…แต่ไม่นาน พริบตาต่อมา ที่ว่ายเปียวกำลังเดินทางกลับเรือนพัก
ผู้าุโ เคยเห็นก่อนหน้านี้ ‘ไล่ล่าค้นหาตัวหลินเอ๋อร์’ พลันปรากฏตัว ราวกับภูตพราย ที่ขี่กระบี่แสง มาเยือน
วู้ม! พร้อมระลอกพลังงานกล้าแกร่ง สาดกระจาย ให้หัวใจผู้คนเผลอมอง สะท้านอย่างไม่รู้ตัว
ขณะมาหยุดเบื้องหน้า ว่ายเปียว
สายตาคู่คมดุจคมกระบี่ พวกเขากวาดมองแวบเดียว ก็รับรู้หมอกพิษ มีการขยับเคลื่อนไหว แปลก ๆ
ชุดคลุมผู้าุโแปลกตา พลันทอสีหน้าประหลาดใจ ที่เห็นว่ายเปียวตรงหน้า
“หืม! เป็เ้าหนูนี่ งั้นหรือ?” ก่อนผู้าุโอีกท่านจะส่ายหัว มองว่าไม่ใช่ว่ายเปียว ที่ก้มประสานฝ่ามือ นอบน้อมตอนนี้แน่
นางจะเอ่ยถามขึ้นมา ขณะในน้ำเสียง มีแรงบีบคั้น กดดันบางอย่าง ของพลังออกไป หาว่ายเปียว ตึง! ตึง!
“เ้าหนู มีใครนอกเหนือจากเ้า อยู่ที่นี่หรือเปล่า?” พร้อมนางหรี่ดวงตาคู่สวยลง
ว่ายเปียวแอบลอบ เผยอ หน้าขึ้นมอง เล็กๆ ที่แสร้งเผยอาการหวาดกลัว หายใจแรง หนัก ถี่ๆ ขึ้นมา “เอ่อ ที่นี่ มีแค่ข้า ผู้น้อย อยู่เพียงลำพัง ขอรับท่านผู้าุโ…”
ว่ายเปียวที่ก้มหน้าประสานมือ เม็ดเหงื่อผุดพราย กล่าวเสียงตะกุกตะกัก จะเอ่ยพ่นวาจาต่อ แอบลอบทำหน้าทะเล้น “หากจะมี ก็คงจะมีแต่เ้าสัตว์อสูรพวกนั้น ที่ไล่ล่า ตามสังหารข้า แล้วกระมัง ท่านผู้าุโ?”
เมื่อว่ายเปียว ชี้นิ้ว ไปยังพวกสัตว์อสูร เผยความกระหาย ดุร้ายในดวงตา พร้อมปากพวกมัน มีน้ำลายไหลย้อย อยากขบร่าง น้อยๆ ว่ายเปียวให้ติดฟันเล่น
คล้ายสัตว์อสูร พวกนั้น มันจะรับรู้ ความซวยจากว่ายเปียว กระทำขึ้นมาถึงตัวพวกมัน
ครั้นยิ่งเห็นสายตาผู้าุโทั้ง2ท่าน เพ่งมอง เอาเื่
พวกสัตว์อสูรน่าคร้ามเกรง จะพากันวิ่งหนีตาย อย่างบ้าคลั่ง ที่ส่ายก้น หนัก ๆ พวกมันหนีไป อย่างไม่คิดชีวิต
ฮู้! ที่มีเสียงคำราม ‘ไม่จำยอม’ ดังไล่หลัง
ผู้าุโหญิงคนนั้น พลางลอบหางตากระตุก ถี่ๆ ที่หันกลับมาจ้องมองว่ายเปียว “ว่าแต่เ้าหนู มาทำอะไรที่นี่กัน ให้พวกเรา พาเ้ากลับไปดีหรือไม่…?”
