อาณาจักรต้าเหยียน แคว้นฉินโจว เขตเหอหนาน
ูเามู่อวิ๋น หมู่บ้านหยุนฉาง
หมู่บ้านหยุนฉางเป็หมู่บ้านเล็กๆที่มีชาวบ้านอยู่เพียงแค่สองพันกว่าคน ซึ่งชาวบ้านส่วนมากประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์หรือไม่ก็เก็บสมุนไพรในูเาที่อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านมาขาย
ตระกูลหนานคือตระกูลผู้ปกครองหมู่บ้านหยุนฉาง พวกเขาคือตระกูลที่แข็งแกร่งและทรงพลังที่สุดในหมู่บ้าน
ด้านในสุดของบ้านตระกูลหนาน ซึ่งเป็ที่อยู่ของผู้นำตระกูลหนาน
ห้องขนาดกลางที่อยู่ภายในบ้านของผู้นำตระกูลหนาน
เด็กหนุ่มอายุสิบสามปีกำลังนั่งอยู่ที่ข้างหน้าต่างพร้อมกับดวงตาที่เต็มไปด้วยหลากหลายความรู้สึก
หนานิคือชื่อของเด็กหนุ่มผู้นี้ เขาเป็บุตรชายคนที่สามของผู้นำตระกูลหนาน หนานเฟยหยุน
“ สิบสามปีแล้วสินะที่ข้าได้มาอยู่ที่โลกใบนี้ ” หนานิอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา
ชื่อเดิมของเขาก็คือเยี่ยิ หัวหน้าแผนกพัฒนาตัวละครในเกมของบริษัทเกมแห่งหนึ่ง แต่ในขณะที่เขากำลังนั่งเล่นเกมอยู่ในห้องพักของเขาเอง จู่ๆหน้าจอของคอมพิวเตอร์ของเขาก็ดับลง ทำให้เขาไม่พอใจอย่างมากจึงได้ตบเข้าไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างรุนแรงจนทำให้มันะเิและนั้นก็คือสิ่งสุดท้ายที่เขาเห็น
และตอนนี้ก็ผ่านมาแล้วสิบสามปี เขาก็ยังไม่ได้รับนิ้วทองเลย ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเขาเองก็คงจะไม่มีนิ้วทองเหมือนกับคนอื่นหรือไม่ก็ต้องรอจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วนิ้วทองของเขาจึงจะปรากฏ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะปรากฏตอนไหน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงรอแบบมีความหวัง
สำหรับโลกใบนี้เป็โลกที่มีผู้ฝึกยุทธ์ที่ทรงพลัง แม้กระทั้งตระกูลหนานของเขาก็ยังมีผู้ฝึกยุทธ์อยู่หลายคน แม้ว่าจะเป็เพียงแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับต่ำสุดอย่างนักยุทธ์ก็ตาม
โดยระดับของผู้ฝึกยุทธ์จะถูกแบ่งออกเป็สิบสองระดับใหญ่ได้แก่ นักยุทธ์ ยอดยุทธ์ อาจารย์ยุทธ์ ปรมาจารย์ยุทธ์ บรรพจารย์ยุทธ์ ปราชญ์ยุทธ์ ราชันยุทธ์ จักรพรรดิยุทธ์ เหนือยุทธ์ เซียนยุทธ์ จ้าวยุทธ์ เทพยุทธ์
สำหรับขั้นย่อยก็มีอยู่ห้าขั้นได้แก่ ขั้นต้น กลาง ปลาย สูง สมบูรณ์
ทางด้านของตระกูลหนานซึ่งเป็ตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุด พวกเขามีนักยุทธ์อยู่ถึงสี่คน โดยเป็ขั้นต้นสี่คนและขั้นกลางหนึ่งคน
