วิฬาร์ เด็กสาวนักศึกษามหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เธอเป็ลูกสาวคนโต ที่โตมากับแม่เลี้ยงเดี่ยว มหาลัยแห่งนี้มีชื่อเสียงในเื่การจบยากมากๆ อย่างไรก็ตาม วิฬาร์ เป็เด็กจากครอบครัวฐานะปานกลางค่อนข้างไปทางยากจน เธอต้องขอทุนการศึกษาทุกปี แม้ว่าแม่ของเธอจะบอกเธอเสมอว่าสามารถช่วยเื่ค่าเทอมได้ แต่เธอก็รู้ดีว่าแม่ของเธอต้องดูแลน้องชายที่อยู่ในชั้นมัธยมอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตามเธอต้องทำงานพิเศษเพื่อหาค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันไปด้วย เธอได้ทำงาน Part-time เป็พนักงานขายเื่สำอางแห่งหนึ่ง ด้วยอัธยาสัยที่ดีของเธอทำให้เพื่อนๆ ร่วมงาน หัวหน้า และ ลูกค้าชื่นชอบในการบริการและการแนะนำสินค้าของเธออย่างมาก ชีวิตของเธอวนเวียนซํ้าไปซํ้ามา ตื่นมาไปเรียน กลับมาทำงานพิเศษ ชีวิตวิ่งวนและไม่สามารถหยุดชีวิตได้ ไม่ต่างจากหนูจั่น ราวกับว่ายนํ้ากลางมหาสมุทร เหนื่อยแต่ไม่อาจหยุด ไร้ซึ่งท่อนไม้หรือเกาะให้พักพิง
อยู่มาวันหนึ่งเธอตื่นมาด้วยความเหนื่อยล้า แต่สีลิปสติกที่เธอใช้เป็ประจำกับมีสีอ่อนลง บางทีเธอคงใช้มันมานานจนอาจใกล้หมดอายุแล้วก็ได้ เธอแต่งหน้นานกว่าปกติ เธอรีบเร่งไปเรียนตามตารางการเรียนของเธอตามปกติ เธอมีเพื่อนสนิทเป็กลุ่มเล็กๆ และเธอมั้งจะอยู่เงียบภายในกลุ่มเลยไม่มีใครสนใจเธอมากกว่า แต่วันนี้ทุกคนในห้องกับมองเธอมากกว่าปกติ แม้เธอจะสงสัยแต่เธอก็ไม่ได้ติดใจอะไรขนาดนั้น
ั้แ่เหตุการณ์ที่ทุกคนในห้องมองเธอแปลกนั้น ่ที่ผ่านมาเธอก็มักจะหยิบเครื่องสำอางผิดให้ลูกค้าบ่อยๆ จนหลังๆ เธอต้องคอยให้คนอื่นเช็กสีเครื่องสำอางให้เธอซํ้าอีกครั้ง ชีวิตของเธอมักต้องเสียเวลาการเดินทางด้วยรถประจำทางสาธารณะ ขึ้นรถเมล์ กับรถสองแถว บางครั้งเธอถึงกับต้องตัดสินใจยืนรอเป็ชั่วโมงเพียงเพื่อได้นั่งรถเมล์พัดลมที่ราคาถูกกว่าไม่กี่บาท แม้เธอจะพยายามอย่างสุดความสามารถเธอก็มีเงินเก็บในแต่ละเดือนเพียงแค่ 1000 บาทเท่านั้น หนึ่งปีเธอสะสมได้แค่ 12000 บาท และสุดท้ายก็ต้องเสียมันไปกับค่าเทอม ไม่ก็ต้องจ่ายไปกับค่ารายงาน
วันหนึ่งพ่อของเธอโทรมาหาเธอบอกว่า่นี้เขาจะต้องไปผ่าตัดเนื่องจากเป็นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ แน่นอนว่าพ่อของเธอนั้นหย่าร้างกับแม่ และได้ไปแต่งงานใหม่ แน่นอนว่าเขาเป็สามีที่แย่ แต่เขาก็ยังเป็พ่อที่ไม่ได้เลวร้ายมากนัก แน่นอนว่าการผ่าตัดเพื่อรักษานิ่วไม่ใช่เื่ใหญ่ในสมัยปัจจุบัน เพียงแต่แน่นอนว่ามันก็ต้องใช้เงิน พ่อของเธอนั้นไม่ได้จะขอเงินจากเธอแต่อย่างไร แต่สิ่งที่เขา้าก็แค่อยากจะสื่อกับเธอว่า่นี้เขาอาจไม่สามารถให้เงินช่วยเหลือได้ เพราะต้องนำไปจ่ายค่าผ่าตัด ซึ่งเื่นั้นวิฬาก็เข้าใจดี
