ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ตอนที่ 43 ทักษะปีศาจ

            เฉินเซี่ยงนำเอากระบี่เหล็กยาวใบหนาออกมาจากกระเป๋าเก็บของพร้อมกระโดดขึ้นไปบนอากาศด้วยความกราดเกรี้ยวเพียงพริบตาเดียวเขาก็บินผ่านยอดไม้ไปหลายสิบต้นพลางกวัดแกว่งกระบี่อย่างบ้าคลั่งไปพร้อมๆกัน จากนั้นไม่นาน ปรากฏรัศมีปราณประกายออกมาจากกระบี่ กลายเป็นกระบี่ปราณสีครามพุ่งตรงไปยังยอดไม้หลังจากนั้นพลันปรากฏเสียงกรีดร้องมากมายดังออกมาจากยอดไม้ ตามด้วยเศษชิ้นส่วนมนุษย์และเลือดสดๆไหลรินราวกับสายฝนร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า

             

            ในตอนนั้น ผู้คนหลายสิบคนต่างถูกสังหารเมื่อสังหารคนกลุ่มนั้นแล้ว ปราณฆ่าฟันของเฉินเซี่ยงก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น และอีกครั้ง...เขากระโดดพุ่งไปยังยอดไม้อีกแห่งพร้อมเคลือบกระบี่ยาวของเขาด้วยรัศมีปราณเมื่อพวกที่ซ่อนตัวอยู่บนยอดไม้เห็นความแข็งแกร่งที่น่าเกรงขามของเฉินเซี่ยง พวกมันไม่รั้งรอและไม่มีอื่นใดเพิ่มเติม...มันต่างพากันเผ่นหนีในทันที

             

            บรรดาคนเหล่านี้มีความแข็งแกร่งเพียงระดับ2 ถึง 3 ขอบเขตนักสู้เท่านั้น ทั้งความเร็ว ทั้งพลัง ล้วนไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกับเฉินเซี่ยงได้ด้วยความเร็วที่ราวกับแสง...หัวของพวกก็พลันหลุดออกจากร่างทีละคน….ทีละคน

             

            “พวกเรา...หนี!! มันมีความแข็งแกร่งระดับ 7 ขอบเขตนักสู้!!!” คนผู้หนึ่งตะโกนออกมาหลังจากสิ้นคำกล่าว คนในชุดคลุมดำต่างพากันกระโดดลงมาจากต้นไม้และหนีไปคนละทิศละทาง

             

            คนในชุดคลุมดำเหล่านั้นไม่รู้ว่าใครคือคนที่พวกมันกำลังพยายามสังหารมีเพียงผู้นำของพวกมันเท่านั้นที่รู้ และมันผู้นั้นยังเป็นคนหนึ่งที่ระบุความแข็งแกร่งของเฉินเซี่ยงได้ขณะที่พวกมันกำลังพยายามจะหนี เฉินเซี่ยงระบุตัวตนพวกมันด้วยปราณไว้แล้ว (ล็อกเป้าแล้วฆ่าให้เหี้ยน!!!)

             

            แม้ว่าผืนป่าดงพฤกษาจะแน่นขนัดเพียงใด แต่มันไม่ได้มีผลกับความเร็วของเฉินเซี่กฎทักษะการเคลื่อนไหวของเขาบรรลุสู่ขั้นที่สมบูรณ์แบบ ด้วยความช่วยเหลือเล็กน้อยของกิ่งไม้ต่างๆเขากระโดดขึ้นไปบนอากาศ กวาดผ่านต้นไม้ไปหลายต้น พร้อมกับกระบี่จ้วงแทงไปยังร่างของคนในชุดคลุมดำคนนั้นแต่มันยังไม่ถูกสังหาร เพราะด้วยวิธีการที่เป่ยยู่ยู่ได้สอนเขาไว้ เขาจะเหลือผู้นำของมันไว้เป็นเชลยเพื่อเค้นเอาความจริง

             

            "เจ้าเป็นใคร? ทำไมถึงต้องการสังหารข้า?”

             

            ดวงตาทั้งคู่ของผู้นำคนในชุดดำเปลี่ยนเป็นเกียจคร้านมันกล่าวอย่างหมดอาลัยตายอยาก “พวกข้าเป็นสมาชิก‘กลุ่มวายุทมิฬ’ บิดาข้าสั่งให้ข้ามาที่นี่เพื่อสังหารเจ้า”

             

            “บิดาของเจ้าเป็นใคร?”

