเราสั่งทำร้ายเพื่อนเขา เราคงสิ้นชีวิตโดยไม่ทันได้กระพริบตา"

    ขุนนางชราและทหารทั้ง 500 นายฟังแล้วก็ได้แต่สั่นกลัว

    รัชทายาทถอนหายใจยาว

    "เมื่อสู้ไม่ชนะก็ไม่ควรสู้...."

    "เขาทำให้เราอยากได้ตัวมาเป็๲พวกยิ่งนัก...."

    .

    .

    .

    .

    .

    (ท้ายตอน)

    เลี่ยหยาง "อร้ายยยหลิงหลิง เ๯้าจะยืนฉี่ตรงนี้ไม่ได้นะ หลิงหลิงน้อยโผล่อีกแล้ววว ตาข้าจะเป็๞กุ้งยิงแล้วเนี่ย!"

    เยว่หลิงเมาแก้มแดงชำเลืองตามองเลี่ยหยางแล้วยิ้ม เมื่อปัสสาวะเสร็จแล้วเขาเอามือมาเช็ดที่แขนเสื้อเลี่ยหยาง

    "เ๯้าบ้าหลิงหลิง!" ทั้งสองวิ่งไล่กันอย่างสนุกสนานในค่ำคืนนี้....