ขณะหรี่ตาแฝงแรงบีบคั้น หาข้อพิรุธ ขอทานตัวน้อยรอคำตอบ แต่ก็จะไม่คิดว่าว่ายเปียว จะใจกล้าห่อฟ้า เตรียมการมาแล้ว
“ข้ามา ‘แบบมีแผนโว๊ย” ว่ายเปียว จะคำรามในใจไม่มีจุดพลาด ‘พวกท่านไม่มีทาง หาข้อผิดพลาด ของข้าได้หรอก ฮ่าๆ’
เมื่อว่ายเปียวชี้นิ้ว ไปที่หน่อไม้ปราณพลัง อยู่ในตะกร้าด้านหลัง
เขาก็ฉีกยิ้มกรุ้มกริ่ม มุมปากออกมา “งั้นก็ต้องรบกวนท่านผู้าุโทั้งสองท่าน พาข้ากลับไปส่งที่โรงครัวแล้วล่ะ ไม่คิดว่าทางสำนักจะส่งคนมาช่วย ข้าทำภารกิจ เก็บหาวัตถุดิบเช่นนี้”
พวกเขาได้ยินปากกระตุก ถี่ๆ กำลังจะถูกเ้าเด็กนี่ ‘ใช้งาน’ ลูบคม เข้าให้เสียแล้วไง
…แต่ก็พาว่ายเปียวไปอย่างว่าง่าย ที่สะบัดสองนิ้วมือ นำพาร่างว่ายเปียว ขึ้นกระบี่ จากป่าท้ายสำนักอันตรายไป วูม!
ณ เขต โรงครัว…
หัวหน้าพ่อครัวคนใหม่ ที่ได้รับการฝากฝังจากพ่อครัวเหลินคนก่อน เอ่ยทักทายว่ายเปียวทันที เมื่อเห็นอีกฝ่าย กลับมา “เ้าขอทานดวงดี หาวัตถุดิบ โรงครัวมาได้อีกแล้ว ซินะ ฮ่าๆ”
ซึ่งเหมือนคำพูดพ่อครัว จะทำให้การกระทำว่ายเปียว ดูไม่มีพิรุธ ขึ้นมาทันตาเห็น
ส่วนว่ายปรากฏ ลอบดูปฏิกิริยาผู้าุโ เขาจะเกาหัวแก้เขิน “เหอะๆ มิกล้า มิกล้า พี่ชาย …พอดี ดวงขึ้นนิดหน่อยก็เท่านั้น”
“แต่น่าเสียดายเข้าไปเก็บหา วัตถุดิบหายาก เพิ่มอีกสักหน่อยไม่ได้ แถมเกือบเจอปัญหาเสียด้วย ต้องขอบคุณผู้าุโทั้งสองท่าน ที่มาส่งผู้น้อย แล้วล่ะ”
ว่ายเปียวประสานฝ่ามือลา…เดินจากไป ด้วยท่าะโสองขา อย่างสบายใจเฉิบ
ผู้าุโทั้งสอง มองแผ่นหลังว่ายเปียวจากไปเป็สายตาเดียวกันแล้ว อดไม่ได้เผยความเคลือบแคลงใจ ขอทานคนนี้
ทว่าไม่รู้ทำไม สัญชาตญาณ พวกเขา ร้องแจ้งเตือน แปลกๆ ถึงตัวไม่สลักสำคัญ อย่างว่ายเปียว น่าจะกุมความลับบางอย่างไว้
แต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ เมื่อมองขอทานน้อย จากไป ‘จะเอาเื่หาตัวผู้บุกรุก ไปรายงาน’
ว่ายเปียว กลับห้องพัก เขายังบ่นงึมงำกับตนเอง “สงสัยว่า พวกเขา ก็คงเป็หนึ่งในมหาอำนาจ ที่เคลื่อนไหวอยู่ในสำนักมารบูรพา ซินะ? …”
“แต่ก็ช่างเถอะ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้าอยู่แล้ว”
ว่ายเปียว ครั้นนั่งลงภายในเรือนพักศิษย์สายนอกเล็กเท่ารูหนู เขาก็ลองส่งปราณจิต เข้าไปตรวจสอบ แผ่นหยกเคลื่อนย้าย ที่หลินเอ๋อร์ มอบ ทิ้งไว้ให้ไปพลาง