             

            “หัวหน้ากลุ่มวายุทมิฬ….”

             

            หลังจากได้ฟังคำกล่าว เฉินเซี่ยงขมวดคิ้วเล็กน้อยฝ่ามือของเขากระแทกไปที่ตำแหน่งแห่งจิตวิญญาณของบุรุษเพศ...แล้วพวกมันก็ถูกสังหารลงหลังจากสังหารผู้นำกลุ่มคนในชุดคลุมดำแล้ว เขาวิ่งออกไปด้วยความเร็วราวกับแสงเพื่อจัดการคนในชุดคลุมดำเหล่านั้น

             

            ทั่วทั้งผืนป่าถูกจุดไปด้วยเพลิงของเฉินเซี่ยงตราบเท่าที่เขาจับตำแหน่งของคนใดคนหนึ่งได้ด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์? เขาจะปล่อยหมัดหนึ่งหมัดไปยังทิศทางนั้นในทันทีหมัดทุกชุดถูกปล่อยไปออกด้วยรัศมีปราณแห่งหงส์เพลิงซึ่งแปรเปลี่ยนเป็นลูกศรพุ่งตรงไปยังคนในชุดคลุมดำเหล่านั้นหมัดแต่ละหมัดที่ปล่อยออกไปสามารถสังหารพวกมันได้หลายคน

             

            คนพวกนั้นมีความแข็งแกร่งเพียงระดับ 3 ขอบเขตนักสู้ในสายตาของเฉินเกฎยง...พวกมันล้วนไม่ต่างจากสุนัขตัวน้อยที่ถูกบดขยี้ได้อย่างง่ายดายยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง เมื่อพวกมันตอนนี้อยู่ในทะเลเพลิง

             

            กลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมาจากผืนป่า ทุกๆ นาทีจะมีต้นไม่หนึ่งต้นล้มลงพร้อมเสียงกรีดร้องโหยหวนผืนป่าแห่งนี้ดูราวกับนรกก็ไม่ปาน อีกทั้งยังมีเฉินเซี่ยงเป็นจ้าวนรกเสียด้วยซ้ำ

             

            ครึ่งชั่วยามผ่านไป ทะเลเพลิงภายในป่าได้มอดดับลงแล้วในตอนนี้แต่ยังมีเจตนาสังหารไหลซึมออกมาจากทั่วร่างของเฉินเซี่ยง พร้อมกับศัตรู 300 คนที่ตอนนี้...ตกตายเป็นที่เรียบร้อยแล้วไม่มีแม้เพียงผู้เดียวที่ได้รับการยกเว้น!! ทุกคนตายด้วยน้ำมือของเฉินเซี่ยง ซึ่งพวกมันยังช่วยให้เขาทำความเข้าใจกับทักษะศักดิ์สิทธิ์แห่งพยักขาวด้วย

             

            หลังจากเฉินเซี่ยงได้ชำระร่างกายภายในสระปีศาจอมตะแล้วทำให้เขามีพื้นฐาน ‘กายปีศาจอมตะ’ ที่แข็งแกร่งร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นในระดับที่น่าหวาดหวั่น และร่างกายที่แข็งแกร่งนี้ยังแข็งแกร่งมากกว่าปราณแท้จริงของเขาที่พึงมีอีกด้วย!

             

            “กลุ่มวายุทมิฬ! หลังจากงานประลอง ข้าจะจัดการกับพวกเจ้าและคนที่สั่งพวกเจ้าด้วย...”

