เมื่อกลับมาถึงบ้าน หานเซินก็เริ่มฝึกฝนวิชา ‘กระดูกหยกผิวหิมะ’ ต่อ เขาทำไปพร้อม ๆ กับฟื้นฟูร่างกายจากอาการาเ็ และเขาก็หมั่นเข้าไปในก็อดแซงก์ทัวรีทุก ๆ สองวัน เพื่อดูว่าเขี้ยวทองแดงสัตว์อสูรที่เพาะไว้ในกรงของเขาวิวัฒนาการเป็ระดับกลายพันธุ์จนสมบูรณ์หรือยัง
เวลาผ่านไปกว่าครึ่งเดือนนับั้แ่ที่เขี้ยวทองแดงกลืนคริสตัลสีดำลงไป ตอนนี้ร่างกายของมันเปลี่ยนเป็สีทองแดงเป็ประกายทั้งตัว มองจากระยะไกลดูเหมือนรูปหล่อทองแดงสำริดสวยสะดุดตา
ทว่าเขี้ยวทองแดงกลายพันธุ์ที่หานเซินเพาะขึ้นนี้กลับยังคงแตกต่างจากตัวระดับกลายพันธุ์ที่เขาเคยเห็นมาก่อน ที่เขาเคยเห็น เขี้ยวทองแดงกลายพันธุ์จะต้องมีขนาดใหญ่กว่านี้สองเท่า แต่เ้าขนฟูตัวนี้กลับมีขนาดใกล้เคียงกับตัวระดับโบราณทั่ว ๆ ไป และดูเหมือนพลังของมันก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมามากเท่าไหร่ด้วย
หานเซินหยิบมีดออกมาพยายามเฉือนคอของเขี้ยวทองแดง ทว่ากลับไม่มีเื ไม่มีรอยแผล มันไม่ได้รับาเ็อะไรเลย เป็ใบมีดของเขาต่างหากที่บิ่นเสียหาย
“อืม… มีเื่ที่ต่างจากตัวโบราณปกติบ้างละ” หานเซินพึมพำ ก่อนที่จะแปลงร่างด้วยิญญาอสูรนักฆ่ากระหายเืแล้วใช้พละกำลังเต็มที่หักคอเขี้ยวทองแดงจนแน่นิ่ง
เสียงปริศนาในหัวดังขึ้น
-- สังหารเขี้ยวทองแดงระดับกลายพันธุ์, ไม่ได้รับิญญาอสูร, หากกินเนื้อเขี้ยวทองแดงระดับกลายพันธุ์ คุณมีโอกาสได้รับจีโนพอยต์ 0 ถึง 10 โดยการสุ่ม --
เด็กหนุ่มยินดีอย่างมาก ถึงเขี้ยวทองแดงของเขาจะแตกต่างจากตัวระดับกลายพันธุ์ตามธรรมชาติ แต่ขอแค่เป็สัตว์อสูรระดับกลายพันธุ์ เื่อื่นก็ไม่ใช่ปัญหา!
เื่ที่เขาต้องคิดต่อไปคือวิธีการที่จะขายเขี้ยวทองแดงตัวนี้ให้ได้ราคาสูง ๆ หานเซิน้าเงินอย่างเร่งด่วน แม้การกินเนื้อมันเพื่อเพิ่มจีโนพอยต์กลายพันธุ์ให้กับตัวเองจะเย้ายวนแค่ไหนก็ตาม แต่เขาต้องตัดใจเพราะต้องหาเงินค่าบ้านให้ได้
‘คนในฐานพักพิงเกราะเหล็กทุกคนกำลังตามหาเหรียญทอง ถ้าเราใช้ตัวตนของเหรียญทองเอาเ้านี่ไปขายก็จะเสี่ยงเกินไป แต่ถ้าใช้ตัวตนจริง ๆ ของตัวเองไปขาย… ไม่ได้ นั่นยิ่งเป็ปัญหาหนักกว่า’ หานเซินคิดทบทวนหลายตลบ ก่อนจะตัดสินใจใช้ตัวตนของ ‘เหรียญทอง’ ในการขาย
++++++++++
ด้านซูเสี่ยวเฉียว เวลานี้เด็กหนุ่มลูกเศรษฐีกำลังกลุ้มใจจนอยู่ไม่สุข…และเขาเป็แบบนี้มาหลายวันแล้ว
เพราะฉินเซวียนให้เขาตามหาพี่เหรียญทองให้เจอ แต่เขาเองกลับไม่ได้รู้เื่เกี่ยวกับพี่เหรียญทองมากไปกว่าตัวเธอเลย แล้วอย่างนี้จะให้เขาไปตามหาที่ไหนล่ะ?
‘โอ๊ย~ ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว!’
