ตอนที่ 6 งามสมคำร่ำลือ
แค่วินาทีสั้นๆที่ได้ยลโฉม ราวเวลาหยุดเดินไปชั่วขณะ คำลือว่าหลิวจิ่นอีคือยอดหญิงแห่งแคว้นสุยคงไม่ใช่แค่เื่ลวง แน่นอนว่าเหวินเกอไม่อาจละสายตาจากแก้มนวล เขาดึงผ้าคลุมหน้าออกในคราวเดียว ยิ่งได้เห็นใบหน้าของนางนานขึ้นเท่าไหร่ ใจดวงนี้ยิ่งพองโต อ๋องน้อยหลงรักภรรยาตัวเองั้แ่แรกเห็น
"ต้าตง!! เก็บศพคนของปี้อินไปทำลาย ต่อจากนี้หากมีผู้ร้ายอีก จงจับไปลงทัณฑ์ที่ประจิม อย่านำกลับจวนเป็เด็ดขาด!! "
"บัดนี้จวนอ๋องมีชายา จะทำอะไรบุ่มบ่ามตามใจมิได้ นางเป็สตรีหากใเสียจนตาย มิใช่ว่าข้าต้องถูกตราหน้าว่าเป็ชายหม้ายหรอกเหรอ " เขากล่าวเช่นนี้เพราะลืมตัว ทั้งที่ความตั้งใจแรกแต่งนางเข้าจวนอย่างจำใจ
หลังจากสิ้นสุดคำสั่ง เหวินเกออุ้มชายาตัวน้อยเคลื่อนไปยังเรือนหออย่างที่ควรจะเป็... เขามองดูนางหลับใหลบนเตียงสักครู่ก่อนจะจากไป สีหน้าแววตาทั้งหมดนั้นบ่งบอกเหลือเกินว่ายินดีที่มีภรรยางดงามดั่งธิดา์...
อีกฟากฝั่งของจวน เป็ลานกว้างกลางแจ้ง...
ทาสบ่าวและสาวใช้ทั้งหมดถูกเรียกตัว ไม่ว่าจะเป็วัยหนุ่มหรือผู้เฒ่า ต่างคุกเข่าเรียงตัวรอรับโทษ บัดนี้คนของสำนักประจิมกว่า 50 นายก็มาถึงจวนพอดี ก่อนการลงโทษจะดำเนินไป หวงเหวินเกอไม่วายยืนขัดแขนไขว้ กล่าวบางอย่างสั่งสอนข้าทาสในจวนให้รู้จำ
"จริงอยู่ที่ว่า... หากจะอยู่ในจวนเหวินอย่างปลอดภัย มีชีวิตรอดไปถึงยามแก่เฒ่า ข้าเคยสั่งให้พวกเ้าต่างคนต่างอยู่ เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ อย่าเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็น อย่าพูดอะไรถ้าไม่จำเป็ แต่นี่หนนี้พวกเ้าเห็นกันอยู่หลัดๆว่าชายาตื่นนอน ซ้ำยังหาทางหลบหนี พวกเ้าไม่สมควรนิ่งเฉย!!" เหวินเกอถึงขั้นต้องเปลี่ยนกฎจวนกันยกใหญ่ อารมณ์ขึ้นลงปานห่าฝน
"จากนี้ พวกเ้าเป็หูเป็ตาแทนข้า จับตาดูชายา ไม่ว่านางทำอะไรผิดแปลก ล้วนต้องรายงานข้าเป็สิ่งแรก " โอวาทถูกกล่าวจนยาวเหยียด แดดร้อนจ่ออยู่กลางหัวแท้ๆ เหวินเกอไม่เห็นใจ สั่งคนของสำนักประจิมที่อยู่ใต้บัญชาเฆี่ยนตีบ่าว 50 แส้ หวดผ่ากลางแผ่นหลังอย่างเต็มแรง
....ถัดไปนั้นเป็ศาลาหลังเล็ก พอให้นั่งหลบแดด
เขานั่งจิบชาดีหรี่ตามองข้าทาสถูกสั่งสอนด้วยแววตาไร้ทุกข์ร้อน เ็าเป็ที่สุด แม้เสียงโอดโอยดังกังวานเป็ระยะ ย่อมไม่มีผลต่ออ๋องเหวินแม้แต่น้อย
อื้อ! เสียงร้องครางหนักของบ่าวดังไปถึงหน้าเรือนหอ ราวสัญญาณปลุกให้เสี่ยงชูตื่นจากฝัน นางสะดุ้งตื่นเพราะเสียงนั่น ในใจหวาดผวาจนไม่อยากอยู่ การอยู่จวนอ๋อง และเป็ชายาแปลกปลอมนั่นคือเื่ไกลตัวและ เป็สิ่งที่นางไม่เคยปรารถนาเลยในชีวิต
