ทันทีที่อาจารย์ฟางพูดเช่นนี้ิน่าและเซียงหนูที่อยู่บนต้นไม้ก็ส่งเสียงฮือฮา แม้แต่อาจารย์ฟางยังล้มเหลวหรือ
เมื่อเป็เช่นนี้ แม่ของฟ่านเสวี่ยหลีคงจะหมดหนทางเยียวยาแล้วจริงๆสินะ
ตอนนี้พวกนางจินตนาการได้ถึงใบหน้าอันสิ้นหวังของฟ่านเสวี่ยหลี
แต่ฟ่านเสวี่ยหลีกลับโบกมือและพูดอย่างเฉยเมยว่า“ลมปราณในร่างกายของผู้าุโเป็ธาตุไม้ ส่วนธูปหมึกก็เป็ธาตุไม้เช่นเดียวกันจึงถูกลมปราณของท่านแม่ยับยั้งเอาไว้จนทำให้การรักษาล้มเหลวแต่ค่ายกลของผู้าุโช่างล้ำเลิศ สามารถทำให้ลมปราณของท่านแม่สงบลงซึ่งถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว”
เขารับรู้ได้ว่าแม้ธูปหมึกที่เสริมด้วยวิชาดาราจะไม่สามารถรักษาท่านแม่แต่ก็ทำให้จิตของท่านแม่นิ่งสงบลง ซึ่งทำให้เขาซาบซึ้งใจยิ่งนัก
เมื่อพูดเช่นนี้ อาจารย์ฟางก็เผยสีหน้าแปลกประหลาดอย่างยิ่ง!
“ถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว?”
ชายหนุ่มผู้นี้พูดจาสามหาวนัก! ราวกับอีกฝ่ายมีสถานะเสมอตน!
สายตาของอาจารย์ฟางเปี่ยมด้วยความไม่พอใจอีกฝ่ายเป็เพียงชายหนุ่มธรรมดาเท่านั้นการที่ไม่รู้จักตัวตนของเขาก็ไม่ใช่เื่แปลกแต่การวิจารณ์ด้วยน้ำเสียงเช่นนี้ช่างบ้าบิ่นยิ่งนัก!
เขาจึงถามกลับอย่างเ็าว่า “หากเป็เช่นนั้นคุณชายมีวิธีรักษาหรือไม่”
เมื่อเซียงหนูได้ยินเช่นนี้ก็แทบจะะโออกมาดึงหูของฟ่านเสวี่ยหลีและอยากจะะโกรอกหูฟ่านเสวี่ยหลีอย่างดังว่า “เ้ารู้จักอาจารย์ปรุงยาหรือไม่เ้ามีสิทธิ์อะไรไปวิจารณ์เช่นนี้”
เมื่อเห็นสีหน้าอันสงสัยของอาจารย์ฟาง ฟ่านเสวี่ยหลีก็ไม่ตอบ เพียงสงบอารมณ์และมองไปที่ท่านแม่อย่างละเอียดจากนั้นก็เคลื่อนมือหยิบสมุนไพรจำนวนมากที่เพิ่งเก็บมาไว้ในมือประสานมือทำให้สมุนไพรเ่าั้ค่อยๆ หลอมรวมกัน
เมื่อชาติก่อนเขามีเตาไฟแห่งสมาธิ ซึ่งทำให้สมุนไพรทั้งหลายหลอมรวมเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์โดยการใช้ความคิดเท่านั้นแต่ในชาตินี้เขาต้องปรุงยาโดยใช้การรับรู้แห่งปรมาจารย์ปรุงยา
สมุนไพรที่อยู่ตรงหน้าค่อยๆ ส่งกลิ่นหอมแปลกประหลาด
สีหน้าของอาจารย์ฟางในตอนนี้เปี่ยมด้วยความตะลึงสมุนไพรเหล่านี้มีทั้งที่เป็ธาตุหยิน ธาตุหยางและธาตุกลางต้องเข้าใจฤทธิ์ยาของสมุนไพรเหล่านี้อย่างถ่องแท้จึงจะทำให้เกิดความสมดุลอีกทั้งยังใช้แค่ฝ่ามือเท่านั้น นี่ต้องมีประสบการณ์ปรุงยาอย่างน้อยหลายสิบปีจึงจะทำได้แต่ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ากลับควบคุมได้อย่างเชี่ยวชาญเช่นนี้!
