ยามค่ำคืนประสาทััการรับรู้ของเฟยซุนเฉียบคมถึงระดับสูงสุดเทียบเคียงระดับ่ชั้นลมปราณนักสู้ มันสามารถััถึงสายตาทั้งสี่คนจับจ้องมาที่พวกมันทว่าเฟยซุนยังคงทำเมินเฉยไม่สนใจการกระทำของทั้งสี่คน
“ โอ้ ! ซุนข้าลืมเอาเหรียญเงินมา ฝากเ้าจ่ายอาหารมื้อนี้หน่อยนะ ” หลิ่งอี้กวักมือเรียก “ เสี่ยวเอ้อ เก็บเหรียญเงินกับน้องชายคนนี้นะ ” หลิ่งอี้กำลังลุกจากโต๊ะซุนจับแขนของหลิ่งอี้อย่างแน่น “ หลิ่งอี้ข้าก็นึกว่าเ้าเอาเหรียญเงินมา เหรียญเงินข้าอยู่ในกระเป๋าที่บ้านไม้หลังนั้น ” หลิ่งอี้จ้องมองมันอย่างเลิ่กลั่ก “ เราจะทำอย่างไรกันดี ”
เสี่ยวเอ่อจ้องมองพวกมันราวกับหัวขโมย “ นี้พวกเ้ามากินข้าว แต่ไม่พกเหรียญเงินกันเลยเหรอเสียทีที่เป็ศิษย์ของสำนักัดำสามเศียร ” หลิ่งอี้จ้องมองเสี่ยวเอ่ออย่างไม่พอใจ “ นี้เ้าจะต่อว่าข้า ข้าไม่โกรธหรอกนะ แต่เ้าต่อว่าสำนักของข้าข้าไม่ยอมหรอกนะ ” หลิ่งอี้ในยามนี้คุกรุ่นไปด้วยโทสะ เฟยซุนเห็นท่าไม่ดีพลันจับไหลหลิ่งอี้ “ หลิ่งอี้เ้าใจเย็นๆก่อน ที่นี้ไม่ใช่ที่นี้ระบายโทสะของเ้าบนชั้นสองมีคนของสำนักเราจับจ้องการกระทำของพวกเราอยู่ ” หลิ่งอี้พลันชะงักจ้องมองมันอย่างใ “ จะ…จริงเหรอ ”
เฟยซุนพยักหน้าพลันเอาสองมือประสานกันในเสื้อมันล่วงเข้าไปในกำไลมิติหยิบลูกแก้วัฟ้าขึ้นมาหนึ่งลูก “ แค่นี้คงพอนะ พี่ชาย ” ยามหลิ่งอี้เห็นลูกแก้วัฟ้าวางผู้บนโต๊ะ ตามันเบิกโพลง “ ซะ…ซุนเ้าจะจ่ายด้วยไอนี้จริงๆเหรอมันมากกว่าราคาอาหารนับสิบเท่า ” มันมองหลิ่งอี้อย่างไม่พอใจ “ แล้วเ้ามีเหรียญเงินติดตัวมาหรือยังไง ” หลิ่งอี้สงบเสงี่ยมในทันที “ ขอบคุณ คุณชายทั้งสอง ขอบคุณ คุณชายทั้งสอง ” เสี่ยวเอ่อรีบหยิบลูกแก้วัฟ้าไปอย่างรวดเร็วพลันขอบคุณพวกมันทั้งสองอย่างพลันละวัน เฟยซุนและหลิ่งอี้รีบออกจากโรงเตี๊ยมทันที
ทว่าการกระทำของเฟยซุนไม่เพียงถูกจับตาโดยศิษย์พี่ในสำนักทั้งสี่แต่ยังโดนจับตาโดยกลุ่มชายฉกรรจ์สามคน ต้นแขนของพวกมันมีรอยสักรูปแมงป่อง หรือที่ทุกคนรู้จักกันกลุ่มนักฆ่าาาแมงป่องทมิฬ ยามพวกมันเห็นเฟยซุนกำลังเดินออกจากร้านไปพวกมันเรียกเสี่ยวเอ่อในทันที “ เสี่ยวเอ่อเก็บเหรียญเงิน ” พวกมันวางเหรียญเงินไว้บนโต๊ะอาหาร และเร่งรีบออกติดตามพวกมันไป ชายฉกรรจ์สามคนผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เป็ชุดสีดำ ดึงผ้าคลุมสีดำขึ้นปกปิดใบหน้าทั้งสามก็พุ่งขึ้นหลังคาหายไปในเงามืด