ทว่า... ชีวิตน้อยๆต้องมาเสี่ยงตายโดยบังเอิญ นี่เป็์กลั่นแกล้งหรือไร " ข้าจะต้องหนีให้ได้ ยิ่งกลัวยิ่งต้องหนี เสี่ยงชู!! ไม่มีอะไรที่เ้าทำไม่ได้" นางกอดเนื้อตัวที่สั่นซก ตบไหล่ช้าๆพึมพำพูดพร่ำให้กำลังใจตัวเอง
ไม่นานนัก นางตัดสินใจฮึบ! ้าหลบหนีอีกครั้ง เสี่ยงชูค่อยๆเคลื่อนประตูเรือนอย่างเบามือที่สุด ยังไม่ทันก้าวขาพ้นขื่อคานด้วยซ้ำ ขาสองข้างเปลี้ยอ่อนแรง เซซัดทรุดลงกับที่
"ทำไมทุกครั้งที่ข้าคิดหนี ข้าจำต้องเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น... ยังไม่ทันข้ามวันชีวิตน้อยๆของข้าแขวนอยู่บนเส้นด้าย เสี่ยงตายทุกลมหายใจ แล้วข้าต้องทำอย่างไรเล่าจึงจะรักษาชีวิตไว้ได้"
เสี่ยงชูสูดหายใจเข้าลึกๆ ไม่้าเป็ลมรอบสอง นางพยายามแข็งใจเอียงคอมองให้เต็มตา ว่าตรงข้ามฟากกลางลานกว้าง เป็การทารุณอันใดกัน ทันทีที่เหลือบตามองเห็นสามีนั่งมองผู้อื่นถูกกระทำทุบตี ใบหน้าเย็นชืดไม่กระตุกไหวติง ไม่เพียงเท่านั้นยังยกดื่มชาหลายจอก ราวเบื้องหน้าเป็เริงระบำจากหอคณิกา
"ถึงขั้นนี้แล้ว ข้าคงหนีไม่พ้นสินะ"
"หนีก็ตาย "
"ไม่หนีก็ตาย... แต่อาจจะมีโอกาสรอดหลงเหลืออยู่บ้าง"
เห็นสามีเหมือนเห็นผี... มือน้อยๆลูบคลำเนื้อแขนให้ขนลุกซู่เรียบลง
เพราะเป็ชายาอ๋องนั้นไม่ง่าย คราวซวยนำพาโชคชะตาให้รั้งอยู่เป็หลิวจิ่นอี คงต้องยอมรับ...
เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆให้อยู่รอดปลอดภัย เสี่ยงชูจำต้องเปลี่ยนวิธีคิดเสียใหม่ ปิดหูปิดตา ตั้งใจเป็ชายาที่เข้าอกเข้าใจสามี หวังประคองชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายให้คงอยู่นานที่สุด
หลังจากนั่งพินิจพิจารณาอยู่เป็ครู่ เสี่ยงชูลืมตัวไปชั่วขณะ ว่าสมควรปิดประตูที่แง้มออกแต่ต้น กว่าจะคิดได้ก็ช้าเกินไปซะแล้ว เมื่อเหวินเกอผู้คลั่งรักเหลือบมองเรือนหอโดยบังเอิญ จอกชาหอมในมือสั่นหงัก มิวายหล่นร่วงหลุดมือแตก ในใจของเขาคิดแต่เพียงว่า... จะปล่อยให้นางหนีไปไม่ได้ หากนางหนีไปอีกจะทำอย่างไร
อ๋องน้อยรีบร้อน วิ่งหน้าตั้งไปยังเรือนหอ ทั้งที่เขาผู้นี้ไม่เคยรีบร้อนต่อผู้ใด ชั่วชีวิตมีเพียงผู้อื่นที่ต่ำกว่ารีบร้อนกระทำตามคำสั่งให้เขาพึงใจ... ทุกสายตาต่างตระหนกแก่สิ่งที่เห็น แต่ไหนเลยจะพูดได้... การลงทัณฑ์ดำเนินไปไม่หยุดหย่อนจนกว่าจะครบกำหนด
ทันทีที่ประชิดตัว เขายื่นมือสองข้างััหัวไหล่ของนางเบาๆ รับรู้ได้ถึงความหวาดกลัวของสตรี... เหวินเกอเอียงตัวบดบังฉากทารุณ ให้นางเห็นเพียงอกผายของตน แรงมือประคองให้นางลุกขึ้นยืนอย่างสง่า
