่นี้เป็่เวลาที่สถานศึกษาเทียนชงอวี้เปิดรับนักเรียน ตลาดแห่งนี้ค่อนข้างจะคึกคักเป็พิเศษ โรงเตี๊ยมแต่ละแห่งล้วนแล้วเต็มทั้งหมด ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่
“ท่านพ่อปกติคนเยอะแบบนี้หรือเปล่าขอรับ”
ลี่หยางเห็นผู้คนมากมาย แต่งตัวหลากหลายเหมือนมาจากคนละที่ นึกสงสัยจึงถามไป๋เหยียน
“สถานศึกษาเทียนชงอวี้เปิดรับนักเรียนในอีก5วันข้างหน้าน่ะ”
“เช่นนั้นท่านพ่อทำไมไม่ให้พวกข้าสองคนไปเรียนที่สถามศึกษาเล่าขอรับ”
“เ้าทั้งสองก็เป็นักเรียนของเทียนชงอวี้อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ต้องไปเรียนที่โรงเรียนแค่นั่นเอง”
“ตอนไหนขอรับ/เ้าคะ ท่านพ่อ”
สองแฝดถามพร้อมกัน
“ก็เมื่อ2ปีที่แล้วน่ะสิ ชื่อของพวกเ้าอยู่ที่นั้นเมื่อ2ปีก่อน”
สองแฝดมองหน้ากันด้วยความสงสัยจึงถาม
“แล้วเหตุใดท่านพ่อจึงไม่ให้เราสองคนไปที่สถานศึกษาเล่าเ้าคะ"
ไป๋เหยียนมองหน้าลูกทั้งสองไปมาสลับกับกัน
“เ้าสองคนอายุยังน้อยและเป็เด็กพิเศษ หากเ้าไปเรียนร่วมคนอื่นเ้าอาจจะมีอันตรายได้ พ่อจึงไม่อยากให้เ้าทั้งสองไปเรียนร่วมกับคนอื่นๆ”
ลี่หลินและลี่หยางหันไปมองหน้าแล้วซุปซิปกัน
“เด็กพิเศษหมายความว่าไงล่ะลี่หยาง แปลว่าเราปัญญาอ่อนรึไง”
“นั่นน่ะสิ พี่ก็ว่าไม่ใช่นะถามท่านพ่อดูสิ ว่าเขาหมายถึงอะไร”
ถึงทั้งสองจะเพียงแค่ซุปซิปกันเบาๆ แต่ผู้มีวรยุทธ์เช่นไป๋เหยียนมีหรือจะไม่ได้ยิน
“พวกเ้านี่กล่าวอะไรเหลวไหล เด็กพิเศษของข้าหมายถึง เด็กมีพร์มากกว่าคนอื่นๆ ตอนนี้เ้าอายุแค่8ขวบปี เ้าทั้งสองเก่งเทียบเท่าอาจารย์ลุงของเ้าแล้ว และอีกอย่าง ค่ายกลของลี่หลินนั้น ยังไม่มีใครทำได้เลยอยู่ๆ เ้าก็ทำได้ั้แ่เ้า5ขวบปี จะไม่เรียกว่าพร์แล้วจะเรียกว่าสิ่งใดเล่า”
“อัจฉริยะ!”
“โธ่ ท่านพ่อก็บอกลี่หลินให้ละเอียดหน่อยสิเ้าคะ”
ลี่หลินทำหน้าตูม ไป๋เหยียนหัวเราะแล้วลูบหัวเบาๆ ลี่หลินและลี่หยางเกิดมาพร้อมกับพร์ที่เหนือความคาดหมาย เป็เด็กอัจฉริยะั้แ่เกิด อาจารย์แต่ละท่านสอนเพียงรอบเดียวก็ทำตามได้อยางถูกต้อง บางครั้งตั้งใจสอนตามแบบต้นฉบับ แต่ทั้งคู่กลับใช้ความรู้ที่อาจารย์สอนบวกกับความรู้สึกของตัวเองใส่ลงไปผลงานที่ได้ออกมาเหนือความคาดหมาย เช่นครั้งที่ฟูหลิวสอนทำค่ายกล ลี่หลินก็ทำตามทุกอย่างเพียงแต่เธอเพิ่มบางอย่างเข้าไป ผลคือประสิทธิภาพล้ำหน้าอาจารย์ไปอีก1ก้าว อาจารย์ให้เธอทำให้ดูอีกครั้งเธอก็แสร้งว่าทำไม่ได้อีกแล้ว แต่เธอกลับแอบมาสอนลี่หยางทำ แม้แต่ไป๋เหยียนก็ยังไม่รู้เื่นี้
สองพี่น้องมักจะแอบมาฝึกฝนกันสองต่อสองอยู่บ่อยๆ วิธีทำค่ายกลอักขระ หลอมอาวุธเวท หลอมโอสถวิชาเหล่านี้ทั้งสองเน้นมาก ส่วนวรยุทธทั้งคู่ฝึกฝนทุกวันอยู่แล้ว วันๆ ลี่หลินและลี่หยางมุ่งฝึกฝนร่างกาย มิเคยได้ออกไปเที่ยวเล่นเช่นเด็กทั่วๆ ไป ทั้งสองบอกว่ามันไร้สาระ เสียเวลาโดยเปล่าประโยช ว่างเป็ฝึกแม้แต่เวลาปลดทุขก็ยังฝึกควบคุมพลังลมปราน
“ท่านพ่อข้าอยากไปดูที่สถานศึกษา วันเปิดรับสมัครให้ให้ข้าไปช่วยได้หรือไม่”