นอกจากผู้ฝึกยุทธ์แล้ว ในโลกใบนี้ยังมีสิ่งที่อันตรายอาศัยอยู่เป็จำนวนมากไม่ว่าจะเป็เผ่าปีศาจและสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง
จากที่หนานิรู้มาโลกใบนี้ถูกแบ่งออกเป็สี่ดินแดนใหญ่ด้วยกัน ได้แก่ดินแดนเผ่ามนุษย์ ดินแดนเผ่าปีศาจและดินแดนเผ่าอสูร
เผ่ามนุษย์ปกครองสองดินแดนใหญ่ โดยมีชื่อดินแดนว่า ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลัวเทียนและดินแดนศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวน
เผ่าปีศาจอยู่ทางเหนือของดินแดนมนุษย์ โดยชื่อดินแดนปีศาจ์
ส่วนเผ่าอสูรอยู่ทางใต้ของดินแดนมนุษย์ โดยชื่อดินแดนอสูรเทวะ
เผ่ามนุษย์รับมือกับเผ่าปีศาจและเผ่าอสูรมาอย่างยาวนานหลายแสนปี เนื่องจากถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์นั้นมีพลังิญญาที่อุดมสมบูรณ์อย่างมาก ทำให้เผ่าปีศาจและเผ่าอสูร้าพลังิญญาเ่าั้ในการฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น
สำหรับพวกปีศาจและอสูร พวกมันก็มีอยู่ในดินแดนของมนุษย์เหมือนกัน เพียงแต่ความแข็งแกร่งของพวกมันก็ไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก แต่พวกมันก็สร้างความเสียหายให้กับเผ่ามนุษย์ได้
แม้กระทั้งหนานิก็ยังเคยได้ยินมาว่าทางเหนือของูเามู่อวิ๋นเองก็มีปีศาจที่แข็งแกร่งอยู่ พวกมันซ่อนตัวและทำลายหมู่บ้านของเผ่ามนุษย์มาหลายหมู่บ้านแล้ว ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งหลายคนร่วมมือกันสังหารปีศาจตัวนั้น แต่ทว่าท้ายที่สุดปีศาจตัวนั้นก็หลบหนีไปได้สำเร็จและหายตัวไปอย่างไร้ร่องลอย
สำหรับบนูเามู่อวิ๋นเองก็มีสัตว์อสูรระดับต่ำหรือแม้กระทั้งระดับกลางอาศัยอยู่เหมือนกัน แต่ระดับของพวกมันก็ไม่ได้สูงมากนัก แต่พวกมันก็อาศัยอยู่ในูเาและไม่ค่อยปรากฏตัวออกมาด้านนอก
ตัดมาที่ปัจจุบัน
ในขณะที่หนานิกำลังนั่งเล่นอยู่นั้น บ่าวรับใช้คนสนิทอย่างฉินหยวนก็เดินเข้ามาพร้อมกับบอกว่า “ นายน้อยสามท่านถึงเวลาทดสอบพร์แล้วขอรับ ตอนนี้ท่านผู้นำตระกูลและเหล่าผู้าุโกำลังรอท่านอยู่ที่ห้องโถงหลักขอรับ ”
“ ถึงเวลาแล้วสินะ ” หนานิพึมพำเบาๆ
สำหรับรุ่นเยาว์ทุกคนในโลกใบนี้เมื่อพวกเขาอายุสิบสามปีพวกเขาจะได้รับการทดสอบพร์ เพื่อที่จะดูว่าคนๆนั้นมีพร์ในด้านการฝึกยุทธ์หรือไม่ ถ้าหากไม่มีพวกเขาก็เป็ได้เพียงแค่คนธรรมดาเท่านั้น แต่ถ้าหากมีพร์ทางตระกูลจะสนับสนุนพวกเขาอย่างเต็มที่เพื่อให้กลายเป็นักยุทธ์
‘ หรือว่านิ้วทองของข้าจะมาในตอนนี้?! ’ หนานิครุ่นคิดอย่างจริงจัง เพราะในนิยายส่วนมากนิ้วทองของเหล่าตัวเองก็มักจะปรากฏขึ้นใน่เวลาสำคัญๆ
ไม่นานนักหนานิพร้อมกับฉินหยวนก็เดินไปยังห้องโถงหลัก
