ตอนที่ 7: บุรุษสายเปย์กับเตาต้มชาที่อบอุ่น
ความพยายามของ ‘เย่ว์เสียน’ ในการเอาชนะใจอดีตยอดกระบี่ผู้เฉยชา ไม่เคยแ่ลงเลยแม้แต่วันเดียว
หลังจากแอบสืบรู้มาว่า ‘ซ่งเหวิน’ โปรดปราน “ขนมโก๋หยกกวาง์” ขนมหวานสูตรโบราณจากเมืองหลวงที่ทำยากและหาทานได้เฉพาะในราชสำนักหรือคฤหาสน์ขุนนางชั้นสูงเท่านั้น... มีหรือที่อดีตประมุขพรรคมารสายเปย์ผู้ร่ำรวยล้นฟ้าจะปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือไป!
กลางดึกคืนนั้น เย่ว์เสียนแอบเป่านกหวีดไร้เสียง ส่งสัญญาณลับเรียก ‘นกพิราบสื่อสารพรรคมาร’ เพื่อส่งจดหมายด่วนที่สุดถึงสมุนเก่าที่กระจัดกระจายอยู่ตามเมืองต่างๆ
‘สั่งคนของเรา! ภายในสามวัน... ต้องนำขนมโก๋หยกกวาง์จากห้องเครื่องเมืองหลวงมาส่งให้ข้าที่โรงน้ำชาชิงซินให้ได้! หากขนมไม่สดใหม่ หรือรสชาติไม่ได้เื่...ข้าจะตามไปสั่งสอนพวกเ้าทีละคน'
เช้าวันต่อมา บรรยากาศในโรงน้ำชาชิงซินยามอร่อยเต็มไปด้วยความงุนงง
ซ่งเหวินก้าวลงมาจากชั้นสอง เขากำลังจะเดินไปเปิดประตูร้านตามปกติ ทว่าพอเปิดบานประตูไม้ออก... ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาอดีตมือกระบี่อันดับหนึ่งถึงกับหยุดนิ่ง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนเป็โบ
ตรงหน้าประตูร้าน มีกล่องไม้แกะสลักลวดลายหงส์เหินปักดิ้นทองอย่างหรูหรา วางซ้อนกันอยู่สูงเกือบเท่าหัวคน! แถมยังแผ่กลิ่นหอมอบอวลของขนมโบราณสดใหม่ที่เพิ่งออกจากเตาโชยเตะจมูก
“เถ้าแก่! ตื่นแล้วหรือขอรับ!”
เย่ว์เสียนในชุดบ่าวเสิร์ฟชาชะโงกหน้าออกมาจากหลังกล่องไม้ ยิ้มตาหยี๋จนแก้มปริ “ข้าเห็นท่านชอบกินขนมโก๋... ข้าก็เลย... เอ่อ สั่งบ่าวที่บ้านเก่าให้ส่งมาให้ท่านลองชิมดูขอรับ! สดใหม่จากเมืองหลวงเลยนะ!”
ซ่งเหวินมองกองกล่องขนมหรูหราอลังการที่ถ้าประเมินราคาแล้ว น่าจะซื้อโรงน้ำชาของเขาได้ทั้งหลัง ก่อนจะเลื่อนสายตามามองเด็กหนุ่มตรงหน้า “คุณชายเย่ว์... ขนมโก๋หยกกวาง์ ต้องสั่งจองล่วงหน้าในเมืองหลวงเป็เดือน และใช้รถม้ากู่เหวินขนส่งอย่างเร่งด่วน... นี่ท่านเหมาขนมโก๋ทั้งร้านของเมืองหลวงมาเลยหรือ?”
เย่ว์เสียนยักไหล่ ทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ “ก็นิดหน่อยขอรับ... ข้ากลัวว่าถ้าสั่งมากล่องเดียวแล้วมันไม่อร่อย ท่านจะไม่ประทับใจ ก็เลยให้เขาทำมาทุกสูตร ทุกรสชาติเลย”
ขณะนั้นเอง ‘จิ่งเหอ’ ที่เดินงัวเงียออกมาพร้อมกับ ‘มู่ชิง’ ที่แบกฟืนเดินผ่านพอดี จิ่งเหอมองกองกล่องขนมตาค้าง “โอ้โห... นี่มันขนมโก๋เมืองหลวงนี่! ข้าเคยได้ยินแต่ชื่อ ยังไม่เคยเห็นของจริงเลย!”
