เสียงนกร้องกับแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาเป็สัญญาณของเช้าวันใหม่ พร้อมปลุกให้ทุกคนตื่นไปทำงาน ชิงพลบ ก็เป็อีกคนที่มีสิ่งสำคัญต้องทำในวันนี้ กับงานจิตอาสาในครั้งแรก ที่จะได้มีโอกาสในการสอนเด็กนักเรียนชั้นมัธยมต้น
“ลัล ลั้ล ลา ลัล ลั้ล ลา ♫♫” เสียงฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีของชิงพลบ หลังแต่งตัวเสร็จ กับความกระฉับกระเฉงที่พร้อมเริ่มต้นงานใหม่
ออดดดดด เสียงออดโรงเรียนเอกระดังขึ้น เป็สัญญาณของการเริ่มเรียนวิชาแรก เมื่อหันมองไปจนทั่ว ก็จะเห็นเด็กนักเรียนกำลังวิ่งเข้าห้องเรียนอย่างเร่งรีบ พร้อมเสียงเซ็งแซ่ของเด็กนักเรียนที่กำลังหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน
ภายในห้องผู้อำนวยการ ชิงพลบก็นั่งอย่างใจจดใจจ่อ เพื่อรอผู้อำนวยการใหญ่ของโรงเรียนเดินทางมาถึง แกร๊ก! เสียงเปิดประตูดังเข้ามา พร้อมเสียงเดินลากเท้าเบา ๆ ของนลินญา
“สวัสดี นี่ใช่น้องที่มาจากโครงการครูพิเศษจิตอาสาใช่มั้ย “นลินญาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อย ๆ
“ใช่ครับ วันนี้ผมมารายงานตัววันแรก นี่ครับเอกสาร” ชิงพลบก็ตอบกลับด้วยความตื่นเต้นทันที เมื่อผู้อำนวยการใหญ่พูดจบ
นลินญาหยิบเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง และแม้ว่าจะเป็ยุคดิจิทัล แต่งานราชการส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาเอกสารที่อยู่ในรูปแบบกระดาษอยู่ดี
“หือ !! เรียนสาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา จบมหาวิทยาลัยดังซะด้วย เก่งไม่เบานิ” พร้อมกับเสียงถอนหายใจของนลินญาดังขึ้น
"โรงเรียนของเรายินดีต้อนรับ เธอเรียกครูว่านลินญาก็ได้ วันนี้จะพาไปเดินดูห้องเรียนที่เธอต้องทำงานก่อนละกัน" นลินญาพูดจบ ก็ลุกขึ้นเดินออกไปพร้อมกับชิงพลบทันที
โรงเรียนเอกระเป็โรงเรียนเอกชนขนาดกลาง มีนักเรียนั้แ่ชั้นประถม ไปจนถึงชั้นมัธยม ตั้งอยู่ในพื้นที่กลางใจเมืองของนครสยามเป็พื้นที่ทำเลทอง บริเวณรอบ ๆ โรงเรียนส่วนใหญ่จะเป็ตึกสูงลัดฟ้า มีทั้งคอนโด อาคารสำนักงาน และห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่าง ๆ มากมาย ทำให้นักเรียนโรงเรียนนี้ส่วนใหญ่มีฐานะทางบ้านมีค่อนข้างดีเกือบทุกคน
ส่วนพื้นที่ภายในโรงเรียนจะประกอบไปด้วย 4 ตึกใหญ่ คือ ตึกวิทย์ ตึกศิลป์ ตึกประถมศึกษา และตึกสังคมที่ครูนลินญา พาชิงพลบเยี่ยมชมเป็ตึกสุดท้าย
บริเวณชั้น 2 ของตึกสังคม “เอาละ เธอต้องอยู่ทำงานที่ห้องสังคมนี่แหละ” นลินญาพูดขึ้นด้วยอาการเหนื่อยล้า
“ครับ…ได้ครับ ผมต้องส่งแผนงาน ให้ผู้อำนวยการก่อนมั้ยครับ”
“เธอเอาแผนงาน วางไว้บนโต๊ะทำงานของรองผู้อำนวยการวสุนันท์ ก่อนละกันอยู่ที่ชั้น 3 ตึกนี้เอง”
ทันใดนั้นได้มีครูสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ผิวขาวเนียนเหมือนสาวเกาหลี ตัวเล็กกะทัดรัด วิ่งอย่างตื่นตระหนกใ มาทางห้องสังคม ที่ครูนลินญากับชิงพลบยืนคุยอยู่พอดี เสียงหายใจถี่รัวอย่างหอบเหนื่อยของครูสาวกชมน ดังขึ้นพร้อมเสียงพูดอย่างตะกุกตะกัก
