หลังจบการต่อสู้ สืออวี่ก็หันไปมองกรรมการไป๋สือด้วยสายตาแปลกๆ
เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ากรรมการคนนี้เป็พนักงานประจำหรือพาร์ตไทม์กันแน่ พี่แกเล่นยืนเหม่อลอยอยู่นานสองนาน จนลืมไปแล้วว่าหน้าที่ตัวเองคือต้องประกาศผล ไม่มีความเป็มืออาชีพเอาซะเลย!
ประกาศเร็วๆ สิวะเฮ้ย! ไอ้เ้าอสูรเกราะน้ำแข็งตัวนั้นเจ็บจะตายอยู่แล้ว ผู้ฝึกอสูรฝั่งนู้นเขาก็รอพาสัตว์อสูรไปรักษาอยู่เหมือนกันนะเว้ย!
“อะ... อสูรเกราะน้ำแข็งหมดสภาพต่อสู้... ผู้ชนะคือสืออวี่!”
เมื่อกรรมการไป๋สือตั้งสติได้ ก็รีบะโประกาศผลทันที
“เยี่ยมมาก!” สิ้นเสียงประกาศ สืออวี่ก็เรียกเ้าสิบเอ็ดเข้ามาหาทันที ก่อนจะขยี้หัวมันเป็วงกลมอย่างมันเขี้ยวเพื่อเป็การชมเชย
ถึงจะมีข่าวลือว่าลูบหัวบ่อยๆ แล้วจะไม่สูง… แต่สืออวี่ก็ยังขยี้แรงเหมือนเดิมไม่มียั้ง เหตุผลหลักมีอย่างเดียว... ขนมันนุ่มมือชะมัดยาด
อิง~
สิบเอ็ดร้องตอบรับอย่างร่าเริง ก่อนจะถูกสืออวี่เรียกกลับเข้าไปพักผ่อนในห้วงมิติอสูร
อีกด้านหนึ่ง เฉินข่ายก็เรียกสัตว์อสูรของตนกลับเช่นกัน สีหน้าดูรับไม่ได้อย่างแรง เขาเดินเข้ามาถามสืออวี่ตรงๆ ว่า
“นายเป็ผู้ฝึกอสูรของเขตผิงเฉิงเหรอ?”
“เป็นักเรียน... หรือว่าเป็?”
เขาอยากรู้ให้แน่ชัด ว่าตัวเองพ่ายแพ้ให้กับใครกันแน่
“เป็คนผิงเฉิงครับ เพิ่งเรียนจบปีนี้ แต่ผมไปเรียนในตัวเมืองปิงหยวน” สืออวี่ตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ
ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมา เฉินข่ายก็ชะงัก แม้แต่กรรมการไป๋สือที่เดินเข้ามาสมทบก็ยังหยุดฝีเท้าไปชั่วจังหวะหนึ่ง
เขตผิงเฉิงนับเป็เขตชานเมืองของเมืองปิงหยวน ระดับมาตรฐานการศึกษาเทียบกับในตัวเมืองไม่ได้อยู่แล้ว
นักเรียนที่มีผลการเรียนดีจำนวนไม่น้อย เมื่อถึง่รอยต่อ ก็มักจะผลักดันตัวเองเข้าไปเรียนในตัวเมือง เพื่อไขว่คว้าทรัพยากรทางการศึกษาที่ดีกว่า
ดังนั้น ถึงเฉินข่ายจะถือว่าเป็ระดับหัวกะทิของเขตผิงเฉิง แต่ถ้าเทียบกับนักเรียนในตัวเมืองแล้ว ก็ไม่แน่ว่าใครจะเหนือกว่า
ตอนนี้เฉินข่ายเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมตัวเองถึงแพ้ยับเยินขนาดนี้ แต่ถึงจะเข้าใจเหตุผล... ช่องว่างของฝีมือที่ต่างชั้นกันเกินไป ก็ยังทำให้เขาทำใจได้ยากอยู่ดี
เขาได้แต่ปลอบใจตัวเองลึกๆ ว่า ‘ถึงจะเป็คนในตัวเมือง หมอนี่ก็คงเป็ระดับท็อปของรุ่นแน่ๆ’
ในแง่หนึ่ง ความคิดของเฉินข่ายก็ไม่ผิดนัก ภายนอกสืออวี่อาจดูธรรมดา แต่ความจริงแล้ว เขาเป็เด็กเรียนระดับเทพ!