เพียงการใช้ฝ่ามือหลอมโอสถแบบนี้ก็มีฝีมือระดับนักปรุงยาระดับกลางแล้ว
เขาตกตะลึงเล็กน้อย ดูเหมือนว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าจะไม่ธรรมดา
แต่มันก็เท่านั้น ชายหนุ่มผู้นี้ประสบความสำเร็จั้แ่อายุยังน้อยการมีฝีมือการปรุงยาเพียงเท่านี้และถูกผู้อื่นนับถือจึงทำให้เขามั่นใจและหยิ่งยโสทว่ายังไม่แตกฉานในวิชาอีกทั้งยังไม่รู้จักค่ายกลดาราเมื่อครู่นี้ของเขาเสียด้วยซ้ำ
อาจารย์ปรุงยานั้นฆ่าได้แต่หยามไม่ได้มันเป็กฎที่ไร้ลายลักษณ์อักษรของเหล่านักปรุงยา!
ยิ่งไปกว่านั้นสมุนไพรทั้งหลายของชายหนุ่มตรงหน้านั้นธรรมดาอย่างยิ่งนอกเสียจากมีสมุนไพรชั้นยอดเป็ตัวกระตุ้นฤทธิ์ยามันจึงจะมีพลังในการรักษาดวงิญญา
สมุนไพรชั้นยอดไม่ได้หามาได้โดยง่ายเช่นนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงสมุนไพรที่สามารถรักษาดวงิญญา มูลค่าของมันแม้มีทองพันชั่งก็ไม่อาจแลกได้แม้แต่เขาในฐานะอาจารย์ปรุงยาก็ยังไม่มี
ขณะที่เขากำลังส่ายหน้าอยู่ในใจเขากลับเห็นฟ่านเสวี่ยหลีหยิบสมุนไพรต้นหนึ่งออกจากอ้อมอกและถือเอาไว้ในมือ
เขารู้สึกคุ้นตากับสมุนไพรที่อยู่ตรงหน้าทันใดนั้นก็นึกอะไรบางอย่างออกและไม่กล้าเชื่อมันเป็สมุนไพรล้ำค่าที่พบเจอในอาณาจักรต้าเซี่ยได้ยากมากเหตุใดจึงปรากฏอยู่ในมือของชายหนุ่มผู้นี้ เขามองผิดไปสินะ
แต่หลังจากนั้นเขาก็ตัวสั่น
เพราะเมื่อสมุนไพรต้นนั้นถูกเผา สมุนไพรชนิดอื่นๆ ก็พลันเดือดพล่านขึ้นเช่นเดียวกันราวกับกำลังสรรเสริญให้สมุนไพรต้นนั้นเป็นาย เปล่งประกายแสงแวววาว!
“ต้นปู้หลี!ต้นปู้หลีจริงๆ ด้วย!” ในที่สุดเขาก็สติหลุดเล็กน้อยสมุนไหรที่ดูธรรมดาอย่างยิ่งกลับเป็ต้นปู้หลีที่ล้ำค่าและหายาก!
เมื่อได้ยินเสียงของอาจารย์ฟางเซียงหนูก็สั่นไปทั้งตัวพร้อมกับสีหน้าที่ตกตะลึงและเปี่ยมด้วยความเหลือเชื่อ!
ต้นปู้หลีในตำนานเกิดจากการหลอมรวมหยกทองมรกตและน้ำโอสถจากหางแมลงที่ผ่านปราณหยินหยางในดินแดนเก้าิญญาเป็เวลาร้อยปีซึ่งพบเห็นได้ยากมาก นางคาดไม่ถึงว่าตนจะดูถูกสมุนไพรนี้โดยที่ไม่รู้หน้าตาของมัน!
ใบหน้าของนางร้อนผ่าวราวกับถูกตบ เปี่ยมด้วยความอับอาย
เพราะนางเป็เพียงนักปรุงยาระดับต้น!
เมื่อนึกถึงท่าทางอันสบายและมั่นใจของชายหนุ่มตอนที่ได้รับสมุนไพรต้นนี้ดูเหมือนว่าชายหนุ่มผู้นี้จะรู้จักสิ่งนี้อยู่แล้ว อีกทั้งยังดูไม่ใส่ใจ!
“แท้จริงเขาก็มีระดับเหนือกว่าข้า ตอนแรกเขาแค่ไม่แสดงออกมาเท่านั้น!” ตอนนี้เซียงหนูจึงเข้าใจ
ตอนนี้ดวงตาของิน่าเปล่งประกายด้วยแววตาอันงดงามจับใจดูเหมือนว่าจะเป็ไปตามที่นางจินตนาการเอาไว้ คุณชายฟ่านผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ไม่แปลกใจที่เขามีความมั่นใจเช่นนั้น!
