ตอนที่ 10: สัมผัสความผิดปกติ
กลางดึกสงัดยามตีสามที่ไร้สรรพเสียงของสิ่งมีชีวิตใดๆ ลมหนาวพัดกระโชกผ่านช่องระบายอากาศของห้องพักส่งเสียงหวีดหวิวชวนสยดสยองประหนึ่งเสียงร้องระงมของผีร้าย ฝ้ายสะดุ้งตัวลืมตาตื่นขึ้นมากลางความมืดมิดของห้องพักโรงแรมหรูเนื่องจากลางร้ายและความเย็นเยียบแปลกประหลาดที่แล่นเข้ามากัดกินขั้วหัวใจ หญิงสาวเผลอเอื้อมมือเรียวบางไปลูบไล้พื้นที่เตียงนอนเคียงข้างเพื่อหวังไออุ่นจากคู่หมั้นหนุ่ม ทว่าเธอกลับพบเพียงความว่างเปล่าและผืนฟูกที่เย็นชืด คิวหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในยามวิกาลอันยาวนานชวนหวั่นใจยิ่งนัก
ฝ้ายตัดสินใจเอื้อมมืออันสั่นเทาไปกดสวิตช์โคมไฟหัวเตียง แสงสลัวสีเหลืองนวลส่องสว่างขับไล่ความมืดมิดบางส่วน เผยให้เห็นสภาพภายในห้องนอนที่นิ่งสงัด และสายตาของเธอก็พลันสะดุ้งกึกตระหนกตกใจอย่างรุนแรงเมื่อจับจ้องไปที่พื้นไม้ปาร์เก้สีเข้ม รอยเท้าเปล่าขนาดใหญ่เปียกชุ่มชื้นปนคราบดินโคลนสีดำเลอะเทอะลากเปื้อนเป็นทางยาวมาจากบานประตูระเบียงห้องพักที่เปิดอ้าออกเล็กน้อย ลมหนาวเปียกชื้นโชยเข้ามาพาเอากลิ่นดินเลนและดอกลำเจียกอ่อนๆ เข้าสู่ประสาทสัมผัส รอยเท้าน้ำเลนนั้นลากผ่านพื้นห้องตรงไปยังบานประตูทางเดินข้างนอก ฝ้ายรีบลุกเดินไปพิงขอบระเบียงเหล็กดัดและมองลงไปข้างล่างลานจอดรถที่มืดสนิทไร้เงาคน ลมเย็นพัดเอาเศษใบไม้แห้งและละอองน้ำปลิวเข้ามาทางประตูระเบียงกระจกที่เปิดอ้าค้างไว้และมีคราบน้ำหยดเป็นทางยาวชวนพิศวง
ฝ้ายตัวสั่นเทาพยายามปลอบใจตัวเองว่าคิวอาจจะแค่เดินลงไปคุยสายโทรศัพท์หรือสูบบุหรี่ระบายอารมณ์หงุดหงิดภายนอก แต่คราบเปียกชื้นเหนียวเหนอะของน้ำรักบนเตียงเมื่อคืนก่อนหน้าบวกกับรอยเท้าเปียกน้ำเลนโคลนสดใหม่นี้ทำให้เธอกังวลลนลานจนแทบจะควบคุมสติไม่อยู่ ร่างบางสะท้านสั่นระริกด้วยความระแวงหวาดผวาและขยะแขยงในอก เธอรวบรวมความกล้าดึงเสื้อคลุมหนามาสวมทับกะทัดรัด แล้วก้าวเดินย่องย่ำตามรอยเท้าเปียกน้ำเปียกโคลนนั้นออกจากห้องพักมุ่งตรงลงไปเบื้องล่างโรงแรมอย่างรวดเร็วและหวาดหวั่นใจ
