ดาวไกอา
- เมืองซิลเวอร์ทาวน์ -
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เชลบี้ เชลบี้! ลูกรัก! ตื่นได้แล้วครับลูก เช้าแล้วครับ เดี๋ยวไปโรงเรียนสายนะคนเก่ง วันนี้เรียนวันสุดท้ายด้วยหนิใช่ไหม หืม? ตื่นได้แล้วครับ” เสียงเรียกของเซเลน่า เบลซดังขึ้นจากหน้าห้องนอนของเชลบี้ เบลซ เพื่อปลุกให้ลูกชายสุดที่รักตื่นไปโรงเรียน
“ครับแม่! ขออีกแป๊ปนะครับบบ” เชลบี้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สลึมสะลือพร้อมกับล้มตัวลงไปนอนต่ออย่างไม่สนใจเสียงเรียกของแม่อีก
ปัง ปัง ปัง
“ไอ้เด็กคนนี้! อยากโดนดีใช่ไหมห๊ะ ตื่นเดี๋ยวนี้เลยนะ เชลบี้!” เสียงตบประตูและเสียงของเซเลน่าดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อปลุกเ้าเด็กขี้เซาเชลบี้ให้ลุกจากที่นอน “รู้ทั้งรู้ว่าต้องตื่นเช้าทำไมถึงไม่รีบนอน รีบตื่นเลยนะ!” หลังจากเอ็ดให้เชลบี้ไปชุดใหญ่เซเลน่าก็เดินจากไปจากหน้าห้องของเชลบี้เพื่อไปเตรียมอาหารเช้า
“อ่าาา… ให้ตายเถอะ ฝันบ้าอะไรวะเนี่ย! หึ้ย! แม่ก็รีบปลุกจังเลย ยังง่วงอยู่เลย” ใช่แล้วเมื่อคืนเขาฝันอะไรประหลาดๆอีกแล้ว หลังๆมานี้ฝันถี่จนน่าใ มันเกี่ยวกับอะไรกันแน่?แล้วทำไมเราต้องฝันเห็นมันบ่อยๆนะ? เชลบี้โอดครวญกับตัวเองในใจ “ช่างเถอะ ไปอาบน้ำดีกว่า วันนี้วันสุดท้ายของการเรียนด้วย คิคิ”
กระจกภายในห้องน้ำสะท้องให้เห็นเด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งตามมาตรฐาน ผมยาวหยักศกสีแอปปริคอตรับกับตากวางสีเขียวทำให้เชลบี้ดูน่ารักและซุกซน แต่ถึงใบหน้าจะน่ารักมากแค่ไหน นิสัยกลับแตกต่างจากหน้าตาโดยสิ้นเชิง
“เห้อออ….” เชลบี้ถอนหายใจออกมาทันทีหลังจากที่เขานึกถึงภาพในความฝัน ‘ฝันแบบนั้นมันหมายถึงอะไรกันแน่นะ’ หลังจากอาบน้ำเสร็จ เชลบี้รีบแต่ตัวลงไปข้างล่างเพื่อกินข้าวเช้าก่อนไปโรงเรียน ใช่ วันนี้เป็วันสุดท้ายของการเรียนที่ซิลเวอร์วิลล์แล้ว
.
.
.
