ระบบสุดยอดเทพเจ้า

    ตอนที่ 28 สามนาที

    [ท่านใช้งานร่างจำแรงเทพสายฟ้าสำเร็จ] พี่โฟใช้พลังจากประตูบานที่หกรวมกับบานที่ห้าของเขา จึงทำให้พี่โฟนั้นกลายร่างเป็นร่าจำแรงเทพสายฟ้าได้สำเร็จ “คุณสมบัติเทพ”สายตาที่เฝ้ามองนั้นรู้สึกแปลกใจ มันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีคนที่มีร่างจำแรงเทพได้


    อ็อคที่โดนแสงชำระล้าง ชำระออร่าแห่งความตายของอ็อคเลือดเดือดทีละเล็กทีละน้อย อ็อคเลือดเดือดยกมีดขึ้นโจมตี พี่โฟที่กลายเป็นร่างจำแรงเทพสายฟ้านั้นก็ได้ใช้หอกสายฟ้าต้านการโจมตี หอกสายฟ้านั้นเพิ่มพลังขึ้นจากเดิมหลายเท่าเนื่อจากที่พี่โฟนั้นใช้ร่างจำแรงเทพสายฟ้า


    ปัง!! ปัง!! ปัง!! ทั้งสองแลกการโจมตีกัน “หอกสายฟ้า” จากนั้นสายฟ้าของพี่โฟก็ไหลเข้าไปในหอกสายฟ้า หอกสายฟ้านั้นมีพลังเพิ่มขึ้นไปอีก พี่โฟขว้างหอกไปข้างหน้าสุดแรง คลื่นแรงกระแทกของการขว้างหอกนั้นเกิดเสียงดัง ซูม!!


    จากนั้นหอกก็พุ่งเข้าใส่อ็อคเลือดเดือดหอกนั้นเล็ไปที่ศรีษะ จากนั้นก็มีออร่าแห่งความตายปริศนาโพยพุ้งขึ้นมาจากพื้นดิน จากนั้นเสียงระบบก็ดังขึ้น [อ็อคเลือดเดือดเพิ่มพลังถึงขีดสุดพัฒนาสู่ระดับเปิดประตูบานที่หก] เมื่อเสียงประกาศเงียบไป หอกของพี่โหก็พุ่งเข้าประทะกับศรีษะของอ็อคเลือดเดือดในทันที




    “หมดเวลาสามนาทีแล้ว” หวังอีฮังตะโกนบอก พี่โฟที่เป็นร่างกำแรงเทพก็กลับมาเป็นร่างมนุษย์แบบปกติ หอกสายฟ้าที่โจมตีใส่อ็อคเลือดเดือดก็สลายไป 


    อ็อคเลือดเดือดยกมือขึ้นออร่าแห่งความตายที่มือของอ็อคเลือดเดือดนั้นดูน่ากลัวอย่างมาก พี่โฟนั้นเขาหมดแรงไม่อาจที่จะหนีจากฝ่ามือของอ็อคเลือดเดือดได้เลย


    หวังอีฮังเองก็ทุ่พลังทุกอย่างเพื่อป้องกันพลังจากฝ่ามือ แสงไร้ทางต้านของเขานั้นเริ่มเกิดรอยร้าวขึ้น “ข้าเริ่มไม่ไหวแล้ว” เพร้ง!! แสงไร้ทางต้านแหลกกระจุย พี่โฟที่โดนฝ่ามือนั้นร่างกายเริ่มแตกสลาย แต่ทันใดนั้นเขาก็ได้หายตัวไป เหลือไว้เพียงหวังอีฮังที่นั่งหลับตารความตายจากฝ่ามือนั้น


    ร่างกายของหวังอีฮังสลายหายไป เหลือไว้เพียงฝุ่นควรที่คะคุ้งเต็มห้องไปหมด พรึ๊บ!! แฮกๆ “ศิษข้าเกิดอะไรขึ้นกัน”ผู้อาวุโสสี่มองศิษย์ตัวเองด้วยความร้อนใจ 


    “มันเกิดอะไรขึ้นเจ้าอธิบายมาให้ข้าฟังให้หมด”ผู้อาวุโสสี่สั่งศิษย์ที่มีพลังรักษาพื้นฟูอาการบายดเจ็บให้ศิษย์ของตน ออร่าแห่งความตายในร่างของพี่โฟนั้นมีมากจนเกินไป ผู้อาวุโสจึงให้ศิษย์ไปตามอาจารย์ที่มีพลังในการรักษามาเพื่อช่วยพี่โฟ


