ครั้นได้ลิ้มรสชาติอาหารแล้วชายผู้นั้นก็มิอาจเอ่ยคำใดออกมาได้อย่างสมบูรณ์ เขาได้แต่พยักหน้าพลางเคี้ยวตุ้ยๆมิรอให้คำแรกกลืนลงคอ ก็รีบร้อนคีบชิ้นใหญ่คำใหม่ยัดใส่ปากแสดงท่าทางตะกละตะกลามอย่างแท้จริง
ด้วยสีหน้าเลิ่กลั่กกินเข้าไปหลายคำจนสำลักตาเหลือกชายผู้นั้นจึงควบคุมตนเองให้หยุดการกระทำนั้นได้อย่างทุลักทุเล
เขายกจอกขึ้นดื่มรวดเดียวเกือบหมดจอกแล้วร้องออกมาเสียงดัง "ฮ่า! สะใจจริง!"
กล่าวจบชายผู้นั้นก็ทำท่าทางราวกับกำลังลิ้มรสชาติอยู่ก่อนจะหันไปถามเสี่ยวเอ้อร์ด้วยความสงสัย "สุราที่ร้านของพวกเจ้าคือสุราแบบไหนกัน? รสชาติถึงได้หอมหวานกลมกล่อมถึงเพียงนี้!"
เขารู้สึกเพียงว่าในปากเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของสุราแม้แต่ในระหว่างการหายใจ ก็ยังสามารถลิ้มรสความหอมอันเข้มข้นนั้นได้รสชาติเช่นนี้ไม่อาจเทียบกับสุราเจือจางที่ผสมน้ำอย่างแน่นอนแม้แต่สุราที่เขาซื้อมาจากร้านสุราชื่อดัง ก็ยังมิอาจเทียบได้เลย
เมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของชายผู้นั้นเสี่ยวเอ้อร์ก็รู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มแล้วตบหน้าอก"นี่เป็นสุราที่เถ้าแก่ของพวกเราหมักเองกับมือหาซื้อจากที่อื่นไม่ได้แน่นอน ท่านลูกค้าชอบก็ขอให้มาบ่อยๆ นะขอรับ!"
ต้องยอมรับว่าการฝึกอบรมคนของซูอี้หว่านได้ผลดีเกินคาดยิ่งไปกว่านั้น เสี่ยวเอ้อร์เหล่านี้เดิมทีก็เป็นคนฉลาดหลักแหลมปากหวานเป็นทุนเดิม การต้อนรับแขกจึงพูดจาได้อย่างเหมาะสม บริการก็เอาใจใส่แถมยังรู้จักวิธีผูกมิตรกับลูกค้า
แม้ว่าแขกผู้นั้นจะเสียดายที่หาซื้อสุรานี้จากภายนอกมิได้แต่พอคิดว่าแค่มาทานอาหารที่นี่ ก็สามารถลิ้มรสสุราได้ตามใจอารมณ์ก็เบิกบานขึ้นมาทันที จึงพยักหน้าและหัวเราะเสียงดัง"แน่นอนอยู่แล้ว อาหารของพวกเจ้าก็อร่อย สุราก็เลิศรสต่อไปข้าต้องมาบ่อยๆ แน่!"