“พ่อ แม่ อรุณสวัสดิ์ครับ” เชลบี้เอ่ยทักทายพ่อกับแม่ขณะเดินลงบันได “อืม ลงมาช้านะเชลบี้ มัวทำอะไรอยู่ แม่เขารออยู่นะลูก” ชาร์ลีเอ่ยตอบเชลบี้กลับไปพร้อมกับดื่มกาแฟไปพลางๆระหว่างรออาหารเช้า
ชาร์ลี เบลซสามีของเซเลน่าและก็เป็พ่อของเชลบี้เช่นกัน ใบหน้าที่เรียบเฉยเป็สีหน้าปกติของชาร์ลี เพราะด้วยหน้าที่การงานของเขาทำให้เขาฉินกับการแสดงออกของสีหน้าที่เรียบเฉย บวกกับผมที่สั้นเกรียนของเขาเข้าไป จึงทำให้เขายิ่งดูดุยิ่งกว่าเดิมอีก
“ขอโทษครับ” เชลบี้ขอโทษพ่อด้วยน้ำเสียงหงอยๆ แน่นอนล่ะ พ่อเขาน่ะดุจะตาย ถึงจะเป็แบบนั้นก็ตามใจเขาตลอด ไม่เหมือนแม่หรอกรายนั้นน่ะ บรื๋ออ ไม่ไหวหรอก เขาไม่สู้ด้วยหรอก แต่ว่าแม่ของเขาเป็ผู้หญิงที่เก่งและสวยมากๆ ทุกคนจะชอบบอกว่าเขาได้แม่มาเต็มๆทั้งดวงตาและผมที่หยักศก
“หึหึ คุณก็นะชาร์ลี ดูลูกสิ หัวหดแล้วนั่นน่ะ” เซเลน่าหัวเราะออกมาเบาๆหลังจากได้ยินที่ชาร์ลีพูดกับเชลบี้แบบนั้น “กินข้าวเถอะลูก” ดวงตากวางสีน้ำตาลอ่อนทอดมองไปที่ลูกชายของเธออย่างอ่อนโยนและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก
“ว้าวววว วันนี้เป็แซนวิชเนื้อรมควันหรือครับ ดีจังเลย” เชลบี้ยิ้มจนตาหยีก็เพราะว่าเนื้อรมควันมันแพงสุดๆไปเลยยังไงล่ะ “มันแพงไม่ใช่หรอครับ เนื้อรมควันน่ะ ทำไมวันนี้ใจดีจัง” แต่ถึงจะพูดแบบนั้นเชลบี้ก็กัดแซนวิชเข้าปากไปเต็มปากอย่างเอร็ดอร่อย “ขอบคุณครับ”
“จ่ะๆ กินๆเข้าไปเถอะ ชาร์ลีคุณก็ด้วย รีบกินจะไปไปส่งลูกไปโรงเรียน ฉันไปทำงานก่อนล่ะกันนะ ่นี้ที่ศูนย์วิจัยค่อนข้างวุ่นเลยล่ะ”
“ขับรถดีๆครับแม่ อย่าลืมกินข้าวกลางวันนะครับ แม่ชอบลืมตลอดเลย” เชลบี้เอ่ยลาแม่พร้อมกับกำชับให้เซเลน่าอย่าลืมทานอาหารกลางวัน “ตอนเย็นกลับมาแล้วผมมีเื่จะคุยด้วยนะแม่ รีบกลับบ้านนะครับ” เื่สำคัญเชียวล่ะ เชลบี้พูดกับตัวเองเบาๆ
“จ้าาา เชลบี้ลูกรักของแม่ ขี้บ่นจริงๆ” เซเลน่าหัวเราะเบาๆก่อนจะตอบรับเชลบี้ด้วยท่าทางกวนๆ “แม่จะรีบกลับเลยจ่ะลูกรัก”
“แม่อ่ะ!”
“มัวแต่คุยกัน จะได้ไปไหมทำงานน่ะ พอๆกันเลยสองคนนี้ รีบไปเถอะที่รัก ขับรถดีๆล่ะ” ฟังสองแม่ลูกคุยกันสักพักจนทนฟังไม่ไหว ชาร์ลีโคลงศรีษะเบาๆ แล้วรีบห้ามแม่ลูกคุยกันเพราะเดี๋ยวไม่ได้ไปไหนกันพอดีเพราะมัวแต่คุยกันเนี่ยแหละ “ให้ตายสิ เหมือนกันไม่มีผิด เห้ออ”
“ฉันรู้แล้วค่ะ! ดูลูกคุณสิ มันน่านัก หมั่นเขี้ยวจริงๆ!” พูดจบก็ยกมือบีบแก้มเชลบี้อย่างหมั่นเขี้ยว
“โอ้ย โอ้ยๆๆ แอ่อันเอ็บอะ! (แม่มันเจ็บนะ)”
“ปล่อยก็ได้ๆ ไอลูกคนนี้ แค่นิดหน่อยเอง ร้องโอดโอยซะแล้ว” “งั้นแม่ไปแล้วนะลูก ฉันไปก่อนนะคะที่รัก รักคุณค่ะ แม่รักลูกนะเชลบี้ จุ้บๆ ” หอมแก้มเชลบี้เสร็จเซเลน่าก็ขับรถออกไปทันที
“รักแม่ครับ/รักคุณเหมือนกัน” สองพ่อลูกบอกรักตอบแต่คนฟังขับรถออกไป ไม่ทันฟังเลยแม้แต่น้อย น่าเสียดายจริงๆ
“เราก็รีบไปเถอะเชลบี้ พ่อมีประชุมเหมือนกัน”
เชลบี้ได้ยินดังนั้นก็รีบยัดแซนวิชที่เหลือเข้าปากแล้วรีบวิ่งไปที่รถโฟลตติ้งหรือก็คือรถเหาะได้นั่นเอง “ไปกันเล้ยยย!”
