ทางด้านบ้านอัครวัชรโยธินกลับหาความสงบไม่เจอเลย “เป็ไงละลูกชายสุดที่รักของคุณ ทำตัวเหมือนหมาวิ่งตามเ้าของไม่มีผิด”
“ไอ้สารเลว คุณเป็พ่อประสาอะไรถึงด่าลูกแบบนั้น” คุณแขไขแม่ผู้รักลูกชายออกตัวปกป้อง แม้จะเสียใจอยู่บ้างกับการกระทำของลูกชายในวันนี้แต่เธอก็ไม่มีทางยอมให้ลูกชายเสียเปรียบใดๆ
“มันทิ้งเราที่เป็พ่อแม่แท้ๆ ตามบ้านโน้นไปแทบจะทันที ไม่ด่ามันแล้วจะยกย่องเชิดชูมันหรืออย่างไร มันซาบซึ้งกับการไปวันนี้ของเราบ้างมั้ย คุณโง่หรือตาบอดหรือไงถึงไม่เห็นสีหน้าและแววตาของมัน”
“คุณเอาแต่ว่าๆ ด่าๆ ลูก นอกจากด่าว่าแล้วคุณเคยทำหน้าที่พ่อบ้างมั้ย”
“หน้าที่พ่อ ผมไม่ทำอย่างงั้นเหรอ ผมต้องทำงานง่กๆ ส่วนแบ่งของมันทุกบาททุกสตางค์มีบางมั้ยที่จะตกหล่น ตกลงมันเป็ลูกหรือเป็เ้ากรรมนายของผมกันแน่”
กรี๊ดดดดด คุณแขไขโกรธจนกรีดร้องเสียงดังลั่น ตวาดไล่หาญรัชให้ไปให้พ้นๆ
???????????????????????? ????????????????????????
ณ สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 2
ข้าราชการน้องใหม่สองคนเข้ารายงานตัวตามหมายเรียก “นายสองคนนี้ตัวจริงหล่อกว่าในรูปเสียอีก” เสียงของรุ่นพี่ในกองเอ่ยขึ้น เมื่อมีคนเสนอก็ย่อมมีคนสนองเห็นด้วย
“เรากำลัง้าคนสอดแนมพอดีเลย ส่งสองคนนี้ไปเลยดีมั้ย”
“สองคนนี้ไม่มีประสบการณ์มันไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอ”
“มันก็จริง แต่ตอนนี้พวกค้ายาจมูกไวมาก ถ้าหนึ่งในพวกเรากลัวแต่ว่าพวกมันจะไหวตัวเสียก่อน...” การปรึกษากันในทีมเอ่ยกันไปเอ่ยกันมา หัสวีร์และธาราที่ยืนอยู่กลางห้องหันมองกันเองสลับกับมองเหล่ารุ่นพี่ที่ถกหาข้อสรุปกันไม่หยุด
“ท่านผู้การต้องไม่อนุมัติแน่ มันเสี่ยงมากเลยนะ”
“แต่ไม่ใช่พวกเราจะส่งเ้าน้องใหม่นี้ไปวันนี้พรุ่งนี้เสียหน่อย อย่างน้อยๆ มีเวลาหนึ่งเดือนให้ฝึก อย่าลืมว่าสองคนนี้อันดับหนึ่งและสองของรุ่นเลยนะ”
ปัง! คนหนึ่งในจำนวนหลายๆ คน เป็ฝ่ายทุบโต๊ะและเอ่ยขึ้นว่า “ทำรายงานแจ้งแผนไปส่วนสายสอดแนมจะสรุปอีกครั้งในหนึ่งเดือนข้างหน้า” และสองคนที่มารายงานตัวก็กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง
“พวกนายสองคนเป็เพื่อนคู่หูกันมาั้แ่เป็นักเรียนเตรียม เพราะงั้นหกปีที่ผ่านนายสองคนย่อมรู้จักซึ่งกันและกันเป็อย่างดีใช่มั้ย” หัสวีร์และธาราพยักหน้ารับ “บางสถารการณ์ต้องเข้าใจกันเพียงแค่มองตาเพียงแว็บเดียว...เฮ้ย! ฉันหมายถึงการส่งสัญญาณจากการกระพริบตาโว้ย” หัสวีร์และธาราถึงกับถอนหายใจ
