บทที่ 3 มาด้วยกันกับเราสิ
“เอ๊ะ?” เชอริลหันไปมองตามคำบอกกล่าวนั้น และเป็ไปตามคาด!! ัหยกมณีกำลังจู่โจมพวกเขาอีกครั้ง นักรบถูกซัดกระเด็นไปจนแผ่นหลังกระแทกต้นไม้ใหญ่เข้าอย่างจัง นับเป็เื่ดีที่นักรบมักจะหนังหนากล้ามเนื้อบึกบึน เขาสะบัดหน้าสองหนแล้วลุกขึ้นยืน จากนั้นก็ะโเสียงดังว่า “จีค พาตัวเชอริลหนีออกไป… ฉันจะยื้อไอ้ัเวรนี่ไว้เอง...”
นักธนูนามว่าจีคโพล่งตอบ “แบบนั้นนายอาจตายได้!”
นักรบะโกลับมา “ฉันหนีได้ …อืม ก็อาจจะหนีได้น่ะนะ”
ในขณะนั้นเอง เสียงอันคุ้นเคยก็ดังมาถึงหูนักรบและนักธนู “กอร์ดา จีค อดทนอีกนิด! ฉันหายดีแล้ว”
“หา?!” นักรบนามว่ากอร์ดาและนักธนูนามว่าจีคหันไปมองเชอริล ทั้งคู่เห็นเธอกำลังยืนขึ้น ตอนนี้แขนซ้ายดูปกติดีราวกับาแฉกรรจ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น จนอดไม่ได้ที่จะตื่นตะลึง
ทว่าการชะงักครั้งนี้เกือบแลกมาด้วยชีวิตของพวกเขาเสียแล้ว! เพราะัหยกมณีทะยานโฉบลงมา โชคดีที่เชอริลยิงลูกบอลเพลิงได้ถูกจังหวะ ทำให้เ้าัล่าถอยกลับไป เธอช่วยชีวิตพวกเขาทั้งสองไว้จากความตายได้เพียงเส้นยาแดงผ่าแปด!!
เชอริละโลั่น “อย่ามัวแต่ทึ่ง ตั้งใจสู้หน่อย คุณคนนี้รักษาฉันไว้ เขาเป็นักบวช”
“เอ๊ะ? ฮะ? นักบวช?” ทั้งสองเริงร่าขึ้นมาทันใด ขณะเดียวกันกอร์ดาก็ยกโล่ขึ้นสกัดกั้นการโจมตีของเ้าั พร้อมทั้งะโเสียงดัง “แบบนั้นก็เยี่ยมไปเลย คุณนักบวช ขอบคุณที่ช่วยเชอริล คุณร่วมมือกับเราได้ไหม มาจัดการัหยกมณีตัวนี้ด้วยกัน หลังเสร็จสิ้นภารกิจ เราจะแบ่งค่าตอบแทนออกเป็สี่ส่วน”
เนื่องจากพวกเขาเปิดโอกาสเชิญชวนตนเข้าร่วมทีม ร็อบบ์จึงไม่เกรงใจอีกต่อไป ในที่สุดก็สามารถลงมือได้อย่างเต็มที่ ชายหนุ่มกวัดแกว่งมือขวา ไม่นานแสงอันอ่อนโยนก็เข้าโอบล้อมร่างกอร์ดา เขารู้สึกได้ทันทีว่าาแที่ขาไร้ความเ็ป อาการาเ็เมื่อครู่หายเป็ปลิดทิ้ง ทั้งร่างกายเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
เขาคิดกับตนว่า ‘นี่คือนักบวชจริงแท้แน่นอน เวทมนตร์รักษาช่างทรงพลังอะไรขนาดนี้ รู้สึกได้เลยว่าเขามีพลังศักดิ์สิทธิ์เหลือล้น!’