.
.
.
ตอนนี้ ปี 2208 โลกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงได้เปลี่ยนชื่อเป็ดาวไกอา ซึ่งเทคโนโลยีต่างๆนั้นล้ำสมัย ก้าวหน้าและพัฒนาอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งมาจากเผ่าต่างๆที่เป็พันธมิตรกับดาวไกอา ย้อนกลับไปเมื่อปี 2043 ได้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ทำให้มีการาเ็และมีการเสียชีวิตจำนวนมาก จนเกือบจะทำให้มนุษย์นั้นสูญสิ้น มนุษย์ที่ยังเหลือรอดจึงได้รวมตัวกันเป็กลุ่มเดียว 10 ปีให้หลังภายในเื่ร้ายนั้นก็ยังมีเื่ดีเกิดขึ้น เมื่อ“จอห์น ซิลวา ลี” หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่ยังรอดชีวิต ได้ผลิตสุดยอดเซรุ่มหรือก็คือเซรุ่มD1* ออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ว่ากันว่าเขาได้ทำการสกัดเซรุ่มออกมาจากไขสันหลังของตัวอ่่อนของเผ่าเดธ* ซึ่งประสิทธิภาพของเซรุ่มนั้นทำให้บุคคลธรรมดาได้ก้าวผ่านขีดจำกัดและปลุกพลังจิต* ขึ้นมาได้ ซึ่งบุคคลแรกที่ปลุกพลังสำเร็จคือ “แมคเคนน่า สตีฟ“ หัวหน้าหน่วยรบกลุ่มที่1
ปัจจุบัน “แมคเคนน่า สตีฟ“ เป็ “นายพลเอกแมคเคนน่า สตีฟ“ เขาได้เป็ผู้ปกครองดาวโลกในปี 2063 และได้ออกกฏบังคับ 2 ข้อ หลังจากดำรงตำแหน่งได้เพียง 3 ปีเท่านั้นก็คือ
1. เฉพาะบุคคลที่เข้าร่วมกองทัพเท่านั้นที่จะได้รับการฉีดเซรุ่มปลุกพลังจิต*
2. เด็กทุกคนจะได้รับการฉีดเซรุ่มั้แ่อยู่ในท้องแม่เพราะจากการทดลองวิธีนี้เป็ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด*
หลังจากนั้นได้ทำการเปลี่ยนชื่อจากดาวโลกเป็ “ดาวไกอา“ ไม่นานนักดาวไกอาก็พัฒนาอย่างก้าวะโอย่างต่อเนื่อง บ้านเมือง การคมนาคมและอื่นๆทันสมัย ไม่หลงเหลือซากปรักหักพังจากหลายสิบปีก่อนหน้าแม้แด่น้อยและเพื่อไม่หยุดการพัฒนานี้ พลเอกสตีฟจัดตั้งทีมค้นหานอกดาวค้นหาเผ่าพันธุ์อื่นจากนอกดาวไกอาเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี ปัจจุบันดาวไกอาเป็หนึ่งในดาวที่มีพันธมิตรต่างเผ่าพันธุ์มากที่สุดถึง 10 เผ่าพันธุ์ แน่นอนว่าทั้ง 10 เผ่าพันธุ์* ก็มีบางส่วนที่อยู่บนดาวไกอาเช่นกัน ตัวอย่างเช่นเผ่าเอส*และเผ่าเกรซ*เป็ต้น
ดังนั้นแล้ว การที่เราจะมีรถเหาะได้จึงไม่ใช่เื่แปลกเพราะมันจะมีอะไรแปลกกว่านี้อีกเยอะ
.
.
.
“เชลบี้ เชลบี้ เชลบี้!”
