เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 2 บทที่ 36 ลู่เป๋าเหยียนประมูลกำไล

            การประมูลดำเนินไปอย่างคึกคักแต่ซูเจี่ยนอันหาได้สนใจไม่ เธอเอาแต่ก้มหน้าพิมพ์ข้อความหาซูอี้เฉิง

            ลู่เป๋าเหยียนมองเธอต้วยสายตาเย็นเขากำลังรอว่าเมื่อไรกันเธอจึงจะนึกถึงเขา

            “ลำดับต่อไปเราจะทำการประมูลกำไลหยกจากคุณนายซูกันนะครับ” เสียงพิธีกรดังขึ้นมาพร้อมกับภาพถ่ายของกำไลหยกที่ถูกฉายขึ้นบนสไลด์ด้านหลังจากนั้นพิธีกรจึงเริ่มแจ้งราคาเริ่มต้นของกำไลชิ้นนี้

            การประมูลกำไลได้เริ่มต้นขึ้นแล้วแต่ซูอี้เฉิงก็ยังไม่ตอบข้อความเธอ

            เธอเห็นดังนั้นจึงรีบโทรหาเขาทันทีแต่ทว่าซูอี้เฉิงดันปิดเครื่อง

            ในตอนนั้นเองราคาของกำไลก็สูงขึ้นไปถึงสี่แสนหยวนอย่างรวดเร็ว

            สมองของซูเจี่ยนอันเริ่มคิดหาทางออกไม่ว่าอย่างไร เธอจะไม่ยอมให้กำไลวงนี้ตกไปอยู่ในมือคนอื่นเป็นอันขาด

            “สี่แสนห้า”

            “หกแสน”

            ราคาเริ่มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆซูเจี่ยนอันร้อนใจเสียยิ่งกว่าอะไร และในตอนนั้นเอง

            “สามล้านหยวน”เสียงที่ดังขึ้นทำเอาทั่วทั้งห้องจัดงานเงียบไปชั่วขณะ

            กำไลวงนี้ดูมีมูลค่ามากก็จริงแต่ถึงอย่างนั้นราคาก็ไม่สูงถึงสามล้านหยวนแน่ๆ

            ซูเจี่ยนอันหันไปมองหน้าคนเอ่ยราคาอย่างลู่เป๋าเหยียนอย่างแปลกใจทำไมเขาต้องให้ราคาสูงขนาดนี้ หรือแค่อยากสร้างบรรยากาศ?

            “สามล้านหยวน ครั้งที่สาม”เสียงประกาศของพิธีกรดังขึ้น “ขอแสดงความยินดีกับคุณลู่ด้วยครับคุณคือผู้ชนะการประมูลกำไลในครั้งนี้”

            ซูเจี่ยนอันลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

            ลู่เป๋าเหยียนเป็นคนชนะประมูลก็ยังดีกว่าตกไปอยู่ในมือของคนอื่นเป็นไหนๆ

            ของชิ้นสุดท้ายของงานประมูลการกุศลในครั้งนี้คือวัตถุโบราณชิ้นหนึ่งที่ถูกประมูลไปในราคาสูงลิ่วยอดรวมเงินประมูลที่ได้มาทั้งหมดแตะสิบล้านหยวน ถังอวี้หลันประกาศว่าเงินทั้งหมดจะถูกบริจาคเป็นทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาผู้ด้อยโอกาสและส่วนหนึ่งเข้ากองทุนสนับสนุนงานการศึกษาในพื้นที่ทุรกันดาร

            จากนั้นงานประมูลเพื่อการกุศลในครั้งนี้ก็ได้จบลงอย่างงดงามและเริ่มเข้าสู่ช่วงงานเลี้ยงฉลอง

            ซูเจี่ยนอันเดินตามติดลู่เป๋าเหยียนไม่ห่างเธอลอบมองเขาอยู่เรื่อยๆ พลางคิดว่าจะเอ่ยปากพูดเรื่องกำไลกับเขาอย่างไรดี

            ลู่เป๋าเหยียนยอมให้เธอควงแขนเขาอย่างไม่อิดออดเพียงแต่เขาไม่คิดจะออกตัวพูดเรื่องกำไลก่อนเท่านั้น