เช้าวันถัดมา ซูเสี่ยวเฉียวแบกความกลุ้มใจก้าวออกจากห้องเหมือนเคย แต่ยังไม่ทันเดินพ้นประตูห้อง เท้าของเขาก็สะดุดวัตถุแข็ง ๆ และล้มลงหน้าทิ่มพื้น
“ไอ้ชิบหาย! ใครมันเล่นพิเรนทร์เอาหินมาวางหน้าประตูห้องฉันวะ? อย่าให้รู้นะว่าใครทำ พี่เตะไม่เลี้ยงแน่!” ซูเสี่ยวเฉียวที่กำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว หันไปด่ากราดทันทีไม่สนสี่สนแปด แต่เมื่อเขาก้มมองดูดี ๆ ใต้หินก้อนนั้นมีอะไรบางอย่างถูกทับไว้
เมื่อซูเสี่ยวเฉียวก้มลงดู เขาพบว่ามีกระดาษโน้ตและห่อผ้าเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ ข้อความบนกระดาษเขียนไว้ว่า
‘…สินค้าราคา 50,000 เหรียญ ถือว่าหมดหนี้กันแล้วนะ ถ้าอยากได้อีก ให้นำเงินสดมาให้ที่หุบเขาสลาตันวันพรุ่งนี้…’
“พี่เหรียญทอง!”
ซูเสี่ยวเฉียวดีใจน้ำตาจะไหล แม้ข้อความบนกระดาษโน้ตจะไม่ได้ลงชื่อกำกับไว้ แต่สัญลักษณ์เหรียญทองที่มุมซ้ายล่างกับสถานที่นัดพบคือหุบเขาสลาตันทำให้เขารู้ทันทีว่าจดหมายเล็ก ๆ นี่มาจากใคร
แม้จะตื่นเต้นสุด ๆ แต่แน่นอนว่าเขาไม่กล้าะโออกมา เด็กหนุ่มรีบหันมองซ้ายขวาเพื่อเช็กให้แน่ใจว่าไม่มีใครเห็น จากนั้นก็ฉวยห่อผ้าและกระดาษโน้ตยัดใส่กระเป๋าแล้ววิ่งกลับเข้าห้องทันที
หลังปิดประตู ซูเสี่ยวเฉียวก็แกะห่อผ้าอย่างระมัดระวัง เขาพบว่าข้างในมีเนื้อแห้งชิ้นหนึ่ง ขนาดของมันเล็กจนสามารถกินหมดได้ในสามคำ
ซูเสี่ยวเฉียวสูดหายใจเข้าลึกตัดสินใจจะลองชิมเนื้อแห้ง เขาตัดแบ่งเนื้อออกมาชิ้นเล็ก ๆ แล้วโยนใส่ปากเคี้ยวงับ ๆ เพียงไม่กี่ครั้งก่อนจะฝืนกลืนลงไป
ทันใดนั้น เสียงประกาศก็ดังขึ้นในหัว
-- กินเขี้ยวทองแดงระดับกลายพันธุ์ คุณได้รับ 1 จีโนพอยต์กลายพันธุ์ --
ข้อความที่ประกาศทำให้เขาทั้งช็อกและดีใจไปพร้อมกัน ‘มันคือเนื้ออสูรกลายพันธุ์ เขี้ยวทองแดง! พี่เหรียญทองคงจับมันได้แน่ ๆ แล้วเขายังมีเนื้อเหลือพอขายให้เราอีก!’ ซูเสี่ยวเฉียวคิดในใจอย่างตื่นเต้นพลางคิดว่า นี่เป็โอกาสทองของเขาแล้ว! …ได้ซื้อเนื้ออสูรกลายพันธุ์แถมยังมีโอกาสทำตามคำสั่งของฉินเซวียน!
วันถัดมา ซูเสี่ยวเฉียวรีบออกเดินทางไปยังหุบเขาสลาตัน เขาไปถึงั้แ่เช้าตรู่และเฝ้ารอจนกระทั่งดวงตะวันตรงหัว แต่ก็ยังไม่เห็นใครเลยสักคน ไม่มีร่องรอยของพี่เหรียญทอง ไม่มีแม้แต่คนผ่านไปมา
“โดนหลอกหรือเปล่าฟะ?” ซูเสี่ยวเฉียวเริ่มรู้สึกหงุดหงิดและคิดจะกลับ แต่แล้วทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นใกล้ ๆ
“เอาเงินมาหรือเปล่า?”