“ใช่ๆ เ้าค่ะท่านพ่อ ข้าทั้งสองรับรองว่าจะทำให้เต็มที่และดีที่สุด”
ไป๋เหยียนยิ้มอย่างเอ็นดูบุตรทั้งสอง
“ก็ได้เ้าไปช่วยดูใบสมัครให้พ่อก็ได้”
ไป๋เหยียนพาฝาแฝดเดินเล่นซื้อของใช้และเสื้อผ้าของเด็กแฝดสักพักก็พากลับ
“ท่านพ่อเ้าคะ ข้ากับพี่ชายอยากไปฝึกตนในป่าชั้นในสัก2-3วันได้หรือไม่เ้าคะ”
ระหว่างทางกลับหุบเขาอยู่ๆ ลี่หยางก็เอ่ยขึ้นมา
“แต่มันอันตรายมากนะ ไหนจะพวกสัตว์อสูรอีกเล่า”
นั่นแหละที่ฝาแฝด้าล่ะ อยากไปล่าเอาแก่นอสูร แต่ก็ไม่อาจที่จะกล่าวตามตรงได้"
“ท่านพ่อข้าอยากฝึกความแข็งแกร่ง ท่านไม่อาจเลี้ยงและดูแลปกป้องพวกเราสองคนพี่น้องได้ตลอดชีวิตหรอกขอรับ”
ไป๋เหยียนสะอึกเล็กน้อย จริงสินะ เด็กทั้งสองกำลังโตอยากรู้อยากเห็น ทั้งสองย่อม้าท่องเทียวเรียนรู้โลกภายนอกบ้าง ป่าชั้นในก็เป็สถานที่ฝึกตนที่ไม่เลย เขาไม่อยากให้เด็กแฝดพบเจอกับคนในตระกูลของฝ่ายบิดาของฝาแฝด เขาจึงไม่เคยกล่าวถึงเลยว่าผู้ใดเป็พ่อแท้ๆ เพียงแต่เล่าให้ฟังในเหตุการณ์ก่อนที่ฮูหยินจะสิ้นใจอย่างทรมานแสนสาหัส และฝากฝังไว้ว่าห้ามให้คนในตระกูลนั้นรู้
“อืม..เช่นนั้นก็ได้พรุ่งนี้เช้าเ้าเดินทาง ข้าให้ไป3วันหาก3วันพวกเ้าไม่ออกมาข้าจะเข้าไปตาม”
“ขอบคุณขอรับท่านพ่อ”
“กลับหุบเขากันเถอะ พรุ่งนี้พวกเ้าต้องตื่นแต่เช้า”
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
เมื่อกลับมาถึงหุบเขาไป๋เหยียนแจ้งให้ศิษย์พี่ทั้งสามทราบว่า เด็กแฝดอยากไปที่สถานศึกษาด้วย ให้เตรียมนำป้ายประจำตัวและชุดของสถานศึกษามาให้ด้วย
เช้าวันรุ่งขึ้นลี่หลินและลี่หยางพร้อมด้วยกระต่ายอสูรขั้น6เตรียมตัวพร้อมออกเดินทาง ไป๋เหยียนเดินมาส่งทางเข้าป่าชั้นใน
“พ่อขอให้พวกเ้าทั้งสองโชคดี ตั้งใจฝึกฝนแล้วรีบกลับมา พ่อให้เวลาเ้าแค่3วันหากตะวันตกดินแล้วเ้าไม่ออกมาพ่อจะไปตามเ้า”
“เข้าใจแล้วท่านพ่อ ดูแลตัวเองด้วย”
ลี่หยางเอ่ย
“ท่านพ่อลี่หลินจะรีบกลับมาเ้าค่ะ รักษาตัวด้วย”
ลี่หลินและลี่หยางเดินลับเข้าไปในป่า ไป๋เหยียนยืนนิ่งสักพักก็หันหลังใช้วิชาตัวเบาเหาะกลับที่พักปิดประตูเงียบไม่ออกมาอีกเลย
ลี่หลินและลี่หยางเดินป่าอย่างระมัดระวังปล่อยกระต่ายป่าออกมาเดินเล่น ตอนนี้มันพูดภาษามนุษย์ได้แล้ว
“เสี่ยวไป่เ้ารู้หรือไม่เราจะหาแร่หยกได้จากที่ไหน”
“ที่ถ้ำมรกตไงล่ะ ข้าจะพาเ้าไปเอง แต่ระหว่างทางต้องเจอสัตว์อสูรและอันตรายมากมายจะไปหรือเปล่าล่ะ”
“ไปสิเราตั้งใจที่จะมากันอยู่แล้วนี่”
ลี่หยางตอบ
“เสี่ยวไป่ระหว่างเดินทางข้าจะเก็บสมุนไพรไปด้วย เ้าบอกข้าด้วยนะว่ามีอยู่ตรงไหนบ้าง”
“เสี่ยวไป่ระยะทางจากนี่ไปถ้ำมรกตไกลหรือไม่”
ลี่หยางถามเสี่ยวไป่
“น่าจะถึงก่อนค่ำ รีบไปกันเถอะตอนนี้พวกสัตว์อสูรน่าจะนอนหลับอยู่”
ทั้งสองจึงเร่งฝีเท้าเดินทางไปตามเสี่ยวไป่เข้าป่าลึกไป ป่านี้ยิ่งเดินลึกยิ่งเย็นะเื ต้นไม้ใหญ่มากมาย10คนโอปก็ไม่มิด
“เร็วเข้าเราต้องเข้าถ้ำให้ได้ก่อนมืด ไม่งั้นแย่แน่ๆ”
เสี่ยวไป๋เตือนอีกครั้งลี่หลินจึงอุ้มมันขึ้นมา
“เ้าบอกทางข้าจะใช้วิชาตัวเบาพาเ้าไป”
“ทางนั้น”
“ไปเถอะลี่หยาง”
“อื้ม”