ตอนที่ 10
ขัดขืน
ฟุบ!!
ร่างของนกป่าตัวหนึ่งร่วงลงมาจากท้องฟ้าพร้อมาแบนร่างกายที่ทำให้มันถึงกับขาดใจตายั้แ่อยู่บนอากาศแล้วแถมคนร้ายผู้ลงมือก็ยังยืนรออยู่เบื้องหน้าร่างไร้ิญญาของมันอย่างเืเย็นอีกต่างหาก
“ยอดเลย พี่ซิงซินครั้งหน้าสอนข้าซัดก้อนหินแบบนั้นบ้างสิขอรับ”ชุนหยางที่เพิ่งได้เห็นวิชาซัดอาวุธลับของไป๋ซิงซินเดินเข้าไปเก็บเ้านกผู้โชคร้ายขึ้นมาก่อนจะหันไปถามเื่วิชาซัดก้อนหินจากไป๋ซิงซินด้วยท่าทีตื่นเต้นเมื่อครู่นั้นไป๋ซิงซินเพียงสะบัดฝ่ามือเท่านั้นก็สามารถส่งก้อนหินทะลุลำคอของนกป่าได้ราวกับใช้ลูกศรเลย
“ก็ได้ ถ้าเ้าทำให้นกตัวนั้นรสชาติดีถูกปากข้าได้ละก็”คำหยอกล้อของไป๋ซิงซินยามนี้หาใช่เื่แปลกสำหรับทั้งสองเสียแล้ว ไม่ทราบเพราะชุนหยางมักจะเข้ากับผู้อื่นได้ง่ายหรือเป็เพราะไป๋ซิงซินรู้สึกว่าชุนหยางประสบพบเจอเื่ราวมาไม่ต่างกันหรือไม่แต่ยามนี้ไป๋ซิงซินยิ้มแย้มให้กับชุนหยางมากกว่าศิษย์ร่วมสำนักคนอื่นๆเสียอีก
“แน่นอนขอรับ ข้าจะทำสุดฝีมือเลย”ชุนหยางได้รับข้อเสนอพลันยิ้มกว้างด้วยท่าทีมั่นใจก่อนจะนำร่างของนกป่าที่ไป๋ซิงซินเป็ผู้ล่ามาได้ไปทำอาหารบริเวณหน้าถ้ำที่ทั้งสองเจอเข้าโดยบังเอิญท่าทางคืนนี้พวกเขาคงไม่ต้องนอนอาบน้ำค้างแล้วช่างโชคดีจริงๆ
“นี่มันอะไรกัน...” ไป๋ซิงซินกลับมาถึงถ้ำช้ากว่าชุนหยางนิดหน่อยแต่ตอนนางมาถึงนกป่าที่นางล่ามาก็หายไปเสียแล้วเหลือเพียงก้อนดินก้อนหนึ่งที่ชุนหยางกำลังจะนำลงไปเผาในกองไปเสียอย่างนั้น
“ไม่มีเครื่องครัวแบบนี้การทำอาหารเลยจำกัดมากเลยขอรับข้าเดาว่าพี่ซิงซินคงจะเบื่อนกย่างปลาย่างแล้วแน่ๆก็เลยหาวิธีอื่นมาทำดูบ้าง”ชุนหยางนำไก่ห่อใบบัวที่พอกด้วยดินเหนียวใส่เข้าไปในกองไฟด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจถึงไส้ในจะมีไม่ครบเหมือนตอนอยู่ในครัวบ้านสกุลซูแต่ชุนหยางก็ได้ผลไม้ป่าและหัวมันป่ามาใช้ด้วยก็เลยทดลองทำไก่ขอทานดูไม่สิในเมื่อข้างในเป็นกป่าก็ต้องเป็นกขอทานสินะ
“แบบนี้กินได้ด้วยงั้นเหรอ”ไป๋ซิงซินไม่เคยพบเห็นวิธีการทำอาหารแบบนี้มาก่อนกลับมองเข้าไปในกองไฟด้วยท่าทีประหลาดใจตอนนี้นางเริ่มอยากเห็นเสียแล้วว่าก้อนดินเหนียวก้อนนี้จะออกมาเป็อาหารเช่นไร
