พลังทะลวงอากาศ ฝ่ามือใหญ่กำแน่น
ร่างของเมิ่งฝานร่วงจากอากาศตกลงบนลำธารอย่างแรงน้ำใสสาดกระเซ็นไม่น้อย ทว่าเด็กหนุ่มกลับคลี่ยิ้มแล้วหัวเราะพลางพึมพำเสียงเบา “ในตำราบันทึกเอาไว้ว่าหากทำให้หินหนักหนึ่งร้อยจินแตกเท่ากับว่าฝึกฝนมหาหัตถ์สังหารขั้นที่หนึ่งสำเร็จนี่น่าจะเป็ขั้นการฝึกฝนของข้าในยามนี้ ขั้นแรกของวิชามหาหัตถ์สังหารคงจะสำเร็จแล้วแต่ยังมีขั้นที่สอง ขั้นที่สามต่อไป...ในคัมภีร์บอกไว้ว่าหากฝึกฝนไปจนถึงขั้นสุดท้ายแม้ััเพียงผมเส้นเดียวก็สามารถปล่อยพลังออกมาจากทั้งร่างกายและหากฝึกฝนไปจนถึงขั้นสุดท้ายก็จะสามารถทำให้หินน้ำหนักแปดร้อยจินแตกสลายเมื่อถึงยามนั้นจะเป็พลังที่มากมายเพียงใดกัน!”
เมื่อคิดได้เช่นนี้เด็กหนุ่มก็แสดงสีหน้าดีใจออกมาเมื่อถึงยามนั้นเขาก็คงจะอยู่ในขั้นฝึกกายาระดับเซียนที่มีร่างกายแข็งแกร่งดุจหินผามีพลังที่สามารถฉีกวัวได้ทั้งตัว
หลังจากบีบนวดกล้ามเนื้อที่ปวดไปทั้งร่าง เมิ่งฝานจึงนั่งขัดสมาธิแล้วรับพลังจากลูกปัดสีดำเม็ดนั้นความรู้สึกร้อนผ่าวไหลเวียนไปทั่วร่างทว่ากลับทำให้ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการฝึกฝนจนพลังสูญสิ้นกลับมาเต็มเปี่ยมและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ไม่นานเมิ่งฝานจึงลืมตาขึ้นช้าๆร่างกายของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอีกครั้ง าแบนร่างกายหายไปจนหมดสิ้นซ้ำิัยังมีแสงเปล่งประกายทำให้เขาเป็เสมือนหยกสีขาวก็ไม่ปาน
เมื่อผ่านการฝึกฝนอย่างหนักมาหกวันเมิ่งฝานแจ้งแก่ใจว่าหากเทียบกับกาลก่อนแล้วนั้นมองผิวเผินอาจไม่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงแต่ความจริงแล้วร่างกายของเขาแข็งแกร่งกว่าเดิมมากและที่สำคัญไปกว่านั้นคือเส้นแขนงปราณของเขาขยายตัวขึ้นมากกว่าเดิมราวสองเท่าและยังคล้ายกับว่ากำลังจะบรรลุระดับพลังอีกด้วย!
หลังจากที่ผ่านการฝึกฝนที่โหดร้ายราวกับเข็นครกขึ้นูเาจึงทำให้ร่างกายของเมิ่งฝานก้าวหน้าขึ้นไม่น้อยในทุกๆด้านขอเพียงไม่เจอคู่ต่อสู้ที่อยู่ในขั้นพลังสูงกว่าตนเองจนเกินไปย่อมไม่เป็ปัญหายามนี้หากพวกเหลยเทาและคนอื่นอยากให้เขาทำอันใดเขาก็ไม่จำเป็ต้องยอมทุกอย่างเช่นวันวาน
สิ่งที่ได้รับใน่นี้มากกว่าระยะเวลากว่าสามปีที่ผ่านมาเสียอีก!
เมิ่งฝานกำหมัดแน่น ั์ตามีแสงแห่งความเชื่อมั่นปรากฏเมื่อก่อนบิดาของเขาอย่างเมิ่งชางเป็ถึงจอมยุทธ์ยอดฝีมือแห่งพรรคเหมันต์์ที่ผู้คนมากมายนับหน้าถือตา
เขาย่อมไม่มีทางด้อยกว่าบิดาอย่างแน่นอนบิดาพยัคฆ์ไม่มีทางมีบุตรสุนัขจะช้าเร็วเขาจะต้องกลับไปยืนอยู่ในจุดที่เป็ของตนเองในเมืองซ่างจิงนำทุกสิ่งที่เป็ของตนเองกลับมา!