    “เกิดอะไรขึ้น”ศิษย์คนหนึ่งเอ่ยขึ้น เขานั้นได้รับสั่งให้มายังถ้ำหลากสีเพื่อช่วยเหลือ ศิษย์คนหนึ่งที่อยู่ในถ้ำ “พี่ซานหมินข้าว่าเราควรไปแจ้งเรื่องทางสำนักก่อนเถอะ”ศิษย์น้องคนหนึ่งเขานั้นรู้สึกหวาดกลัวกับสภาพแวดล้อมและเแรงสั่นสะเทือนได้เกิดขึ้น


    “พวกเจ้ากลับกันก่อนเลยก็ได้เดียวข้าเข้าไปตรวจสอบเอง” พี่ซานหมิน เปิดประตูบานที่ห้าและจากนั้นก็ได้มีสัตว์ตัวหนึ่งนั้นก้าวท้าวออกมา หน้าตาของสัตว์ตัวนี้ทำให้ชายหลายคนรู้สึกตัวสั่นด้วยความเกรงกลัว


    “เคทมิ้วเจ้าพาข้าไปที่นั้นที”พี่ซานหมินขี่เคทมิ้วเดินทางไปที่ถ้ำหลากสี ทิ้งให้ศิษย์หลายคนนั้นยืนตกตะลึงและมองเขาที่ค่อยๆเดินหายลับไป


    “ข้าจะตามศิษย์พี่ซานหมินไป ใครที่ไม่ไปก็จงรีงกลับสำนักไปซะ” จากนั้นศิษย์์ที่เอ่ยขึ้นเขาก็รีบวิ่งตามซานหมินไปในทันทีศิษย์คนอื่นๆมองหน้ากันแบะพยักหน้า จากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็วิ่งตามศิษย์พี่ซานหมินเพื่อไปตรวจสอบถ้ำหลากสีด้วยกัน


    เมื่อทั้งกลุ่มเดินทางไปถึงแต่ก็ไม่พบกับผู้ใดพบแต่เพียงสิ่งก่อสร้างบางอย่างที่พังลงมา จากนั้นทั้งกลุ่มก็กลับไปที่สำนักและแจ้งข่าวให้กับประมุขทราบ”ท่านประมุขข้านั้นไม่พบผู้ใดเลยแม้แต่คนเดียว” พี่ซานหมินกล่าวตามความจริงที่เขาพบเห็น จากนั้นนพี่ซานหมินก็ออกจากห้องประมุขไป


    “ผู้อาวุโสท่านจะหลบอีกนานเท่าใด” ประมุขเอ่ย จากนั้นก็มีชายชราออกมาจากกำแพงห้อง “วิชาพรางตัวของข้ายังโดนเย้ามองออกอย่างเช่นเคยสินะ ฮ่าๆ” เซียนอีกล่าวและหัวเราะขึ้นมา


    “ว่าแต่ท่านเซียนอี้ ศิษย์ของข้าบอกว่าไม่พบแม้แต่คนเดียวที่สุสานแห่งนั่น ถ้าเด็กคนนั้นเกิดตายขึ้นมาทางสำนักเราคงเสียหายอย่างมาก”ประมุจกล่าวอย่างกังวล


    “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไปเด็กคนนั้นไม่ตายโดยง่ายหลอก ยังไงเสียโชคตาของเขานั้นจะต้องกลายเป็นวีรบุรุษสักวัน”เซียนอี้กล่าวขึ้น ประมุขสำนักกล่าวแย้ง”ท่านยังเชื่อเรื่องเล่าแบบนั้นอยู่เรอะ มันไม่มีทางที่จะเป็นจริงไปได้หลอก ท่านเองก็น่าจะรู้ดีกว่าใครๆไม่ใช่เหรอไง”


    เซียนอี้ถอนหายใจ”สักวันเจ้าจะรู้เอง”จากนั่นเซียนอี้ก็หายไปยากห้องของเจ้าสำนัก เจ้าสำนักนั้นพรึมพรัม”ระดับที่เหนือกว่าโลกใบนี้งั้นเหรอมันจะมีจริงได้ยังไงกัน มันก็เป็นแค่ตำนาน”