“เรียบร้อยแล้วขอรับพี่ซิงซินลองทานดูสิขอรับ” หลังจากชุนหยางนำก้อนดินเหนียวออกมาจากกองไฟแล้วใช้ด้ามมีดตีจนก้อนดินเหนียวแตกออกเป็ชิ้นๆภาพนกป่ายัดไส้ที่ถูกอบจนได้ที่ก็ปรากฏแก่สายตาไป๋ซิงซินเข้าจนได้ภายนอกมันไม่ต่างจากไก่อบทั่วไปเสียเท่าไหร่ แต่กลิ่นที่โชยออกมาทั้งกลิ่นของตัวนกไส้ผลไม้ป่าด้านใน ใบบัวที่ห่ออยู่ตรงกลาง รวมไปถึงกลิ่นหอมของดินที่ห่ออยู่ข้างนอกเองก็เป็ััที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่มากจริงๆ
“อร่อยมากเลย” ไป๋ซิงซินทดลองชิมนกป่าเข้าไปคำหนึ่งก่อนจะกล่าวชมชุนหยางออกมาอย่างจริงใจทั้งๆที่ไม่มีเครื่องปรุงเลยแท้ๆแต่ก็ทำอาหารออกมาได้รสชาติดีมากทีเดียว
“เช่นนั้นท่านก็อย่าลืมสัญญานะขอรับ”ชุนหยางยิ้มกว้างขณะร่วมกินนกขอทานในใบบัวด้วยท่าทีดีอกดีใจ บางทีหลังจากรักษาผลข้างเคียงของวิชามารไปได้ชุนหยางอาจจะลองเปิดร้านอาหารเป็ของตัวเองดูสักร้านคงไม่เลวหากลูกค้าในร้านของเขายิ้มแย้มดั่งที่พี่ซิงซินยิ้มแย้มต่อหน้าเขาเช่นนี้ตัวชุนหยางก็คงมีความสุขไม่น้อยเลย
“...”ระหว่างกำลังมองรอยยิ้มของไป๋ซิงซินอยู่นั้น อยู่ๆร่างกายของชุนหยางก็ชะงักไปกลางคันจนผิดสังเกตไม่ทราบเพราะเผลอมองริมฝีปากที่โผล่พ้นหน้ากากออกมาของไป๋ซิงซินมากไปหน่อยหรือไม่ความรู้สึกทรมานที่เกิดจากความกระหายก็เข้าเล่นงานชุนหยางอีกแล้ว
“ชุนหยาง.. เ้าเป็อะไรงั้นหรือ”เห็นชุนหยางชะงักค้างไปไป๋ซิงซินกลับรู้สึกเป็ห่วงขึ้นมาทันทียามนี้พวกนางนับได้ว่าสนิทสนมกันมากกว่าตอนแรกมาก หากชุนหยางมีอาการแปลกๆนางก็ย่อมต้องเป็ห่วงอยู่แล้ว
“ขะ...ข้าขอตัวสักครู่นะขอรับ”ชุนหยางยิ้มเจื่อนๆออกมาก่อนจะลุกขึ้นเดินหายเข้าไปในป่าที่เกือบจะมืดแล้วยามหลุดพ้นสายตาของไป๋ซิงซินมาได้ชุนหยางก็ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นก่อนจะพยายามสงบใจและต่อต้านความรู้สึกอยากของตัวเองเอาไว้ให้ได้นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชุนหยางต้องหลบออกมาเพื่อระงับความอยากของตนเช่นนี้ แถมยิ่งนานวันเข้าชุนหยางก็ยิ่งรู้สึกทรมานมากขึ้นเรื่อยๆแต่ไม่ว่าจะหาทางสงบใจหรือจัดการกับความรู้สึกของตัวเองเช่นไรก็ไม่อาจสลัดอารมณ์ที่กำลังทะลักออกมานี้ไม่ได้เลยยามนี้ชุนหยางทำได้เพียงหวังว่าพวกเขาจะเดินทางถึงเมืองกวางจิ้งโดยเร็วและเข้ารักษากับท่านหมอก่อนที่อาการมันจะหนักกว่านี้เท่านั้น
.
