บทที่ 2 มนุษย์ที่ถูกเลี้ยงดู
"โฮกกก!!! เร็วเข้า!" มนุษย์หมาป่าคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด
มารดาของถังซานร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย น้ำตาไหลพรั่งพรูลงมา ทว่ามนุษย์หมาป่าไม่สนใจนางอีกต่อไป ก้าวเข้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว มือใหญ่ที่มีกรงเล็บแหลมคมยื่นออกไปคว้าถังซานที่อยู่ในผ้าอ้อมเข้ามาในมือ
"ลูก! ลูกของข้า!" สตรีนางนั้นร่ำไห้เสียงดังทันที ทว่านางกลับมิได้พยายามแย่งชิงลูกของตนเอง แต่กลับเอาผ้าห่มนวมเก่า ๆ ผืนเดียวที่มีอยู่ในห้องมาห่มให้ทารกน้อย
ในชั่วขณะนั้น ถังซานรู้สึกราวกับหัวใจของตนถูกบีบรัดอย่างแรง นับั้แ่มาถึงโลกนี้ นี่เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกเ็ปในหัวใจ
มารดาของถังซานพลันพบว่าใบหน้าเล็ก ๆ นั้นหันมาทางนาง ทารกที่เพิ่งเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กลับไร้ซึ่่งเสียงร่ำให้ ดวงตาคู่นั้นที่แต่เดิมไร้ประกายกลับทอแสงขึ้นมาอย่างฉับพลัน
เมื่อเห็นดวงตาคู่นั้น มารดาของถังซานก็ชะงักไปชั่วขณะ
"ไสหัวไป!" มนุษย์หมาป่าผลักนางอย่างหงุดหงิด ทำให้นางล้มลงบนกองฟางแห้ง จากนั้นมันก็ใช้มือข้างหนึ่งคว้าร่างเล็ก ๆ ของถังซานเดินออกไป
ข้างนอกลมหนาวพัดกระโชก ทำให้ถังซานน้อยสั่นไปทั้งสรรพางค์กาย อาจเป็เพราะมนุษย์หมาป่าใจดีหรือไม่ก็เกรงว่าถังซานจะตายไปเสียก่อน มันใช้ผ้าห่มเก่า ๆ คลุมร่างของทารกน้อยไว้
ทุกสิ่งตรงหน้ากลายเป็ความมืดมิด ลมหนาวจากภายนอกก็ถูกกั้นไว้ชั่วคราว นอกจากการหายใจจะลำบากเล็กน้อยแล้ว ในยามนี้ก็ยังไม่ถึงกับตายทันที
ถังซานพยายามอย่างหนักที่จะทำให้ตัวเองสงบลง ในใจของเขากำลังอธิษฐานอย่างแรงกล้า
อย่าเพิ่งตายนะท่านแม่ของข้าในโลกใบนี้ ท่านอย่าได้ตายไป หากข้าสามารถมีชีวิตรอด ข้าจะต้องมาตามหาท่าน จะต้องทำให้ท่านมีชีวิตที่ดีขึ้น โปรดรอข้ากลับมา
เมื่อเขาสงบลงแล้ว การวิเคราะห์เบื้องต้นของเขาก็คือ มนุษย์หมาป่าตนนี้ไม่น่าจะพาตัวเขาไปเพื่อเป็อาหาร การวิเคราะห์นี้มีที่มาอย่างง่าย ๆ
หนึ่งคือเพราะเนื้อสองชั่งบนร่างของเขานี้ คงไม่คุ้มค่าเท่ากับมารดาของเขาในโลกนี้อย่างแน่นอน
อีกประการหนึ่งคือ ที่มนุษย์หมาป่ายังคงใช้ผ้าห่มคลุมร่างเขาไว้ นี่เป็การป้องกันไม่ให้เขาตายเพราะความหนาว หากเป็เพียงอาหารแล้ว ใครเล่าจะสนใจว่าเขาจะตายหรือไม่
แน่นอน ก็มิอาจตัดความเป็ไปได้ที่พวกมัน้ากินเขาทั้งเป็
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเขาจะใจเย็นเพียงใด เด็กน้อยในคืนพระจันทร์เต็มดวงจะทำอะไรได้เล่า? ได้แต่เพียง... ปล่อยชีวิตไปตามยถากรรม
ท่ามกลางความพร่าเลือน ถังซานน้อยได้ยินเสียงลมหวีดหวิว โลกภายนอกดูเหมือนจะไม่มีเสียงอื่นใดอีกแล้ว
