ห้องถ่ายเอกสาร?
กรีนหันซ้ายหันขวาอยู่พักหนึ่งเพื่อหาห้องถ่ายเอกสารการประชุมที่เธอพึ่งได้ทำเป็ครั้งแรก และเช่นเคยพี่พรรณีปล่อยให้เธอเดินหามันเองโดยไม่คิดจะบอกตำแหน่งมันสักนิด
"แค่ห้องถ่ายเอกสารยังหรูหรา" กรีนชื่นชม ไม่คิดว่าบริษัทใหญ่ๆ จะให้ความสำคัญกับเอกสารมากขนาดนี้ กรีนหันไปปิดประตูห้องเมื่อคิดว่าเอกสารเธอคงสำคัญน่าดู ไม่งั้นรองจักรคงไม่ย้ำว่าห้ามให้ใครทำ
"อื้อออออ" กรีนใสุดตัวเมื่อจู่ๆ ถูกรวบกอดจากข้างหลังอย่างหยาบคาย
มือข้างหนึ่งปิดปากของเธอเอาไว้ มืออีกข้างขยำหน้าอกเธออย่างเต็มอารมณ์ เอกสารในมือร่วงลงสู่พื้นพรมที่ถูกปูไว้อย่างดี ไร้ซึ่งเสียงใดๆ ให้ได้ยิน
กระโปรงด้านหลังถูกเลิกขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับขนอ่อนในร่างกายที่ตอบสนองจมูกที่ซุกไซ้ลงมาตรงหลังใบหูและปัดป่ายลมหายใจร้อนผ่าวผ่านลำคอระหง
เต้!
กลิ่นและััของเขาเธอรับรู้ได้ทันทีว่าเป็ใคร อาการต่อต้านเริ่มลดน้อยลง เอนอ่อนศรีษะเปิดลำคอระหงให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาอยากทำ การต่อต้านเอาชนะความเอาแต่ใจของเขาไม่ได้ เธอรู้ดีจากประสบการณ์ที่ผ่านๆ มา และที่นี่เป็บริษัทของเขา เขาต้องแน่ใจพอว่าส่วนตัวเขาถึงทำแบบนี้
กรีนสูดหายใจเข้าเต็มปอด กลืนเสียงกระเส่าของตัวเองลงคอไป
มือที่ปิดปากเลื่อนไปด้านล่างทันที เมื่อเธอผ่อนคลายและปล่อยให้เขานำพา
แพนตี้ตัวจิ๋วถูกรั้งลง และจัดการให้เธอรู้ว่าร่างกายเธอเป็ของใคร ความกรุ่นโกรธแปรเปลี่ยนทันทีที่เธอไม่ต่อต้าน เสื้อสูทตัวสวยของเธอถูกปลดกระดุมออก รั้งเกาะอกตัวในลงอย่างรีบร้อนเพื่อจะมันอย่างที่ปรารถนา ชุดที่เขาเป็คนเลือกให้เธอ ล้วนเพื่อสนองความ้าของเขาทั้งสิ้น
"จำนิ้วของฉันได้ไวขนาดนั้นเลยเหรอที่รัก" เต้กระซิบเบาๆ อย่างชอบใจ ชอบยอดอกที่หดเกร็งใต้มือเขา ชอบเนินเนื้อนิ่มหยุ่นพอดีมือ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเธอ และการตอบสนองเขาได้อย่างลงตัว ปลุกอารมณ์ดิบเข้าได้เสมอ
นิ้วร้ายๆ ของเขาขยับลงใจกลางกายเธอเป็จังหวะเร่งเร้า ความชุ่มชื่นที่ไหลอาบมือเขาจนลื่นนุ่ม ทำให้ร่างกายของเขาตอบสนองจนแข็งขึง ไม่เคยนึกว่าตัวเองจะมีความปรารถนามากมายอะไรอย่างนี้มาก่อน ทั้งๆ ที่ ตักตวงเธอมาแล้วตลอดทั้งคืน ก็ยังไม่พอ
เธอเป็สิ่งวิเศษในชีวิตที่เขาค้นพบ เพียงแค่ได้เฝ้ามองเธอ ความวุ่นวายใจที่มีก็เหมือนจะจางหายไป
คืนข้ามปีคืนนั้น เป็คืนแรกที่เขาหลับสนิทนับั้แ่ก้าวเท้าออกไปจากบ้าน สนิทจนปล่อยให้เธอหายไปนานถึง 3 ปี และนั่นทำให้ชีวิตของเขายังวนเวียนอยู่กับที่ไม่กล้าก้าวออกมา