ต่อให้อยู่ในโรงเรียนชั้นนำของเมืองปิงหยวน ผลการเรียนของเขาก็ยังติดอันดับต้นๆ เสมอ
คะแนนสอบข้อเขียนทุกวิชาอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ไม่อย่างนั้น เขาคงไม่มีสิทธิ์เข้าไปเรียนในตัวเมือง และไม่มีทางได้เข้าไปฝึกงานที่ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์อสูรของเมืองปิงหยวนแน่นอน
การเป็ผู้ฝึกอสูรนั้นยุ่งยากมาก แค่ต้องจำข้อมูลเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรที่พบบ่อยนับหมื่นชนิด ก็ทำให้นักเรียนทั่วไปกระอักเืแล้ว
และนั่นยังเป็แค่พื้นฐาน… ยังต้องเรียนรู้การประเมินระดับการเติบโตจากรูปลักษณ์ภายนอก รู้นิสัย จุดอ่อน และอาหารที่ชอบของสัตว์อสูรแต่ละชนิดอีก
ทุกครั้งที่สืออวี่เห็นสัตว์อสูรชนิดใหม่ ข้อมูลความทรงจำที่เกี่ยวข้องก็จะผุดขึ้นมาในหัวโดยอัตโนมัติ นี่ก็เป็ส่วนหนึ่งของความเป็เด็กหัวกะทิของเขา
พูดกันตามตรง ถ้าไม่ใช่เพราะสืออวี่ถังแตก บวกกับติดเงื่อนไขบางอย่าง… ด้วยผลการเรียนระดับนี้ เขาไปเรียนต่อในสถาบันระดับสูงกว่านี้ได้สบายๆ ไม่จำเป็ต้องยื่นขอจบการศึกษาทันทีหลังฝึกงานแบบนี้เลย
โลกนี้ไม่มีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบเกาเข่า (Gaokao) เหมือนโลกเดิม นักเรียนส่วนใหญ่พออายุ 18 ปี ก็ก้าวเข้าสู่สังคมการทำงานได้ทันที
การสอบ ‘ใบประกอบวิชาชีพผู้ฝึกอสูร’ หรือ ‘ใบประกอบวิชาชีพนักเพาะพันธุ์’ ต่างหากที่เปรียบเสมือนการสอบเอ็นทรานซ์ในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งผู้จบการศึกษาแต่ละสายต้องดิ้นรนไปสมัครสอบด้วยตัวเอง
การผ่านบททดสอบเหล่านี้ ไม่ใช่แค่ใบเบิกทางสู่งานที่มั่นคง แต่ยังเป็โอกาสในการเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาชั้นสูงอีกด้วย
นี่จึงเป็เหตุผลที่สืออวี่เล็งใบประกอบวิชาชีพผู้ฝึกอสูรและนักเพาะเลี้ยงตาเป็มัน
ไม่มีใบรับรองวิชาชีพ... ก็ไม่มีปัญญาเลี้ยงสัตว์อสูรน่ะสิ เฮ้อ
…
“ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมครับ งั้นผมขอตัวก่อน” สืออวี่ทักทายกรรมการไป๋สือกับเฉินข่ายตามมารยาท ก่อนจะเดินจากไปดื้อๆ
“อ้อ...” เฉินข่ายพยักหน้าอย่างงุนงง แต่เขายังรู้สึกทะแม่งๆ อยู่ในใจ
“เดี๋ยวนะ... ฉันเองก็เป็ว่าที่บัณฑิตรุ่นนี้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ? ไม่ใช่ว่าอีกตั้งเดือนนึงกว่าจะจบหรอกเหรอ?” จู่ๆ เฉินข่ายก็นึกขึ้นได้ แล้วทำไมสืออวี่ถึงบอกว่าเพิ่งเรียนจบ?