ภายในห้องโถงหลักของตระกูลหนาน เป็ห้องโถงขนาดใหญ่และถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่งดงามอย่างมาก
ด้านในสุดมีชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่นั่งอยู่ เขาคือผู้นำตระกูลหนานคนปัจจุบันและยังเป็บิดาของหนานิอีกด้วย เขาคือหนานเฟยหยุน ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลหนาน นักยุทธ์ขั้นกลางเพียงหนึ่งเดียวของตระกูล
ด้านข้างห้องโถงก็มีผู้าุโตระกูลหนานกว่าสิบคนยืนอยู่ พวกเขาต่างก็เป็เสาหลักของตระกูลหนาน มียอดฝีมือระดับนักยุทธ์ขั้นต้นสามคน และยอดฝีมือขั้นสร้างรากฐานขั้นสิบอีกห้าคน
ระดับสร้างรากฐานคือขั้นพื้นฐานก่อนที่จะกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่แท้จริง ซึ่งจะต้องผ่านการสร้างรากฐานทั้งสิบขั้นก่อนถึงจะกลายเป็นักยุทธ์ที่แท้จริง
ตอนนี้หนานิมีความแข็งแกร่งระดับสร้างรากฐานขั้นที่เก้า เรียกได้ว่าพร์ในการฝึกยุทธ์ของหนานินั้นสูงมาก เพราะเขาไม่เคยใช้โอสถหรือสมุนไพรใดๆในการฝึกฝนด้วยซ้ำ
เื่นี้ทำให้ตระกูลหนานทั้งตระกูลต่างรับรู้ได้ว่าหนานิจะต้องมีพร์ในการฝึกยุทธ์ที่สูงมากและเขาจะกลายเป็คนที่นำพาตระกูลหนานไปสู่ยุครุ่งเื่ในอนาคต
สำหรับตระกูลหนานที่เป็ผู้ปกครองหมู่บ้านและพื้นที่แถบนี้ พวกเขามีคนในตระกูลประมาณสามร้อยกว่าคน โดยแบ่งเป็คนของตระกูลหนานหนึ่งร้อยกว่าคนและบ่าวรับใช้รวมไปถึงผู้คุ้มกันอีกประมาณสองร้อยกว่าคน
เนื่องจากโลกใบนี้เต็มไปด้วยพลังิญญา ทำให้ผู้คนมีอายุขัยยืนยาวกว่าคนทั่วๆไป เพียงแค่คนทั่วไปในโลกใบนี้ก็มีอายุขัยไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบปีแล้วและถ้าหากกลายเป็นักยุทธ์ที่แท้จริงอายุขัยของพวกเขาก็จะเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยหรือก็คือนักยุทธ์มีอายุขัยสองร้อยปีเป็อย่างต่ำ
เมื่อหนานิเดินเข้ามา หนานเฟยหยุนและผู้าุโทั้งหมดก็มองไปที่หนานิด้วยความพึงพอใจ
“ ิเอ๋อร์วันนี้เป็วันทดสอบพร์ ข้าเชื่อว่าพร์ของเ้าจะต้องสูงกว่าพวกพี่ๆเป็แน่ ถึงตอนนั้นข้าจะส่งเ้าไปที่เมืองฮุ่ยเพื่อเข้าร่วมสถาบันฮวงเทียน เ้าคิดว่าอย่างไร? ” หนานเฟยหยุนถามขึ้น
เมืองฮุ่ยคือเมืองที่อยู่ใกล้กับูเามู่อวิ๋นมากที่สุด นอกจากนี้พวกเขายังมียอดฝีมืออยู่เป็จำนวนมากอย่างยอดยุทธ์หรือแม้กระทั้งอาจารย์ยุทธ์
ส่วนสถาบันฮวงเทียนคือสถาบันศึกษาที่ดีที่สุดในเมืองฮุ่ย พวกเขาจะเปิดรับศิษย์ในทุกๆปีและจะรับเฉพาะคนที่มีพร์เท่านั้น ซึ่งพี่ชายและพี่สาวของหานิ รวมไปถึงลูกหลานของตระกูลหนานคนอื่นๆที่มีพร์ก็กำลังศึกษาอยู่ที่สถาบันฮวงเทียนเช่นกัน
หนานิครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะตอบกลับไปว่า “ ท่านพ่อข้าขอเวลาคิดเื่นี้ได้หรือไม่? ”
หนานเฟยหยุนพยักหน้ารับและกล่าวขึ้นว่า “ เช่นนั้นก็เอาที่เ้า้าเถอะ ถ้าหากพร์ของเ้าดีจริงข้าก็อาจจะพาเ้าไปที่สำนักชิงหยางเพื่อเป็ศิษย์ของพวกเขา ”
สำนักชิงหยางคือหนึ่งในสี่สำนักใหญ่เขตเหอหนาน พวกเขามียอดฝีมือระดับปรมาจารย์ยุทธ์เป็จำนวนมากและว่ากันว่ามีแม้กระทั้งระดับบรรพจารย์ยุทธ์คอยปกครองอยู่
หนานิตอบรับเล็กน้อย
“ ไปยกแท่นหินทดสอบพร์มา ” หนานเฟยหยุนกล่าวขึ้น
ไม่นานบ่าวรับใช้สองคนก็ยกแท่นหินสีขาวขนาดใหญ่ออกมาวางไว้ตรงกลางห้องโถง
“ ิเอ๋อร์เ้ารู้แล้วใช่ไหมว่ามันใช้งานอย่างไร? ” หนานเฟยหยุนถามขึ้น
หนานิพยักหน้ารับและกล่าวขึ้นว่า “ เพียงแค่ััมันก็พอ ”
หนานเฟยหยุนยิ้มและกล่าวขึ้นว่า “ ถ้าหากเ้าสามารถทำให้มันเปลื่ยนสีได้ข้าจะพาเ้าไปเที่ยวที่เมืองฮุ่ยและแวะหาพี่ๆของเ้า ”
“ ขอบคุณท่านพ่อ ” หนานิยิ้ม
การทดสอบพร์นั้นง่ายมาก เพียงแค่ทำให้แท่นหินทดสอบพร์เปร่งแสงได้ก็เพียงพอแล้ว
โดยการวัดพร์มีดังนี้
ถ้าหากทำให้หินทดสอบพร์เปร่งแสงได้จะถือว่ามีพร์ แต่ถ้าหากทำให้มันเปลื่ยนสีได้จะถือว่าเป็คนที่มีพร์ในการฝึกยุทธ์สูงมาก
โดยสีแบ่งออกเป็ตามนี้ สีขาว สีเขียว สีฟ้า สีม่วง สีทอง สีแดง สีรุ้ง
สีขาวและสีเขียวถือว่าเป็คนที่มีพร์ธรรมดา แต่สีเขียวก็เหนือกว่าสีขาวมาก โดยทั่วๆไปแล้วศิษย์ของสถาบันฮวงเทียนจะมีพร์สองสีนี้เสียส่วนใหญ่
สีฟ้าคืออัจฉริยะในรอบร้อยปี ซึ่งคนๆนั้นจะกลายเป็ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ยุทธ์ได้อย่างแน่นอน ซึ่งพร์ระดับนี้สามารถเข้าร่วมกับสำนักใหญ่ต่างๆได้
สีม่วงคือยอดอัจฉริยะในรอบหนึ่งพันปี ซึ่งบุคคลนี้จะเป็เสาหลักของสำนักหรือกองกำลังใหญ่ของภูมิภาค พวกเขาจะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีหรือแม้กระทั้งกลายเป็ศิษย์สายตรงของยอดฝีมือระดับสูง
สีทองคืออัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะด้วยกันว่ากันว่าพร์นี้จะปรากฏในรอบหนึ่งหมื่นปี พวกเขาคือบุตรศักดิ์สิทธิ์หรือธิดาศักดิ์ศิทธิ์ของสำนักใหญ่ในอาณาจักร และจะกลายเป็เสาหลักของอาณาจักรในอนาคต
สำหรับสีแดงและสีรุ้งไม่ได้ปรากฏมาให้เห็นนานแล้ว ครั้งล่าสุดที่ปรากฏก็คือเมื่อห้าหมื่นปีก่อน
พี่ชายของหนานิ หนานอวี้ และพี่สาวของเขาหนานหลิน ทั้งสองสามารถปลุกพร์สีเขียวฟ้าได้ หรือก็คือพร์ของพวกเขาเกือบที่จะกลายเป็สีฟ้าแล้ว ทำให้พวกเขาถือว่าเป็อัจฉริยะของสถาบันฮวงเทียน และคาดว่าภายในอนาคตพวกเขาจะต้องไปถึงระดับอาจารย์ยุทธ์เป็อย่างน้อย ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ตระกูลหนานตื่นเต้นและมีความสุขเป็อย่างมาก และพวกเขาคาดหวังเอาไว้ว่าในอนาคตพวกเขาจะสามารถย้ายที่อยู่ไปอยู่ในเมืองฮุ่ยได้