บนลำธารที่ไหลหลั่งมีร่างของเมิ่งฝานปรากฏขึ้นมาอีกครั้งทว่าครานี้เมิ่งฝานยืนหยัดได้ดีกว่าเดิมมากทุกการเคลื่อนไหวเริ่มมีสายลมแห่งพลังปรากฏขึ้นอย่างบางเบา
เขาฝึกฝนไปจนถึงยามพลบค่ำ เมื่อกลับถึงบ้านเอ่ยทักทายมารดาแล้วเมิ่งฝานก็เข้าไปในห้องตนเองทันที ก่อนจะใช้ลูกปัดสีดำนั้นฟื้นฟูพลังของตนเอง
นี่กลายเป็กิจวัตรประจำวันของเมิ่งฝานไปเสียแล้วทุกครั้งหลังจากที่ได้รับพลังจากลูกปัดสีดำเส้นแขนงปราณของเด็กหนุ่มก็จะขยายตัวขึ้นอีกไม่น้อยซึ่งเมิ่งฝานก็รู้ดีว่าอีกไม่นานตนเองจะต้องบรรลุระดับพลังอีกครั้งแน่นอน
หลังจากรับพลังร้อนผ่าวจากลูกปัดเสร็จสิ้นเมิ่งฝานจึงจ้องมองมันด้วยความสงสัย
แม้ว่าตลอดสิบวันมานี้มันจะให้ประโยชน์แก่ตนเองอย่างมากแต่เมิ่งฝานก็รู้สึกแปลกๆดูเหมือนว่าตนเองจะไม่รู้สิ่งใดเกี่ยวกับลูกปัดนี้เลยแม้แต่น้อย
ในยามปกติแล้วลูกปัดเม็ดนี้ดูเหมือนก้อนหินธรรมดาทั่วไปนอกจากพลังไอร้อนนั้นแล้วก็ไม่มีสิ่งมหัศจรรย์อันใดอีกแต่พลังที่ว่ามันมาจากไหนกันแน่? หรือว่าของสิ่งนี้จะเป็ศัสตราเทพของแผ่นดิน?
เมิ่งฝานรู้ว่าที่การบำเพ็ญพลังปราณยังสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันส่วนใหญ่แล้วนั้นเป็เพราะใช้มันในการต่อสู้ในขณะที่ศัสตราเทพในใต้หล้านี้เกิดขึ้นจากกาลเวลาที่ล่วงเลยมาอย่างยาวนานหากอิงตามขั้นพลังแล้วศัสตราเทพทุกชิ้นล้วนแต่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งซึ่งเมิ่งฝานก็เคยพบเห็นมาก่อน
อีกทั้งมันยังมีความเกี่ยวโยงกับอาชีพที่ลึกลับที่สุดในใต้หล้านี้ด้วยอาชีพนักหลอมศัสตรา!
ผู้ทำอาชีพนี้มีชีวิตเพื่อการสร้างศัสตราวุธศัสตราเทพเป็สิ่งที่สร้างขึ้นอย่างยากเย็นแสนเข็ญซึ่งผู้สร้างจะต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่งอย่างมาก
เดิมทีมันก็เป็อาชีพที่เสมือนต้องต่อกรกับ์อยู่แล้วเช่นนี้นักหลอมศัสตราจึงนับเป็อาชีพที่ลึกลับและแข็งแกร่งที่สุดบนแผ่นดินใหญ่เลยก็ว่าได้เป็อาชีพที่สร้างศัสตราเทพเสมือนฝืนต่อ์ฉะนั้นแล้วการที่คนธรรมดาจะกลายเป็นักหลอมศัสตราได้จึงไม่ใช่เื่ง่ายซึ่งอาจเป็ไปได้เพียงหนึ่งในหมื่นคนเท่านั้น
และเพราะเมิ่งฝานไม่ใช่นักหลอมศัสตราจึงไม่รู้ว่าลูกปัดนี้คือสิ่งใดและมาจากที่ใด!
เด็กหนุ่มยิ้มเจื่อนรู้ว่าสิ่งเดียวที่ตนเองทำได้ในยามนี้คือมุ่งมั่นและตั้งใจฝึกบำเพ็ญตนเท่านั้นส่วนเื่ลูกปัดสีดำเม็ดนี้ช้าเร็วเขาก็ต้องรู้ที่มาที่ไปของมันให้ได้สักวัน