เมื่อเห็นการกระทำของฟ่านเสวี่ยหลี อาจารย์ฟางนอกจากจะตกตะลึงแล้วยังเกิดความคิดอยากรับเขาเป็ศิษย์
ชายหนุ่มตรงหน้ามีสายตาที่ล้ำเลิศและวิเคราะห์ฤทธิ์ยาได้อย่างแม่นยำนอกจากนี้ยังพบเจอต้นปู้หลี ถือเป็ผู้มีความสามารถที่สามารถผลักดันต่อได้
เขาไม่มีความคิดอยากรับลูกศิษย์มาหลายสิบปีแล้วต้องรู้ว่ามีผู้คนมากมายอยากฝากตัวเป็ศิษย์เขาแต่เขากลับศึกษาค้นคว้าวิชาโอสถของตัวเองเพียงอย่างเดียวหากครั้งนี้ไม่ใช่เพราะจิ้งจอกน้อยหนีออกมา เขาคงไม่ตามมาถึงตรงนี้
แต่ในเวลาเดียวกัน เมื่อมองไปที่ใบหน้าอันอ่อนเยาว์ของฟ่านเสวี่ยหลีเขาก็ส่ายหน้าเล็กน้อยอย่างอดใจไม่ได้
ชายหนุ่มผู้นี้ยังอายุน้อยเกินไปแม้จะมีสมุนไพรวิเศษที่หายากนี้ไว้ในแต่เขากลับนำมาปรุงยาอย่างบุ่มบ่ามเช่นนี้ ช่างเสียของจริงๆ
ต่อให้นักปรุงยาระดับสูงจะปรุงยาก็ยังต้องผ่านการทดลองฤทธิ์ยานับครั้งไม่ถ้วนสุดท้ายต้องจุดเครื่องหอมชะล้างจิตใจและปรุงโอสถอย่างสุดใจการประสบความสำเร็จจำนวนสี่ในสิบเตาถือเป็เื่ที่สุดยอดมากแล้วแม้แต่อาจารย์ปรุงยาอย่างอาจารย์ฟางยังมีอัตราสำเร็จเพียงเจ็ดในสิบส่วน
ยิ่งเป็สมุนไพรที่หายากก็ยิ่งปรุงยากอีกทั้งยังมีพลังย้อนกลับที่รุนแรงยิ่งกว่า
ดังนั้นการปรุงยาของชายหนุ่มตรงหน้าที่ไม่มีแม้กระทั่งเตาปรุงยาโอกาสสำเร็จคงมีไม่ถึงหนึ่งส่วน!
“ช่างเถิด ให้เขารับรู้เป็บทเรียนสักครั้งก็ดี”อาจารย์ฟางคิดเช่นนี้
ตอนนี้เป็ไปตามที่อาจารย์ฟางคาดการณ์ ต้นปู้หลีในมือของฟ่านเสวี่ยหลีสั่นเทาเล็กน้อยแม้มันจะทำให้สมุนไพรชนิดอื่นหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แต่ดูเหมือนว่าจะเกิดสัญญาณของการแตกสลายเห็นได้ชัดว่าปลอดปล่อยพลังย้อนกลับออกมาแล้ว
อาจารย์ฟางถอนหายใจ
แม้ว่าเขาอยากให้ชายหนุ่มตรงหน้าได้รับบทเรียนแต่มูลค่าของบทเรียนครั้งนี้สูงเกินไปแล้ว
ขณะที่เขาคิดจะลงมือช่วยเหลือฟ่านเสวี่ยหลี ด้วยวิชาของเขาต่อให้การปรุงยาจะล้มเหลว อย่างน้อยก็รักษาต้นปู้หลีเอาไว้ได้สักสามถึงสี่ส่วน
แต่ตอนนี้ฟ่านเสวี่ยหลีกำลังจ้องมองความผิดปกติของต้นปู้หลี จากนั้นก็ทำมุทราประหลาดมันนำมาซึ่งเปลวไฟนับไม่ถ้วนและตกลงบนต้นปู้หลีเผาลุกโชนจนทำให้พื้นผิวของต้นปู้หลีเปล่งประกายลวดลายเจ็ดสี!
ท่ามกลางการควบคุมจากหัตถ์ของฟ่านเสวี่ยหลี ดวงดาวที่อยู่ระหว่างฟ้าดินก็สั่นไหว
มันคือหัตถ์อันเป็เอกลักษณ์ของเขา ตราหมื่นอัคคี!
ตอนนี้ต้นปู้หลีสาดส่องแสงไปทั่วสารทิศราวกับฟ่านเสวี่ยหลีเป็จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ที่เป็ผู้ให้กำเนิดไฟทั้งใต้หล้า!