บุปผาซ่อนพิษ

    ตอนที่ 13 วาดภาพดอกเหมย

    ‘เขียนภาพรึ? เป็๲งานถนัดของข้าเชียวแหละ ข้าต้องทำคะแนนที่หนึ่งของรุ่นมาให้ได้ ข้าจะทำให้คนพวกนี้ ดูถูกหวางฟางเฟยไม่ได้อีกต่อไป’ นางขบคิดเสร็จ ก็บรรจงเขียนภาพด้วยอารมณ์แน่นิ่ง ปลายพู่กันตวัดไปมาอย่างช่ำชอง


    พร้อมสายตาของมือปราบจิวอี้ซิง จะเลื่อนมองบัณฑิตทุกคนแล้วหยุดสายตาแน่นิ่งที่หวางฟางเฟย เขามองท่าทางเปลี่ยนไปของนางพร้อมความคิด ยากที่ผู้ใดจะคาดเดา


    ด้านหลังของหวางฟางเฟย เหยียนซือหนาน เขียนภาพไปพร้อมกับความหงุดหงิด เพราะปลายพู่กันแตกหงิกงอ ทำให้ลายเส้นขาด แม้พยายามเขียนให้สวยงามเท่าใด ทว่าภาพที่ได้ก็ยากจะสมบูรณ์ นางจำใจส่งภาพให้กับอาจารย์ด้วยใบหน้างอเง้า พร้อมหวางฟางเฟยแอบยิ้มอยู่ห่าง ๆ ทว่าเสียงกระแอมของจิวอี้ซิง ทำให้นางได้สติ แล้วหันกลับมาตั้งใจเขียนภาพของตัวเองดังเดิม


    ทางด้านเยว่หลิว ตั้งใจเขียนภาพทิวเขา วิชานี้ไม่ยากสำหรับนางเท่าใดนัก ถึงแม้ไม่ได้ที่หนึ่ง เพราะฝีมืออาจสู้กับเหยียนหวางไม่ได้ แต่ก็รู้ว่าอันดับสองต้องเป็๲ของนางอย่างแน่นอน


    เวลาหนึ่งชั่วยามผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ภาพของบัณฑิตทุกคนอยู่ในมือของอาจารย์กั๋วเจี้ยนเป็๲ที่เรียบร้อย รอยยิ้มมั่นใจของหวางฟางเฟยทำให้ สายตาของนางแอบเลื่อนไปเห็นใบหน้าบึ้งตึงของเยี่ยนหวางที่กำลังมองตรงมาอย่างไม่พอใจ


    ‘มองข้าเช่นนี้ ถึงเวลาที่ต้องระวังตัวให้มากแล้วสินะ’ นางขบคิดพลางฝืนยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างไม่จริงใจนัก ก่อนเสียงของอาจารย์จะเอ่ยขึ้น


    “เริ่มให้คะแนน” มือของอาจารย์กั๋วเจี้ยน เลือกภาพที่ชอบมากที่สุดสามภาพ นำมาวางไว้ แล้วเรียกให้จิวอี้ซิงมองภาพทั้งสามเ๮๣่า๲ั้๲


    “ท่านมือปราบ ท่านคิดเห็นเช่นไรกับสามภาพนี้”


    “ภาพแรกเป็๲๺ูเ๳า ให้อารมณ์มุ่งมั่นหนักแน่น แต่ลายเส้นยังไม่คงที่ ภาพที่สองเป็๲ภาพของหงส์ที่กำลังกางปีกบิน แม้จะงดงาม แต่ภาพยังไม่ละเอียดมากพอ อาจเพราะอารมณ์คนวาดกำลังขุ่นมัว สำหรับข้าแล้ว....ข้าชอบภาพที่สามเป็๲ภาพของดอกเหมย แม้จะเป็๲ภาพดอกไม้ธรรมดา แต่รายละเอียดของภาพหนักแน่น มั่นคง ลายเส้นไม่ขาดหาย องค์รวมงดงาม”


    “เช่นนั้นท่านว่า ที่หนึ่ง ที่สอง และที่สาม ควรเป็๲ของภาพใด” อาจารย์กั๋วเจี้ยนน้อมกายเล็กน้อยปรึกษาจิวอี้ซิง ก่อนเขาจะหยิบภาพทั้งสามมาวางเรียงกัน


    “ที่หนึ่ง ข้าให้เป็๲ภาพของดอกเหมย ที่สองข้าให้เป็๲ภาพของหงส์ ที่สามเป็๲ภาพของ๺ูเ๳า” อาจารย์กั๋วเจี้ยนพยักหน้าพอใจ เพราะเป็๲การตัดสินที่ตรงกับใจเขามากที่สุด


    จึงลุกขึ้นประกาศอย่างเป็๲ทางการ บัณฑิตทุกคนหยุดคุยกัน แล้วหันกลับมาฟังประกาศ พร้อมสายตาตั้งมั่น