“ ศิษย์พี่เป้ยจะติดตามพวกมันออกไปดูหรือไม่ ” กันเย่วเอ่ยอย่างเป็ห่วงพวกมัน “ ศิษย์น้องเย่วข้าคิดว่าให้พวกมันโดนสั่งสอนบ้างก็ดีนะ ” หยางเหลี่ยนชิงออกความคิดเห็น “ แต่ยังไงพวกเราก็เป็ศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน ” มี่อิงเอ่ยเห็นด้วยเช่นเดียวกับกันเย่ว “ เอาล่ะ เอาล่ะ พอแล้วพวกเ้าไม่ต้องถกเถียงกันพวกเราจะตามพวกมันออกไปดูอยู่ห่างๆ แล้วกัน แต่ถ้าพวกมันมีอันตรายถึงชีวิตข้าจะค่อยไปช่วยพวกมันแล้วกัน”
หญิงสาวทั้งสองต่างพยักหน้าอย่างดีใจแต่ทว่าหยางเหลี่ยนกับมีท่าที่ไม่พอใจพวกเฟยซุนกับหลิ่งอี้สักเท่าไร พวกมันทั้งสี่รีบเรียกเสี่ยวเอ่อเก็บเหรียญเงินและติดตามพวกเฟยซุนออกไป
ผ่านไปสิบห้านาที
“ หลิ่งอี้ เ้าเห็นท่าทางของชายฉกรรจ์สามคนที่นั่งโต๊ะอยู่ในบริเวณมุมโรงเตี๊ยมหรือปล่าว ” หลิ่งอี้ตอบโดยไม่มองหน้าของมัน “ ข้าเห็น ข้าคิดว่าพวกมันน่าจะมาดักปล้นพวกเราหลังจากที่พวกมันเห็นเ้าจ่ายลูกแก้วัฟ้าเป็ค่าอาหารเพราะฉะนั้นเราควรรีบกลับสำนักให้ไว้ที่สุด ” เฟยซุนจ้องหลิ่งอี้อย่างชื่นชม “ ถูก ! พวกมันตามเรามาสักพักใหญ่แล้วล่ะ ” หลิ่งอี้ชะงักพลันก้าวเดินต่อไปอย่างมีพิรุธ “ จะ…เ้าแน่นใจนะ ” มันหันไปพยักหน้าให้หลิ่งอี้ “ มันมีกันสามคน เ้าไปพุ่งไปทางซ้าย ข้าจะไปทางขวาจัดการพวกมันทีละคน อย่างฉับพลัน แล้วค่อยรุมพวกที่เหลือ ” หลิ่งอี้จ้องมองมันด้วยความประหลาดใจ “เ้ารู้ได้ไง ” เฟยซุนไม่พูดคำใดอีกมันเพียงพยักหน้าส่งสัญญาณ “ เริ่ม ” มันกับหลิ่งอี้ะโแยกออกจากกัน
“ บ้าที่สุดพวกมันรู้ตัวแล้ว เ้าตามไอหนุ่มกล้ามโตไป ส่วนข้าจะตามเ้าเด็กที่ใช้ลูกแก้วัฟ้าจ่ายอาหารไป เริ่มได้ ” ทั้งสามคนพุ่งตามไปกันคนละทิศหลิ่งอี้ถูกตามถึงตัวในพริบตาเดียว “ ท่าร่างเงาสมิง เข็มเงินพันเล่ม ” ชายชุดดำผวาอย่างสุดขีดไม่คิดว่าหลิ่งอี้จะหันกลับมาโจมตีมันอย่างฉับพลันมันตวัดกระบี่ในมันปัดป้องเข็มเงินได้อย่างหวุดหวิด มันก้มมองดูเข็มพิษปรากฏลายเส้นเขียนว่าม่อ ของกลุ่มจอมโจรม่อเชียงสุ่ย “ นี้มันเข็มพิษของกลุ่มจอมโจรม่อเชียงสุ่ย ” หลิ่งอี้ไม่ตอบคำใดๆ
“ ตะข่ายปราณไก่ฟ้า ” พญาไก่ฟ้าจุติจากพุ่งลงราวกับดาวตกมุ่งใส่ชายชุดดำทว่าสีหน้าเรียบของมันสงบไร้ร่องรอยหวาดกลัว มันกระโดนขึ้นฟ้าหมายจะหักหาญทลายพญาไก่ฟ้าออกเป็ชิ้นมันตวัดดาบออกไปหนึ่งที “ กระบี่พิษาาแมงป่อง ” กระบี่ของพวกมันปรากฏเป็สีเขียวเข้ม คลื่นพลังปราณพิษแมงป่องปะทะเข้ากับตะข่ายปราณไก่ฟ้าสลายหายไปในพริบตาหลิ่งอี้ตกตะลึง ในชีวิตนี้เป็ครั้งแรกที่มันต้องต่อสู้โดยเอาชีวิตเป็เดิมพัน “ เ้าเด็กน้อย ตอบคำถามข้ามาบ้างที่ข้าอาจใจไว้ชีวิตเ้าก็เป็ไปได้ ” ชายชุดดำจ้องมองหลิ่งอี้อย่างเหยียดหยาม “ เ้าเป็อะไรกับกลุ่มจอมโจรม่อเชียงสุ่ย ” หลิ่งอี้นิ่งสงบไม่ตอบคำถามใดๆกับมัน “ หึ เ้าอยากตายแล้วสินะ ได้ข้าจะให้เ้าได้ตายสมใจ ”