.
.
“อึก...”ในยามค่ำคืนระหว่างนอนหลับเองความรู้สึกทรมานก็แล่นไปทั่วร่างของชุนหยางเช่นกันความรู้สึกราวกับคอแห้งผากเหมือนเพิ่งเดินทางผ่านทะเลทรายร้อนจัดโดยไร้ซึ่งน้ำดื่มสักหยดนี้ช่างแสนทรมานแถมข้างๆยังมีบ่อน้ำใสสะอาดคอยล่อตาล่อใจอีกต่างหากทำให้การควบคุมตัวเองของชุนหยางนั้นยิ่งยากขึ้นไปอีกแต่ถึงอย่างนั้นชุนหยางก็ยังไม่ตรงเข้าไปดื่มน้ำจากบ่อที่แสนสำคัญนี้และยอมทนร้อนผ่าวอยู่ท่ามกลางแสงแดดทั้งที่คอรู้สึกแสบร้อนไปหมดเช่นนี้ต่อไป
“อัก...” ความรู้สึกกระหายครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆอยู่ๆจากอาการเหมือนคนคอแห้งแทบขาดใจก็เริ่มแปลเปลี่ยนเป็ร้อนรุ่มราวกับถูกไฟเผาเสียอย่างนั้นร่างกายของชุนหยางร้อนจี๋ขึ้นมาเสียเฉยๆแถมิัทั่วร่างยังรู้สึกปวดแสบรวดร้าวราวกับกำลังเกิดแผลพุพองขึ้นมาไม่มีผิดไม่ใช่เพียงความรู้สึกจากร่างกายภายนอกเท่านั้นแม้แต่พลังิญญาภายในร่างก็ราวกับจะกลายเป็น้ำเดือนทั้งภายในและภายนอกราวกับอยู่ในขุมนรกทำเอาชุนหยางที่พยายามอดทนเอาไว้สุดความสามารถต้องดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมานราวกับเป็ตัวหนอนที่โดนโยนเข้าไปในกองเพลิงไม่มีผิด
“ธาตุไฟเริ่มเข้าแทรกแล้วสินะ”ระหว่างชุนหยางกำลังพยายามอดทนอยู่นั้น อยู่ๆไป๋ซิงซินที่น่าจะหลับอยู่ข้างๆกลับลุกขึ้นมานั่งั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบแถมนางยังมองมาทางชุนหยางราวกับรู้ทุกอย่างอยู่แล้วด้วยจริงสินางเป็ศิษย์ของสำนักปราบมาร เื่ของผู้ฝึกฝนวิชามารนั้นนางย่อมรู้ดีกว่าชุนหยางที่ได้อ่านตำราวิชามารเพียงนิดเดียวเท่านั้นอยู่แล้ว
“ชุนหยาง นี่เป็อาการปกติของผู้ฝึกวิชามารราคะที่ไม่ได้ดูดซับพลังเป็เวลานานเ้านับว่าอดทนได้ดีมากแล้วล่ะ” ไป๋ซิงซินลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของชุนหยางสาเหตุหลักที่ไม่ควรปล่อยผู้ฝึกฝนวิชามารไปนั้นก็เป็เพราะอาการธาตุไฟเข้าแทรกนี่เองเพราะความรู้สึกทรมานนี้ทำให้ผู้ฝึกวิชามารจำเป็ต้องลงมือทำร้ายผู้อื่นเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากความทรมานนี้ให้ได้ต่อให้เป็คนที่มุ่งมั่นจะต่อต้านวิชามารแค่ไหนไป๋ซิงซินก็ไม่เคยเห็นผู้ฝึกฝนวิชามารคนใดอดทนกับอาการธาตุไฟเข้าแทรกนี้ได้เลยไม่สิ...เวลานี้ไป๋ซิงซินได้เห็นแล้วคนหนึ่งต่างหาก
“พี่ซิงซิน...”ชุนหยางเห็นไป๋ซิงซินยืนอยู่เบื้องหน้าก็คิดเอาเองว่านางจะลงมือสังหารตนเองที่กำลังควบคุมอาการของวิชามารเอาไว้ไม่ได้เพราะแบบนั้นชุนหยางก็เลยหลับตาลงเพื่อปล่อยให้ไป๋ซิงซินลงมือสังหารตนเองเสีย
พรึบ...