หอสุราที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองอวิ๋นเฉิงก็คือหอสุราประตูมังกรของตระกูลหลง ธุรกิจของหอสุราประตูมังกรนั้นรุ่งเรืองจริงอาหารก็รสชาติดี เพราะจ้างพ่อครัวชื่อดังมาปรุงแต่สุราของที่นั่นกลับหาได้พิเศษไม่ รสชาติจืดชืดราวกับถูกเจือจางไปด้วยน้ำ
มีเพียงสุราราคาแพงเท่านั้นที่รสชาติจะเข้มข้นขึ้นมาหน่อย แต่ราคาสุรานั้นสูงลิ่วอีกทั้งอาหารของหอสุราประตูมังกรก็มิได้ถูกนัก บรรดาพ่อค้าตัวเล็กๆ เช่นพวกเขาหากไปกินสักสองสามครั้งต่อเดือน ก็ยังต้องเจ็บใจไปอีกหลายวัน
ที่สำคัญที่สุดสุรานั้นดื่มแล้วไร้รสชาติ ทว่าหอสุราประตูมังกรกลับไม่อนุญาตให้นำสุราเข้ามาเองหากกินที่นั่นได้ ก็ทำได้เพียงซื้อสุราของพวกเขาเท่านั้นทำให้ลูกค้าเช่นเขาที่มิอาจดื่มสุราราคาแพงที่สุดได้ มักจะรู้สึกมิเต็มอิ่ม
กินเนื้อแล้วมิได้ดื่มสุราก็รู้สึกเหมือนขาดอะไรไป แต่ครั้นจะดื่มสุราที่เจือจางน้ำ ก็กลับมิมีรสชาติ
คราวนี้ก็ดีร้านอาหารเปิดใหม่นี้ รสชาติอาหารเหนือชั้นกว่าหอสุราประตูมังกรอย่างเห็นได้ชัดราคาไม่แพง แถมสุรายังดีเลิศ จากนี้ไป ตราบใดที่เขายังต้องกินข้าวที่นี่คือที่เดียวในใจ
ไม่ใช่เพียงคนเดียวที่คิดเช่นนี้ติดต่อกันหลายวัน ธุรกิจของร้านอาหารก็เฟื่องฟูอย่างมาก
แม้ว่าซูอี้หว่านจะมีร่างกายแข็งแรงเพียงใดสามวันผ่านไปก็ยังเหนื่อยจนปวดเอวปวดหลัง
เดิมทีคิดว่าเมื่อผ่านพ้นช่วงลดราคาในช่วงสามวันแรกไปแล้วธุรกิจน่าจะซบเซาลงบ้าง ลูกค้าน่าจะลดลงสักหนึ่งถึงสองส่วน
ทว่ามิคาดคิดพอถึงวันที่สี่ที่ร้านเปิดทำการ ลูกค้าที่มาเยือนกลับมิได้น้อยลงแม้แต่น้อยการส่งอาหารก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องกำไรเบื้องต้นของร้านในแต่ละวันนั้น มากถึงหลายสิบตำลึง
เมื่อคำนวณอย่างคร่าวๆรายได้สุทธิในหนึ่งเดือนก็ต้องมีหลายร้อยตำลึงขึ้นไป
เมื่อได้เงินมากกำลังใจก็ย่อมมากขึ้น แม้ว่าแท้จริงแล้วจะเหนื่อยล้าอยู่บ้างทว่าซูอี้หว่านกลับอารมณ์ดี ทำงานง่วนอยู่ทุกวันก็มีความสุขยิ่ง
สิ่งที่ตรงกันข้ามกับอารมณ์ดีเช่นนี้ของนางก็คือเถ้าแก่ของหอสุราประตูมังกรที่อยู่บนถนนสายเดียวกัน
แต่เดิมหอสุราประตูมังกรเคยเป็นหอสุราที่เฟื่องฟูที่สุดในเมืองอวิ๋นเฉิงเปิดประตูร้านตั้งแต่เช้าจรดค่ำคืน ก็ยังมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามามิได้ขาดทว่าหลังจากที่ภัตตาคารซานไห่เปิดตัว
แม้จะยังคงมีลูกค้ามาเยือนบ้างทว่าเถ้าแก่ก็ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากเหล่านักชิมมิรู้กี่ครั้งว่าอาหารของร้านภัตตาคารซานไห่อร่อยล้ำ ราคาจับต้องได้ จึงค้าขายดีเป็นเทน้ำเทท่าหากมิใช่ว่าเพราะต้องรอคอยนานแสนนานจนยังไม่ได้ที่นั่งละก็ พวกเขาคงจะไม่มาที่หอสุราประตูมังกรของพวกเขาหรอก
คำพูดเหล่านี้มิได้กล่าวต่อหน้าเถ้าแก่โดยเฉพาะเพียงแต่บังเอิญได้ยินการสนทนาเช่นนี้ อารมณ์ของเถ้าแก่ก็ย่อมมิอาจดีขึ้นได้
เดิมทีเขาคิดว่าร้านอาหารภัตตาคารซานไห่เป็นเพียงร้านใหม่ พ้นช่วงเปิดร้านไป กิจการก็คงจะค่อยๆซบเซาลง หอสุราประตูมังกรของพวกเขานั้นเปิดมาหลายสิบปีแล้วชื่อเสียงและคำชมนั้นคงอยู่ตลอด จะมิสามารถช่วงชิงลูกค้าจากร้านอาหารเล็กๆได้เชียวหรือ?