“เวลาจบการศึกษาที่คุณพูดถึง เป็ของสาขาการต่อสู้”
กรรมการไป๋สือไขข้อข้องใจ “ส่วนสาขาอื่นๆ อย่างผู้ตัดสิน พยาบาล หรือสาขาการเพาะเลี้ยง เนื่องจากมีตารางฝึกงาน เวลาจบการศึกษาจะเร็วกว่านิดหน่อย”
เฉินข่าย: ???
เขามองแผ่นหลังของสืออวี่ที่เดินไกลออกไป ในใจก่นด่าคำหยาบ (เชี่ยเอ๊ย!) รัวๆ
ไอ้หมอนั่นไม่ใช่เด็กสาขาการต่อสู้เรอะ!? เด็กสายวิชาการตบเด็กสายต่อสู้ยับเนี่ยนะ!?
“คุณเฉินข่าย้าพาอสูรเกราะน้ำแข็งไปห้องพยาบาลไหมครับ? แล้วก็... พวกคุณตกลงเดิมพันกันไว้ รบกวนชำระค่าเช่าสนามของทั้งสองฝ่ายด้วยนะครับ”
เฉินข่ายกุมขมับด้วยความปวดร้าว “ผมขอไปห้องพยาบาลก่อนครับ...”
ห้วงมิติอสูรไม่ได้มีดีแค่ช่วยเร่งการเติบโต แต่เมื่อสัตว์อสูราเ็ หากพักฟื้นในมิติ อาการก็จะลุกลามช้าลง และหากระดับของมิติสูงพอ ยังช่วยเร่งการฟื้นฟูได้อีกด้วย
ดังนั้นไหนๆ ก็ต้องเสียเงิน 200 หยวนแล้ว เฉินข่ายไม่มีทางพลาดการใช้บริการห้องพยาบาลของที่นี่ให้คุ้มเงินแน่
...
หลังออกจากสนามประลอง สืออวี่ก็รู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อย เขาอาจประเมินพลังต่อสู้ของสกิลกายาเหล็กขั้นเชี่ยวชาญต่ำเกินไป
ดูจากสถานการณ์แล้ว ถ้าไม่ลงแข่งในรุ่นเลเวลเจ็ดถึงสิบ ก็คงหาคู่มือได้ยาก
แต่ก่อนออกมา เขาได้ลองสอบถามดูแล้ว แต่พนักงานแจ้งว่าผู้ฝึกอสูรเลือกคู่แข่งได้เฉพาะในระดับการเติบโตของสัตว์อสูรตัวเองเท่านั้น ข้ามรุ่นไม่ได้ เพราะไม่มีใครอยากเสียเวลามาสู้กับคู่ต่อสู้ที่อ่อนกว่า
เว้นเสียแต่จะพาคู่ต่อสู้มาเองแล้วเช่าแค่สนาม แต่ปัญหาคือ... สืออวี่หัวเดียวกระเทียมลีบ ไม่รู้จักใครเลยสักคน
“ช่างเถอะ ไปสมาคมผู้ฝึกอสูรดีกว่า”
เมื่อการต่อสู้จบเร็วกว่าที่คิด และไม่มีเหตุผลต้องเสียเวลาที่สนามประลองอีก สืออวี่จึงตัดสินใจเปลี่ยนจุดหมาย
ใช้เวลาเดินทางไม่นาน เขาก็มาถึงสมาคมผู้ฝึกอสูรประจำเขตผิงเฉิง
กลุ่มอาคารขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเขต โดยมีตึกสูงสิบสามชั้นเป็แลนด์มาร์กสำคัญ สืออวี่เคยมาที่นี่บ่อย จึงเดินตรงไปยังโถงภารกิจได้อย่างคล่องแคล่ว
หน้าที่หลักของสมาคมฯ คือการประกาศภารกิจ ให้เหล่าผู้ฝึกอสูรมารับงานแลกค่าตอบแทน