ย๊ากกกกกกก
ชายชุดดำปลดปล่อยพลังปราณออกมาอย่างเข้มข้นมือซ้ายถือกระบี่พิษาาแมงป่อง มือขวาปรากฏดาบปราณสีฟ้า “ สีหน้าหลิ่งอี้ในยามนี้นิ่งสงบไร้ท่าทีตื่นตะหนกแต่อย่างใด ” สร้างความประหลาดใจให้กับชายชุดดำอย่างมากขณะที่มันเตรียมตัวจะพุ่งเข้าหาหลิ่นอี้ มันต้องชะงักท่าร่างอย่างฉับพลัน “ เ้าอยากรู้ใช่ไหม ข้าเป็อะไรกับกลุ่มจอมโจรม่อเชียงสุ่ย ” หลิ่งอี้เอ่ยออกเสียงแ่เบา “ ปรภพ ” มือหลิ่งอี้ปรากฏมีดสั้นสีดำทมิฬในมือของมัน “ ม่อเชียงสุ่ย คือ พ่อ ของ ข้า ” เมื่อชายชุดดำยินคำพูด มันเกิดอาการตื่นตะหนกสุดขีดทั่วร่างมันสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัว มันจ้องมองไปที่มีดสั้นที่อยู่ในมือ “ ระ…หรือว่ามีดสั้นในมือของเ้าคือ กริชปรภพหวนคืน ” ยามนี้กลิ่นไอแห่งความตายแผ่ปกคลุมรอบพื้นที่อย่างหนาแน่นชายชุดดำมองซ้ายมองขวาอย่างเลิ่กลั่ก หาเส้นทางหลบหนีอย่างร้อนรน ทว่าชายชุดดำมันไม่อาจทันได้ขยับกายกริชปรภพหวนคืนในรูปแบบพลังปราณสีดำหมุนหวนย้อนคืนกลับมาเชือดเฉือนทะลุร่างกายชายชุดดำอย่างไร้เมตตา
อ๊ากกกกกกกกกก
“ จ…เ้าลงมือั้แ่ตอนไหน ” ชายชุดดำจ้องมองหลิ่งอี้ไม่อาจเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้“ ั้แ่ที่เ้าอยากรู้ว่าข้าเป็อะไรกับพ่อของข้าหึหึ ” หลิ่งอี้ยิ้มเย้ยอย่างสะใจ ร่องรอยาแของชายชุดดำปรากฏของเหลวสีดำเริ่มกัดกินร่างกายชายชุดดำอย่างไร้ปราณีมันไม่อาจฝืนทนต่อความเ็ปต่อไปได้อีก
อ๊ากกกกกกกกกก
ชายชุดดำส่งเสียงร้องลั่นอย่างน่าเวทนา ประหนึ่งมันรู้สึกถึงความทรมานของการมีชีวิตมิสู่ตกตายร่างกายของมันสลายหายไปจนหมดสิ้น ภายในใจยามนี้ของหลิ่งอี้เสียงหัวใจเต้นอย่างถี่รั่วแบบที่ไม่มีใครไหนในชีวิตเต้นแรงแบบนี้มาก่อนมันทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นอย่างหมดแรง “ ถ้าข้าไม่ได้รับกริชปรภพหวนคืนเล่มนี้จากท่านพ่อคงเป็ข้าที่ต้องตกตายแทนมันไป ทว่ากริชปรภพหวนคืนเล่มนี้ดูดกลืนพลังปราณข้าจนหมดสิ้นหวังว่าตอนนี้เ้านั้นคงปลอดภัยนะ ” หลิ่งอี้ลุกขึ้นยืนพลันเดินย้อนกับทางเดิมอย่างช้าทุลักทุเล
