สะใภ้ทั้งสองได้ยินที่ยัยจิงจิงคนนี้พูดก็อึ้ง จะให้ลูกสาวสุดที่รักของพวกเธอหาบของไปขายเนี้ยนะ!! จะเป็ไปได้ยังไง ลูกสาวพวกเธอสวยออกอย่างนี้จะไปทำงานใช้แรงงานแบบได้ยังไง แถมยังน่าอายจะตายไป งานนี้สมควรให้ลูกบ้านสามอย่างยัยลั่วอิงทำคนเดียวก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ ยัยนั้นบอกให้ทำอะไรก็ทำอยู่แล้วซ้ำบ้านสามที่มีตัวไร้ประโยชน์กันตั้งสามคน!!
พอหนิงเฟิ่ง ชูจิน ชิงหว่าน ได้ยินว่า ยัยจิงจิงบอกให้พวกเธอหาบของไปขายในเมืองก็โกรธจนหน้าดำหน้าแดง ใครจะไปทำกัน น่าอายจะตายไป!!!
เยี่ยชูเจินที่จ้องนาฬิกาของจิงจิงอย่าอิจฉาตั้งนานแล้วก็โพล่งออกมาทันที “นาฬิกาที่พี่สาวใส่นี่ก็คงหลายหยวนไม่ใช่เหรอ มีเงินไม่ถึงร้อยหยวนคงซื้อไม่ได้ ไหนจะจักรยานนั้นอีก ทำไมพี่สาวไม่เอามันไปขายหรือเอาให้พวกเรา พวกเราจะได้เอาเงินมาเปิดร้านก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอ!!”
พอแม่ชิงได้ยินจากปากว่าลูกตัวเองอดหลับอดนอนต้องแบกของไปขายด้วยก็ทนไม่ไหวปล่อยโฮ่ ออกมาร้องไห้เสียงดังพร้อมกับะโออกมา “พวกเธอเห็นลูกฉันเป็ตัวอะไร เป็กระเป๋าเงินให้พวกเธอฉกฉวยหรือยังไง!!! เป็แม่เอง เป็แม่เองที่ไม่เอาไหน ปล่อยให้ลูกลำบากอยากเข็น แล้วยังไม่รู้อีก โฮฮ โฮ จิงจิงลูกแม่ทำไมลูกต้องมาทนลำบากแบบนี้นะ ฮื้อ ฮื้ออ แม่ พอเถอะ แล้วถ้าพวกเธอยังจะเอาเปรียบลูกสาวฉันอีกละก็ฉันขอสู้ตายแล้วจะไม่กลับมาที่บ้านนี้อีก” พูดแล้วก็ปล่อยโฮขึ้นมาอีก จนจิงจิงต้องมาปลอบ นี่แม่เล่นละครอยู่หรือร้องไห้จริงๆ กันเนี้ย?
พอเยี่ยซ่านเฉินเห็นความวุ่นวายตรงหน้าก็พูดขึ้นเสียงดัง “พอได้แล้ว!! พวกแกก็โตกันขนาดนี้แล้วยังจะมาขออะไรกับหลานตัวเล็กๆ กัน ถ้ามีความสามาถก็หากันเอาเอง ส่วนแกเยี่ยชิงหยุดร้องไห้ได้แล้ว แล้วแกพูดว่าอะไร แกจะไม่มาบ้านนี้แล้วยังนั้นเหรอยังไงแกก็เป็คนสกุลเยี่ยอยู่วันยังค่ำ ส่วนหลานจิงจิง ตาเข้าใจว่าหลานลำบากมากกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ต่อไปนี้ไม่ต้องพูดถึงเื่นี้กันอีกแล้ว ใครอยากทำอะไรก็หาทางกันเอาเอง!!” ว่าแล้วก็บอกให้ทุกคนแยกย้าย สะใภ้ทั้งสองพอได้ยินพ่อสามีพูดแล้ว ก็ได้แต่ไม่พอใจ เกือบจะได้เงินมาเปิดร้านแล้วเชียว แต่ก็ไม่กล้าที่จะเถียงพ่อสามีอยู่ดี