เนื่องจากการที่จะอยู่ในเมืองฮุ่ยได้นอกจากจะต้องมีภูมิหลังที่แข็งแกร่งแล้ว จะต้องมียอดฝีมือระดับนักยุทธ์ขั้นสมบูรณ์คอยปกครองอยู่ ต่ำกว่านั้นจะไม่สามารถตั้งรากฐานในเมืองฮุ่ยได้
ถ้าหากตระกูลหนานมีนักยุทธ์ขั้นสมบูรณ์หรือยอดยุทธ์อาศัยอยู่ในตระกูล พวกเขาจะสามารถซื้อที่ดินในเมืองฮุ่ยและสามารถย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองฮุ่ยซึ่งมันจะปลอดภัยกว่าการอยู่ที่นี้ เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าวันดีคืนดีสัตว์อสูรระดับต่ำหรือระดับกลางจะลงมาจากูเาและกินพวกเขาเป็อาหารหรือไม่
สำหรับหนานเฟยหยุนที่เป็นักยุทธ์ขั้นกลางเพียงคนเดียว พร์ของเขาคือสีขาวเขียว ซึ่งเหนือกว่าพร์ของทุกๆคนในตระกูลเวลานั้น
หนานิค่อยๆเอามือััแท่นหินทดสอบพร์
จากนั้นเขาก็รู้สึกถึงพลังสายหนึ่งเข้ามาในร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกนี้เป็เพียงความรู้สึกปลอดโปร่งเท่านั้น
ทันใดนั้นหินทดสอบพร์ก็เปร่งแสงขึ้นมาทันที
ไม่นานมันก็กลายเป็สีเขียวและกลายเป็สีฟ้า
ทันทีที่หินทดสอบพร์เปร่งแสงสีฟ้า หนานเฟยหยุนและเหล่าผู้าุโตระกูลหนานต่างกำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น พร์สีฟ้าถือได้ว่าเป็ครั้งแรกของตระกูลหนานเลยทีเดียว
ไม่นานนักพวกเขาก็ต้องใอีกครั้งเพราะแสงสีฟ้าก็ค่อยๆแปรเปลื่ยนเป็สีม่วง จากนั้นก็ค่อยๆมีสีทองปะปนมาเล็กน้อยก่อนที่จะกลายเป็สีม่วงทองที่ดูงดงาม
“ พร์สีม่วงทอง!! ”
“ ไม่น่าเชื่อ พวกเราจะได้เห็นพร์สีม่วงทอง! ”
“ ตระกูลหนานของพวกเรากำลังจะพุ่งทะยานสู่์แล้ว ”
หนานเฟยหยุนและเหล่าผู้าุโทั้งหลายพากันตื่นเต้นจนตัวสั่น
พร์สีม่วงทองก็คือพร์ที่ใกล้เคียงกับสีทองและอยู่เหนือสีม่วงมาก ซึ่งพร์ระดับนี้สามารถเข้าร่วมกับกองกำลังั์ใหญ่ของอาณาจักรต้าเหยียนได้โดยที่ไม่ต้องทดสอบด้วยซ้ำ แม้กระทั้งผู้าุโระดับบรรพจารย์ยุทธ์หรือเหนือกว่านั้นก็อาจจะมารับหนานิเป็ศิษย์โดยตรง
เพียงแต่หนานิที่กำลังััหินทดสอบพร์ เขาไม่ได้สนใจเสียงตื่นเต้นภายนอก เพราะตอนนี้เขากำลังตื่นเต้นที่ได้ยินเสียงของระบบดังขึ้น
ใช่แล้วตอนนี้นิ้วทองของหนานิได้ตื่นขึ้นมาแล้ว
‘ ในที่สุดการรอคอยสิบสามปีก็สำเร็จเสียที ’ หนานิรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก
[ เชื่อมต่อกับโฮสต์เสร็จสิ้น…ขอต้อนรับโฮสต์เข้าสู่ระบบอัญเชิญสรรพสิ่ง ]