อยู่ๆไป๋ซิงซินก็ดึงกางเกงของชุนหยางออกทำเอาชุนหยางที่คิดว่าตนเองต้องตายแล้วรีบลืมตาตื่นขึ้นมาดูว่าเบื้องหน้าตนเองนั้นเกิดอะไรขึ้นตอนนี้ไป๋ซิงซินไม่ได้ปล่อยจิตสังหารออกมา แม้แต่ในมือของนางก็ไร้ซึ่งอาวุธหาได้จะลงมือสังหารชุนหยางไม่ตรงกันข้ามตอนนี้สภาพท่อนล่างของชุนหยางกลับเปลือยเปล่าเพราะนางดึงเอากางเกงของชุนหยางลงก่อนจะเดินเข้ามายืนคร่อมบนร่างของชุนหยางด้วยตัวเองอีกต่างหาก
“พี่ซิงซิน ท่านจะทำอะไรนะขอรับ”ชุนหยางเห็นไป๋ซิงซินย่อตัวนั่งลงบนท่อนขาของตนก็เริ่มเดาออกแล้วว่าไป๋ซิงซินจะทำอะไรพริบตานั้นชุนหยางยื่นมือออกไปพยายามจะผลักตัวไป๋ซิงซินออก แต่กำลังของชุนหยางไม่อาจผลัดไป๋ซิงซินออกไปได้อยู่แล้วแถมฝ่ายไป๋ซิงซินยังจับข้อมือของชุนหยางเอาไว้อีกต่างหาก
“ข้าบอกเ้าไปแล้วมิใช่หรือว่านี่เป็สิ่งที่ข้าตัดสินใจเองต่อให้ข้าจะหลงทิศไปบ้างแต่ข้าก็รู้ดีว่าพวกเราไม่มีทางไปถึงเมืองกวางจิ้งก่อนที่อาการธาตุไฟเข้าแทรกของเ้าจะกำเริบอย่างแน่นอน”ไป๋ซิงซินกำข้อมือของชุนหยางที่พยายามจะขัดขืนเอาไว้ก่อนจะโน้มตัวเองไปข้างหน้าจนกระโปรงของนางคลุมท่อนล่างของชุนหยางเอาไว้จนมิดยามท่อนล่างของชุนหยางััได้ถึงความรู้สึกร้อนของร่างกายไป๋ซิงซินชุนหยางก็ยิ่งพยายามดิ้นให้หลุดแต่น่าเสียดายที่ไป๋ซิงซินนั้นไม่ปล่อยให้ชุนหยางดิ้นหนีไปได้นางค่อยๆกดร่างของนางลงจนกระทั่ง...