ภารกิจเหล่านี้ผ่านการคัดกรองแล้วว่าเหมาะสำหรับผู้ฝึกอสูรระดับฝึกหัด ช่วยฝึกฝนความสามารถรอบด้านได้เป็อย่างดี ลักษณะคล้ายกับการฝึกภาคสนามที่สมาคมฯ จัดขึ้นทุกสามเดือน ถือเป็การปั้นบุคลากรในท้องถิ่นทางอ้อม
ทุกเมืองต่างก็อยากมีผู้ฝึกอสูรมืออาชีพประจำการเยอะๆ ทั้งภารกิจและการฝึกภาคสนาม ล้วนเป็การปูพื้นฐานให้ผู้ฝึกอสูรมืออาชีพรุ่นใหม่ทั้งสิ้น
ตอนแรกสืออวี่ไม่ได้คิดจะมาที่นี่ เพราะภารกิจต่ำกว่าระดับเหนือสามัญมักเป็งานหนัก เงินน้อย เอาเวลาเท่ากันไปให้เ้าอสูรกินเหล็กขนอิฐก่อสร้าง เผลอๆ ยังได้เงินเยอะกว่า!
แต่ตอนนี้เขาไม่ได้มาเพื่อเงิน เขาแค่อยากรู้ว่าในภารกิจเหล่านี้พอจะมีคู่ซ้อมที่เหมาะสมหรือไม่ ต่อให้ไม่มีคู่ต่อสู้ แต่ถ้ามีภารกิจที่ช่วยฝึกเ้าสิบเอ็ดได้ก็ไม่เลวเหมือนกัน
คำนึงถึงสุขภาพจิตของสิบเอ็ดแล้ว สืออวี่คิดว่าไม่ควรให้มันอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน ขืนให้ฝึกโดดทิ้งดิ่งทุกวัน เดี๋ยวสมองก็เพี้ยนกันพอดี การได้ออกมาััโลกภายนอกบ้างย่อมดีกว่า
และจากการต่อสู้เมื่อครู่ สืออวี่ััได้ชัดเจนเลยว่าเ้าสิบเอ็ดมีความสุขมาก
—
[ภารกิจ 1 ดาว]: จับแมวจรจัด
[รายละเอียด]: ่นี้ในเขตของเรามีกลุ่มแก๊งแมวจรจัดที่มีองค์กร ออกอาละวาดขโมยของ...
—
ในโถงภารกิจ สืออวี่ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่หน้าบอร์ดประกาศ
แมวจรจัดมีองค์กรด้วยเรอะ?
อืม... ถ้าคิดว่าสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติบางชนิดฉลาดไม่เบา จะมีแก๊งมาเฟียแมวเหมียวขึ้นมาก็คงไม่ใช่เื่แปลก แล้วขโมยอะไรล่ะ? อาหารทะเล? อาหารแมว? อ๋อ... งั้นก็แล้วไป
[ภารกิจ 1 ดาว]: คู่ซ้อมประลอง
[รายละเอียด]: ้าสัตว์อสูรธาตุลม เลเวลหกขึ้นไป มาเป็คู่ซ้อม...
—
ค่าตอบแทนอันนี้ใช้ได้เลย เสียดายเ้าสิบเอ็ดบินไม่ได้... ผ่าน ผ่าน ผ่าน
—
[ภารกิจ 1 ดาว]: คุ้มกันภัยนอกสถานที่
[ภารกิจ 1 ดาว]: จับตั๊กแตนลมตัวเป็ๆ
[ภารกิจ 1 ดาว]: กำจัดหนูดิน...
—
ท่ามกลางภารกิจนับร้อยที่เรียงกันอย่างละลานตา สืออวี่เริ่มไล่อ่านและวิเคราะห์อย่างละเอียด