            เธอไม่คิดเอ่ยปากขอให้เขาช่วยแต่ตอนนี้คงเลี่ยงไม่ได้แล้วล่ะสิ

            หลังเดินไปเดินมาอยู่สักพักลู่เป๋าเหยียนก็เจอคนรู้จักจึงแยกตัวออกไป ซูเจี่ยนอันหันไปเห็นซูหงเยวี่ยนกับเจี๋ยงเสวี่ยลี่

            สีหน้าเธอเย็นเยียบในพริบตาจากนั้นจึงเดินตรงเข้าไปหาพวกเขา

            กำไลของแม่ซูเจี่ยนอันวงนั้นหลังจากที่เจี๋ยงเสวี่ยลี่ย้ายเข้ามาเธอเป็นคนเจอมันและแอบซ่อนเอาไว้เธอรู้ดีว่าซูเจี่ยนอันเดินมาหาเธอทำไม จึงรู้สึกร้อนตัว และสะกิดให้ซูหงเยวี่ยนช่วยเธอ

            ซูหงเยวี่ยนมองซูเจี่ยนอันสายตาเย็นพร้อมปั้นหน้าบึ้งตึงใส่

            “นี่น้าของเธอเองไม่ใช่ศัตรูที่ไหน”

            “ในที่สุดหนูก็เข้าใจว่าทำไมพวกคุณถึงแต่งงานกัน”ซูเจี่ยนอันพูดอย่างประชดประชัน “คนประเภทเดียวกันมักจะดึงดูดซึ่งกันและกันมิน่าล่ะ คนน่าสมเพชอย่างพวกคุณถึงเข้ากันได้ดี”

            ซูหงเยวี่ยนสีหน้าเปลี่ยนในทันทีเจี๋ยงเสวี่ยลี่เองก็เริ่มโมโห “ซูเจี่ยนอัน ก็แค่กำไลชิ้นเดียวจะอะไรนักหนาแม่เธอก็ตายไปนานแล้วนี่!”

            ถ้าไม่ใช่เพราะเจี๋ยงเสวี่ยลี่แม่เธอก็คงไม่จากไปเร็วขนาดนั้น

            ซูเจี่ยนอันกำมือแน่นตอนนั้นเองถังอวี้หลันที่เดินผ่านมาพอดีเห็นบรรยากาศดูผิดปกติจึงรีบจับมือซูเจี่ยนอันพลางถามว่า “เจี่ยนอัน มีอะไรหรือเปล่า”

            เจี๋ยงเสวี่ยลี่รีบเปลี่ยนท่าทีเธอยิ้มทักถังอวี้หลันอย่างเป็นกันเอง

            “ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่อวี้หลันพวกเราแค่กำลังคุยสารทุกข์สุกดิบกันเท่านั้น”

            ถังอวี้หลันปรายตามองเจี๋ยงเสวี่ยลี่พลางถาม

            “เจี่ยนอันคุณนายซูไม่ใช่แม่แท้ๆ ของหนูใช่ไหม”

            “แม่หนูเสียไปนานแล้วค่ะ”

            ถังอวี้หลันขมวดคิ้วพลางพูดเว้นระยะห่างอย่างมีมารยาท

            “คุณนายซูดิฉันต้องขอขอบคุณแทนเด็กๆ ทั้งหลายสำหรับเงินบริจาคในวันนี้นะคะแต่ช่วยกรุณาอย่าเรียกดิฉันอย่างสนิทสนมแบบนั้นจะดีกว่าเพราะคนที่ลูกชายดิฉันแต่งงานด้วยคือเจี่ยนอัน ไม่ใช่ลูกสาวคุณ ขอตัวก่อนนะคะ”

            พูดจบเธอก็พาซูเจี่ยนอันเดินจากไป

            เจี๋ยงเสวี่ยลี่โกรธจนตัวสั่น“คนพวกนี้จะมากเกินไปแล้ว!”