ทว่าความจริงก็คือกิจการของหอสุราประตูมังกรซบเซาลงทุกวันกิจการของภัตตาคารซานไห่กลับยิ่งรุ่งเรืองเฟื่องฟูขึ้นทุกๆ วัน
พอถึงสิ้นเดือนเถ้าแก่ของหอสุราประตูมังกรลองตรวจบัญชีดูจึงพบว่ากำไรของหอสุราในเดือนนี้กลับน้อยกว่าปกติเกินครึ่งจึงตื่นตระหนกอย่างแท้จริง รีบไปพบหลงจิน นำสถานการณ์นี้ไปแจ้งแก่เขา
หลงจินช่วงนี้กำลังกลุ้มใจกับคำสั่งจากเบื้องบนอารมณ์จึงไม่ดีนัก พอได้ยินว่าธุรกิจของหอสุราลดลงอย่างมากเช่นนี้แถมยังถูกร้านอาหารเล็กๆ ที่เพิ่งเปิดใหม่ช่วงชิงลูกค้าไป ก็โกรธจนปาถ้วยชาทิ้ง
"เจ้าทำธุรกิจอย่างไรกัน มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น แล้วเพิ่งจะมาบอกข้า!"
เถ้าแก่ผู้นี้ติดตามเขามานานเป็นผู้ดูแลหอสุราประตูมังกรมาสิบกว่าปี นับว่าเป็นผู้มีประสบการณ์โชกโชนหลงจินจึงวางใจให้เขาดูแลร้านมาโดยตลอดและมิค่อยสอบถามเรื่องของหอสุราประตูมังกรเท่าไรนัก
ใครจะรู้ว่าตนเองประมาทไปกลับก่อให้เกิดความเสียหายแก่หอสุรามากมายถึงเพียงนี้!
เถ้าแก่ย่อมรู้ซึ้งถึงอุปนิสัยของหลงจินเป็นอย่างดีว่าเขาเป็นคนเช่นไรเมื่อเห็นสีหน้ากริ้วโกรธของเขา ร่างกายก็พลันสั่นเทิ้ม ก้มศีรษะลงต่ำพร้อมกล่าวเสียงแผ่วเบา "ท่านหลงเป็นข้าที่ประมาทไปเอง คิดว่าร้านอาหารเล็กๆนั่นคงแค่สร้างกระแสในช่วงเปิดร้านสองวันเท่านั้นไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะสามารถรักษาความนิยมไว้ได้นานเช่นนี้"”
จะโทษว่าเถ้าแก่ประมาทก็คงไม่ได้เพราะเปิดหอสุรามานาน เรื่องเช่นนี้ก็เคยเกิดมาแล้วหลายครั้งทุกคราที่เมืองอวิ๋นเฉิงมีร้านอาหารเปิดใหม่กิจการหอสุราประตูมังกรก็จะได้รับผลกระทบบ้างเล็กน้อย
ทว่าหากเป็นช่วงเวลาสั้นๆสามถึงสี่วัน หรือยาวนานสิบวันถึงครึ่งเดือน ธุรกิจก็จะกลับมาเป็นเช่นเดิมดังนั้นครั้งนี้ เถ้าแก่จึงมิได้ใส่ใจมากนัก
แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้ จะมีอิทธิพลมากมายจนแย่งลูกค้าของหอสุราประตูมังกรไปกว่าครึ่ง
ยิ่งไปกว่านั้นจากที่ได้ยินลูกค้าหลายคนพูดมาหากมิใช่เพราะร้านนั้นคับแคบเกินไปจนรับลูกค้าได้จำกัดคงไม่คิดจะมาเยือนหอสุราประตูมังกรเพื่อลิ้มรสอาหารเป็นแน่