ตอนที่ 5
เสียงเรียกของโยธิกาไม่ได้ทำให้นายบำเพ็ญแปลกอกแปลกใจหากแต่การเอ่ยปากทักทายของผู้เป็นพ่อนั่นต่างหากทำให้คนเป็นลูกแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“ว่าไงล่ะโย...ไม่เห็นโทรไปหาพ่อเลยสักนิดพ่อเพิ่งมาจากภูเก็ต พอรู้ว่าลูกไม่ได้กลับบ้านก็เป็นห่วงแทบแย่...นี่ยังดีนะที่รู้ว่าโยมานอนค้างอยู่ที่ไหน”
โยธิกากะพริบตาถี่ยกมือขึ้นปาดหน้าปาดตาอย่างไม่เชื่อในคำพูด...นี่พ่อเธอเป็นอะไรกัน มาไม้ไหนกันแน่ร้อยวันพันปีไม่เคยได้พูดดีกับเธอสักครั้ง แถมสถานการณ์ในตอนนี้ ก็ไม่มีแรงจูงใจสักนิดให้พ่อของเธอจะพูดเสียงอ่อนโยนด้วยความเป็นห่วง
ผิดคาด...แล้วมันก็ทำให้โยธิกาที่เดินลงจากบันไดรู้สึกหวาดหวั่นต่อการแสดงออกของคุณบำเพ็ญ ยิ่งพอเธอเดินเข้ามาใกล้คนเป็นพ่อลุกขึ้นจากโซฟามาถึงตัวเธอโดยพลัน พร้อมกับทำท่าโอบกอดเธอเสมอเหมือนว่าคิดถึงอย่างเหลือล้น
สงสัยฝนคงจะตกหนักจนน้ำอาจจะท่วมเมฆแต่ระหว่างที่พ่อเธอกำลังกอด เขากลับพูดเสียงเบาแค่พอให้เธอได้ยิน
“งามหน้านัก...ถึงแกจะไม่ใช่ผู้หญิงแท้ๆแต่ก็ไม่ควรจะใช้ร่างกายเปลืองแบบนี้”
เสียงทุ้มต่ำพูดลอดไรฟันจากปากคุณบำเพ็ญ...โยธิกาได้ยินเต็มสองรูหูนึกอยู่ในใจแล้วเชียวว่าต้องไม่เป็นอย่างที่เห็น
นายบำเพ็ญกลับมานั่งที่เดิมไม่ลืมที่จะรั้งตัวลูกสาวลงมานั่งใกล้ๆทั้งท่าทางรวมถึงคำพูดแสดงออกว่ารักและเป็นห่วงหญิงสาวเต็มประดาจนกระทั่งผู้สูงวัยหันหน้าไปพูดกับเจ้าของบ้านด้วยน้ำเสียงนิ่มๆแต่ทุกคำพูดแฝงความเอาจริงแกมบังคับกลายๆ
“คุณลายเสือคงจะเข้าใจดีนะครับ...ว่าคนที่รักและหวงลูกสาวอย่างผมเมื่อรู้ว่าลูกสาวสุดที่รักไม่กลับบ้านกลับช่อง”เขาปรายตามองไปยังคนเป็นลูกก่อนจะพูดต่อ “คนเป็นพ่อจะนึกเป็นห่วงขนาดไหน”
ลายเสือแม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกแต่ก็ตั้งใจฟังในสิ่งที่นายบำเพ็ญพูดอย่างตั้งใจแต่แทบสะอึกเมื่อถึงประโยคที่ทำเอาอึ้งไปนาน
“ผมดีใจนะครับที่ลูกสาวผมมีคุณลายเสือเป็นคนดูแลพอได้มาเจอตัวจริงก็เลยนึกเบาใจอยู่บ้าง”
ทั้งลายเสือทั้งโยธิกาต่างหันมองหน้ากันเป็นระยะเมื่อประโยคเริ่มต้นเกริ่นนำเพื่อปูทางไปสู่ประโยคหลัง
นายบำเพ็ญพูดต่อตีหน้านิ่งขรึมไร้แววขี้เล่น “ผมว่าเรามาคุยเรื่องการแต่งงานของคุณลายเสือกับลูกสาวของผมดีกว่าครับ”
“แต่งงาน!!”