ในสัปดาห์ต่อมาเธอต้องไปทำเื่ขอผ่อนผันค่าเทอมเพราะเธอพึ่งใช้เงินเก็บจ่ายค่างานกลุ่มไป โดยมีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อกอหญ้า เธอเป็คนที่สนิทกับวิฬามากที่สุดในกลุ่ม ในวันนี้กอหญ้ามาส่งเธอเพราะการขอผ่อนพันค่าเทอมของทางมหาลัยต้องให้อาจารย์ที่ปรึกษา ยอมเซ็นเอกสารให้ กอหญ้าถามวิฬาว่าทำไม่หลังนี้วิฬาถึงเปลี่ยนการแต่งหน้า กอหญ้าพูดแนวแซวว่าไปเจอผู้ชายดีๆ มารึเปล่า แม้วิฬาจะหัวเราะและคิดว่ามันเป็เพียงแค่มุกตลกของกอหญ้าเท่านั้น เพราะสำหรับวิฬาเธอรู้อยู่แล้วว่า กอหญ้ารู้ว่าในแต่ละวันวิฬาเหนื่อยมากแค่ไหน แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ตอบอะไรกอหญ้า อาจารย์ที่ปรึกษาก็เรียกเธอเข้าไปเซ็นเอกสารซะก่อน
วิฬาคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างนอบน้อม นี้ไม่ใช่ครั้งที่วิฬาเธอเข้ามาเพื่อทำเื่ขอผ่อนผัน แต่ในครั้งนี้อาจารย์ที่ปรึกษากับทำท่าทีแปลกๆ อาจารย์ที่ปรึกษาอยู่ขอเบอร์ติดต่อของผู้ปกครอง วิฬาแม้จะสับสนแต่เธอก็ส่งเบอร์แม่ของเธอให้อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ที่ปรึกษากดมือถือติดต่อหาแม่ของวิฬาแต่ติดต่อไม่ได้ อาจารย์เลยขอเบอร์ติดตต่อพ่อของวิฬาแทน วิฬาก็ส่งเบอร์ติดต่อให้อาจารย์ที่ปรึกษาคนนั้นแต่กว่าเธอจะรู้ตัวว่าอาจารย์จะโทรหาผู้ปกครองเธอเพื่อสอบถามเื่ค่าเทอม พ่อของเธอก็รับโทรศัพท์จากอาจารย์ที่ปรึกษาไปแล้ว วิฬาได้แต่โกรธตัวเองที่ไม่คิดให้ได้เร็วกว่านี้ ให้อาจารย์โทรศัพท์ถามเื่เงินจากพ่อของตัวเองในตอนที่เขาจะใช้เงินตัดผ่าเนี่ยอะนะ วิฬาได้แต่กัดฟันแน่น เธอพยายามกดข่มอารมณ์ขอตัวเองให้สถานการณ์ในตอนนี้พา สุดท้ายอาจารย์ที่ปรึกษาก็คุยกับพ่อของวิฬาเสร็จก่อนจะเซ็นเอกสารให้วิฬา วิฬารับเอกสารก่อนเดินออกมาแล้วรีบเข้าไปสงบสติอารมณ์ในห้องนํ้า แม้ว่ากอหญ้าจะพยายามเรียกวิฬาแต่วิฬาก็ไม่ได้หยุดคุยกับกอหญ้าได้เลย
วิฬาใช้เวลาสักพักเลยกว่าเธอจะรวบรวมสติได้ ก่อนจะออกมาจากห้องนํ้า เมื่อออกมาจากห้องนํ้าก็เห็นว่ากอหญ้ากำลังพยายามจะเข้าไปคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาของวิฬา วิฬารีบเข้าไปพาตัวของกอหญ้าหนีออกมาก่อนเื่มันจะบานปลาย ถึงจนสุดท้ายวิฬาจะไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรกับกอหญ้า แต่เธอก็อธิบายจนกอหญ้าคลายความกังวล แม้ชีวิตในมหาลัยจะเหนื่อยมากแต่ก็มีกอหญ้าที่ช่วยให้เธอพอหัวเราะออกมาได้
วันแล้ววันเล่าชีวิตของวิฬายังคงต้องวนเวียนทำงานกับเรียน เรียนกับทำงาน ทำซํ้าแล้วซํ้าเล่า ไม่ต่างจากการวิ่งมาราธอนหรือการว่าบนํ้ากลางมหาสมุทร ไร้ซึ่งเกาะหรือท่อนไม้ให้หยุดพัก เธอรู้นอนได้ยากขึ้น และแม้เธอจะตื่นนอนก่อนเวลาที่ควรจะตื่น เธอก็ไร้ซึ่งแรงจะลุกจากเตียง และใจ่ใกล้สอบ เวลาพักผ่อนก็ยิ่งน้อยลงไปอีก ยิ่งเวลาผ่านไปเธอก็ยิ่งเหนื่อยล้า หลายครั้งเธอก็จะมีปัญหากับการทำงานกับคนในกลุ่ม