ฝ้ายก้าวเดินฝ่าความมืดสลัวและม่านหมอกสีขาวหนาทึบยามดึกสงัดตามรอยเท้าเปียกน้ำลงมาผ่านโถงต้อนรับของโรงแรมที่มืดมิดและไร้พนักงานต้อนรับเฝ้าอยู่ ลานจอดรถด้านนอกไม่มีแสงไฟส่องสว่าง มีเพียงแสงดาวริบหรี่และไฟถนนสลัวๆ ลอดผ่านกิ่งไม้ป่ารกร้าง บรรยากาศภายนอกอาคารปกคลุมด้วยสายหมอกเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจแผ่ปกคลุมไปทั่วคุ้งน้ำยม เสียงใบไผ่เสียดสีกันลึกลับดังครืดคราดตามแรงลมพายุพัดหวีดหวิวประหนึ่งวิญญาณคนตายที่ร่ำร้องเรียกหาเหยื่อชะตาขาด รอยเท้าเปียกน้ำผสมเลนลากยาวผ่านผืนหญ้าชื้นแฉะตรงไปทางป่าไผ่และโป๊ะเรือไม้เก่าแก่ริมตลิ่ง ฝ้ายรู้สึกเหมือนมีสายตาของบางสิ่งที่มองไม่เห็นเฝ้ามองเธอลอดผ่านความมืดของแมกไม้ริมตลิ่งยมจนเธอหนาวสั่นฟันกระทบกันไม่หยุดหย่อนด้วยความระแวดระวังและตื่นตกใจในทุกย่างก้าวที่เดินผ่านป่าชื้นแฉะริมน้ำยม
ระหว่างทางเดินที่มืดมิดและหนาวสั่น จิตวิญญาณของฝ้ายพลันเกิดอาการสั่นสะท้านสะกิดใจ ภาพนิมิตโบราณทับซ้อนในอดีตชาติแวบสลับเข้ามาในสมองของเธออย่างรวดเร็วและรุนแรงดุจสายฟ้าฟาดกะทันหัน ฝ้ายกุมศีรษะที่เจ็บปวดร้าวรุนแรงปานหัวจะระเบิดสะดุดฝีเท้าเกือบจะล้มพับลงบนโคลนเลน ในภาพนิมิตโบราณนั้น เธอเห็นตนเองสวมเสื้อผ้าสไบสีชมพูกลีบบัวหรูหราประดับทองคำก้มหน้าหัวเราะเยาะเหยียดหยามด้วยความริษยาชู้สาวปางก่อนที่คิดระแวงและจับได้ว่าหญิงรับใช้อย่างรัญจวนลักลอบมีชู้เสน่หาลับหลังกับสามีคู่ครองของตน
ฝ้ายในอดีตชาติยืนชี้นิ้วตวาดด่าเสียงแข็งด้วยความสะใจระคนแค้นเคือง สั่งให้บ่าวไพร่ชายร่างฉกรรจ์หลายคนรุมทุบตีทรมานรัญจวนอย่างสาหัสสากรรจ์ด้วยไม้พายหนาเตอะและหวายหนามอย่างทารุณจนผิวเนื้อเนียนละเอียดฉีกขาดเป็นแผลเหวอะหวะและเลือดย้อมเสื้อผ้าสีมอซอเป็นสีแดงฉาน รัญจวนกราบกรานร้องขอชีวิตอย่างเจ็บปวดรวดร้าวสะอึกสะอื้นปะปนคราบโคลนตมและเอ่ยปากสาปแช่งฝ้ายด้วยความเกลียดชังเพลิงแค้นชั่วฟ้าดินสลาย ทว่าฝ้ายในชาตินั้นกลับใจดำอำมหิตไร้ความปรานีชี้นิ้วสั่งให้บ่าวไพร่จับร่างเปียกชุ่มสะบักสะบอมปางตายของรัญจวนมัดมือมัดเท้ากู่เรียกวิญญาณแล้วถ่วงน้ำโยนทิ้งลงไปในก้นแม่น้ำยมหมุนวนต่อหน้าต่อตาอย่างเลือดเย็น ฝ้ายเฝ้ามองร่างของรัญจวนค่อยๆ จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งแม่น้ำยมส่งฟองอากาศสุดท้ายลอยหายไปพร้อมแววตาสุดท้ายที่จดจ้องมองมาด้วยความเพลิงแค้นชังน้ำหน้าอย่างลึกซึ้งทวีคูณ