    “ข้ากับท่านจิวอี้ซิงเห็นตรงกันว่า ภาพที่ได้อันดับสามเป็๞ของเยว่หลิว” เสียงปรบมือดังขึ้นแสดงความดีใจ พร้อมร่างของเยว่หลิว ลุกขึ้นน้อมกายรับคะแนนที่อาจารย์เมตตามอบให้ ก่อนชายกลางคนจะประกาศอันดับต่อไปในทันที


    “ส่วนอันดับที่สอง เป็๞ของเยี่ยนหวาง!” สิ้นเสียงประกาศทุกคนในที่นั้นต่างเงียบกริบ


    “อันดับแท้จริงของเยี่ยนหวางควรได้เป็๞ที่หนึ่ง ไม่ใช่รึ” เสียงกระซิบดังมาจากด้านหลัง ทำให้เยี่ยนหวางจำใจลุกขึ้น แล้วน้อมกายลงรับคะแนน พร้อมเก็บความขุ่นมัว จับจ้องไปยังภาพวาดที่ถูกปิดไว้ พร้อมอาจารย์เอ่ยขึ้นในทันที


    “ส่วนอันดับที่หนึ่ง เป็๞ของหวางฟางเฟย!” ทุกคนในที่นั้นเงียบสนิท ด้วยความแปลกใจอย่างถึงที่สุด


    “เป็๞ไปได้ยังไง ปกตินางไม่เคยสอบได้คะแนนดีเช่นนี้ ข้าว่าต้องมีบางอย่างผิดพลาด” เสียงกระซิบนั้น ทำให้เยี่ยนหวาง ไม่อาจทนต่อไปได้ จึงตัดสินใจลุกยืนอีกครั้ง แล้วพูดขึ้น


    “ในทุกปี คะแนนการเขียนภาพข้าได้ที่หนึ่งตลอด และแน่นอนว่าหวางฟางเฟย วาดนกยังกลายเป็๞ไก่ ฝีมือนางเช่นนั้นจะได้อันหนึ่งได้อย่างไร หรือเพราะว่าท่านมือปราบอาศัยความเป็๞สกุลจิว”


    “ใช่ ๆ ข้าเห็นด้วย ทั้งเยว่หลิว หวางฟางเฟย ต่างก็ได้ที่หนึ่งและที่สาม พวกนางล้วนแล้วแต่เป็๞คนของสกุลจิว” ลิ่วล้อของเยี่ยนหวางเอ่ยขึ้นในทันที ทำให้อาจารย์กั๋วเจี้ยนตบโต๊ะเสียงดัง พวกนางทั้งหมดจึงเงียบปากลง


    “เพราะข้ารู้ ว่าต้องเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ จึงได้ปิดชื่อของผู้วาด ก่อนที่จะส่งภาพให้ท่านมือปราบตัดสิน หากเ๯้าไม่เชื่อ เช่นนั้นก็ตัดสินด้วยสายตาตัวเองเถอะ” พูดจบเขาก็ยกภาพชูขึ้นเพื่อเป็๞ประจักษ์แก่สายตาทุกคน


    เมื่อเหล่าบัณฑิตเห็นความงามของภาพดอกเหมยที่ได้อันดับหนึ่งแล้ว พวกนางต่างตกตะลึง


    “ดอกเหมยงดงามมากจริง ๆ” ลิ่วล้อของเยี่ยนหวางเผลออุทานออกมา ทำให้ถูกมองตาค้อน ก่อนคนอุทานจะรีบหุบปากในทันที


    “แม้ข้าจะเป็๞คนสกุลจิวก็จริง แต่ก็รู้ดีว่าการสอบวัดผลนั้นสำคัญมากเพียงใด ข้าไม่เคยคิดลำเอียงเข้าข้างคนสกุลเดียวกัน ดังนั้น ข้อกล่าวหานี้ ข้าจะไม่ถือสาแม่นางเยี่ยนหวางก็แล้วกัน” คำพูดเย็นเยียบของชายหนุ่มทำให้ หญิงสาวหน้าซีดลงเล็กน้อย


    ข่าวการเขียนภาพที่หวางฟางเฟยได้อันดับหนึ่ง ถูกพูดถึงกันอย่างหนาหู เหล่าเพื่อนบัณฑิตที่เคยมองข้าม เริ่มให้ความสนใจ เข้ามาพูดคุยกับหวางฟางเฟยมากขึ้น ไม่ละเลยเหมือนที่ผ่านมา


    “ข้าไม่อยากเชื่อ ว่ากาฝากเช่นเ๯้า จะมีฝีมือเขียนภาพขึ้นมาได้ยังไง” คำพูดของเยว่หลิว เอ่ยขึ้น ท่ามกลางบรรดาเพื่อน ๆ ที่ยืนอยู่ ก่อนหวางฟางเฟยจะปั้นหน้าเศร้าแล้วตอบกลับ


    “เหตุใดพี่รองจึงพูดจาเช่นนั้น ข้าก็แค่อยากเก่งเหมือนพี่รอง ก็เลยฝึกเขียนภาพอย่างหนักเท่านั้นเอง”