“ปัง! ปัง! ปัง!”
“อ๊ากกก!”
“ถอยก่อนดีกว่าพี่ฉี พวกทหารมากันเยอะเหลือเกิน เราเสียคนไปมากแล้ว ถอยก่อนหากไม่ตายพวกเรายังมีโอกาสที่จะแก้แค้นพวกมันได้”
ถังซานคนสนิทของฉีฮ่าว เอ่ยขึ้นมา ตอนนี้พวกเขาสองคนกำลังต่อสู้อยู่กับหน่วยจู่โจมที่เข้ามาทลายแผนการส่งมอบสินค้าครั้งล่าสุดของเขา พวกเขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าแผนวันนี้มันรั่วไปถึงหูพวกมันได้อย่างไร
“ใครคือหัวหน้าหน่วยจู่โจมครั้งนี้?” ฉีฮ่าวกัดฟันเอ่ยถามคนสนิทด้วยความโมโห
“เป็ไอ้ิซัวหลงครับพี่ฉี เป็มัน”
“บ้าเอ้ย!!! มันอีกแล้วหรือ มันจะจองเวรอะไรกับฉันนักหนา ฉันต้องสูญเสียทั้งเงินทองและของให้กับมันมาหลายครั้งแล้วนะ ิซัวหลงแกกับฉันคงจะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้แล้ว”
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ของพวกเขาเป็รองมากจนไม่สามารถที่จะต่อกรได้แล้วฉีฮ่าวจึงหลบหนีออกไปพร้อมกันคนสนิทอีก 5 คน
//////
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
“เรียบร้อยดีไหม หัวหน้าหน่วยิ? ได้ของกลางมาเยอะหรือเปล่า” เสียงของหัวหน้าของเขาเอ่ยมาตามสาย
“เรียบร้อยดีครับท่าน ของกลางได้มาเยอะ แต่ว่าเ้าฉีฮ่าวมันหนีไปได้ครับ”
เขาเอ่ยรายงานหัวหน้าอยู่พักหนึ่งก่อนจะส่งต่อพื้นที่ให้กับหน่วยที่ดูแลและเคลียร์พื้นที่ส่วนกลุ่มของพวกเขาก็ออกจากสถานที่ทันที
เมื่อเสร็จภารกิจิซัวหลงก็รีบกลับหน่วยทันที วันนี้เขามีนัดที่จะพาเย่วชิงเออร์ของเขาไปลองชุดแต่งงาน เขาไม่อยากจะไปสาย เพราะเขาผิดนัดกับเธอมา2ครั้งแล้วเมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย จางเฉินลูกน้องคนสนิทของเขาก็เดินมาหาและเอ่ยว่า
“พี่ใหญ่ที่พี่ให้ผมช่วยดูบ้านแถวชานเมืองให้ ตอนนี้มีแล้วนะ น่าสนใจอยู่ 2-3 หลัง วันไหนพี่ว่างก็พาพี่สะใภ้ไปดูได้เดียวผมจะนัดให้เอง”
“ได้สิ ขอบใจนายมาก พี่ไปก่อนนะ พอดีมีนัดกับพี่สะใภ้ของนายไม่อยากจะไปสาย”
ขณะที่เขากำลังเดินไปที่ประตูโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
“ว่าอย่างไรที่รัก ผมกำลังจะไป?”
"....".
“.คุณ..คุณเป็ใครทำไมถึงได้ใช้โทรศัพท์ของแฟนผม...”
“อะ...อะไรนะ..อุบัติเหตุอย่างนั้นหรือตอนนี้เธออยู่ที่ไหน? .
“ผมจะไปเดี๋ยวนี้”
ิซังหลงมือสั่นไปหมดหลังจากได้รับโทรศัพท์สายนั้นเขาพุ่งออกจากหน่วยและตรงไปที่โรงพยาบาลที่หน่วยกู้ภัยโทรหาทันที เขาใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าจะไปถึง เมื่อไปถึงโรงพยาบาลเขารีบวิ่งไปสอบถามที่ประชาสัมพันธ์ก่อนจะทราบว่าตอนนี้พวกเขานำคนที่ประสบอุบัติเหตุไปที่แผนกฉุกเฉินแล้ว เขารีบวิ่งไปตามทางที่นางพยาบาลบอกเอาไว้ เมื่อไปถึงเขาจำเป็ต้องยืนรออยู่ที่หน้าห้องผ่าตัด เวลาผ่านไปนานเกือบหนึ่งชั่วโมงในที่สุดคุณหมอที่เป็ผู้ดูแลก็เดินออกมา ิซัวหลงรีบวิ่งไปหาเขาทันที
“หมอ หมอครับแฟนผม แฟนเป็อย่างไรบ้าง เธอเป็...เป็อย่างไรบ้าง?”
หมอหนุ่มหมอดูชายหนุ่มที่ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะค่อยๆ ถอนหายใจและดึงหน้ากากอนามัยออก ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสงบและแ่เบาว่า
“หมอขอแสดงความเสียใจด้วยครับ คนไข้ได้รับาเ็สาหัส เธอทนพิษาแไม่ไหว เธอเสียชีวิตแล้วครับ”
“.......” .