            เธอกับซูหงเยวี่ยนจัดงานแต่งและจดทะเบียนกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายทว่าหลายปีที่ผ่านมาเธอไม่สามารถเข้าไปอยู่ในแวดวงสังคมของบรรดาคุณนายชั้นสูงได้สักทีคุณนายพวกนั้นไม่เคยคิดว่าเธอเป็นพวกเดียวกัน แถมยังแอบเรียกเธอลับหลังว่า“เมียน้อยของซูหงเยวี่ยน”เพราะสิ่งที่เมียหลวงพวกนั้นเกลียดที่สุดก็คือเมียน้อยที่อยู่นอกบ้านเหล่านั้น

            เดิมทีเธอกะจะใช้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับถังอวี้หลันมาเป็นสะพานเพื่อเข้าสู่สังคมดังกล่าวแต่ดูท่าถังอวี้หลันคงไม่ให้ความร่วมมือ

            เจี๋ยงเสวี่ยลี่เดินไปหาซูหยวนหยวนด้วยความโมโหเธอบอกกับลูกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

            ใบหน้าสวยๆ ของซูหยวนหยวนไม่ได้ดูใสบริสุทธิ์อีกต่อไปนัยน์ตาเธอเปี่ยมไปด้วยแผนการชั่วร้าย

            “ซูเจี่ยนอันรอดตัวจากแผนดักทำร้ายคราวที่แล้วหนูยังไม่ทันได้ชำระแค้นเก่า แค้นใหม่ก็ตามมา ดีเลยค่ะคราวนี้หนูจะได้รวบยอดจัดการเธอให้หลาบจำไปเลยทีเดียว”

            เจี๋ยงเสวี่ยลี่อดตกใจไม่ได้“หยวนหยวน ลูกคิดจะทำอะไร อย่าทำอะไรโง่ๆ นะยิ่งตอนนี้ซูเจี่ยนอันมีที่พึ่งที่แข็งแกร่งขนาดนั้น”

            “งั้นหนูก็ทำให้ที่พึ่งของเธอกลายมาเป็นของหนูซะแค่นั้นก็พอใช่ไหมล่ะคะ”

            หยวนหยวนเติมเครื่องสำอางให้ผิวของเธอยิ่งดูใสเรียบเนียนกว่าเดิมเธอปั้นรอยยิ้มหวานในแบบที่ชายใดก็ไม่กล้าปฏิเสธอยู่หน้ากระจกแล้วจึงก้าวเท้าออกจากห้องน้ำ

            ด้านนอกซูเจี่ยนอันยังคงกำจัดความโกรธออกไปไม่ได้ ถังอวี้หลันถึงกับถอนหายใจเธอให้ซูเจี่ยนอันนั่งรอที่โซฟา แล้วเดินไปอีกทาง

            จากนั้นไม่นานคนที่ยืนคุยกับคนอื่นเมื่อครู่อยู่อย่างลู่เป๋าเหยียนก็เดินเข้ามาเขาหย่อนตัวลงนั่งข้างเธอ

            “ยื่นมือออกมา”

            ซูเจี่ยนอันหันไปมองหน้าเขาอย่างเซ็งๆ

            “นายจะทำอะไร”

            ลู่เป๋าเหยียนเป็นคนไม่ชอบพูดซ้ำเขาดึงมือเธอแล้วขึ้นมาแล้วใส่กำไลหยกที่เพิ่งให้คนไปเอามาเมื่อครู่ให้กับเธอ

            ผิวขาวนวลเนียนของเธอขับให้กำไลหยกดูทอประกายงดงามกำไลวงนี้เหมือนถูกสร้างมาเพื่อเธออย่างไรอย่างนั้นเมื่อมันอยู่บนข้อมือของซูเจี่ยนอัน ตัวกำไลเหมือนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งราวกับในที่สุดมันก็ได้พบเจ้าของที่แท้จริงเสียที

            หญิงสาวน้อยคนที่จะใส่กำไลหยกแล้วดูงดงามขนาดนี้

            ซูเจี่ยนอันหาได้อยู่ในอารมณ์ที่จะมาชื่นชมในความงามของมันไม่เธอมองลู่เป๋าเหยียนอย่างช็อกๆ

            “นายนายประมูลมันมา...ให้ฉัน?”