“ผู้…! ผู้อำนวยการ เกิดเื่ขึ้นอีกแล้วค่ะ” เสียงสั่น ๆ ที่พูดขึ้นพร้อมความใ และหวาดกลัวของกชมน
‘เกิดอะไรขึ้นอีกวะเนี่ย'’ ชิงพลบนึกขึ้นมาด้วยความสงสัย
“ใจเย็น ๆ หน่อยครูกชมน ค่อย ๆ เล่าทีว่าเกิดเื่อะไรขึ้น ถึงตกอกใมากขนาดนี้” นลินญาพูดขึ้นด้วยเสียงแข็งและสีหน้าที่ดูเป็กังวล
“ผู้อำนวยการ นกที่สวนหลังตึกสังคมบินตกมาตายเพียบเลยค่ะ พวกเด็กนักเรียนที่เข้าไปเห็น ใร้องไห้ดังระงมเลย”
‘เป็นกตกมาตายอีกแล้วเหรอ ครั้งที่แล้วปลาที่เลี้ยงไว้ตายหมดบ่อเลยนะ’ นลินญานึกถึงเหตุการณ์ครั้งที่แล้วมาทันที
“ไหนเธอ พาครูไปดูหน่อย นกตกมาตายได้อย่างไรกัน” นลินญาพูดขึ้นด้วยความเร่งรีบ พร้อมจับมือกชมนที่กำลังสั่นกลัว เดินไปทางหลังตึกสังคมทันที ส่วนชิงพลบก็เดินตามผู้อำนวยการไปด้วยเช่นกัน
บริเวณหลังตึกสังคม เมื่อก่อนเคยเป็พื้นที่สวนสาธารณะขนาดเล็ก ที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพรรณ มีบ่อน้ำที่เหมือนลำธาร และูเาน้ำตกขนาดย่อม ให้เด็กนักเรียนได้นั่งอ่านหนังสือ ทำกิจกรรมหรือพักผ่อนกันอย่างสงบ
แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนไปราวกับหลังมือ ด้วยบรรยากาศที่มืดมนเหมือนป่าช้า มีความวังเวง ขาดกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิต ต้นไม้ที่เคยดูร่มรื่น ก็หนาทึบจนแสงส่องผ่านไปได้ยากแม้เป็่เวลากลางวัน ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องขนลุกเกรียวทุกครั้ง
‘ตกลงที่นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่??’ นลินญาคิดอย่างสงสัย เมื่อได้เห็นสภาพสวนหลังตึกสังคม ที่มีความน่ากลัว ปนความหลอนของซากศพนกพิราบ และนกกระจอก ที่นอนตายเรียงรายนับร้อยตัว
“กชมน เธอรู้มั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้น นกพวกนี้ตกมาตายได้อย่างไร??” นลินญาพูดเสียงแข็งด้วยความสงสัย
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ กล้องวงจรปิดตรงจุดนี้ ก็เสียมาหลายวันแล้ว ทางเราได้เรียกช่างมาซ่อม แต่พออีกวันก็กลับมาเสียเหมือนเดิม”
“แบบนี้น่าสงสัยมาก โรงเรียนเราไม่เคยมีหนูให้เห็นมาหลายปีแล้วนะ”
ในขณะที่ผู้อำนวยการนลินญา และครูกชมนพูดคุยกันอยู่นั้น ชิงพลบได้เดินดูรอบบริเวณสวนเล็ก ๆ แห่งนี้ แล้วรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่ดำมืด และไม่ได้เกิดขึ้นจากพลังธรรมชาติ
แต่เป็พลังงานด้านลบที่ััได้ถึงความหม่นหมอง โศกเศร้า ไร้ชีวิตชีวา ยิ่งได้อยู่ในพื้นที่นี้นาน ๆ จะทำให้ร่างกายรู้สึกขาดพลัง ถึงขั้นหมดกำลังใจจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ
เมื่อชิงพลบได้ัั ก็รู้ทันทีว่าพลังงานรูปแบบนี้ เกิดจากเวทมนตร์คุณไสยชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่าวิชาฝังรูปฝังรอย เป็คุณไสยมนต์ดำสายควบคุม ที่ส่งผลในการสร้างอาณาเขตเปลี่ยนพื้นที่คนเป็ ให้เป็พื้นที่คนตาย ทำให้สัตว์ที่อาศัย หรือเดินทางผ่านสวนนี้ ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ
‘กลิ่นอายของคุณไสยแรงมาก น่าจะถูกทำของมานานแล้ว’ ชิงพลบสรุปข้อมูลขึ้นในใจ เมื่อได้เดินดูพื้นที่รอบ ๆ สวน