หรงกุ้ยเฟยจ้องลึกเข้าไปในดวงตามุ่งมั่นของหลานสาวก่อนจะถอนใจ สองปีก่อนหลังจากที่น้องสาวของนางจากไปในวังมีสนมชายา่ชิงความโปรดปรานกันนับไม่ถ้วน ผู้มีบุตรก็ใช้บุตรเป็สะพาน ผู้ใดไม่มีก็ทำทุกทางเพื่อจะได้ตั้งครรภ์ั ทว่านางไม่เคยสนใจสิ่งเ่าั้ ตำแหน่งฮองเฮาด้วยแล้วยิ่งไม่้า
ฮองเฮาผู้เดียวในใจฮ่องเต้ไท่เสียนมีเพียงเซี่ยฮองเฮาเท่านั้น จะแย่งชิงกันไปก็เท่านั้น สองปีมานี้องค์หญิงใหญ่อยู่ในตำหนักอันหนิงได้รับความดูแลจากฮ่องเต้โดยตรงก็เพราะไม่้าให้องค์หญิงถูกผู้ใดใช้เป็เครื่องมือปีนขึ้นสู่ตำแหน่งฮองเฮา และตัวองค์หญิงเองก็ไม่ยินยอมให้ผู้ใดขึ้นมาแทนที่มารดา แม้แต่นางที่เป็ป้า แล้ววันนี้...
“เด็กน้อยเช่นเ้า เหตุใดจึงกล่าวเื่เช่นนี้”
“เสด็จป้าหนิงเอ๋อร์รู้ความกว่าที่ท่านคิด มีแค่ท่านเป็ฮองเฮา พวกเราถึงจะปลอดภัย โดยเฉพาะเสี่ยวเซวียนกับเสี่ยวหลง...ท่านเป็ฮองเฮาเถอะ”
“เด็กน้อยเอ๋ย คลื่นลมในวังหลัง ผู้ใดไม่รู้บ้างว่าหลี่ซูเฟยคือผู้ที่เสด็จพ่อของเ้าโปรดปรานที่สุด นางงดงามเพียงนั้น ไหนเลยจะ่ชิงความโปรดปรานมาได้ ไหนจะเจาอี๋จากนอกวังที่เข้ามาพร้อมกับบุตรสาวนั่นอีก ได้ยินว่านางงดงามเป็หนึ่ง พวกนางต่างเป็สาวงาม ส่วนข้า...หยาบกระด้าง”
“เสด็จป้าไม่ได้หยาบกระด้าง แต่เสด็จป้าเมินเฉยเสด็จพ่อมากไปต่างหาก จึงไม่ได้รับความโปรดปราน” องค์หญิงน้อยผู้บอกว่าตนรู้ความกล่าวแล้วก็กระแอมอย่างคนจะพูดจาจริงจัง “หากท่านเอาใจเสด็จพ่อบ้าง เสด็จพ่อต้องโปรดปรานท่านมากกว่าหลี่ซูเฟย หรือเจาอี๋ผู้นั้นแน่”
“เพราะ...เสด็จป้าของหนิงเอ๋อร์งดงามมาก”
มิใช่การยกยอเกินตน หรงกุ้ยเฟยนั้นงดงามมากจริง ๆ และนอกจากงดงามแล้วยังมีความองอาจสง่างามด้วย หากได้สวมใส่เครื่องทรงฮองเฮาจะต้ององอาจและน่ามองเป็แน่
“หนิงเอ๋อร์ ป้ามิได้ปรารถนาอำนาจและความโปรดปราน”
“แต่อำนาจและความโปรดปรานเป็เกาะป้องกันพวกเราจากอันตรายได้”
“ความโปรดปรานของเสด็จพ่อเ้าเป็เพียงกับดัก” หรงกุ้ยเฟยยังคงแย้ง ทว่าองค์หญิงตัวน้อยมิได้ยอมแพ้ นางยื่นมือมาเกาะแขนผู้เป็ป้าก่อนจะส่งสายตาออดอ้อนให้
“เสด็จแม่...ปกป้องหนิงเอ๋อร์เหมือนลูกสาวผู้หนึ่งด้วย”
“อันหนิง?”