ข้าจะไปทางอ้อมไปดักข้างหน้ามัน เ้าไล่ตามมันอยู่ข้างหลังอย่าให้ผิดสังเกตชายชุดดำที่เป็หัวหน้ากลุ่มแยกตัวออก หวังจะไปดักด้านหน้าของเฟยซุนทว่ามันจับััภายใต้ความมืดมิดได้ในพริบตา ด้านหลังของมันยามนี้เหลือศัตรูที่ติดตามมันอยู่เพียงลำพัง เฟยซุนพลันหยุดวิ่งกะทันหัน หมุ่นกายกลับอย่างฉับพลัน ชายชุดดำที่ติดตามมันจากด้านหลังพลันหยุดชะงักด้วยประหลาดใจมันได้ยินเสียงของเฟยซุนอย่างแ่เบา “ อสูรเร้นกาย ” ภาพเบื้องหน้าของชายชุดดำมันไม่อาจพบสิ่งมีชีวิตอยู่ด้านหน้ามันเลยมันหยุดนิ่งมองซ้ายมองขวาอย่างเลิ่กลั่ก
“ เ้าเด็กบ้าหายไปไหนแล้วเนี่ย ” มันแผ่ปราณออกอย่างมหาศาลหวังจะจับััของเฟยซุนทว่ามันก็ไม่พบเด็กหนุ่มที่มันติดตามมา จู่ๆบริเวณท้องน้อยของชายชุดดำปรากฏรอยไฟพุ่งทะลุออกมาจากร่างของมัน“ ฝ่ามืออัคคี ” เฟยซุนะเิจุกกักเก็บทั้งห้า พลังลมปราณของมันไหลเอ่อออกอย่างล้นทะลักฝ่ามืออัคคีปรากฎไฟพุ่งแยกออกเป็ห้าเส้น เข้าเผาผลาญเส้นชีพจรจนไฟลามไปถึงเส้นเสียงของชายชุดดำดิ้นและบิดกายอย่างบ้าคลั่งขณะถูกแผดเผาจากภายใน
ชายชุดดำดิ้นขัดขืนอย่างน่าเวทนาขาทั้งสองข้างของมันอ่อนแรงไม่อาจฝืนยืนหยั่นได้อีกต่อไปเข่าทั้งสองข้างของมันทรุดลงพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ชายชุดดำสิ้นใจโดยมันไม่อาจส่งเสียงร้องได้แม้แต่น้อย เฟยซุนรีบดึงมือออกจากท้องของมัน ในยามนี้มันยืนสงบนิ่งอยู่ที่เบื้องหน้าชายชุดดำที่นอนอย่างไร้สัญญาณชีวิตหัวใจของมันเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง นี้เป็ครั้งแรกที่มันลงมือสังหารคนด้วยตัวเองมันใช้เวลาอยู่หลายอึดใจกว่าจะสงบใจได้ “ อีกหนึ่งคน ”
มันทะยานออกด้านหน้า มันััถึงชายชุดดำที่ค่อยสั่งการยืนพรางกายอยู่บนยอดไม้สูงลิบ เฟบซุนเงยหน้าจับจ้องชายชุดดำด้วยสายตาท้าทาย “ ไอเด็กบ้านี้มันเป็ปีศาจหรือยังไงทำไมมันเห็นข้าที่พรางกายได้อย่างง่ายดายนัก ” ชายชุดดำมั่นใจในฝีมือตนเองในมือถือดาบใหญ่สีดำมันดิ่งลงมาลงมาจากยอดไม้ด้วยความเร็วราวดุจดั่งดาวตก เฟยซุนเตรียมตัวจะใช้ทักษะท่าร่างประจำของมัน“ อะ… ” ทว่ามันจับััถึงพลังปราณชนิดเดียวกับที่มันััได้ในโรงเตี๊ยมมีทั้งหมดสี่คนทั้งสี่คนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ มันตัดสินใจในฉับพลันพุ่งทะยานไปยังทิศทางของนั้น พลันะโของอย่างกึกก้อง“ ช่วยข้าด้วย ข้าถูกรังแก ”
ชายชุดดำขมวดคิ้วลึก “ มันทำบ้าอะไรของมัน แถวนี้มันก็ไม่มีใคร ” ชายชุดดำพลันยิ้มขึ้นอย่างน่าขยะแขยง “ สงสัยมันกลัวจนขี้ขึ้นสมองไปแล้วแต่ว่าเ้าจินมันทำอะไรอยู่ของมัน ทำไมมันยังไม่ปรากฎตัวมาสักที ” ชายชุดดำกำลังจะถึงเบื้องล่าง มันยกดาบขนาดใหญ่ขึ้นหมุ่นดาบสีดำกลางอากาศพลันตวัดดาบอย่างรุนแรง “ เพลงดาบัคลั่ง ” ลมปราณโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงปรากฏัทะยานเข้าหาซุนอย่างบ้าคลั่ง ด้านหน้าของซุนปรากฏซุ่มเสียงนุ่มนวลดังขึ้นด้านหน้าของมัน“ วิหกทลายนภา ”
