ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 13 เนื้อสุนัข
ระหว่างที่ทั้งสองนั่งคุยกัน ลู่ต้าที่อยู่ข้างๆชี้ไปด้านหน้าก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ตรงนั้นมี กระต่ายป่า!"
เมื่อเห็นว่ามีกระต่ายป่าอยู่ไม่ไกลจากที่พวกเขานั่งพัก เหล่าลู่ก็เอ่ยกับจางหย่งขึ้นว่า
"จางหย่ง หยิบหน้าไม้ที่วางอยู่ตรงนั้นให้ข้าที"
จางหย่งหันมองไปตามนิ้วของเหล่าลู่ก็พบหน้าไม้อันเล็กวางอยู่ที่พื้นใกล้ๆ ก่อนหน้านี้ที่เหล่าลู่หยิบสิ่งของออกจากตะกร้าสะพายหลัง หน้าไม้อันเล็กนี้ก็เป็หนึ่งในสิ่งที่เขาหยิบออกมา จางหย่งจ้องมองหน้าไม้อันเล็กด้วยความสนใจ ข้างๆหน้าไม้ มีไม้ที่ถูกเหลาจนแหลมมัดรวมกันวางไว้อยู่ใกล้ๆ จางหย่งรีบหยิบหน้าไม้ส่งให้เหล่าลู่ทันที
เหล่าลู่ที่ได้รับหน้าไม้มาก็เริ่มภารกิจล่ากระต่ายป่าทันที เขาหยิบลูกศรไม้ที่ถูกเหลาจนแหลมพาดใส่หน้าไม้ แล้วยกขึ้นในระดับสายตาเล็งไปที่กระต่ายตัวนั้น เมื่อรู้สึกว่าตรงกับเป้าหมาย เขาก็ปล่อยลูกศรออกไปทันที
ฟุบ~ เสียงลูกศรแหวกอากาศปะทะเข้ากับเป้าหมายอย่างแม่นยำ
ลู่ต้าไม่ได้รู้สึกแปลกใจในการกระทำของพ่อ ปกติแล้วหากสัตว์ป่าที่พบเป็กระต่ายหรือสัตว์ตัวเล็กๆ พ่อของเขาแทบไม่เคยพลาดเป้าหมาย ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้โชคดีพบพวกมันบ่อยนัก แต่จางหย่งที่เห็นการกระทำของเหล่าลู่ถึงกับตื่นตะลึง เขามีความฝันอยากออกท่องเที่ยวรอบโลก เขาอยากไปเปิดหูเปิดตา ได้เห็นสิ่งต่างๆที่ตัวเองไม่เคยเห็น บางทีการมาอยู่ในร่างนี้ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ เขาได้แต่คิดในใจ
เหล่าลู่ที่เห็นว่าลูกศรปักไปที่เป้าหมาย ก็ลดหน้าไม้ลงแล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ เก็บกระต่ายป่าตัวนั้นขึ้นมาแล้วยื่นให้กับจางหย่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"กระต่ายตัวนี้เ้าเก็บไว้ก็แล้วกัน"
"ท่านลุงลู่เป็คนล่ามา จะให้ข้ารับมาได้อย่างไร"
จางหย่งรีบปฏิเสธทันที เขาไม่ได้ทำอะไรเลยก่อนหน้านี้ เมื่อล่าสัตว์ได้กลับนำมาให้เขา แบบนี้เขาจะกล้ารับได้อย่างไร แต่เหล่าลู่ไม่ยอมให้เขาได้ปฏิเสธ
"เอาไปเถอะ เ้ายังมีลูกๆ รออยู่อีกสามคน คงไม่ได้มาบ่อยนัก ข้ากับลูกจะมาล่าเมื่อไหร่ก็ได้"
จางหย่งกล่าวขอบคุณเหล่าลู่ด้วยความซาบซึ้ง หากวันหนึ่งเขาได้ดีขึ้นมา เขาจะไม่มีวันลืมบุญคุณของคนตระกูลลู่อย่างแน่นอน แล้วทั้งสามก็ออกเดินทางต่อ พวกเขาเก็บเห็ดและผักป่ามากมายเพื่อนำกลับไปทำอาหาร แต่ไม่ได้พบสัตว์ป่าที่จะล่าออกมาได้อีก พวกเขาจึงพากันกลับออกจากป่า ทางกลับบ้านเหล่าลู่ต้องผ่านบ้านของจางหย่ง ดังนั้นจางหย่งจึงชวนทั้งสองให้แวะพักที่บ้านของเขา
เมื่อทั้งสามคนหนึ่งตัวมาถึงบ้านของจางหย่ง เด็กๆที่นั่งเล่นอยู่หน้าบ้านต่างวิ่งเข้ามาหาทันที
"ท่านพ่อ อุ้มๆ"
"ท่านพ่อ กลับมาแล้วหรือขอรับ"
"ท่านพ่อได้ไก่ป่าอีกไหมขอรับ"
ลู่ต้าที่ได้ยินเื่ไก่ป่าก็เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งด้วยความสงสัยก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า
"พี่จางล่าไก่ป่ามาได้ด้วยหรือ?"