“ครับ! พ่อว่าไงนะครับเมื่อกี้” ถึงแล้วหรอเนี่ย ก็อย่างว่าล่ะนะรถมันแรง555555 แต่เราเหม่อไปั้แ่ตอนไหนกันนะ
“พ่อเรียกเราสามรอบแล้วนะเชลบี้ คิดอะไรอยู่ ถึงโรงเรียนแล้ว” “แล้วแบบนี้จะให้พ่อกับแม่จะมั่นใจในตัวเราได้ยังไงว่าจะเอาตัวรอดได้ถ้าเราต้องอยู่คนเดียว” ชาร์ลีว่ากล่าวเชลบี้เสียงแข็ง แต่ถึงอย่างนั้นยังไงเชลบี้ก็ไม่ฟังอยู่ดี เห้ออ เป็พ่อนี่มันเหนื่อยจริงๆ
“พ่อจะบ่นทำไมเนี่ย แม่บ่นคนเดียวก็พอแล้วน่าาา” ปึก! เสียงปิดประตูรถดังขึ้นพร้อมกับตัวของเชลบี้ที่ออกมายืนอยู่นอกรถมองชาร์ลีและบอกลา “ ผมไปล่ะ ขับรถดีๆครับ”
“อืม อย่าเกเรล่ะ หึหึ” ชาร์ลียิ้มบางแล้วมองไปที่เชลบี้ที่กำลังทำสีหน้าหยุ่งเหยิงอยู่นอกรถ พร้อมกับขับรถออกไป
“ไปสักที เห้ออ วันนี้ถอนหายใจไปกี่รอบแล้วนะ” “ซิลเวอร์วิลล์ ซิลเวอร์วิลล์* เจอกันวันสุดท้ายแล้วสินะ” เชลบี้พูดพร้อมกับมองไปยังสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ตรงหน้า ตึกสไตล์ชิโนโปรตุกีส* ตัวตึกตกแต่งด้วยสีแดงและสีขาวเป็หลัก อิงจากตามความชอบของผู้ก่อตั้งโรงเรียน อาคารเรียนมี 6 ชั้น 12 ตึก แบ่งเป็นักเรียนปี 1-12
นักเรียนส่วนใหญ่ที่อยู่ในเมืองซิลเวอร์ทาวน์*ก็จะมาเรียนที่นี่ทั้งนั้น
“ฟืดดด ฟู่วว อากาศสดชื่นดีจริงๆเลย” เชลบี้มองไปรอบตัวเองซึมซับอากาศที่บริสุทธิ์ “วันนี้รถเยอะดีจริงๆ” พูดจบก็สำรวจรถโฟลตติ้งที่บินมาส่งนักเรียนทีละคันๆอย่างสบายใจจนลืมว่าตัวเองต้องรีบไปเข้าห้องเพื่อเช็คชื่อ แต่พอนึกขึ้นได้ก็ไม่ทันแล้ว……….
************
จบไปแล้วกับตอนแรกนะคะ เนื้อหาเยอะมากๆๆ คำที่มีเครื่องหมายดอกจันปานจะใส่คำอธิบายไว้ก่อนจบตอนนะคะ เผื่องงกัน ปานตั้งใจกับเื่นี้มากๆ ค่ะ คิดเนื้อเื่ั้แ่ต้นจนจบเรียบร้อยแล้ว ไม่เทแน่นอนค่ะ จะพยายามอัพบ่อยๆ นะคะ เราเพิ่มรูปภาพผังเมืองลงในหน้าแนะนำนิยายแล้วค่ะ ไปดูกันได้นะคะ
ฝากเอ็นดูน้องเชลบี้กันเยอะๆ นะคะ:)
>>>สามารถติดตามข่าวสารพูดคุยกันได้ที่กลุ่มเฟซบุ๊ค: Neverp NOVEL
**หมายเหตุ**
*เซรุ่มD1 เป็บเซรุ่มทดลองรุ่นแรก*
*เผ่าเดธ มาจากดาวเฮล เป็ 1 ในเผ่าพันธุ์นักล่าที่ได้ทำการโจมตีดาวไกอาเมื่อ 100 กว่าปีก่อน พวกมันมีลักษณะคล้ายกับแมงมุม ตัวสูงใหญ่เท่าตึก 4 ชั้น ขาทั้ง 8 ขาของมันคมกริบราวกับใบมีดที่แหลมคมผิวที่ดำสนิทและมีเกล็ดตามตัว พวกมันจะจับศัตรูด้วยใยเืที่มาจากการสูบเืเนื้อของศัตรู*
*พลังจิต เกิดจากการก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์โดยได้รับการกระตุ้นจากเซรุ่ม ระดับของพลังขึ้นอยู่กับความแข่งแกร่งทางจิตใจและกายภาพ*