เปรี้ยงงงงง
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ เกิดผงฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วปกปิดภาพเบื้องหน้าของทุกคนในพริบตาผงฝุ่นค่อยๆสลายหายไป เบื้องหน้าของมันปรากฏหญิงสาวผิวขาวสวมใส่อาภรณ์ฟ้าอ่อนป่นสีขาวราวก้อนเมฆาใบหน้าของนางถูกบดบังภายใต้ผ้าคลุมสีขาว ในมือถือกระบี่สี่ขาวอย่างกระชับมือ
“ เ้าเป็ใคร เหตุใดมาขัดขวางข้า ” ชายชุดดำจ้องมองหญิงสาวอย่างดุดัน “ ข้าคือศิษย์ของสำนักัดำสามเศียรลำดับที่สิบ ช่างเป้ย ” หญิงสาวเอ่ยโดยสีหน้าเรียบเฉย “ ที่แท้ ศิษย์ลำดับที่สิบของสำนักมักกรดำสามเศียร ช่างเป้ย เ้าชั่งคู่ควรกับฉายาหนึ่งในสามโฉมสะคราญระดับจักรวรรดิ มิได้เกินความจริงแต่ใดๆเลย พลังยุทธก็มิได้ธรรมดา วันนี้เป็เกียรติที่ได้พบกันนับถือ นับถือ” ชายชุดดำจ้องมองช่างเป้ยราวกับทะลุอาภรณ์ของนาง
ช่างเป้ยขยับจับกระบี่อย่างกระชับ ปลดปล่อยปราณครอบคลุมกระบี่สีขาว นางควงกระบี่ทะยานขึ้นฟ้าในยามราตรี “ วิหกผ่าจันทรา ” ปรากฏวิหกปราณบินหมุนวนกันเป็วงกลมสามวงพุ่งเข้าใส่ชายชุดดำดั่งวิหกที่โบยบินอยู่บนท้องฟ้า ชายชุดดำพลันดึงสติกลับมาจากเรือนร่างของนางพลันถือดาบสีดำขนาดใหญ่ปลดปล่อยปราณไฟลุกท่วมดาบอย่างเกี้ยวกราดมันตวัดดาบอย่างรุ่นแรง“ เพลงดาบอัคคีคลั่ง ” เปลวเพลิงพุ่งเข้าแผดเผาผลาญวิหกผ่าจันทราได้สองวงอย่างง่ายดายทว่าวิหกผ่าจันทราวงที่สามแวกเปลวเพลิงทะลุทะลวงกำลังเข้าถึงตัวชายชุดดำในพริบตามันเร่งรีบยกดาบสีดำเข้าหักหาญแรงปะทะกับวิหกผ่าจันทราอย่างยากลำบาก
เปรี้ยงงง !
ชายชุดดำจ้องมองช่างเป้ย อย่างน่าหวาดหวั่นการฝืนรับวิหกผ่าจันทราในครั้งนี้ ท่อนแขนทั้งสองข้างของมันด้านชาไร้ความรู้สึกลามไปถึงซอกเล็บที่ส่งสัญญาณเ็ปแล่นออกมาเพียงชั่วครู่ดาบสีดำขนาดใหญ่พลันหลุดร่วงออกจากมืออย่างช้าๆ ดิ่งลงพื้นตามแรงโน้มถ่วง ในใจมันพลันเกิดอาการตื่นตะหนกสุดขีดช่างเป้ยสังเกตอาการชายชุดดำกำลังเกิดอาการตื่นตะหนก นางพลันขยับกายพุ่งไปด้านหน้าราวกับสายฟ้าฟาดหวังจะเอาชัยในการดวลครั้งนี้ทว่าการเคลื่อนไหวเพียงไม่กี่ก้าว ช่างเป้ยต้องหยุดชะงักอย่างฉับพลัน ชายชุดดำหยิบฝืนความเ็ปพลันหยิบยันต์ปราณบันได์ไว้ในมือ “ ฝากไว้ก่อนอีกไม่นานข้าจะมาเอาคืนสำนักของพวกเ้า ” ร่างชายชุดดำสลายหายไปในเงามืด