"ใช่แล้ว ตัวใหญ่มากๆด้วยขอรับ"
อาฟู่ลูกชายคนรองเอ่ยขึ้นพร้อมวาดมือเป็วงกลมใหญ่เกินจริงจนจางหย่งเอามือลูบหัวตัวเองทีหนึ่งด้วยความเก้อเขิน จะบอกว่าเขาล่าได้ก็ไม่นับว่าผิด แต่เขาไม่ได้ล่าได้ด้วยตัวเอง เป็เพราะความสามารถของมิติต่างหาก เขาจึงไม่กล้าพูดออกมาได้อย่างเต็มปาก แต่เขาก็ยังพยักหน้ารับ
ลู่ต้าที่เห็นเช่นนั้นก็ดวงตาเป็ประกายทันที ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"พี่จางหย่งล่าอย่างไรหรือ วันหลังพาข้าไปด้วยได้หรือไม่"
"มันแค่บังเอิญเท่านั้นเอง"
ลู่ต้าที่ได้ยินคำตอบของจางหย่งก็ไม่อยากจะเชื่อ ไก่ป่าเป็สัตว์ที่ล่าค่อนข้างยาก ขนาดเหล่าลู่ผู้เป็บิดายังแทบไม่เคยล่ามันได้ นอกเสียจากมันมาติดกับดักที่เขาวางเอาไว้เสียเอง หากบอกว่าบังเอิญได้มาไม่รู้ว่าจะต้องมีโชคขนาดไหนกัน
"อาเฟย ไปเอาน้ำมาให้ท่านลุงลู่กับลู่ต้าที"
จางหย่งที่เห็นสองพ่อลูกสนใจเื่ไก่ป่าก็เปลี่ยนเื่ทันที
"ขอรับ"
กล่าวจบอาเฟยลูกชายคนโตก็เดินไปตักน้ำที่บ่อน้ำขึ้นมายื่นให้ทั้งสองคนได้ดื่ม รวมถึงพ่อของเขาด้วย ทั้งสามดื่มน้ำด้วยความกระหาย
"ได้ดื่มน้ำแล้วรู้สึกสดชื่นดีจริงๆ"
เหล่าลู่เอ่ยขึ้น อาจเป็เพราะก่อนหน้านี้เขาแบ่งน้ำบางส่วนให้จางหย่งทำให้เขาได้รับน้ำเข้าสู่ร่างกายน้อยกว่าปกติ พอได้ดื่มน้ำเต็มที่จึงรู้สึกมีแรงขึ้นมาทันที ลู่ต้ากับจางหย่งเองก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก ราวกับความเหนื่อยล้าก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น เสี่ยวเหมาที่เห็นเ้านายดูสดชื่นขึ้นก็เอ่ยอย่างโอ้อวดว่า
'เ้านาย ที่ท่านหายเหนื่อยเร็วขนาดนี้ ต้องยกความดีความชอบให้น้ำในมิติของข้า'
จางหย่งที่ได้ฟังถึงกับงุนงง น้ำในลำธารกับน้ำในมิติมันมีความแตกต่างกันด้วยงั้นหรือ เขาจึงเอ่ยถามขึ้นว่า
'น้ำในมิติของเ้ามันดีกว่าน้ำปกติอย่างไร'
'น้ำในมิติข้ามีพลังิญญาน่ะสิ'
'พลังิญญา?'