พอว่าตาคนนี้นับว่ามีเหตุผลอยู่บ้าง ไม่อย่างนั้นคงมีเื่ให้ชมอีกเยอะ พอทุกคนสงบปากสงบคำได้สักครู่ ก็ยิ้มแย้มพูดคุยกันปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อนซะงั้น ช่างเป็ครอบครัวที่น่ากลัวเสียเหลือเกิน
“จิงจิงอย่าโมโหไปเลยนะ ส่วนงานหาบของไปขายของครอบครัวเราน่ะ ลั่วอิงทำเองก็พอแล้วเด็กคนนี้แข็งแรงจะตายไป ไม่เห็นเหรอว่าพอหาบของไปขายในเมืองยังได้เจอผู้คนมากมาย รวมทั้งชายที่ชื่ออะไรนะ เสิ่นอวี้เฉิน ที่เป็คนเมืองหลวงนะยังตามมาส่งลั่วอิงบ่อยๆ ด้วยเลย” น้าสะใภ้ใหญ่ที่คิดว่ายังหาเื่ได้ไม่มากพอก็รีบใส่ไฟขึ้นอีก
แม่ชิงหูผึ่งขึ้นมาทันที เธอยังไม่ได้มาดูเื่สนุกของครอบครัวคนอื่นแท้ๆ แต่ดันโดนครอบครัวนี้รังแกซะก่อน ตอนนี้เธออยากจะฟังเื่สนุกๆ บ้าง ตอนนี้จิงจิงลูกสาวเธอบอกว่าเธอไม่ได้ชอบเด็กหนุ่มเสิ่นอวี้เฉินนั้นแล้วแต่ว่าคนอื่นไม่เหมือนกัน บ้านนี้หลานสาวตั้งหลายคน ต้องมีคนตกหลุมรักเ้าเด็กหนุ่มนั้นบ้างละ เห็นว่าถึงขึ้นทะเลาะตบตีกันเลยนี่!!
พออาสะใภ้รองฮวาชิงแม่ของเยี่ยชิงหว่านกับอาสะใภ้สามฮุ่ยหลิงแม่ของลั่วอิงได้ยิน ก็หน้าซีดขึ้นมาทันที พี่สะใภ้ใหญ่นี่ช่างเหลือเกิน มาพูดถึงเด็กหนุ่มคนนั้นทำไม พอนึกถึงเื่ราวที่ ชิงหว่านไปหาเื่ลั่วอิงทั้งยังมีลงมือกันเพราะเด็กหนุ่มคนนี้มาส่งลั่วอิงที่บ้าน สะใภ้รองสะใภ้สามทั้งสองก็หน้าซีด นี่มันเกี่ยวพันถึงชื่อเสียงลูกสาวเธอ เธอจะให้คนอื่นรู้ไม่ได้เด็ดขาด!!
“พี่สะใภ้ใหญ่จะพูดเื่พวกนี้มาทำไมกัน ตอนนี้เด็กๆ ก็โตกันหมดแล้ว คนอื่นได้ยินจะคิดเหลวไหลเอาได้” สะใภ้รองรีบพูดให้พี่สะใภ้ใหญ่คนนี้หยุดเถอะ หากสืบสาวราวเื่ขึ้นมาอีก ก็จะเป็ชิงหว่านลูกสาวเธอที่ผิด ที่ไปหาเื่ทั้งยังลงมือกับลั่วอิงอยู่ฝ่ายเดียวเพราะผู้ชายคนนั้น
แม่ชิงเห็นท่าที ก็ทนอยากรู้ไม่ไหวรีบพูดทันที “อั๊ยหย๊า อย่าบอกนะว่าตอนนี้ลั่วอิงตกลงปลงใจกับเ้าหนุ่มคนนั้นแล้วช่างดีอะไรเช่นนี้ เด็กหนุ่มนั้นก็ดีจริงๆ”
ชิงหว่านที่คิดว่าตนเองสวยที่สุดในบ้านเยี่ย แต่ไม่ค่อยจะฉลาดสักเท่าไหร่ พอได้ยินที่แม่ชิงพูดว่าเสิ่นอวี้เฉินตกลงปลงใจกับลั่วอิงก็ลุกขึ้นมาพร้ะโกนทันที “ตกลงปลงใจอะไรกัน!! พี่เสิ่นอวี้เฉินจะไปชอบยัยลั่วอิงได้ยังไงกันหากเป็หนูก็ว่าไปอย่าง!!”
อาสะใภ้รองฮวาชิงเห็นอย่างนั้นรีบดึงแขนชิงหว่านอย่างแรง เธออยากจะตียัยลูกสาวโง่งมของตัวเองซะจริง ช่วยเงียบหน่อยจะได้ไหม ฉันรู้ว่าแกชอบแต่แกจะมาประกาศอย่างหน้าไม่อายอย่างนี้จะได้ไหม!!