*จากกฏข้อที่ 1 : เซรุ่มจะถูกฉีดให้กับบุคคลที่เข้าร่วมกองทัพเท่านั้นเพื่อป้องกันการก่ออาชญากรรมและใช้พลังในทางที่ผิด กฏนี้ใช้กับผู้ที่เกิดก่อนมีกฏขึ้นมาเท่านั้น*
*จากกฏข้อที่ 2 : เด็กที่อยู่ในครรภ์มารดาทุกคนจะได้รับเซรุ่มเพื่อปลุกพลัง ไม่ใช่เด็กทุกคนจะสามารถปลุกพลังได้ เด็กที่สามารถปลุกพลังได้สามารถตัดสินใจเองได้ว่าจะเข้าร่วมกองกัพหรือไม่เข้าร่วมก็ได้ และระดับของพลังจะสามารถตรวจสอบได้เมื่ออายุครบ 15 ปี*
*10 เผ่าพันธุ์ เช่น เผ่ามายา เผ่าคาเนเลี่ยน เผ่าเกรซ เผ่าเอส เผ่าโซลดิ เผ่าเบรน เผ่าสัตว์ เผ่าโรบอท เผ่าออล์และเผ่าไซน์ (รายละเอียดของแต่ละเผ่าจะค่อยๆเฉลยนะคะ)*
*เผ่าเอส จากดาวซีน่า
เผ่าเอสเป็เผ่าที่เก่งด้านการรบ การป้องกัน เพื่อไม่ให้ดาวไกอาโดนโจมตีจากเผ่าพันธุ์นักล่าจึงทำสัญญาเป็พันธมิตรร่วมกันแลกกับการที่เผ่าเอสสามารถอาศัยอยู่ในดาวไกอาได้อย่างอิสระ เนื่องจากดาวซีน่ามีอากาศที่เป็พิษสูงจึงทำให้เผ่าเอสมีความแข็งแกร่งกว่าปกติแต่ก็จะส่งผลต่อร่างกายหากอาศัยอยู่เป็เวลาที่นานเกินไป
พวกเขารูปร่างแข็งแรงกำยำ สูงถึง 2 เมตร มี 4 แขน ผิวสีช็อกโกแลตและมีดวงตาสีเขียวมรกตและพวกเขาก็ยังเป็ที่หมายปองจากเผ่าเกรซอีกด้วย*
*เผ่าเกรซ จากดาวกราทิเอ
เผ่าเกรซเป็ดาวที่มีแต่เพศหญิงเกิน80% เผ่าเกรซเป็เผ่าที่รักสวยรักงามมากเป็อันดับ1 แต่ละคนในเผ่านั้นงดงามมากๆ ทุกๆ 20 ปีของดาวกราทิเอจะมีการเลือกสาวงามแห่งเผ่าเกรซเพื่อไปเชื่อมสัมพันธ์กับดาวอื่นเพื่อหาคู่ให้กับคนในเผ่า เนื่องจากเผ่าเกรซมีอัตราการเกิดต่ำ จึงต้องหาคู่จากดาวอื่นเพื่อช่วยให้มีการเกิดเพิ่มขึ้นดาวไกอาและดาวซีน่าก็เป็หนึ่งในตัวเลือกที่ช่วยให้เผ่าเกรซกำเนิดทารกเพิ่มขึ้น
พวกเขามีตาสีม่วงเหมือนกับดอกไลแลค ผมสีทอง ไว้ผมยาวและหยักศก ใบหูเล็กเรียวแหลม มีเขี้ยวเล็กๆทั้งสองข้าง ลักษณะที่เด่นชัดคือเผ่าเกรซจะประดับรัดเกล้าทุกคน เพศหญิงส่วนใหญ่อวบและมีทรวดทรงสัดส่วนที่ชัดเจน ส่วนเพศชายจะรูปร่างสูงใหญ่กำยำแสดงออกถึงความเป็ชายที่เด่นชัดและลักษณะต่างๆคล้ายคลึงกับมนุษย์*
*ซิลเวอร์วิลล์ เป็โรงเรียนชื่อดังที่ตั้งอยู่ในเมืองซิลเวอร์ทาวน์ เป็โรงเรียนที่สอนวิชาความรู้ทั่วไปไม่เจาะลึก*
*ซิลเวอร์ทาวน์ เป็เมืองชั้น3 ของดาวไกอาที่ประชากรส่วนใหญ่เป็มนุษย์ เป็เมืองที่เด่นด้านการวิจัยและวิทยาศาสตร์ 65% ของนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของดาวมาจากเมืองนี้*
*ตึกสไตล์ชิโนโปรตุกีส
รูปภาพอ้างอิงจาก เข้าไปดูในเว็บได้นะคะ
[โบราณสถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีส (tourismthailand.org)]