“ให้หนิงเอ๋อร์เป็ลูกอีกคนของเสด็จแม่นะเพคะ หนิงเอ๋อร์ก็เหมือนกับนกที่ไร้ต้นไม้ให้เกาะยึด ท่านกล่าวว่าความโปรดปรานของเสด็จพ่อคือกับดัก เช่นนั้นมีเพียงความโปรดปรานของเสด็จพ่อหนิงเอ๋อร์ก็คงโดนกับดักเล่นงานจนยากจะรอดพ้น ท่านเป็ต้นไม้ใหญ่ให้หนิงเอ๋อร์ไม่ได้หรือ”
“เด็กน้อย...” หลานสาวที่คล้ายภาพทับซ้อนของน้องสาวที่อยู่เบื้องหน้าทำให้หรงกุ้นเฟยมิอาจจะปฏิเสธใด ๆ ได้อีก นางใจอ่อนยวบั้แ่ที่ถูกเรียกว่าเสด็จแม่แล้ว การที่องค์หญิงน้อยเรียกนางว่าเสด็จแม่ นั่นเท่ากับชีวิตที่เหลือองค์หญิงน้อยไว้ใจให้นางคอยประคองให้นางเป็มารดาให้ในวันที่มารดาแท้ ๆ ไม่สามารถทำหน้าที่ต่อได้
แล้วนางจะไม่ทำเพื่อองค์หญิงได้อย่างไร ไม่ทำเพื่อของขวัญล้ำค่าที่น้องสาวนางมอบไว้ให้ได้อย่างไรกัน “ได้ แม่จะปกป้องเ้า แม่จะปกป้องพวกเ้าเอง”
“เสด็จแม่” เบื้องหน้านางแม้ไม่ใช่มารดา แต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นเช่นมารดา นางไม่ได้เรียกอีกฝ่ายว่าเสด็จแม่เพียงเพราะเกลี่ยกล่อมให้อีกฝ่ายยอมทำตามที่ตน้า แต่นางอยากได้รับความรักจากเสด็จป้าในฐานะบุตรเช่นเดียวกับน้องสามของนางด้วย
เพียงมองตาสองป้าหลานที่กลายเป็แม่ลูกก็เข้าใจความ้าปกป้องกันและกันของอีกฝ่าย ทว่าไม่ทันได้กล่าวสิ่งใดองค์ชายน้อยก็จูงมือพี่ชายคนรองกลับมาแล้ว
องค์ชายรองเฉินชิงเซวียนไร้มารดาั้แ่ลืมตาดูโลก องค์ชายผู้นี้ประสูติหลังองค์หญิงใหญ่เกือบครึ่งปี เซี่ยฮองเฮาเห็นใจในความอาภัพจึงรับมาเลี้ยงดู ต่อมาเซี่ยฮองเฮาสิ้นพระชนม์ เฉินชิงเซวียนจึงคล้ายถูกผู้คนลบลืม ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขาอยู่ในตำหนักใด มีเพียงคนในตำหนักเซียนซือเท่านั้นที่รับรู้ว่าองค์ชายรองมาอยู่ที่นี่กับองค์ชายสามและหรงกุ้ยเฟยแต่มักทำตัวคล้ายิญญาล่องหน
เฉินอันหนิงมองน้องชายคนรองที่ไม่ได้พบหน้ามาเนิ่นนานด้วยขอบตาที่ร้อนผ่าว ในอดีตหลังเสด็จแม่ของนางจากไป นางและเขาควรถูกรับไปอยู่ในความดูแลของเสด็จพ่อด้วยกัน ทว่าเฉินชิงเซวียนกลับขอมาอยู่ที่ตำหนักเซียนซือกับน้องสามเพื่อไม่ให้ผู้คนจับจ้องมาที่เขา ตอนนั้นนางโกรธที่น้องรองปล่อยให้นางต้องโดดเดี่ยวจึงไม่ใส่ใจเขานัก แม้แต่ฝันว่าเขาจะถูกฆ่านางยังไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น กว่าจะรู้ว่าทุกอย่างสายไปก็ตอนที่น้องรองคนนี้เหลือเพียงร่างไร้ลมหายใจ
“เสี่ยวเซวียน คืนดีกันเถิด” ทั้งที่อยากจะร้องไห้ที่ในอดีตตนปกป้องอีกฝ่ายไว้ไม่ได้ทว่าสิ่งที่กล่าวออกไปกลับมีเพียงคำว่าคืนดีกันเถิด คล้ายงอนง้อน้องชาย จนวันสุดท้ายในชาติที่แล้วนางกับเขาก็ไม่ได้คืนดีกัน...แต่ตอนนี้ยังไม่สายไป
“ฮึก” องค์ชายรองไม่ได้ตอบแต่กลับหลุดร้องไห้ราวกับเด็กขี้แยทั้งที่มักทำตัวให้เป็ผู้ใหญ่ ั้แ่ต้องแยกกันเฉินชิงเซวียนก็เป็ทุกข์และฝังใจมาตลอดว่าพี่สาวขุ่นเคืองจนไม่อยากพบหน้าอีก เขาจึงทำให้ตัวเองไร้ตัวตนให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้พี่สาวต้องระคายตา “พี่ใหญ่ไม่โกรธข้าแล้วใช่หรือไม่ ฮึก ใช่หรือไม่”
“พี่ไม่โกรธแล้ว พี่ขอโทษที่ไม่เข้าใจเ้า”
“พี่ใหญ่ ข้าคิดถึงพี่ใหญ่”
“พี่ก็คิดถึงเสี่ยวเซวียน” นางพูดแล้วก็โผเข้าไปกอดน้องชายต่างมารดาเอาไว้ เพราะวัยไล่เลี่ยกัน นาง ชิงเซวียน และอี้หลงจึงใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก แต่ั้แ่เสด็จแม่ของนางจากไปก็คล้ายกับมีมือมืดมาฉุดดึงพวกนางออกจากกัน...จากนี้ไปไม่มีอีกแล้ว
“ต่อไปพี่จะอยู่ที่นี่กับเสี่ยงเซวียนแล้วก็เสี่ยวหลง พี่จะปกป้องทั้งสองคนเอง”
“แล้วแม่ก็จะปกป้องพวกเ้าทุกคน” หรงกุ้ยเฟยเอ่ยต่อก่อนจะโอบกอดบุตรทั้งสามอย่างอ่อนโยน
“ใช่เสด็จแม่กุ้ยเฟยจะปกป้องพวกเรา”
“ท่านเรียกกุ้ยเฟยว่าเสด็จแม่หรือ...ข้าเรียกด้วยได้หรือไม่ ฮึก”
“ได้สิ ให้แม่เป็แม่ของพวกเ้าเถิด”
“ฮึก เสด็จแม่” เด็กน้อยได้มารดาสะอื้นด้วยความยินดี เฉินอี้หลงกอดพี่ ๆ ทั้งสองและมารดา ยินดีเช่นกันที่พี่ ๆ มาเป็ลูกของเสด็จแม่เช่นเดียวกับเขา ต่อไปที่นี่จะต้องมีเสียงหัวเราะมากกว่าเดิมเป็แน่