โลกใบนี้มีชื่อว่า ‘มหาพิภพภูตปีศาจ’ นี่คือความเข้าใจของถังซานที่มีต่อโลกใบนี้หลังจากที่เขาพอจะเรียนรู้ภาษาได้บ้างแล้ว
อย่างที่ถังซานคาดการณ์ไว้ มนุษย์ในโลกนี้คือ ‘ทาส’ เป็สิ่งมีชีวิตที่ต่ำต้อยที่สุด เพราะร่างกายของมนุษย์นั้นอ่อนแอเกินไป ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย
นี่ก็ไม่ได้ตัดความเป็ไปได้ ที่มนุษย์ในโลกนี้อาจจะกลายเป็อาหารด้วย ทาสชั้นต่ำสุดถูกใช้เป็อาหารก็เป็เื่ปกติ ส่วนข้อมูลอื่น ๆ ยามนี้ยังไม่มี เพราะมารดาของเขาและมนุษย์คนอื่น ๆ มีการติดต่อสื่อสารกันน้อยมาก
หนึ่งเดือนผ่านไป เขาก็ยังมิได้พบบิดาของตน คิดว่าคงไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีนัก
น่าสงสารเหลือเกิน! ช่างน่าสงสารเหลือเกิน! แม้จะเริ่มต้นจากศูนย์ ก็ขอให้ข้าได้มีเวลาเริ่มต้นจากศูนย์บ้างเถิด
ถังซานร่ำไห้คร่ำครวญอยู่ในใจ
เขาเคยคิดถึงความยากลำบากของการเวียนว่ายตายเกิด แต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะยากลำบากถึงเพียงนี้
ในที่สุด ดูเหมือนว่ามนุษย์หมาป่าจะหยุดการเคลื่อนไหวลง ถังซานได้ยินเสียงเขากล่าวอะไรบางอย่างอย่างคลุมเครือ เนื่องจากมีผ้าห่มกั้นอยู่ อีกทั้งเขายังไม่เข้าใจภาษาของโลกนี้มากนัก จึงฟังไม่ชัดเจน จากนั้นเขาก็รู้สึกว่าตัวเองถูกรับไป
เมื่อผ้าห่มถูกเปิดออก บัดนั้น ถังซานก็หดตัวลงโดยสัญชาตญาณ ทว่าลมหนาวที่เขาคาดว่าจะปะทะเข้ามมากลับไม่ปรากฏ ตรงกันข้าม กลับมีความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านมาแทน แต่ในขณะเดียวกันก็มีกลิ่นไม่ค่อยดีนักตามมาด้วย
ทว่านี่ก็ยังเป็ครั้งแรกนับั้แ่เขาจุติมา ที่ได้ัักับความอบอุ่นรอบด้าน เขาลืมตาขึ้นมองอย่างพินิจพิเคราะห์
"อีกแล้ว เด็กที่เหมือนลิงน้อย" เสียงพูดอู้อี้ดังขึ้น
จากนั้นถังซานก็เห็นใบหน้าใหญ่เคลื่อนเข้ามาใกล้ตัวเขา
น่ะ... นี่มันหัวหมูหรือ?
ใช่แล้ว มันคือหัวหมูขนาดใหญ่ อย่างน้อยก็ในความเข้าใจของเขา หัวหมูนั้นโน้มเข้ามาใกล้และมองดูเขา จากนั้นก็อุ้มเขาเดินเข้าไปด้านใน
"อูแว้! อูแว้! อูแว้!" เสียงร้องไห้ดังขึ้นเป็ระยะ
ถังซานก็พบว่าที่นี่ ดูเหมือนเขาจะไม่ใช่ทารกเพียงคนเดียว
เขาถูกวางลงในกองฟางนุ่ม ๆ
อืม… จะเรียกว่ากองฟางก็ได้ หรือจะเรียกว่ารังก็คงไม่ผิด
รอบตัวเขา เสียงร้องไห้ดังระงม จากนั้น เงาดำก็กดทับลงมา บางสิ่งบีบปากของเขาให้เปิดออก และสิ่งที่ใหญ่โต นุ่มนวล มีรสหวานคาวก็ถูกยัดเข้ามาในปาก
ในชั่วขณะที่น้ำนมอุ่น ๆ พุ่งเข้าสู่ลำคอ ดวงตาของถังซานก็เบิกกว้างทันที ไม่ใช่เพราะซาบซึ้งใจ แต่เพราะเกือบจะสำลักตายต่างหาก
หากจะกล่าวว่าน้ำนมของมารดาผู้ให้กำเนิดเป็ดั่งลำธารสายเล็ก ๆ แล้วล่ะก็ สิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้ก็ราวกับแม่น้ำแยงซีเลยทีเดียว!