            “ฉันไม่อยากให้ของของคุณน้าหนิงตกไปอยู่ในมือของคนอื่น”ลู่เป๋าเหยียนพูดอย่างสบายๆ “อีกอย่าง ที่เธอส่งข้อความหาซูอี้เฉิงไม่หยุดก็เพราะอยากจะประมูลมันมาไม่ใช่เหรอไง”

            “นายเห็น?” ซูเจี่ยนอันยิ่งประหลาดใจขึ้นไปอีก“ฉันนึกว่านายไม่ได้สังเกตว่าฉันทำอะไรอยู่ซะอีก”

            คนที่ไม่ได้สังเกตอะไรเลยคือเธอต่างหากเมื่อกี้เพียงแค่เธอเงยหน้าขึ้นมา ก็คงสังเกตเห็นว่าเขากำลังมองเธออยู่

            นัยน์ตาของลู่เป๋าเหยียนวาววับ“ซูเจี่ยนอัน เธอลืมสิ่งที่ฉันเคยพูดไปแล้วเหรอ”

            ซูเจี่ยนอันกะพริบตาอย่างงงๆ“นายพูดกับฉันตั้งเยอะ ที่พูดถึงคือเรื่องไหนอ่ะ”

            “ฉันเคยบอกเธอว่าอีกหน่อยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนแรกที่เธอควรนึกถึงคือฉัน ไม่ใช่ซูอี้เฉิง”ลู่เป๋าเหยียนอธิบาย “เมื่อกี้ฉันนั่งอยู่ข้างเธอแท้ๆแล้วทำไมเธอยังโทรหาคนที่ปิดมือถือไม่ยอมหยุด”

            คำพูดนั้นซูเจี่ยนอันยังจำได้แต่ว่า...เมื่อกี้มันกรณีพิเศษนี่นา

            “ฉันอยากได้เงินนี่ถ้าเรื่องเงินก็ควรขอพี่ชายฉันถูกไหม” เธอพูด“แต่ถ้าเป็นเรื่องโดนดักทำร้ายอะไรทำนองนั้น แน่นอนว่าฉันต้องคิดถึงนายพวกบอดี้การ์ดของนายดูเก่งสุดๆ ไปเลย”

            “...”ลู่เป๋าเหยียนขบกรามแน่น “อีกหน่อยอยากได้เงินก็ต้องคิดถึงฉัน!”

            ซูเจี่ยนอันยังคงกะพริบตาปริบๆอย่างไม่เข้าใจ ขนาดซูอี้เฉิงเธอยังไม่ขอเงินเขาเลยลู่เป๋าเหยียนยิ่งไม่ต้องพูดถึง แถมสองปีข้างหน้าพวกเธอก็ต้องหย่ากันแล้วถึงเวลาถ้าต้องมานั่งคิดบัญชีพวกนี้ยุ่งยากจะตาย

            ลู่เป๋าเหยียนเหมือนรู้ว่าซูเจี่ยนอันกำลังคิดเรื่องอะไรเขาหรี่ตามอง

            “ตอนนี้เธอคือคุณนายลู่จะประมูลกำไลทั้งทียังต้องไปขอเงินจากซูอี้เฉิง คิดว่าเขาจะไม่สงสัยหรือไง”

            ได้ยินดังนั้นซูเจี่ยนอันถึงเข้าใจนั่นสินะ ถึงเวลาถ้าพี่ถามเธอว่าทำไมไม่ขอลู่เป๋าเหยียน เธอจะตอบยังไงล่ะทีนี้จะให้ตอบว่าเสียดายเงินสามีก็คงไม่ได้

            “นายรอบคอบชะมัด”ซูเจี่ยนอันพยักหน้าหงึกๆ อย่างเห็นด้วย “อีกหน่อยถ้าฉันต้องการเงิน ฉันจะยืมนายนะวางใจได้ ฉันต้องหามาคืนนายแน่นอน”

            ลู่เป๋าเหยียนจับมือเธอขึ้นมาพลางลูบกำไลหยกบนข้อมือเธอ“แค่กำไลวงนี้ก็ปาไปสามล้านหยวน รายได้ต่อปีเธอแค่แสนเดียวเธอกะจะใช้หนี้ฉันนานถึงชาติหน้าเลย?”