สองเสียงประสานกันดังลั่นหันมองหน้ากันเลิกลักเมื่อคำว่าแต่งงานที่นายบำเพ็ญเอ่ยถึงมันเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีอยู่ในหัวสมองคนทั้งคู่ลายเสือไม่คิดจะผูกมัดหรือให้ใครมาตีตราจองทั้งนั้นและไม่คิดว่าจู่ๆผู้ชายตรงหน้าจะกล้ามามัดมือชก
ยิ่งโยธิกา...ยิ่งแล้วใหญ่เธอไม่เข้าใจความคิดของบิดาแม้แต่น้อย ก็ในเมื่อเธอไม่ใช่ผู้หญิงแท้ๆสักหน่อยจะมีผู้ชายที่ไหนคิดจริงจังและจริงใจมาแต่งงาน เธอมองข้ามเรื่องพวกนี้ไปทั้งหมดทั้งมวลจึงใช้ชีวิตอยู่อย่างคน ‘รักสนุก’
เมื่อความคิดชายหญิงตรงกันไม่มีพันธะทั้งทางหัวใจและทางสังคม ความสัมพันธ์เชิงลึกจึงเกิดขึ้นมีเพียงพันธะอันเกิดจากร่างกายสู่อ้อมอกแห่งร่างกาย
“พ่อหมายความว่ายังไงที่จู่ๆจะมาพูดเรื่องแต่งงานกับโย ก็ในเมื่อโยเป็น...”
คนเป็นลูกเอ่ยปากแย้งแต่ก็ไม่ทันมือหนาของคนเป็นพ่อ ที่เอื้อมมาปิดปากอย่างรวดเร็วพร้อมดวงตาคู่นั้นจับจ้องมองอย่างดุดัน
“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น”เสียงนายบำเพ็ญลอดเบาแต่ทรงอำนาจจนคนเป็นลูกต้องสงบปากสงบคำ
“ว่ายังไงครับคุณลายเสือผมว่าเราสองคนน่าจะมาตกลงเรื่องงานแต่งงานของลูกสาวผมให้เรียบร้อยดีกว่านะครับหรือว่าคุณคิดจะปฏิเสธ”
นายบำเพ็ญกระชับร่างของลูกชายใจหญิงเข้าแนบลำตัวมือข้างนั้นบีบเค้น แม้จะไม่หนักหน่วงแต่ก็ทำให้เธอแทบสะดุ้งเมื่อหันไปมองหน้าบิดา คราวนี้กลับเห็นแววซุกซนอยู่ในดวงตาคู่นั้นหน่วยตาไหวระริกประหนึ่งว่าผู้สูงวัยกำลังสนุกสนานไปด้วยเครื่องเล่นนานาชนิดในสวนสนุก
ลายเสือเองได้แต่มึนงงในหัวหนักอึ้งจนชาด้าน ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องบ้าบอคอแตกอะไรที่จู่ๆชายสูงวัยตรงหน้าก็คิดจะมัดมือชกให้เขาไปแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเขามองเป็นแค่เครื่องบรรณาการความใคร่ เหมือนอย่างที่ผ่านๆมาผู้หญิงทุกคนล้วนเต็มใจสมัครใจด้วยกันทั้งสิ้นไม่เห็นจะมีใครพูดถึงเรื่องของพิธีแต่งงานสักคน
“ผมว่าคุณอาน่าจะมีอะไรเข้าใจผิดหรือเปล่าครับคือผมกับคุณโยเราเป็นแค่...” ชายหนุ่มยักไหล่ก่อนจะเปรยต่อ “เกิร์ลเฟรนด์”
คราวนี้ผู้สูงวัยกว่าหัวเราะร่า...ฟังคำตอบของไอ้หนุ่มหน้าอ่อนก็พอเดาออกว่าไอ้หมอนี่ตั้งท่าจะชิ่งอย่างนี้คงต้องหาอะไรทำสนุกๆดีกว่าที่จะเลิกรา
“ผมว่าคุณลายเสือน่าจะเป็นฝ่ายเข้าใจผิดมากกว่านะครับผู้ชายกับผู้หญิงนอนค้างอ้างแรมอยู่ด้วยกัน ยังไงผู้หญิงก็เป็นฝ่ายเสียหายผมว่าพูดแค่นี้ ลูกผู้ชายอย่างคุณก็น่าจะพอเข้าใจ”