ฝ้ายสะดุ้งตัวสั่นตระหนกเหงื่อกาฬไหลพรูทั่วแผ่นหลังปนคราบนมัสการอดีตชาติที่ทับซ้อนบิดเบี้ยว สมองเจ็บปวดร้าวลึกคล้ายจะแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ เธอสูดหายใจหอบฮักและพยายามสลัดภาพหลอนสยดสยองออกจากหัว ก่อนจะฝืนพยุงกายอันสั่นเทาก้าวสับเท้าตามรอยเท้าเปียกน้ำที่นำทางลงไปถึงริมตลิ่งยมที่หมอกลงจัดจนมองไม่เห็นทางเดินริมป่าไผ่ที่มืดมิดและส่งกลิ่นหอมดอกลำเจียกป่ารุนแรง
เมื่อฝ้ายก้าวเดินมาถึงแนวป่าไผ่ข้างโป๊ะเรือท่าน้ำเก่า ภาพตรงหน้าท่ามกลางหมอกหนาก็ทำให้หัวใจของเธอแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ช็อกค้างจนน้ำตาร่วงพรูอาบสองแก้ม คิวกำลังร่วมรักเสพสมคลอเคลียเริงสวาทกับรันอยู่บนโป๊ะเรือไม้เก่าๆ ที่เปียกชื้นโคลงเคลงตามระลอกคลื่นน้ำยมอย่างเร่าร้อน รุนแรง และลุ่มหลงเต็มใจ 100% ปราศจากมนตราสะกดจิตใดๆ ชายหนุ่มทรยศหักหลังเธอด้วยความรักและความต้องการชู้สาวตามธรรมชาติของตนเองที่ต้องการเสพสมเรือนร่างนุ่มหยุ่นเปียกน้ำของรัน โป๊ะเรือสั่นไหวตามกามกิจกระแทกเสาโป๊ะดังเปาะแปะคลอเคลียเสียงน้ำยมวนเบื้องล่าง
รันนอนหงายดึงรั้งร่างหนาของคิวลงมาบดเบียดเนื้อตัวสั่น คิวกดสะโพกสอดใส่แก่นกายยักษ์ร้อนผ่าวเข้าสู่ร่องรักเปียกชุ่มฉ่ำของรันที่ขมิบขยำสอดรับจังหวะอย่างช่ำชอง ขยับโยกสะโพกกระแทกกระทั้นขย่มรักอย่างบ้าคลั่งตามความต้องการอันร้อนรุ่มและป่าเถื่อนไร้ความถูกต้อง รันแอ่นกายส่ายสะโพกกลมกลึงร้องครางสยิวลั่นสะท้านในเงาหมอกป่าไผ่ คิวซุกไซ้ใบหน้าบีบเค้นปทุมถันอวบและพรมจูบสวาทป่าเถื่อนไปทั่วอกอวบนุ่มหยุ่นไร้การยับยั้งชั่งใจ คิวเอื้อมสองมือไปบีบเค้นสะโพกมนลูบไล้บั้นท้ายงามของรันอย่างเมามัว สองร่างร่วมรักกันอย่างโจ่งแจ้งท้าทายสายลมหนาวเหน็บริมฝั่งยมสั่นสะเทือนโป๊ะเรือไม้เปียกน้ำสลับไอกลีบน้ำสวาทสีทองอ่อนที่พุ่งพรวดชโลมกายอย่างบ้าคลั่งระทึกใจ
ฝ้ายยืนดูฉากร่วมรักทรยศของคู่หมั้นหนุ่มด้วยความทรมานสะอิดสะเอียนปนใจสลายสะท้านอารมณ์ ทว่าเมื่อเธอกวาดสายตาจ้องมองลงไปยังผิวน้ำยมกึ่งกลางเกลียวน้ำวนรอบโป๊ะเรือ ความสะพรึงกลัวขั้นสุดยอดก็ประจักษ์แก่สายตาในเงาสะท้อนใต้น้ำยมที่ขุ่นมัวสีเขียวเข้มและเริ่มเอ่อล้นคลื่นซัดกระทบขอบโป๊ะ