            “เรื่องนั้นนายไม่ต้องกังวลฉันคิดไว้แล้ว” ซูเจี่ยนอันพูดหน้าตาย “รอฉันไม่ใช่คุณนายลู่เมื่อไรฉันก็ไปขอพี่ชายได้แล้ว ฉันไม่ได้ขอเงินพี่มาตั้งนาน เขาคงเต็มใจให้ฉันอยู่แล้วล่ะหรือต่อให้พี่ไม่ให้ พี่ฉันซื้อบ้านในนามฉันตั้งหลายหลังเดี๋ยวฉันค่อยขายบ้านเอาเงินมาคืนนายก็ได้”

            สมองเธอเวลาคิดเรื่องไม่ควรคิดนี่เร็วเชียวนะลู่เป๋าเหยียนขยับเข้ามาใกล้เธออย่างน่าหวั่นใจ

            “แล้วดอกเบี้ยล่ะจะคิดยังไง”

            เอ่อเรื่องนี้เธอลืมนึกไป

            เธอมองลู่เป๋าเหยียนอย่างมึนๆ“นายจะคิดยังไงล่ะ”

            “แน่นอนว่า...”ลู่เป๋าเหยียนก้มหน้าลงมาประทับตราลงบนเรียวปากเธอเบาๆ “คิดแบบนี้”

            ซูเจี่ยนอันยังไม่ทันได้ตั้งตัวเขาก็จูบลงมาอีกแต่ก็เพียงแค่แตะริมฝีปากเธอเบาๆ เท่านั้น

            เธอกะพริบตาโตๆ ของเธอแล้วมองลู่เป๋าเหยียนอย่างตกใจ

            “คนเยอะไปหน่อย”ลู่เป๋าเหยียนพูดยิ้มๆ “เรื่องแบบนี้ ไว้พวกเราไปทำในที่ที่คนน้อยๆ จะดีกว่า”

            สติของซูเจี่ยนอันเริ่มกลับมาเธอยกมือแตะริมฝีปากตัวเอง

            “ลู่เป๋าเหยียนรอบนี้นายเอาเปรียบฉันจริงๆ ด้วย!” ใครเขาคิดดอกเบี้ยวิธีนี้กันเล่า!

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้มมุมปาก“ถ้าใช่แล้วจะทำไม”

            เขาใช้น้ำเสียงเหมือนไม่มีใครทำอะไรเขาได้พูดกับเธอ

            ซูเจี่ยนอันถึงกับพูดไม่ออกนั่นสินะ เขาจะเอาเปรียบเธอซะอย่าง เธอจะทำอย่างไรได้จะกัดเขายังกัดไม่ถึงเลยเนี่ย!

            ทั้งสองคนจ้องตากันอย่างใกล้ชิดในสายตาของคนอื่นช่างดูสวีทหวานเหลือเกิน บางคนก็รู้สึกชื่นชมแต่บางคนกลับอิจฉาริษยาจนตาแทบลุกเป็นไฟ

            ซูหยวนหยวนใช้ชีวิตอยู่ใต้เงาของซูเจี่ยนอันมานานเกินไปแล้วเธอไม่เคยพอใจในสิ่งนี้เลย ตอนนี้ไม่ว่าอย่างไรเธอจะต้องแย่งลู่เป๋าเหยียนมาให้ได้ต่อไปจะได้ไม่มีใครมาดูถูกเธอว่าเทียบซูเจี่ยนอันไม่ติดอีก

            คิดแล้วเธอจึงเดินไปหาซูเจี่ยนอันทำสีหน้าเหมือนใกล้จะร้องไห้พลางมองหน้าเธอจากนั้นเพียงชั่วอึดใจก็เริ่มร้องไห้ออกมา

            “พี่เจี่ยนอันทำไมทำกับฉันแบบนี้คะ”

            น้ำเสียงอันน่าสงสารของเธอดังขึ้นอย่างแผ่วเบาทว่าก็มีหลายคนที่ได้ยิน บรรดาแขกเริ่มหันมามองทางนี้

            ในชั่วพริบตาพวกเธอก็ตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งงานในทันที

            นี่คือผลลัพธ์ที่ซูหยวนหยวนอยากได้เธอจะทำให้ทุกคนรู้ว่า ซูเจี่ยนอันไม่ได้ใสซื่ออย่างที่พวกเขาคิด

            วันนี้เธอจะต้องทำลายภาพลักษณ์อันสูงส่งของซูเจี่ยนอันให้จงได้!

            ซูเจี่ยนอันไม่รู้ว่าซูหยวนหยวนไปกินยาอะไรผิดมาเธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าคราวนี้จะมาไม้ไหน

            เธอจะรอดูสิว่าเมื่อเทียบกับคราวที่แล้ว สติปัญญาของซูหยวนหยวนเริ่มมีพัฒนาการขึ้นบ้างหรือยัง

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199