             

            เฉินเซี่ยงเก็บกระบี่ที่อาบไปด้วยโลหิตพร้อมกับโคจรทักษะปราณศักดิ์สิทธิ์เพื่อยับยั้งปราณฆ่าฟันก่อนจะกลับไปยังเมืองโหวหวาง

             

            เฉินเซี่ยงกลับมาที่ตึกราชาเม็ดยาในตอนค่ำและเขาต้องประหลาดใจกับการที่ได้เห็นเฉินเทียนหู่กำลังยืนอยู่ตรงนั้น

             

            “ท่านพ่อ ท่านมาที่นี้ได้อย่างไร? ท่านดูสภาพแย่ยิ่งนัก….เกิดอะไรขึ้น?” เฉินเซี่ยงเดินตรงมายังเฉินเทียนหู่อย่างรวดเร็วพร้อมคว้าจับไปยังข้อมือเขาปล่อยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในร่างกายของบิดาเพื่อตรวจหาอาการบาดเจ็บ เขาสังเกตเห็นตันเถียนของบิดาได้รับความเสียหายแต่อาการบาดเจ็บของเขายังคงทรงตัวอยู่ในตอนนี้พร้อมกับค่อยได้รับการฟื้นฟูอย่างช้าๆ

             

            แม้ว่าใบหน้าของเฉินเซี่ยงปราศจากอารมณ์ความรู้สึกแต่เจตนาสังหารที่ปล่อยออกมาจากเขามีผลกระทบกับบิดา ในตอนนั้น เหมิ่งโบ๋และเฉินหลู่ซ่งก็เดินออกมาเมื่อพวกเขารับรู้ถึงเจตนาสังหารจากเฉินเซี่ยง พวกเขาล้วนประหลาดใจ ปราณประเภทนี้จะสามารถควบแน่นพวกมันออกมาได้หลังจากสังหารผู้คนไปมากมายซึ่งมันยากที่จะจินตนาการด้วยอายุของเฉินเซี่ยงในตอนนี้ และปราณฆ่าฟันของเฉินเซี่ยงก็น่ากลัวเป็นอย่างมาก

             

            “ท่านพ่อ ใครเป็นคนทำให้ท่านบาดเจ็บ?” เฉินเซี่ยงถามด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งและเย็นเยียบ

             

            เฉินเทียนหู่ไม่เห็นบุตรชายของตนเพียงไม่กี่เดือนแต่เขาสัมผัสได้เลยว่าบุตรชายของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก แข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก!!

             

            “เฮ้อ...!”

             

            “เฉินฟู่หลง!”

             

            เฉินฟู่หลง...หนึ่งในผู้อาวุโสเก่าของตระกูลเฉินผู้ที่ถูกเชิญให้เข้าร่วมกับนิกายผู้ฝึกตนเหล่านั้น เมื่อได้ยินชื่อของเขา เฉินเซี่ยงทราบถึงเหตุผลที่เฉินฟู่หลงกระทำเช่นนี้ในทันที

             

            “เฉินฟู่หลง...เพื่อหยุดการเปิดกิจการของตึกราชาเม็ดยามันมาหาข้าและบอกให้ข้าปิดกิจการตึกราชาเม็ดยา แต่ข้าไม่เห็นด้วยและขัดขืนคำสั่งของมันมันเลยทำร้ายข้า ความแข็งแกร่งของข้ามิอาจเทียบเท่ากับมัน….” เฉินเทียนหู่กล่าวด้วยความโกรธอย่างมาก

             

            เฉินหลู่ซ่งจึงกล่าวขึ้นมาด้วยความโกรธ“เฉินฟู่หลงผู้นี้ไร้ซึ่งกฎระเบียบมันในตอนนี้ไม่ได้รับการต้อนรับใดๆ จากสมาชิกตระกูลเฉิน มันเคยเป็นอดีตผู้อาวุโส แต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกต่อไปแล้วมันสามารถทำอะไรก็ได้ตราบที่มันต้องการ มันเป็นตัวบัดซบอย่างแท้จริง!!”

             

            เฉินฟู่หลงกลับมาจากเหล่านิกายผู้ฝึกตนดังนั้นความแข็งแกร่งของมันไม่ควรน้อยกว่าระดับ 9 ขอบเขตนักสู้ ฉะนั้นตอนนี้เป็นไปไม่ได้ที่เฉินเซี่ยงจะจัดการกับมัน

             

            *กร็อด~*

             

            เฉินเซี่ยงกำหมัดแน่น เขาสาบานว่าจะให้มันผู้นั้นชดใช้ในสิ่งที่มันทำอย่างสาสม!