ชายหนุ่มไม่คิดว่าตนเองจะจนมุมถูกดักทางจนไปไม่เป็นก็คราวนี้...เสือร้ายล่าสวาทผู้หญิงมานักต่อนักหน้าซีดลงถนัดตาแต่ยังคงรักษาฟอร์มเต็มที่ หันไปสบตาหญิงสาวตรงหน้าก็เห็นเธอเมินหลบ...สงสัยงานนี้คงต้องหาทางหนีทีไล่ดูก่อน
ผู้ชายที่ผ่านประสบการณ์มาโชกโชนมองออกว่านี่คือเกมที่นายบำเพ็ญกำลังยัดเยียดโยธิกามาให้ เขาขบคิดอย่างหนักภายใต้วงหน้าเรียบเฉยแต่เมื่อมองเห็นแสงสว่างพอรำไรปลายทางอยู่บ้าง ชายหนุ่มจึงคิดว่าการประวิงเวลาน่าจะเป็นไมตรีที่ผู้สูงวัยน่าจะพอรับไหว
“เรื่องงานแต่งงาน...ผมว่าคุณบำเพ็ญค่อยมาตกลงกันอีกทีหลังจากที่ผมคุยกับคุณโยเรียบร้อยแล้วจะดีกว่าไหมครับ”
‘ไอ้นี่มันเหลี่ยมจัดฉิบหาย’ ผู้สูงวัยพ่นลมหายใจเมื่อได้ยินคำตอบนั้น
ต่างคนต่างทันความคิด...นายบำเพ็ญจึงตัดบทด้วยการรับข้อเสนอ“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวอาทิตย์หน้าผมจะแวะมาคุยใหม่ หวังว่าเราสองคนคงจะได้รับคำตอบที่ดีร่วมกัน”
“ผมก็หวังเช่นนั้น...ใช่ไหมคุณโย”ท้ายประโยคชายหนุ่มหันไปถามฝ่ายหญิง
โยธิกามีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจอย่างเห็นได้ชัดไม่รู้ว่าจะเดินตามเกมอย่างที่คาดเดา หรือว่าถอยฉากออกจากวงล้อมที่ผู้เป็นพ่อตีกรอบหรือว่าเผชิญหน้าไปกับเกมให้มันสนุกเร้าใจยิ่งขึ้น
“กลับกันเถอะค่ะพ่อ”คนเป็นลูกลุกขึ้นยืนก่อนที่ผู้เป็นพ่อจะลุกขึ้นตาม
“มีอะไรเดี๋ยวเราไปคุยกันที่บ้านนะคะ”หญิงสาวหันไปมองหน้าชายหนุ่มข้ามคืนตรงหน้า ก่อนจะพูดกับเขา “ส่วนคุณเสือ...ถ้าว่างก็โทรกลับหาโยด้วยละกัน”
โยธิกาเปิดกระเป๋าสะพายใบจิ๋วแล้วหยิบนามบัตรที่มีชื่อที่อยู่พร้อมเบอร์โทรศัพท์เสร็จสรรพส่งให้ชายหนุ่มตรงหน้าแล้วรีบจ้ำเท้าออกไปจากบ้านหลังใหญ่ทันที
นายบำเพ็ญจึงหันไปเอ่ยสั่งกับผู้ชายวัยหนุ่มอย่างไม่กริ่งเกรง“ผมว่าเรื่องของคุณกับลูกสาวผมคงจะลงเอยด้วยดีคงไม่มีปัญหาตามมาทีหลัง...ใช่ไหมครับ”
คล้อยหลังนายบำเพ็ญไปแล้วลายเสือยังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่ กำลังเรียบเรียงความคิด ว่าเขาทำพลาดตรงไหนถึงได้มีผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งปรากฏกายมาเป็นผู้ปกครองของหญิงสาวที่เขาเอามานอนค้างคืนด้วย
สงสัยเรื่องมันจะบานปลายเป็นแน่แท้แต่เขาก็จะหาวิธีหลบหลีกให้จงได้ แม้จะต้องเพิ่มระดับความลื่นไหลในกายเพิ่มความดุร้ายยิ่งกว่าเสือโคร่ง
จะให้ใครมาลบลายเสือกันง่ายๆได้ยังไง...
.................................................