เผลอแป็บเดียวก็ผ่านไปอีกสองปี ชน! ในวันวานที่สองคนเริ่มต้นที่เฉลิมฉลองกันด้วยนมกล่อง แปรเปลี่ยนเป็น้ำเปล่า แต่วันนี้เป็เครื่องดื่มสำหรับผู้ใหญ่ “สองปีแล้วที่ไม่ได้กลับบ้าน” ธาราเอ่ยขึ้น สายตามองไปข้างหน้ายังท้องน้ำทะเลอันมืดมิด “นายจำวันที่พวกเรามาเที่ยวทะเลกันครั้งแรกได้มั้ย”
“ได้สิ! ไม่มีวันลืม”
“คิดถึงแม่และลำธารเนอะ” อืม แต่บรรยากาศโฮมซิกต้องหยุดชะงักเมื่อจู่ๆ ในสถานที่ที่ไม่น่าจะมีใครมาเยือนแล้วในยามนี้ ตอนนี้มันดึกมากแล้วและชายหาดที่สองคนนั่งกันอยู่ก็ค่อนข้างเปลี่ยว วันนี้ทั้งสองได้พักก็แค่้ามุมสงบๆ และนั่งดื่มกันเพียงแค่นั้น
ควับ! ทั้งสองรีบลุกขึ้นและหันหลังชนกันทุกอากัปกริยาเป็ไปอย่างอัตโนมัติของคนที่เป็คู่หูที่ระวังหลังให้กัน ฟึบ! ฟึบ!
“นายได้ยินมั้ย”
“เสียงปืนผ่านกระบอกเก็บเสียง...มาจากฝั่งโน้น” แต่ไม่ทันที่ทั้งสองจะได้หลบ พวกเขาก็เห็นต้นเหตุว่ามีการไล่ล่าชายวัยรุ่นสองคนกับชายอีกกลุ่มหนึ่ง “ทะเลาะกันขนาดไหนเนี่ยถึงกับต้องไล่ยิงกันแบบนี้”
“ปืนมีที่เก็บเสียงซะด้วย...นายว่าในกลุ่มนั้นจะมีเป้าหมายของพวกเรามั้ย”
“ทุนหนาขนาดนี้...มีอยู่แล้ว” ธาราเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ
“ช่วยคนก่อน” เมื่อตกลงกันแล้ว ธาราและหัสวีร์ก็วิ่งย้อนไปหาเหตุวุ่นวาย หาดทรายเป็ที่โล่งแต่ก็ดีที่ตรงนี้ค่อนข้างมืดแค่วิ่งให้เร็วและห่างออกมาสักหน่อยก็ยากที่จะโฟกัสเล็งเป้าสำหรับมือสมัครเล่นที่ไม่ได้ถูกฝึกมา
“ทางนี้” หัสวีร์คว้าหนึ่งในผู้ที่ถูกไล่ล่าได้ แน่นอนว่าเมื่อมีมืออาชีพเข้ามาอะไรๆ ก็ย่อมเป็ไปได้ หัสวีร์พาหนึ่งในนั้นหลบหลีกกลุ่มคนที่ไล่ล่า เขาเฝ้าสังเกตุการณ์นับจำนวนคนในกลุ่ม “อยู่ตรงนี้นะ” เขากระซิบบอกชายวัยรุ่นและขยับวิ่งไล่หลังคนกลุ่มนั้นที่ไล่ตามธาราและเด็กชายวัยรุ่นอีกคนไป
ในที่สุดก็เกิดการปะทะสี่ต่อหนึ่ง ผู้ถูกไล่ล่านั่งทรุดเข่ามือกุมศีรษะตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวและาเ็
ปึก! ความรวดเร็วของประกายไฟและเสียงะุแหวกอากาศตรงหน้าทำให้ร่างทั้งร่างของหัสวีร์ถึงกับหยุดชะงัก และในฉับพลันนั้นแม้แต่เสียงลมทะเลเขาก็ไม่ได้ยินอีกแล้ว เมื่อเห็นจุดสิ้นสุดเส้นทางของหัวะุคือร่างของคนที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอดแปดปี คนที่เป็เพื่อนเป็พี่ชายเป็คนในครอบครัว ถ้าไร้ซึ่งคนนี้เขาไม่รู้เลยว่าเขาในวันนี้จะเป็อย่างไร