มู่ชิงส่ายหน้าเบาๆ พลางกระซิบกับจิ่งเหอเสียงต่ำ “อย่าแปลกใจเลย... เวลาท่านประมุขอยากได้อะไร เขาใช้เงินฟาดหัวศัตรูยังได้ นับประสาอะไรกับขนม”
เย่ว์เสียนหยิบกล่องไม้ชั้นบนสุดขึ้นมา เปิดฝาออกเผยให้เห็นขนมโก๋เนื้อเนียนละเอียดสีขาวนวลกลิ่นหอมฟุ้ง น้องบรรจงใช้ตะเกียบหนีบขนมชิ้นหนึ่งขึ้นมา แล้วยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากของซ่งเหวิน “เถ้าแก่... ลองชิมดูสิขอรับ ข้าตั้งใจหามาให้ท่านจริงๆ นะ”
ดวงตาดอกท้อคู่งั้นฉายแววคาดหวัง สว่างไสวบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งความกลเม็ดเด็ดพราวแบบมารร้าย มีเพียงความใส่ใจและอยากประคบประหงมคนที่ตนรักอย่างเต็มหัวใจ
ซ่งเหวินมองใบหน้างดงามและดวงตาคู่นั้น... หัวใจที่เคยปิดตายและเยือกเย็นมานานปี พลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ราวกับมีเตาต้มชาจุดขึ้นกลางอก
อดีตยอดกระบี่ไม่เอ่ยปฏิเสธเหมือนทุกครั้ง เขายอมก้มหน้าลงไป กัดกินขนมโก๋ชิ้นนั้นจากตะเกียบในมือของเย่ว์เสียนเบาๆ
รสชาติหวานละมุน ละลายในลิ้น ผสมผสานกับกลิ่นหอมของดอกไม้โบราณ อร่อยสมคำล่ำลือ... ทว่าสิ่งที่หวานยิ่งกว่าขนม คือสายตาออดอ้อนและรอยยิ้มร่าเริงของคนตรงหน้า
“เป็อย่างไรบ้างขอรับ? อร่อยไหม?” เย่ว์เสียนถามเสียงใส ลุ้นจนตัวเกร็ง
ซ่งเหวินเคี้ยวขนมช้าๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “อืม... พอใช้ได้ ขอบใจท่านมาก”
ถึงคำตอบจะดูราบเรียบ แต่สายตาที่ซ่งเหวินมองเย่ว์เสียนในยามนี้ กลับไม่มีความระแวงหรือความเหินห่างอยู่อีกเลย มีเพียงความนุ่มนวลที่ค่อยๆ ซึมลึกทีละน้อย
เย่ว์เสียนะโโลดเต้นด้วยความดีใจ ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว “เย้! ถ้าท่านชอบ วันหลังข้าจะสั่งให้เขามาส่งทุกอาทิตย์เลย!”
“พอแล้ว... แค่นี้ก็กินได้เป็ปีแล้ว” ซ่งเหวินเอ่ยดักคอ พลางหยิบกล่องขนมส่งให้จิ่งเหอ “จิ่งเหอ... ยกไปแบ่งกันกินหลังร้านไป”
“เย้! ขอบพระคุณขอรับศิษย์พี่!” จิ่งเหอรับกล่องขนมมาอย่างอารมณ์ดี รีบลากแขนเสื้อของมู่ชิงไปหลังร้านทันที “มู่ชิง! ไปกินขนมกัน! เ้าพรรคมารสายเปย์นี่ใจดีเหมือนกันนะเนี่ย!”
มู่ชิงมองตามแผ่นหลังของเย่ว์เสียนที่กำลังหัวเราะร่าอยู่กับซ่งเหวิน หัวใจของมู่ชิงที่เคยเ็ปบัดนี้กลับราบเรียบขึ้นมาก เขาไม่ได้รู้สึกอิจฉาซ่งเหวินอีกต่อไปแล้ว เมื่อเห็นว่าท่านประมุขของตนมีความสุขอย่างแท้จริง
และเมื่อหันกลับมามองจิ่งเหอที่กำลังแบ่งขนมใส่จานอย่างตื่นเต้น... มู่ชิงก็พบว่า เตาต้มชาในหัวใจของเขาก็กำลังเริ่มจุดติดขึ้นมาเช่นกัน