เมื่อมีนักบวชที่ทรงพลังเช่นนี้อยู่เื้ัแล้ว พวกเขายังจะมีอะไรให้ต้องเกรงกลัวเ้าันั่นอีก ครั้นเห็นัหยกมณีโฉบลงมาอีกครั้ง กอร์ดาก็คำรามลั่น ขณะเดียวกันโล่ในมือซ้ายก็พุ่งตรงออกไปข้างหน้า ปัง! คราวนี้สามารถปัดป้องแรงกระแทกของัหยกมณีได้อย่างง่ายดาย ดาบในมือขวาเองก็โจมตีสวนกลับแทงเข้าที่ท้องของมัน
“ฮ่าฮ่า” กอร์ดากล่าวเสียงดัง “จีค เชอริล ลงมือ! ฉันจะป้องกันนักบวชเป็หลัก จากนั้นค่อย ๆ โจมตีเ้าัหยกมณีจนมันตายไปซะ”
“ได้เลย!” าแที่ไหล่ของจีคเองก็โอบล้อมไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์จนอาการดีขึ้นในพริบตา และรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันใด เขาง้างธนูยิงจู่โจมอย่างว่องไว ลูกธนูเปี่ยมอานุภาพสองดอกพุ่งเข้าใส่ดวงตาของัหยกมณีอย่างแม่นยำ มันเ็ปจนต้องชูคอแผดเสียงเกรี้ยวกราด
เชอริลร่ายเวทมนตร์อีกครั้ง “เทพเ้าแห่งเพลิง โลกิ ได้โปรดฟังคำขอของฉัน ให้ฉันยืมพลังแห่งไฟ… จงโบยบิน วิหคเพลิง!” วิหคเพลิงตัวหนึ่งโบยบินจากปลายคทาเวทมนตร์ของเธอ พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า จากนั้นทิ้งดิ่งลงมาใส่อกของัหยกมณี
ทั้งสามต่อสู้อย่างสุดกำลัง และด้วยการมีอยู่ของนักบวช ทำให้ทุกคนโล่งใจไปได้เปลาะหนึ่ง
ทว่าร็อบบ์ไม่คิดเช่นนั้น พลังโจมตีของทั้งสามคนย่ำแย่เกินกว่าจะทนไหว ใช้ทั้งดาบ ไฟ และธนู ทั้งหมดรุมถล่มเ้าัตั้งหลายรอบก็ยังไม่เป็ผล มันยังมีชีวิตออกอาละวาดได้อยู่ หากสู้ต่อไปด้วยศักยภาพเท่านี้ การต่อสู้จะจบลงอีกกี่เดือนหรือกี่ปี?
พวกนายไม่เหนื่อย แต่ฉันหน่ายที่จะทนดูเหลือเกิน เบื่อไปถึงทรวง!
ยิ่งไปกว่านั้น การค่อย ๆ โจมตีัหยกมณีแบบนี้ไม่โง่เกินไปหน่อยเหรอ? เมื่อเ้าัอ่อนแรง มันจะไม่ทิ้งรังแล้วหนีไปเหรอ? หากมันบินขึ้นฟ้า พวกนายทั้งสามจะทำยังไงต่อ? ทำอย่างกับว่าเ้าเขียวนั่นไม่มีสติปัญญาอย่างนั้นแหละ!
ร็อบบ์ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ ขณะนั้นเขาเอื้อมมือออกไปกะทันหันเพื่อดึงกอร์ดาที่ทำตัวดั่งแม่ไก่ปกป้องลูกเจี๊ยบไปด้านข้าง “คุณถอยไป ฉันจะจัดการันี่เอง”
“หา?” กอร์ดาตื่นใ “คุณนักบวช มันอันตรายนะ! อย่าเดินออกไป ถ้าคุณถูกโจมตี พวกเราจะปราบัได้ยังไง”
จีคและเชอริลผงะไปเช่นกัน ทั้งสองรีบวิ่งออกมาด้านหน้าเพื่อขวางร็อบบ์เอาไว้ การกระทำเช่นนี้คือปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณของสายแทงก์*[1]
ต้องคุ้มกันนักบวช!
ร็อบบ์ส่ายหน้าอีกครั้ง จากนั้นชูมือขึ้นกลางอากาศ หันฝ่ามือไปทางท้องฟ้า
ขณะนี้ัหยกมณีโฉบเฉียวลงมาหาชายหนุ่มอย่างโเี้ มีสายลมเชือดเฉือนอยู่บนกรงเล็บของมัน หากกรงเล็บนี้ถึงตัว เกรงว่านักบวชในชุดพิลึกคงจะถูกฉีกเป็ชิ้น ๆ!
“อันตราย!”
ทั้งสามคนข้างหลังะโเป็เสียงเดียว ขณะวิ่งออกไปคว้าตัวชายหนุ่มไว้
เวลาเดียวกัน ร็อบบ์พลันสะบัดมือลง “ขอบเขตยี่สิบเมตร เวทมนตร์ะเิดาวศักดิ์สิทธิ์!”