5 เดือนต่อมา
ควันสีขาวลอยฟุ้งจากปลายบุหรี่ ม่านบังแสงแดดที่เก่าโทรมช่วยให้แสงแดดยามบ่ายคล้อยส่องผ่านเข้ามาในร้านได้เพียงริบหรี่ เสียงเพลงแจ๊ซแ่เบาจากแผ่นเสียงเก่าสร้างบรรยากาศให้ร้านดูอบอุ่นและเงียบสงบ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิท กำลังเช็ดแก้วไวน์อย่างช้าๆ ด้วยผ้าเนื้อนุ่ม ใบหน้าด้านซ้ายของเขามีรอยแผลเป็ขนาดใหญ่ปรากฎอยู่ บ่งบอกถึงเื่ราวมากมายที่ผ่านมา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจับจ้องไปที่ขวดวิสกี้เก่าแก่บนชั้นวาง ในตาของเขาฉายแววเศร้าหมอง
เขาคือ ิซัวหลง อดีตหัวทหารหน่วยรบพิเศษผู้เก่งกาจ ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชน หลังจากที่เขาสูญเสียคนรักที่กำลังจะแต่งงานกันจากอุบัติเหตุคราวนั้น ทำให้เขาโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของแฟนสาว ทำให้เขาหันหลังให้กับชีวิตทหาร เขาผันตัวมาเป็บาร์เทนเดอร์ และใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบในร้านบาร์เก่าๆ แห่งนี้ บาร์ของเขาเป็ที่รู้จักกันดีในหมู่คนบางกลุ่ม ว่าเป็สถานที่ที่สามารถลี้ภัยจากโลกภายนอก ความเก่าแก่ของชุดโต๊ะเก้าอี้และสีสันของบาร์ กลิ่นอายรอบๆ จึงเป็ที่พักใจของใครหลายๆ คนยามเย็นย่ำ
เขาสูดหายใจลึกๆ ความทรงจำอันเลวร้ายย้อนกลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้ง อุบัติเหตุครั้งนั้น ที่ทำให้เขาสูญเสียคนรักไปตลอดกาล ความรู้สึกผิดและความเศร้าโศกกัดกร่อนเขาอยู่ทุกวี่ทุกวัน
แต่ทว่าเมื่อทุกอย่างที่เขาคาดหวังสูญสลายไปแล้ว ชีวิตแต่งงานอย่างมีความสุขหลังของเขาหายไปกับอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตอีกส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา ตอนนี้เขาเป็เพียงซากของมนุษย์ที่อยู่ไปวันๆ เพียงเท่านั้น เขา้าที่จะลืมเลือนทุกอย่าง ้าที่จะหลีกหนีจากความเป็จริงที่โหดร้ายนั้น ทุกคนเขายังเฝ้าฝันเห็นใบหน้าที่อ่อนเยาว์ ดวงตาที่สดใสดังแสงตะวันของเธอ ชีวิตที่ปราศจากเธอมันช่างว่างเปล่า เขาจึงได้ตัดสินใจเดินออกมาจากจุดเดิมๆ ที่เคยอยู่ ออกมาลองทำสิ่งใหม่ๆ พบผู้คนใหม่ๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียวแล้วคิดฟุ้งซ่านอีกต่อ
เขาตัดสินใจที่จะซื้อบาร์เล็กๆ ที่เขาเคยมานั่งดื่มกับเธอ ซึ่งในตอนนั้นไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลใด บาร์แห่งนี้ได้ประกาศเซ้งกิจการพอดี
เขาย้ายออกมาจากอพาร์ตเม้นต์และย้ายมาอยู่้าของบาร์แห่งนี้ เขาใช้ชีวิตเรียบง่ายและช้าลง
บาร์แห่งนี้เปรียบเหมือนโลกอีกใบของเขา โลกที่เขาสามารถปลดปล่อยความคิดและค้นหาความสงบเพื่อเยียวยาจิตใจ…ทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆ ตัวเขาในยามนี้ ทั้งบรรยากาศ และเสียงเพลงที่กำลังขับกล่อมจากเครื่องเล่นจานเสียง สร้างบรรยากาศที่ชวนให้อารมณ์ล่องลอย สงบ เข็มที่วางบนแผ่นเสียงหมุนรอบอย่างช้าๆ กลายเป็เพลงไพเราะ กังวาน ผสมผสานกับเสียงรบกวนเบาๆ จากเสียงแก้วจานกระทบกัน เขาปล่อยให้เสียงเพลงพาเขาไปยังอีกโลกหนึ่ง โลกแห่งจินตนาการ โลกที่เต็มไปด้วยความงดงาม โลกที่ปราศจากความกังวล โลกที่ปราศจากความทุกข์ มีเพียงเสียงเพลง และความสงบสุขเพื่อเยียวยาจิตใจอันเ็ป จากการสูญเสีย แม้วันเวลาจะผ่านพ้นมานาน แต่าแในความรู้สึกของเขาก็ยังไม่อาจที่จะประสานกันได้เสียที
การเป็บาร์เทนเดอร์ และได้พูดคุยกับแขกที่มานั่งหน้าบาร์ และฟังพวกเขาบอกเล่าเื่ราวตัวเอง พวกเขาเ่าั้เป็เสมือนเพื่อนที่คอยปลอบประโลมใจให้กันและกัน เพื่อปลดปล่อยอารมณ์ บางคนก็บอกเล่าเื่ราวของความสุข บางคนเื่ราวความทุกข์ คืนแล้วคืนเล่า ความสุขความทุกข์คละปะปนกันไป ตรงร้านสุราเล็กๆ ในมุมถนนแห่งนั้น....
****เปิดมาพระเอกก็สูญเสียเลย น่าสงสารจังเลย***