ก่อนหน้านี้ตอนที่ได้ต่อสู้กับคนที่มาระรานบ้าน สุนัขมิติตัวนี้เคยเอ่ยถึงพลังิญญาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นเขาไม่มีเวลามาสนใจเื่นี้ ต่อมาเมื่อได้ยินเื่เกี่ยวกับพลังิญญาอีกครั้งเขาจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
'เ้านาย โลกใบนี้แบ่งมนุษย์ออกเป็สองพวก หนึ่งคือผู้มีพลังิญญาและสองคือผู้ไม่มีพลังิญญา พลังิญญาคือพลังที่แฝงอยู่ในร่างกาย หากใครมีพลังิญญานี้ก็จะสามารถฝึกพลังยุทธได้ และมีความสามารถหลายๆอย่างมากกว่าคนปกติ น้ำในมิติมีพลังิญญาหากผู้มีพลังิญญาดื่มเข้าไปจะช่วยเพิ่มพลังิญญา แต่หากคนปกติดื่มจะช่วยลดความเหนื่อยล้า ทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามากกว่าน้ำปกติทั่วไป'
จางหยงที่ได้ฟังคำพูดของเสี่ยวเหมาก็มีดวงตาเป็ประกายทันที หากเป็เช่นนั้นทุกเช้าเขาต้องรีบตื่นขึ้นมาเติมน้ำในบ่อจากน้ำในมิติเพื่อให้ลูกๆของเขาได้กินเสียแล้ว จางหย่งให้อาเฟยกับอาฟู่นำกระบอกน้ำของเหล่าลู่กับลู่ต้าไปเติมในบ่อให้เต็มก่อนพวกเขากลับไป
"อีกไม่ไกลก็จะถึงบ้านแล้ว เ้าไม่ต้องลำบากหรอก"
"ยังไงเติมให้เต็มเอาไว้ย่อมดีกว่านะขอรับท่านลุงลู่"
เมื่อได้ฟังคำพูดของจางหย่ง พวกเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีนี้อีก จึงยื่นกระบอกน้ำไปให้เด็กๆเติมน้ำจนเต็มแล้วก็ขอตัวลากลับบ้านไป
หลังจากทั้งสองกลับไปแล้ว จางหย่งก็หยิบของจากตะกร้าออกมา ด้านในมีผักและเห็ดอยู่มากมาย เด็กทั้งสามที่เห็นแค่ผักกับเห็ดก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย จนเมื่อจางหย่งหยิบกระต่ายป่าที่เหล่าลู่ให้ไว้ออกมา อาฟู่ลูกชายคนรองถึงกับอุทานออกมาว่า
"ว้าว วันนี้มีเนื้อกินอีกแล้ว"
อาฟงลูกชายคนเล็กเดินเข้ามาดูใกล้ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"หมา หมา"
ทั้งสามที่เห็นท่าทางของอาฟงน้องชายคนเล็กต่างก็หัวเราะออกมาเสียงดัง ก่อนจะเอ่ยแก้ไขความเข้าใจผิดว่า
"นี่คือกระต่ายป่า ไม่ใช่หมาเหมือนเสี่ยวเหมานะ"
กระต่ายป่าที่ถูกล่าได้มีขนสีน้ำตาล สีเดียวกับเสี่ยวเหมา อีกทั้งมีลักษณะขนยังมีส่วนที่คล้ายกัน อาฟงที่ได้ยินคำพูดของพี่ชายก็มองไปทางเสี่ยวเหมาทีหนึ่งแล้วหันไปมองทางกระต่ายป่าทีหนึ่ง เขาขี้ไปที่กระต่ายป่าแล้วก็เอ่ยขึ้นว่า
"หมา หมา เหมือนเสี่ยวเหมา"
เสี่ยวเหมาถึงกับสะดุ้งสุดตัว นี่เ้าเด็กนั่นคิดว่าตัวเองจะได้กินเนื้อสุนัขงั้นหรือ? เหอะ หากเป็เช่นนั้นจริงสงสัยมันคงจะอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้วกระมัง มันจึงรีบวิ่งหนีไปหลบใต้โต๊ะด้วยความหวาดกลัวพร้อมทั้งส่งเสียงครางอย่างน่าสงสารออกมา ท่ามกลางเสียงหัวเราะดังไปทั่วทั้งบริเวณบ้าน