เพื่อเอาชีวิตรอด เขาเผลอขบเหงือกไร้ฟันโดยสัญชาตญาณ กดขวางการไหลบ่าของน้ำนมจำนวนมหาศาลนั้นให้ช้าลง จึงค่อย ๆ กลืนลงไปได้บ้าง
เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามปรับสภาพร่างกายที่อ่อนแอนี้ ในที่สุดก็หายใจได้คล่องขึ้น และแล้วเขาก็ไม่สนใจสิ่งใดอีก ดื่มอย่างเอาเป็เอาตาย
สารอาหาร! สารอาหารอันล้ำค่านี้! นี่คือแสงแห่งความหวังใช่หรือไม่? ไม่ว่าจะเป็นมมนุษย์หรือนมหมู แค่มีให้ดื่มก็พอแล้ว
ทว่าความพึงพอใจของเขาก็มิได้คงอยู่นานนัก เงาดำขนาดใหญ่นั้นก็จากไปเสียแล้ว แม้ว่าเขาจะดื่มกินจนอิ่มแปล้ แต่ก็ยังอดใจไม่ได้ที่จะอยากดื่มเพิ่มอีกสักหน่อย ที่จริงแล้ว นี่เป็มื้ออาหารมื้อแรกที่อิ่มหนำนับั้แ่มาถึงโลกนี้
เมื่ออิ่มท้อง จิตใจก็สดชื่นขึ้นเล็กน้อย ทำให้ถังซานสามารถสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้บ้าง
นี่คือบ้านหลังหนึ่ง ปูพื้นด้วยหญ้า ถังซานที่ยังอ่อนแอ ยามนี้ทำได้เพียงแค่หันศีรษะมองไปรอบ ๆ แม้แต่การพลิกตัวก็ยังทำไม่ได้ ดังนั้นจึงได้แต่มองลอดผ่านช่องแคบ ๆ เท่านั้น
ข้างกายเขามีทารกอีกสามสี่คน ดูเหมือนจะมีอายุไล่เลี่ยกัน ทุกคนดูผอมบางอ่อนแอ พวกเขาทั้งหมดนอนอยู่บนหญ้าแห้งนุ่ม ๆ
อุณหภูมิในห้องนี้ยังอบอุ่นอยู่ อย่างน้อยก็ไม่ถึงกับหนาว แม่หมูที่เพิ่งป้อนนมให้เขาเมื่อครู่นี้ ดูเหมือนจะป้อนพวกเขาทั้งหมดพร้อมกันด้วย
ความรู้สึกนี้ช่างคล้ายกับสัตว์ที่ถูกเลี้ยงในคอกยิ่งนัก
เป็ทาสที่ถูกเลี้ยงดูรวมกันหรือ?
ถังซานปลอบใจตนเองในใจเงียบ ๆ
อย่างน้อยก็ไม่ได้เป็อาหาร นี่ก็ดีมากแล้ว
หลังจากกินอิ่มมื้อนี้ ในที่สุดเขาก็รู้สึกว่าตนเองมีโอกาสที่จะมีชีวิตรอดต่อไปได้
วันเวลาผ่านไปเช่นนี้
แม่หมูจะมาให้นมวันละสามครั้ง
คราแรก ถังซานรู้สึกไม่คุ้นเคยเพราะน้ำนมที่มากเกินไป แต่เขาก็ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ทุกครั้งที่แม่หมูให้นม เขาก็พยายามดื่มให้มากขึ้น มีสารอาหารร่างกายถึงจะแข็งแรง เมื่อร่างกายแข็งแรง เติบโตเป็ผู้ใหญ่มากขึ้น ตนเองถึงจะมีโอกาสในการฝึกฝน สามารถฝึกฝนได้ถึงจะแข็งแกร่งขึ้น จึงจะสามารถควบคุมชะตากรรมไว้ในมือของตนเองได้! ไม่ว่าจะเป็โลกใบไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องพยายามมีชีวิตรอดให้ได้ก่อน
ดังนั้น เมื่อเขามาถึงโลกใบนี้ได้หนึ่งร้อยวัน เขาก็ดูขาวอวบกว่าสหายรอบข้างอย่างเห็นได้ชัด
ที่นี่ดูเหมือนว่าจะมีแม่หมูมากกว่าหนึ่งตัว และมีทารกอยู่มากมาย หนึ่งร้อยวันผ่านไป ภายใต้ความพยายามกินดื่มอย่างหนัก ถังซานก็สามารถพลิกตัวได้แล้ว และแน่นอนว่าเขาสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้น จากการสนทนาระหว่างแม่หมู เขาก็เข้าใจภาษามากขึ้น และรู้จักโลกใบนี้มากขึ้นด้วย
มหาพิภพภูตปีศาจนั้นกว้างใหญ่ ใหญ่จนแม้แต่บรรดาแม่หมูก็ไม่สามารถบรรยายได้ ส่วนที่พวกเขาอาศัยอยู่นั้นเป็เมืองเล็ก ๆ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมหาพิภพภูติปีศาจ อยู่ภายใต้การปกครองของขุนนางปีศาจหมาป่า
เหตุผลที่โลกนี้ถูกเรียกว่ามหาพิภพภูตปีศาจ ก็เพราะว่าผู้ที่ปกครองโลกนี้ส่วนใหญ่คือสองเผ่าพันธุ์ ได้แก่ เผ่าภูตและเผ่าปีศาจ รวมเรียกว่าภูตปีศาจ