ไม่!!!! เสียงะโดั่งฟ้าคำรามที่กำลังพิโรธหนัก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพวกเขายังนั่งดื่มเบียร์มองท้องฟ้ามองดาว แต่ตอนนี้ไม่กี่วินาทีนี้เสียงฟ้าก็คำรามลั่นพร้อมกับลมกรรโชกอากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลันอย่างรวดเร็ว ซ่าซ่าซ่า
ในตอนแรกก็แค่ข่มขู่ไม่คิดจะเอาชีวิตใคร แต่เ้าของปืนไม่ใช่มืออาชีพก็แค่สับไกยิงปืนเป็เท่านั้น ความแม่นยำหามีไม่ เมื่อเห็นว่าะุที่ตัวเองยิงออกไปอย่างไม่ตั้งใจได้ปะทะร่างชายลึกลับที่เก่งกล้าในศิลปะการต่อสู้ตรงหน้าอกอย่างจัง ทำเอาชายคนนั้นใจนตาเบิกโพลงรวมถึงพวกอีกสามคนที่ใไม่แพ้กัน ตามสัญชาติญาณคนพวกนั้นกลับหันหลังวิ่งหนีไปทันทีที่เมื่อพอตั้งสติได้
พึ่บ! ปืนถูกโยนทิ้งไปอย่างกับว่าตอนนี้มันเป็ของร้อนที่ลวกมือ ไม่อาจถือมันไว้ได้อีกแล้ว หัสวีร์ไม่สนใจพวกที่หลบหนี เขาวิ่งไปหาเพื่อนที่ล้มลงกับพื้นร่างกายอาบไปด้วยเื
ทันทีที่ธาราเห็นว่าใครเข้ามาประคองเขาไว้ เขากระอักเืคำใหญ่ออกมาทีหนึ่งก่อน พยายามที่จะหายใจเฮือกสุดท้าย “...อย่าลืม!...ว่า...ลำธาร...น้อง...เป็น้อง...สะ...สาว...ของ...เราสอง...คน” ะุฝังในตำแหน่งหัวใจ
ไม่มีคำสั่งเสียใดเพราะพวกเขาได้เขียนคำสั่งเสียไว้แล้วเมื่อสองปีก่อน และทุกครั้งที่จะออกปฎิบัติการณ์พวกเขาก็จะมีคำสั่งเสียไว้ แม้จะรับมันคืนกลับไปทุกครั้งหลังจากปฎิบัติหน้าที่สำเร็จแล้ว และเมื่อมีการปฎิบัติภารกิจใหม่พวกเขาก็จะเขียนมันใหม่ทุกครั้ง สองปีเท่านั้นมันมีอยู่แค่สามฉบับเท่านั้น แต่มีคำพูดหนึ่งที่เพื่อนคนนี้ฝากไว้กับเพื่อนเสมอ “ไหนๆ นายก็เลือกเส้นทางนี้แล้ว ถ้าฉันเพลี้ยงพล้ำก่อนนาย ฉันจะส่งมอบอุดมการณ์ของฉันให้กับนาย...หัสวีร์” หัสวีร์เข้าใจในคำนั้นของเพื่อน เขาไม่ได้มีอุดมการณ์ใดๆ แค่อยากหนีเท่านั้น และคำพูดของธาราพวกเขาไม่เคยคิดว่ามันเป็ลางบอกเหตุใดๆ สำหรับหัสวีร์แล้วมันคือคำที่เป็หลักยึดให้กับเขา หลักที่คนที่เป็ทั้งเพื่อน พี่ชายมอบให้เพื่อให้เขามีกำลังใจและมีเป้าหมายในชีวิต
แต่คำสั่งเสียสุดท้ายนี้หมายความว่าอย่างไรกัน!
“ธารา!!!!” เสียงะโก้องที่เต็มไปด้วยความเ็ปเมื่อคนในอ้อมแขนสงบนิ่งไม่เจ็บไม่รู้สึกอีกต่อไปแล้ว ฮือฮือฮือ ท่ามกลางสายฝนห่าใหญ่และเสียงร่ำไห้ของลูกผู้ชาย...