             

            ถึงแม้เฉินเซี่ยงจะโกรธแต่ความโกรธกลับไม่แสดงให้เห็นบนใบหน้าของเขาเฉินเทียนหู่ เฉินหลู่ซ่ง และเหมิ่งโบ๋รู้สึกถึงความโกรธเกรี้ยวอันมากมายมหาศาลของเขาได้อย่างชัดเจน

             

            “ตอนนี้อาการบาดเจ็บของบิดาเจ้าทรงตัวแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับมันในตอนนี้” เหมิ่งโบ๋กล่าวในเวลานี้ เขารู้ว่าเฉินเซี่ยงแตกต่างจากคนทั่วไป เขาต้องหมายหัวสำนักใหญ่เหล่านั้นไว้แน่นอน

             

            เฉินเซี่ยงพยักหน้า “ขอบคุณมากเหมิ่งเหลาเราควรจะเตรียมตัวเปิดตึกราชาเม็ดยาในอีกไม่กี่วันที่กำลังจะมาถึงก่อน ยิ่งมันต้องการหยุดเรามากเท่าไหร่ข้าจะยิ่งเปิดร้านเร็วเท่านั้น”

             

            หลังจากกล่าวจบ เขาก็ออกจากตึกราชาเม็ดยาไปเฉินเทียนหู่และคนอื่นๆ ไม่พยายามกล่าวถามว่าเขากำลังจะไปที่ใด

             

            “เจ้าหนู ข้ารู้ว่าเจ้าโกรธมาก แต่เจ้าต้องใจเย็นๆลงก่อนและรับฟังข้า ข้ามีอยู่วิธีหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของเจ้าอย่างรวดเร็วและยังทำให้เจ้าทะลวงถึงระดับ 8 ขอบเขตนักสู้อีกด้วย!” ไม่นานน้ำเสียงเย็นชาของเป่ยยู่ยู่ก็ส่งผ่านออกมาหลังจากเฉินเซี่ยงเดินออกมาจากตึกราชาเม็ดยาได้ไม่นานชัดเจนว่ากำลังพยายามลดความโกรธของเขาลง

             

            ดวงตาเฉินเซี่ยงเบิกกว้างและกล่าวถามอย่างเร่งรีบ“พี่ยู่ยู่ข้าต้องทำอะไรบ้าง?”

             

            เขาเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ระดับ 7 ขอบเขตนักสู้แต่ถึงเขาต้องการก้าวเข้าสู่ระดับ 8 ขอบเขตนักสู้ด้วยเวลาที่แสนสั้นเพียงเท่านี้ มันดูไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่งแต่ถึงอย่างนั้น สาวงามที่เย็นชาราวน้ำแข็งผู้นี้ยังมีวิธีที่ทำให้เขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

             

            “ถ้าเจ้าไม่ได้บ่มเพาะ ‘กายปีศาจอมตะ’ ข้าย่อมไม่อนุญาตให้เจ้าเรียนรู้ทักษะปีศาจของข้ารวดเร็วขนาดนี้”

             

            ทักษะปีศาจ! เฉินเซี่ยงเรียนรู้ทักษะศักดิ์สิทธิ์จากซูเหม่ยเหยาและกำลังจะได้เรียนรู้จากทักษะปีศาจของเป่ยยู่ยู่ที่ทั้งน่ากลัวและน่าเกรงขามก่อนหน้านี้เขาต้องการจะเรียนรู้พวกมัน แต่จำเป็นต้องรอจนกว่าเขาจะบรรลุระดับที่สูงกว่านี้

             

            “ทักษะปีศาจของข้า แม้พวกมันจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ยังมีข้อเสียด้วยเช่นกันแต่แน่นอน มันยังคงเป็นไปได้ที่จะขจัดผลข้างเคียงเหล่านั้น!” เป่ยยู่ยู่ส่งกระแสจิตหาเขา“ทักษะนี้เรียกว่า‘ทักษะปีศาจกลืนกิน’ ด้วยนี่..เจ้าจะสามารถดูดกลืนปราณแท้จริงของผู้คนได้และอีกอย่างหนึ่ง ปราณแท้จริงของคนเหล่านั้นก็จะหลอมรวมลงในร่างกายของเจ้า ทำให้เจ้าสามารถช่วงชิงความแข็งแกร่งของคนผู้นั้นได้ทั้งหมด!!”

             

            .................

    คล้ายกับเรื่องท้าทายดินแดนพระเจ้า ที่คุณอ่าน