การปรากฎตัวอีกครั้งของเธอ เรียกความกล้าของเขาออกมาได้อย่างน่าแปลกใจ ทุกคืนที่มีเธอในอ้อมกอดคือคืนที่เขาพร้อมจะตื่นมาสู้กับทุกปัญหาในเช้าวันใหม่ พร้อมเรี่ยวแรงและสมองอันปลอดโปร่ง
"อีก! เต้! " กรีนตื่นตัวสุดขีด ร่อนสะโพกสู้มือเขาส่งตัวเองพุ่งสู่จุดสูงสุดของอารมณ์อย่างรวดเร็ว และถูกเขากระหน่ำบดขยี้จนแข้งขาสั่นไปหมด
"ตาฉันบ้าง" เต้พูดด้วยลมหายใจที่ขาดห้วงด้วยแรงอารมณ์ รีบจัดการเสื้อผ้าตัวเอง
ตัวตนของเขาถูกเติมเต็มเข้ามาทางด้านหลัง จังหวะรักของเขาแน่นหนึบไม่ได้เร่งเร้า แต่กลับเรียกเสียงครวญครางได้ไม่หยุด
ไม่ว่าจังหวะไหน เธอก็ให้ความรู้สึกดีสุดๆ
กรีนยันตัวเองไว้กับประตู ขาถูกช้อนขึ้นเพื่อการสอดใส่ที่กระแทกเข้ามาลึกสุดจนรู้สึกจุกไปหมด
"เต้! " กรีนยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเมื่อเขาเร่งจังหวะและกระตุกใส่เธอเต็มๆ พาให้เธอกับเขาไปถึงปลายทางอีกครั้งในเวลาต่อมา
"ชอบมั้ยกรีน" เต้กระซิบถามเธอทุกครั้งที่ทุกอย่างจบลง ราวกับกลัวว่าเธอจะยังไม่พอใจ ทั้งๆ ที่เขาควรจะรู้ว่าเธอสุขแค่ไหนจากเสียงร้องนั่น
เขากดจูบลงตรงขมับที่หันมาส่งค้อนเขาเบาๆ ปล่อยให้ขาเธอเป็อิสระและขยับออก
"ขอบคุณนะ"
ทันทีที่ความสุขสมผ่านพ้น ริมฝีปากของเขาจรดลงที่หน้าผากกรีนเช่นทุกครั้ง พร้อมเอ่ยคำว่าขอบคุณเบาๆ
ถ้าหากเป็ที่บ้าน เขาจะสวมกอดเธอไว้และหลับไปด้วยกันจนถึงเช้า ราวกับรักใคร่เธอนักหนา แต่เธอคิดว่าคงเป็เพราะเขาเหงามากเกินไปต่างหากล่ะ
บ้านหลังใหญ่โต ที่มีแค่เขากับแม่บ้าน
บริษัทใหญ่โตที่มีพี่กับพ่อ แต่กลับพูดกันเหมือนคนแปลกหน้า
เธอยังรู้สึกถึงความห่างเหิร แล้วเขาล่ะ คงไม่ได้รู้สึกดีเท่าไหร่สินะ ถึงได้เป็แบบนี้?
กรีนรู้ว่าเขาอยากได้ที่ระบาย และเธอก็คง... เป็ที่ระบายที่เขาถูกใจ
รักแรกของเธอไม่มีอ้อมกอดอบอุ่น มีแค่เซ็กส์ที่รีบร้อน แตก จบ ก็แยกกันไป พงษ์มาแบบยุ่งๆ และก็จากเธอไปแบบยุ่งๆ เช่นกัน แต่ก็แปลก เธอทนมาได้ตั้งหลายปี
กรีนชักเริ่มแยกไม่ออก ว่าตกลง ความรัก มันเป็แบบไหนกันนะ?
กรีนมองเขาแต่งตัวและก้าวออกไปจากห้องเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยไม่หันกลับมามองเธออีกด้วยซ้ำ
เธอหันมาก้มลงเก็บเอกสารที่เกลื่อนพื้น รีบทำงานของตัวเองให้เสร็จและตามออกไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นกัน
ไม่เคยที่จะหยาบโลนแบบนี้มาก่อน
เขาทำให้เธอเป็ผู้หญิงไร้ยางอาย
หรือเป็เธอ.. ที่ทำตัวเอง?
เธอควรจะรังเกียจสิ่งที่ทำอยู่....
...แต่ร่างกายของเธอ... กลับตอบสนองมันอย่างเต็มใจ
และรู้สึก... ชอบมันซะแล้ว!
.....