ะเิดาวศักดิ์สิทธิ์เป็เวทมนตร์ระดับสูง ต้องอยู่ในสายอาชีพศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงเพื่อใช้งาน ทักษะนี้สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตของเพื่อนร่วมทีม พร้อมทั้งสร้างความเสียหายให้ศัตรู
มีเพียงพลังสีทองเกิดขึ้นให้เห็น โดยมีฝ่ามือของร็อบบ์เป็จุดศูนย์กลาง ปกคลุมทั้งอาณาบริเวณยี่สิบเมตรในชั่วพริบตา กอร์ดา จีคและเชอริลก็ถูกอาบไปด้วยแสงสีทอง กำบังแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์นี้ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและสบายอารมณ์ยิ่งนัก
ในทางกลับกัน เ้าัหยกมณีไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายตามไปด้วย! มันััได้ถึงพลังเวทมนตร์อันเปี่ยมไปด้วยอานุภาพ ทรงพลังยิ่งกว่าเวทมนตร์ะเิเพลิง น่าสะพรึงยิ่งกว่าวิหคเพลิงเมื่อครู่ มันทะลุทะลวงแนวป้องกันเวทมนตร์ของัหยกมณีในฉับพลัน!
เ้าัแผดเสียงกรีดร้องเสียงแหลม ร่างของมันร่วงหล่นจากเบื้องบน เสียงตกกระทบพื้นดินดังสนั่น ฝุ่นหนาคละคลุ้งฟุ้งไปทั่ว
กอร์ดา จีค และเชอริลถึงกับตาค้าง นิ่งอึ้งจนพูดไม่ออก
หลังจากผ่านไปเนิ่นนานจนกระทั่งฝุ่นหนาบางตาลง เชอริลกลับมาได้สติจึงะโลั่น “โอ้พระเ้า! ัหยกมณีตายแล้ว มันตาย… ในวันช็อต*[3]! แถมเวทมนตร์ะเิดาวศักดิ์สิทธิ์ยังทำงานอยู่อีกด้วย พระเ้าช่วย”
“พระเ้า เวทมนตร์ะเิดาวศักดิ์สิทธิ์นี่มันอะไรกัน?” กอร์ดาร้องอุทานตาม “เท่าที่ฉันรู้ เนื่องจากเวทมนตร์ะเิดาวศักดิ์สิทธิ์มีขอบเขตที่กว้างเกินไป ดังนั้นพลังโจมตีจึงอ่อนแอมาก ปกติจะใช้จัดการได้แค่มอนสเตอร์ระดับต่ำเท่านั้น หรือใช้เพื่อปัดเป่ามอนสเตอร์อันเดธ*[4] แต่ทำไมเวทมนตร์ะเิดาวศักดิ์สิทธิ์ของคุณถึงจัดการัหยกมณีในครั้งเดียวได้?”
แน่นอนว่าร็อบบ์ไม่อาจพูดได้ว่าเขาฟาร์มค่าความชำนาญของสายอาชีพทั้งหมดจนตันแล้ว แม้แต่เลเวลสายอาชีพชั้นสูงอย่าง ‘พระสันตะปาปา’ ก็ยังตัน อีกทั้งเพื่อที่จะให้ค่าความชำนาญของพระสันตะปาปาเต็ม เขายังใช้เวลาถึงสองเดือนในการร่ายเวทมนตร์ะเิดาวศักดิ์สิทธิ์ท่ามกลางมอนสเตอร์อย่างบ้าคลั่ง แล้วจะไม่ให้ทรงอานุภาพได้อย่างไร?
เขาเพียงยักไหล่ตอบอย่างขอไปทีว่า “บางทีอาจเป็เพราะฉันมีความศรัทธามากก็ได้”
[1] แทงก์ (Tank) มีหน้าที่คอยรับดาเมจ (Damage) แทนเพื่อนร่วมทีม และยังมีพลังการโจมตีน้อย เพราะฮีโร่สายนี้ต้องออกของเพื่อเพิ่มพลังชีวิตให้แก่ตนเอง
[2] สแลงในเกมที่ใช้เรียกสายอาชีพสนับสนุนและมีความสามารถในการรักษาโดยรวม
[3] วันช็อต (One Shot) คือการโจมตีครั้งเดียว
[4] อันเดธ (Undeath) มอนสเตอร์จำพวกไร้ชีวิต เช่น ภูตผี โครงกระดูก ซอมบี้