วันหนึ่งแม่ของเธอก็โทรมาเพื่อขอยืมเงิน แม่ของวิฬาพึ่งจ่ายค่าเทอมให้น้องของเธอไป วิฬาได้แต่ต้องกัดฟันให้แม่ของเธอยืมเงินไป เธอเหลือเงินไปมาก เธอต้องเก็บเอาไว้ใช้สำหรับค่าเดินทางไปทำงานพิเศษ วิฬาเหลือไปทำงานในห้องทุนเพื่อแลกคูปองทานอาหาร เมื่อช่วยงานครบ 6 ชั่วโมงเธอจะได้คูปองอาหารกลางวันหนึ่งมื้อ ส่วนมื้อเย็นในความโชคร้ายก็มีความโชคดี ห้องสมุดของมหาลัยเธอจะมีการตั้งขนม กาแฟและนํ้าหวานให้นักศึกษาอ่านหนังสือเตรียมสอบ วิฬาใช้ขนมที่ห้องสมุดแจกทานแทนข้าวเย็น เธอต้องใช้ชีวิตวนเวียนแบบนี้ไปอีกหนึ่งสัปดาห์ เพื่อรอเงินเดือนที่ทำงานพิเศษของเธอออก ในวทุกวันที่ตื่นนอนเธอมักต้องจ้องมองเพดาน เป็เวลานานก่อนที่เธอจะลุกจากเตียง ยิ่งเวลาผ่านได้เธอก็รู้สึกว่า มีคนมองหน้าเธอมากขึ้นเรื่อยๆ จากเมื่อก่อนแค่คนในห้องจนตอนนี้แม้แต่คนแปลกหน้าก็ยังมองเธอด้วยสายตาประหลาด สุดท้ายเธอจึงเลิกแต่งหน้านอกจากเวลาไปทำงานพิเศษเท่านั้น
วันแล้ววันเล่าผ่านไป เธอโดนรุ่นตำหนิบ่อยครั้งเมื่อเธอหยิบสีลิปสติกผิดให้ลูกค้า และในบางครั้งเธอก็ไปสอบสายเพราะไปผิดตึก เธอเหนื่อยเหลือเกินแต่กับรู้ว่าไม่สามารถหยุดได้ หลายครั้งเธอมองไปรอบๆ ตัวกับรู้สึกเหมือนทิวทัศน์สีจางๆ เป็สีเทา และเหมือนๆ กันไปหมด
กอหญ้าที่เห็นเพื่อนเธอเริ่มแปลกไป หลายครั้งเธอพยายามชวนวิฬาปเที่ยวหรือไปกินเลี้ยง แต่วิฬาก็ปฏิเสธมาโดนตลอด แต่ในวันนี้กอหญ้าขอร้องให้วิฬาไปส่งเธอที่ห้องดนตรี เพราะกอหญ้าอยากจะฝึกเล่นคีย์บอร์ด เพราะเธออยากไปจีบรุ่นพี่ที่ชมรมดนตรี แม้วิฬาอยากจะนอนพักมากกว่า แต่เพื่อนสนิทของเธออุตส่าห์เป็ฝ่ายขอร้องให้ไปเป็เพื่อน วิฬาเลยไม่ปฏิเสธ เธอไปส่งกอหญ้าฝึกซ้อมดนตรี และ ที่นี่เต็มไปด้วยเด็กๆ มีทั้งเด็กที่ฝึกเล่นมาั้แ่เด็ก และ คนวัยเดียวกันกับกอหญ้าจะยังเล่นไม่เป็เพลง วิฬาได้แต่มองเพื่อนของเธอฝึกเล่นคีย์บอร์ดกับหรอกเด็กน้อย มีเด็กบางคนที่เข้ามาล่อกอหญ้าตามประสา แต่กอหญ้าก็หัวเราะและเล่นหน้าเล่นตากับเด็กๆ อย่างสนุกสนาม
ทันทีที่เธอเห็นหน้าเพี้ยนของกอหญ้า วิฬาก็หลุดขำออกมา ทั้งทีที่เธอหัวเราะ ทิวทัศน์รอบตัวเธอก็เปลี่ยนไป สีที่ซีดจาง สดใสขึ้น ก่อนที่ที่มันจะหายไปและกลับมาสีซีดอีกครั้ง วิฬารู้ได้ทันทีว่ามันเกิดอะไรกับตัวเธอ อยู่ๆ เธอก็มีนํ้าตาไหลออกมา กอหญ้าที่เห็นเพื่อนร้องไห้เธอก็หยุดทุกอย่างเพื่อมาดูเพื่อนของเธอ ทั้งทีที่วิฬาเห็นใบหน้าของกอหญ้า เธอก็ร้องไห้ออกมาเหมือนกับเด็กพร้อมกับดึงกอหญ้าเข้ามากอด กอหญ้าเองแม้จะใแต่พอใจสภาพของเพื่อนเธอเป็แบบนั้น เธอก็ปลอบโยนและลูบหัววิฬาอย่างโล่งใจ ราวกับเพื่อนของเธอได้วางภาระทุกอย่างลง แม้จะเป็่เวลาสั้นก็ตาม