ซูเสี่ยวเฉียวสะดุ้งสุดตัว เขาหันไปมองก่อนเห็นคนใส่ชุดเกราะสีทองเต็มตัวโผล่ออกมาจากพงหญ้าข้าง ๆ
“พี่เหรียญทอง! พี่ซ่อนอยู่ตรงนี้ั้แ่เช้าแล้วเหรอ?” ซูเสี่ยวเฉียวถามด้วยความประหลาดใจ
“อยู่มาั้แ่เมื่อคืนแล้ว นายก็รู้นี่ว่าฉันต้องระวังตัวให้มาก” หานเซินตอบแบบไม่ใส่ใจ
“โหยพี่ ผมนับถือพี่จริง ๆ นะ พี่ไม่ต้องห่วงเลย ผมไม่มีทางทรยศพี่เด็ดขาด สาบาน! แค่พี่ยอมติดต่อขายเนื้ออสูรกลายพันธุ์ให้ก็บุญหัวผมแล้ว” ซูเสี่ยวเฉียวพูดพลางพยักหน้าหงึกหงักและชูสามนิ้วเพื่อย้ำคำพูดของตัวเอง
“พอ ๆ เอาเงินมาได้แล้ว” หานเซินบอกปัดและหยิบห่อผ้าออกมาจากหลุมที่เขาซ่อนอยู่ จากนั้นก็โยนให้ซูเสี่ยวเฉียว
เมื่อเด็กหนุ่มบ้านรวยเปิดห่อผ้า ก็พบว่ามีเนื้อแห้งแบบเดียวกับที่เขากินเมื่อวานอยู่ข้างในประมาณสามถึงสี่กิโลกรัม
“พี่เหรียญทอง เนื้อหมดนี่มาจากเขี้ยวทองแดงกลายพันธุ์จริง ๆ เหรอ?” ซูเสี่ยวเฉียวถามด้วยความสงสัย แต่ตาที่มองเนื้อในห่อผ้ายังคงลุกวาว
“ใช่ เนื้อเขี้ยวทองแดง ตัวนี้ฉันจับมาเองกับมือ อยู่ครบทุกเส้นขน จะนับดูก็ได้” หานเซินตอบเรียบ ๆ “...ไม่รวมกับที่นายกินไปเมื่อวาน หมดนี่ฉันคิดสองล้าน เงินไม่ครบไม่ขาย”
“ไม่มีปัญหา สองล้านก็สองล้าน” ซูเสี่ยวเฉียวตอบพร้อมยิ้มแฉ่ง เขาหยิบธนบัตรออกมาสองปึก ยื่นให้พ่อค้าเกราะทอง แม้จะยังไม่ค่อยแน่ใจว่าทำไมเนื้อแห้งถึงดูมีน้อยกว่าขนาดตัวของเขี้ยวทองแดงกลายพันธุ์ปกติไปมาก แต่เขาก็ยินดีจ่ายเพื่อของมีมูลค่าตรงหน้า
หานเซินสังเกตท่าทางงุนงงของลูกค้ารายใหญ่จึงพูดเสริม “เนื้อแห้งพวกนี้พิเศษกว่าที่อื่น เพราะมันปรุงด้วยสูตรลับประจำตระกูลฉัน ขนาดเล็กแต่เข้มข้นทุกคำ กินแล้วจะรู้เองว่ามันดียังไง”
ที่หานเซินตั้งใจทำเป็เนื้อแห้งก็เพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็นความผิดปกติเื่ขนาดของเขี้ยวทองแดงตัวนี้
“อย่าพูดแบบนั้นเลย ผมเชื่อใจพี่อยู่แล้ว” ซูเสี่ยวเฉียวพยายามพูดถนอมน้ำใจคนฟัง แล้วจู่ ๆ เขาก็นึกเื่หนึ่งได้จึงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ “เอ่อ…พี่เหรียญทอง พี่รู้ใช่ไหมว่าผมทำงานให้กับฉินเซวียน คือว่า…เอ่อ…เธอฝากบอกมาน่ะ ว่าอยากขอซื้อิญญาอสูรเืศักดิ์สิทธิ์กับขวานั์สีทองที่พี่ได้มาจากเขาอาทิตย์อัสดงวันก่อน…จะได้ไหม เธอบอกว่าเื่ราคาเรียกได้เลยเธอไม่เกี่ยง”
“หืม? แล้วฉินเซวียนคิดจะจ่ายเท่าไหร่ล่ะ?” หานเซินเองก็กำลังอยากขายขวานั์ทองคำไปให้พ้นตัวอยู่เหมือนกัน ขวานใหญ่ั์สีทองเงาวับแสบตา โดดเด่นขนาดนี้พกไปไหนถึงใครไม่ตั้งใจมองก็ยังเห็นอยู่ดี ถืออยู่บนยอดเขานี้ยังเห็นไกลไปยันตีนเขาอีกลูก ยิ่งเก็บไว้ก็มีแต่จะเพิ่มปัญหา ผ่านมาจนถึงตอนนี้แค่จะไปขุดขึ้นมาลองใช้งานเขายังไม่กล้าเลย กลัวตอนทดสอบมันจะมีคนเห็นเข้า
“เื่ราคาพี่คงต้องนัดเจอแล้วไปเจรจากับเธอเอง เธอให้ผมทำหน้าที่ส่งสารเฉย ๆ” ซูเสี่ยวเฉียวส่ายหน้าตอบพร้อมยักไหล่
“ไม่ต้องนัดเจอหรอก ฝากนายไปบอกฉินเซวียนว่า ถ้าสนใจจะซื้อจริง ก็ให้เธอเสนอราคามา ฉันจะพิจารณาเอง ถ้าฉันพอใจก็ไม่ต้องพูดอะไรมากเอาของไปได้เลย” หานเซินตอบ เขายังคงรักษาน้ำเสียงเรียบ ๆ ไว้ตามเดิม การไปพบฉินเซวียนด้วยตัวเองสำหรับเขาในตอนนี้นั้นเสี่ยงเกินไป
.
.
.