"แค่ถ่ายเอกสาร นานเกินไปรึเปล่า ท่านรองรออยู่" พรรณีสะบัดเสียงใส่ทันทีที่กรีนเดินมาถึงโต๊ะ
"ขอโทษค่ะ" กรีนโค้งตัวขอโทษและรีบเปิดประตูเข้าไปในห้อง
จักรเทพเงยหน้ามองกรีนอย่างค้นคว้า ตกลงผู้หญิงคนนี้ถูกส่งมาทำหน้าที่อะไรกันแน่?
"เธอจะย้ายไปทำงานกับคนที่แนะนำเธอมาทำงานที่นี่มั้ย"
กรีนไม่เคยคิดว่าจะได้ยินคำถามนี้ แต่จากที่ได้ยินการตอบโต้ในห้องก็ทำให้เธอพอจะเข้าใจ
"ไม่ค่ะ" กรีนตอบ นี่เป็คำตอบที่เธอคิดจริงๆ การอยู่ใกล้เขา ทำให้เธอไม่เป็ตัวของตัวเองและเธอกำลังกลัวหัวใจตัวเอง
"แล้วถ้าฉันให้เธอออกล่ะ"
"กรีนก็คงต้องออกค่ะ" กรีนตอบทันทีเช่นกัน
คำตอบที่ดูตรงไปตรงมา สั้นๆ แต่ชัดเจน ทำให้จักรเทพแปลกใจ ความหวาดระแวงกับความสงสัยทำให้เขาตัดสินใจไม่ถูก ว่าควรเก็บเธอไว้ หรือกำจัดไปดี
Kiss mark? ที่เมื่อเช้าไม่มี ที่หายไปเมื่อครู่ก็คงฝีมือไอ้เต้สินะ?
รอยจูบตรงลำคอ ทำให้เขาเลือกที่จะเก็บเธอเอาไว้
"ออกไปได้"
"ค่ะ"
....
" น้องดา" จักรกดโทรหาคนที่น่าจะจัดการเื่นี้ได้
"ค่ะ พี่จักร" วรดาขานรับเสียงหวาน ไม่แปลกใจที่เขาโทรหาเธอ เพราะรู้ดีว่าวันนี้เต้เข้ารับตำแหน่งที่บริษัท
"มาหาพี่ที่บริษัทหน่อยได้มั้ยครับ"
"พี่จักร มีอะไรรึเปล่าคะ" วรดาจับน้ำเสียงไม่สบายใจของเขาได้ และคงเป็เื่เต้
"คู่หมั้นน้องดา... มาทำงานที่บริษัทแล้ว"
วรดานิ่งไป เมื่อรู้ว่าจักรเทพ้าให้เธอไปที่บริษัทอย่างที่เธอคิดไว้จริงๆ
"ถ้าให้ไปเพราะเต้ ดาไม่ไปหรอกค่ะ"
วรดาปฏิเสธเขา?
จักรเทพนึกแปลกใจ เธอจะงอนเขาทำไมในเมื่อเธอเป็คนรับหมั้นเอง แต่ก็ยอมอ่อนให้
"งั้นก็มา เพื่อพี่... ได้มั้ยครับ"
" ถ้าหลังเลิกงาน... พี่จักรรับปากจะไปส่งดาที่คอนโดดาจะไปค่ะ"
.... "ดาหมั้นไปแล้ว อย่าลืม" จักรเทพท้วง
"งั้นพี่ก็อย่าลืมสิคะ ว่าดาหมั้นเพราะอะไร" วรดาย้อนเขาไม่ยอมลง
"น้องดา"
"ดายังยืนยันคำเดิมค่ะ"
"ก็ได้ พี่จะไปส่ง"
จักรเทพยอมรับคำเขาแค่อยากรู้ว่ากรีนจะมีปฏิกิริยายังไงถ้าเจอคู่หมั้นของเต้ ดังนั้นยังไงๆ เขาก็ต้องทำให้วรดามาที่นี่ให้ได้
" ถ้าพี่จักรจะให้ดาทำนอกเหนือจากไปหา ดาบอกไว้เลยว่า ค่าตอบแทน คือค้างกับดาที่คอนโดเท่านั้น ไม่งั้นดาไม่ทำ" วรดากดวางสายทันที ไม่ยอมให้เขาปฏิเสธ
เธอยอมเขามามากพอแล้ว งานแต่งที่กำลังใกล้เข้ามา เขาก็ยังไม่มีทีท่าจะขัดขวางสักนิด ใจคอเขาจะให้เธอแต่งกับเต้จริงๆ ใช่มั้ย!
ได้! เมื่อเขาไม่ล่มงานหมั้นของเธอ เธอก็จะเป็คนล่มมันเอง
วรดาคิดด้วยความขัดใจ
............