ในผิวน้ำยมสีมรกตขุ่น เงาสะท้อนเรือนร่างจิ้มลิ้มงามผุดผาดของรันที่คิวกำลังขี่คร่อมบดเบียดเสพสมอยู่ แท้จริงแล้วกลับปรากฏร่างน่าสยดสยองเปื่อยเน่าของผีพรายน้ำ **"รัญจวน"** เนื้อตัวเน่าเปื่อยเหลือแต่กระดูกแห้งและดินโคลนเกาะเกรอะกรังตะไคร่น้ำเกาะแห้งกรัง เศษเนื้อเปื่อยหลุดรุ่ย เส้นผมสีดำสยายยาวเหยียดเปียกชื้นลอยขึ้นมาพันรัดรอบคอและขาของคิวไว้แน่นหนาดุจบ่วงบาศมรณะ พรายน้ำรัญจวนแสยะยิ้มกว้างสีแดงฉานปากฉีกถึงรูหูจนเห็นฟันแหลมคมน่าสะอิดสะเอียน และส่งสายตาแดงโรจน์ด้วยความเพลิงแค้นชิงชังแสนสาหัสส่งตรงมาที่ฝ้ายกึ่งเย้ยหยันสะใจในบาปชู้รักล้างแค้นข้ามชาติภพที่รัญจวนเฝ้าคอยมาระบายความแค้นแสนนานปี
ฝ้ายกรีดร้องลั่นด้วยความช็อก ตกใจ และหวาดกลัวสุดขีดร้องเสียงหลงดังลั่นแนวตลิ่ง “กรี๊ดดดด! คิว! ช่วยด้วย! คิวถอยออกมา!”
รัญจวนในเงาน้ำสบตากับฝ้ายด้วยดวงตาเพลิงแค้นชิงชังชั่วกัลป์ หล่อนปั่นป่วนเกลียวน้ำวนรอบโป๊ะเรือไม้ให้หมุนคว้างคลั่งรุนแรงจนโป๊ะเรือเอียงวูบเปียกโชกจมดิ่งลงสู่แม่น้ำยม คิวและรันสะดุ้งสุดตัวผละออกจากกัน คิวมองเห็นฝ้ายที่ยืนกรีดร้องลนลานริมฝั่งตลิ่งที่ทรุดพัง ทันใดนั้นรันแสยะยิ้มร้ายชูมือซีดขาวไร้หนังแท้เล็บยาวเปียกโชกพ้นผิวน้ำยมขึ้นมาดึงขอบโป๊ะและดึงรั้งฉุดร่างของคิวลึกลงสู่น้ำยม หมายจะกระชากดึงลากเอาทั้งคิวและฝ้ายคู่รักทรยศให้ดำดิ่งจมลงสู่วารีมรณะยมน้ำวนแห่งความตายเบื้องล่างในพริบตาเดียวประหนึ่งชะตาขาดสิ้นลมหายใจท่ามกลางเสียงน้ำพัดวนดังสนั่นกู่เรียกวิญญาณสะกดวิญญาณลงสู่ความมืดมิดก้นแม่น้ำยมและกระแสน้ำพัดตลิ่งแนวป่าไผ่ทลายล้มตึงคว้างจมลงก้นน้ำยมวนทับถมปนเปไปพร้อมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สายน้ำเย็นเยือกไหลบ่ากลืนกินผืนแผ่นไม้ของโป๊ะและดึงเอาร่างของคิวที่พยายามตะเกียกตะกายขอความช่วยเหลือให้หลุดร่วงจมลงสู่ความมืดมิด ขณะที่ฝ้ายเองก็ก้าวเท้าลื่นไถลไปตามทางลาดตลิ่งพังทลาย สองมือของเธอไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยวในความว่างเปล่า ท่ามกลางเสียงแสยะยิ้มและเสียงกรีดร้องเย้ยหยันของรัญจวนผีพรายน้ำยมที่กู่ร้องก้องกังวานต้อนรับการชำระแค้นครั้งยิ่งใหญ่ข้ามกาลเวลานี้ในที่สุด...
---