เยี่ยหนิงเฟิ่ง กับเยี่ยชูเจิน เห็นบ้านรองกับบ้านสามทะเลาะกันก็หัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน
ส่วนบ้านสามลั่วอิงและน้องสาวอีกสองคนก็นั่งเงียบไม่พูดไม่จา
แม่ชิงอยากจะพูดอะไรอีกก็โดนจิงจิงหันมาส่ายหัวให้ ถึงเธอจะคันปากและอยากรู้อยากเห็นขนาดไหน แต่เธอก็ยังเชื่อฟังลูกสาวเธออยู่ พอหลายคนเห็นหมดเื่สนุกก็เดินกลับไปกันทีละคนอย่างน่าเสียดาย
จิงจิงอยู่ในบ้านอย่างเบื่อๆ เธออยากจะกลับบ้านเธอแล้วจริงๆ แต่แม่ชิงยังไม่กลับ จิงจิงจึงเดินออกมาดูอะไรๆ แถวหมูบ้านนี้สักหน่อย หมู่บ้านนี้ก็เหมือนหมู่บ้านชนบททั่วไป มีแต่นา ูเา และบ้านดินหลังเล็กๆ เรียงรายเต็มไปหมด เดินได้พอประมาณตอนกลับก็เห็นลั่วอิงนั่งซักผ้าในวันที่หนาวเย็นอยู่หน้าบ้านสาม เธอก็คิดว่าจะทักทายดีไหมหรือผ่านไปเฉยๆ จะดีกว่า นางเอกผู้มองโลกในแง่บวกตลอดเวลาก็ทักเธอขึ้นมาก่อนอีกแล้ว “จิงจิง เธอออกมาเดินเล่นเหรอ”
“อืมเดินดูแถวนี่แหละ เดียวสักครู่น่าจะกลับแล้ว” จิงจิงถอดหายใจแล้วเดินเข้าไปบ้านสามของลั่วอิง บ้านนี้ก็ไม่ต่างจากบ้านในชนบทหลังอื่นๆ เท่าไหร่ แต่ติดที่จะเล็กกว่าเล็กน้อยเท่านั้น
ลั่วอิงที่ตอนนี้ตากเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็มานั่งคุยกับจิงจิงที่ลานหน้าบ้าน “จิงจิง แล้วเธอมาบ้านที่ชนบทกี่วันเหรอ”
“2วันน่ะ วันพรุ่งนี้ฉันจะพาแม่ไปที่อำเภอด้วย”
“อ่อ ฉันก็ไปที่อำเภอบ่อยเหมือนกัน ต้องส่งอาหารให้คุณอาหน่ะ แล้วก็่นี้มีของขายได้หลายอย่างเลย พ่อฉันจับไก่ป่าได้ด้วยหล่ะ” จิงจิงที่เห็นลั่วอิงยิ้มอย่างสดใสทั้งที่ตัวเองทำงานหนักเกือบตายก็ต้องถอนหายใจอีกครั้ง จิงจิงค่อนข้างเห็นใจนางเอกเื่นี้จริงๆ ทำไมคนเขียนบทถึงได้เขียนนางเอกที่มีลักษณะยอมคน มองโลกในแง่ดีขนาดนี้ขึ้นมาได้นะ ตอนนี้นางเอกในนิยายที่เก่งๆ ก็ฮิตกันไม่ใช่เหรอ ทำไมเื่ที่เธออยู่ถึงเขียนนางเอกแสนดีขนาดนี้มา แต่ก็น่าเสียดายที่เื่นี้นางเอกไม่ทะลุมิติมาเหมือนในนิยายเื่อื่นๆ ไม่อย่างนั้นเธออาจจะได้เห็นมุมร้ายๆ บ้าง
แต่ในนิยายไม่เหมือนกับที่จิงจิงที่มองเห็นทุกสิ่งอยู่ตรงหน้านี้ ในนิยายกว่านางเอกจะผ่านอุปสรรคต่างๆ มันใช้เวลาอีกนานมากถึงจะมีความสุข แต่ตอนที่นางเอกพบเจอตอนนี้ล่ะ และอีกหลายๆ ปีนี้ล่ะ? ในนิยายอาจจะเขียนว่าแค่ไม่กี่ปีกี่เดือน แต่ในชีวิตจริง ปีหนึ่งนี่มันนานขนาดไหนกันจะต้องทำแบบนี้อีกนานขนาดไหน เธอจะช่วยนางเอกคนนี้บ้างดีไหมนะ จิงจิงเป็คนใจอ่อนเธอรู้ตัวตัวเองดี ยิ่งเฉพาะกับคนที่ดีกับเธอ ถ้าเธอช่วยได้เธอก็อยากที่จะช่วย