“อึก...” ท่าทียามไป๋ซิงซินยามนี้ราวกับนางกำลังรู้สึกเ็ปเล็กน้อยประกอบกับความรู้สึกที่แตกต่างไปจากตอนทำกับซูเยว่เซียงนั้นทำให้ชุนหยางทราบได้ทันทีว่าเมื่อครู่นั้นเกิดอะไรขึ้น
“พี่ซิงซิน นี่ท่าน...” ชุนหยางไม่อยากจะเชื่อว่าไป๋ซิงซินจะทำถึงขนาดนี้ถึงความรู้สึกทรมานราวกับถูกไฟเผาจะเริ่มทุเลาลงเรื่อยๆหลังจากสอดใส่เข้าไปในตัวไป๋ซิงซินแต่ชุนหยางกลับไม่รู้สึกโล่งใจเลยแม้แต่น้อย
“เ้าไม่ต้องกังวลไปหรอกถึงอย่างไรข้าก็มอบชีวิตของข้าให้กับสำนักไม่คิดจะออกเรือนอยู่แล้ว”ไป๋ซิงซินเห็นชุนหยางรู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัดก็ยิ้มออกมาก่อนจะยื่นมือเข้าไปลูบศีรษะของชุนหยางอย่างเบามือแต่ถึงนางจะบอกเช่นนั้นชุนหยางก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี
“ข้าขอโทษขอรับ” ชุนหยางมองใบหน้าที่ถูกหน้ากากกระต่ายขาวปกปิดเอาไว้ด้วยท่าทีเศร้าสร้อยเมื่อเทียบกับซูเยว่เซียงที่หลอกลวงชุนหยางเพื่อหวังเพียงความสุขของนางแล้วไป๋ซิงซินผู้นี้กลับยอมเสียสละถึงขั้นยอมให้ชุนหยางดูดซับพลังเพื่อให้ชุนหยางสามารถเดินทางต่อไปยังเมืองกวางจิ้งได้สำเร็จถึงนางจะเป็ผู้ฝึกฝนพลังิญญาที่แข็งแกร่งก็เลยไม่ได้ตายเพราะถูกดูดพลังแค่ครั้งเดียวแต่วินาทีที่ชุนหยางััได้ถึงพลังิญญาที่หลั่งไหลเข้ามาในร่างยามนั้นนางคงจะรู้สึกทรมานมากเป็แน่
“พอแล้วขอรับ ข้า...ไม่เป็ไรแล้ว”หลังจากได้ดูดซับพลังิญญาจากไป๋ซิงซิน ความทรมานของชุนหยางก็จางหายไปจนหมดสิ้น แม้ชุนหยางจะยังไม่สำเร็จความใคร่แถมยังอยู่ใน่ที่รู้สึกดีที่สุดๆก็ตามแต่หากทำไปมากกว่านี้ฝ่ายที่จะต้องทรมานจะกลายเป็ไป๋ซิงซินแทนนี่สิถึงจะรู้สึกดีแค่ไหนแต่ชุนหยางก็ยังหักห้ามใจแล้วขอให้ไป๋ซิงซินยอมปล่อยตัวเองเสียที
“ถ้าเ้าเริ่มมีอาการอีกก็บอกข้าได้เลยนะข้าจะเป็คนช่วยเ้าจนกว่าจะถึงมือท่านหมอเอง” ไป๋ซิงซินพยักหน้าช้าๆก่อนจะลุกขึ้นจากร่างของชุนหยางไปเพียงแต่่ที่นางกำลังลุกขึ้นยืนชุนหยางก็เหลือบไปเห็นหยดเืที่ไหลลงมาตามขาของนางเข้าเสียก่อนทำเอาชุนหยางยิ่งเจ็บภายในใจเข้าไปใหญ่
“จริงสิ...พรุ่งนี้เ้าช่วยทำอาหารให้ข้ากินอีกนะข้าชอบอาหารฝีมือเ้ามากจริงๆ” ไป๋ซิงซินกลับไปนั่งที่เดิมก่อนจะส่งยิ้มให้ชุนหยางด้วยท่าทีอ่อนโยนท่าทางอาหารเช้าในวันพรุ่งนี้ชุนหยางจะต้องแสดงฝีมืออย่างเต็มที่เสียแล้ว