"ต้าตง!! ไล่คนของสำนักประจิมกลับไป ส่วนข้าทาสพวกนี้คงหลาบจำแล้ว ไม่จำเป็ต้องเฆี่ยนตีจนครบ" เขาตะเบ็งเสียงสั่ง
"นายท่านขอรับ แต่ว่าตอนนี้เฆี่ยนไปมากกว่า 30 ไม้แล้ว ใช้เวลาอีกเล็กน้อยจะครบตามคำสั่ง มิสู้ทำให้ครบเถอะขอรับ" ช่างเป็บ่าวที่ซื่อตรง ยึดมั่นต่อคำสั่ง
"ต้าตง!! เ้าโง่ ไม่เห็นหรือไรว่าพี่สะใภ้ของเ้ากลัวจนตัวสั่น เ้าอยากให้นางใจนตายหรือไร!" เหวินเกอกัดฟันพูด กระซิบกระซาบข้างหูใบนั้น เขาแทบอยากจะหยิกลำแขนของเ้าโง่ต้าตงให้เขียวอี๋
"อะเอ่อ... ขอรับ เข้าใจแล้วขอรับ" ราชองครักษ์ที่ภักดียิ้มอ่อน รีบวิ่งหน้าตั้งจัดการทุกอย่างตามคำสั่งแต่โดยดี
"ชายา... ข้าบอกไว้ก่อน... ว่านี่ไม่ใช่กิจวัตรของจวนเหวิน เพียงเพราะพวกเขาทำผิดจึงต้องรับโทษ "
"เดิมทีข้าสั่งเฆี่ยน 50 ไม้นับว่ายังน้อย หนนี้เจ็บเพียง 30 ครั้งก็ช่างมัน..."
"นานกว่านี้มีคนตายขึ้นมาจริงๆ เกรงว่าชายาข้าจะไม่คุ้นชิน" พูดกับต้าตงอีกเสียง พูดกับนางอีกเสียง
"ขะขะ ข้า... จะทำตัวให้คะ คะ เคยชิน... " ยิ่งนางนึกถึงเื่สยดสยองนั้นทีไร นางแทบไม่อยากสบตาสามี
ในเมื่อบอกกล่าวเป็ที่เรียบร้อย เขาลากจูงนางขึ้นเตียงใหญ่อย่างนุ่มนวล... สามีคนดีขึงเชือกรัดตึง ผูกแขนขาติดเตียง
"ชายา... ขออภัยที่ต้องทำเช่นนี้ ข้าไม่้าให้คิดเื่ไร้ประโยชน์ เ้าเห็นแล้วใช่หรือไม่... ว่าพวกคนที่ไม่เชื่อฟังข้า มีจุดจบเช่นไร... "
"หากจิ่นอีของข้า มิอยากดับอนาถ ก็จงเชื่อฟัง เป็ชายาอ๋องแสนเชื่องในจวนใหญ่เสียเถอะ วันข้างหน้าข้าจะพาเ้าเข้าประจิม เป็นายหญิงที่มีบ่าวรับใช้นับร้อย ย่อมต้องมิทำให้ข้าเสียหน้า"
เขาจงใจพูดหลายประโยค ปรับทัศนคติ ขู่ขวัญภรรยาตัวน้อยให้รู้ความ สลัดความคิดโง่ๆ หลบหนีจากเงื้อมมืออ๋องโฉดทุกวัน
เสี่ยงชูนิ่งฟังอย่างตั้งใจ แต่นางนั้นมิกล้าสบตาแม้แต่น้อย แม้กระทั่งถอนหายใจยังต้องระวัง น้ำตาที่จุก-อกถูกกลั้นไม่ให้ไหล
"หลิวจิ่นอี!! เหตุใดไม่ขานรับข้า!! ไม่ได้ยินที่พูดหรือไร!! อย่าคิดว่า เป็ชายาข้าแล้ว หวงเหวินเกอผู้นี้จะมิกล้าสังหาร!! " เขาเห็นนางหลับตาก้มหน้านิ่ง มิพูดมิจา จึงซ้ำย้ำด้วยเสียงหนักจนนางเสียขวัญ
เขาเดินขึงขัง... ยกขาก่ายคร่อมร่าง นิ้วมือเรียวยาวบีบอังข้างแก้ม เหวินเกอออกแรงยกใบหน้างามๆขึ้นมอง เป็เช่นนี้เสี่ยงชูคงเลี่ยงไม่พ้นที่จะหลบหลีก... แววตาของเขาอ่อนโยนกว่าที่คิด แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้นางเบาใจ เสี่ยงชูสุดจะกลั้น น้ำตาหยดใสไหลพรากอาบแก้ม...