ตอนแรกๆ ที่จิงจิงคิดว่านางเอกยังไงก็คือนางเอกผ่านอุปสรรคต่างๆ นานา แต่ก็จะมีความสุขในตอนสุดท้ายเพราะเป็นางเอก ถึงจะลำบากหน่อยแต่พอผ่านมันไปได้ก็คงมีความสุขแต่นั่นมันคือชีวิตที่สรุปเื่ราวในนิยาย ไม่ใช่คนเป็ๆ ที่ยืนสนทนากันอยู่ตอนนี้นี่หนา เอาเถอะคิดซะว่า เธอช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกันบนโลกนี้เถอะ
“ถ้าเธอไปในเมืองเธอก็แวะมาหาฉันที่ร้านหรือบ้านได้นะ เธอยังไม่รู้จักร้านฉันนี่นะงั้นแวะมาที่บ้านก่อนก็ได้ ตอนเช้าๆ ฉันยังไม่เข้าร้านหรอก แล้วถ้าเธอสนใจอยากจะรับเสื้อร้านฉันไปขายดูเธอก็ลองทำดูได้ ถ้าเธอไม่อายที่จะต้องตั้งของขายแผงลอยแล้วละก็นะ ฉันจะให้เสื้อผ้าเธอไปก่อนเธอขายได้แล้วค่อยหักทุนมาให้ฉัน ฉันจะให้ราคาส่งเธอเป็ยังไง แต่ว่ามีข้อแม้ เธอห้ามบอกกับคนที่บ้านเยี่ย บ้านใหญ่ บ้านรอง และคุณอาที่อยู่ในเมืองเด็ดขาดว่าฉันให้เธอนำเสื้อไปขาย เธอคงจะรู้ว่ามันจะวุ่นวายขนาดไหน เธอจะทำได้ไหม?”
ลั่วอิงได้ฟังก็อึ้ง จิงจิงอยากให้เธอนำเสื้อผ้าที่ร้านไปขายงั้นเหรอ มันน่าอายตรงไหน นี่ มัน ดี ดีมาก เธอเคยเห็นคนตั้งแผงลอยขายของตามริมทางหรือแม่แต่ตลาดของขายดีมาก ถ้าเธอสามารถขายได้อย่างนั้น มันต้องได้เงินเยอะมากแน่ๆ ตอนนี้ครอบครัวเธอแทบไม่มีเงินเลย เงินที่เธอขายได้มาทั้งหมดก็ไม่ใช่ของครอบครัวเธอคนเดียว ถ้าได้ขายเสื้ออย่างที่จิงจิงว่าจะดีสักแค่ไหน ตอนนี้แม่เธอก็มีอาการปวดท้องบ่อยๆ แม่แต่เงินหาหมอยังไม่มีเลย ไหนจะยังน้องสาวเธออีกที่ตัวผอมแห้งขนาดนั้นเธอต้องทำ
“ฉัน ฉันทำได้ จิงจิง เธอจะให้ฉันทำจริงๆ นะ” ลั่วอิงตื่นเต้นมาก
“อืมถ้าเธอรับปากเื่ที่ฉันขอไว้ คราวหน้าเธอเข้าอำเภอก็มาหาฉันที่บ้านเถอะ”
“ฉันรับปากเธอ ฉันจะไม่บอกใคร ขอบคุณมากนะจิงจิง” เห็นท่าทางดีใจของลั่วอิง จิงจิงก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ ก็นะ เหมือนที่ระบบบอกว่าเธอสามารถใช้ชีวิตของเธอได้ตามความ้าของเธอ แล้วเธอยังต้องกังวลหรือปัญหาใดๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นางเอกหรือพระเอก พระรอง ตอนนี้ก็แค่ผู้คนที่อยู่ในชีวิตจริงๆ ของเธอก็เท่านั้น หนทางอีกยาวไกลจริงๆ
แล้วอีกอย่างเธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภารกิจของระบบคืออะไร ผูกมิตรคนไว้เยอะๆ ก็ดีเหมือนกันนะ!!