พร้อมก่อนเขาเข้าห้องพัก จะได้ยินเื่ของ จี้จิ่งเทียนเคลื่อนไหว ที่ลานต่อสู้่ชิง ทรัพยากรกำลังอยู่ใน่ดุเดือด ของการแย่งชิงของล้ำค่าฝึกฝนเลยตอนนี้
ครั้น มีการประกาศวันประลองที่แน่นอนขึ้นมา ศิษย์สายนอก 5อันดับ ในเรือนพักร่วม 200ชีวิต ซึ่งจะมีเพียง5คนเท่านั้น จะได้กลายเป็ศิษย์สายใน
ย่อมสร้างแรงกระเพื่อม การแย่งชิงที่ดุเดือดของศิษย์สายนอกขึ้นมาไม่น้อย โดยเฉพาะ10อันดับแรก ที่เข้าเกณฑ์จะเป็ศิษย์สายใน
จู่ๆ ว่ายเปียว ตรวจสอบแผ่นหยกเคลื่อนย้าย คล้ายปรากฏแผนที่ แต่ไม่สามารถทำงานได้ภายในสำนัก…เขาจะเผลอไปเห็นของอีกสิ่งที่หลินเอ๋อร์ทิ้งไว้ให้
“หืม! เคล็ดวิชาที่นางตั้งใจ หลงเหลือไว้ให้ข้างั้นหรือ?”
ว่ายเปียว แตะไปโดนเคล็ดวิชา เหมือนจะมีอยู่2เล่ม เสียงที่คุ้นเคยฝากทิ้งไว้ จะดังขึ้นมา
“นี่เป็วิชา ส่วนที่2 กับส่วนที่3 หากเ้าทำความเข้าใจมันได้ มันจะช่วยยกระดับให้เ้า อย่างก้าวะโเชียว!”
ว่ายเปียว ตอนแรกเหมือนจะดีใจ…แต่ต่อมาตั้งใจอ่านศึกษาเคล็ดวิชา เขาก็ต้องหน้าบูดเบี้ยว เขียวคล้ำ ราวกับคนอมสิ่งปฏิกูลไว้ในปาก
ที่สบถขึ้น “จะให้เคล็ดวิชา ข้าทั้งที ไหน เ้าไม่ให้ส่วนที่หนึ่งข้ามาด้วยเล่า หลินเอ๋อร์ นาง บ้าเอ๊ย!”
ว่ายเปียว คันคะเยอด้วยความอยากรู้ แต่วิชาประเภท โคจรพลัง หากทำไม่ถูกต้อง จะเป็ภัยต่อตัวเขาเองมากกว่า
จึงได้แต่เก็บวิชาส่วนที่สองกับส่วนที่สาม ไว้ภายในแผ่นป้ายหยก เช่นเดิม
ก่อนจะสงบใจ เอาวิชาท่าฝ่ามือหัตถ์ศูนย์ สามกระบวนท่า บวกกับเคล็ดลับวิชา แซ่ฟาดั ออกมาฝึกปรือ ปิดขั้นพลังไปพลางก่อน
…พริบตา เวลาหนึ่งสัปดาห์ ว่ายเปียว ฝึกฝนไม่มีการเคลื่อนไหว ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ที่ผมเผ้าของเขายุ่งเหยิง มีเพียง่ไปโรงครัว กินข้าวเติมพลังเท่านั้น ที่เขาหยุดพัก
จู่ๆ ภายในห้องพลันส่งสัญญาณ การเลื่อนขั้นพลังขึ้นมาอีกครั้ง
“ตอนนี้ยังให้ใครรู้พลังแท้จริงไม่ได้” แม้จะเคยได้ยิน ผู้เข้าสู่ขอบเขตขั้น5 จะได้เลือกเคล็ดวิชา มาฝึกปรือเพิ่มก็ตาม
ว่ายเปียวเม็ดเหงื่อผุดพราย ลุกขึ้น จะรีบไปป่าท้ายสำนัก ถ้ำจิ้งเหลนทอง เพื่อเลื่อนขั้นพลังทันที
เมื่อ เข้าสู่สภาวะ เหนี่ยวนำปราณพลัง รอบตัวกระจัดกระจาย กลับเข้าร่าง
ก่อนมันจะสะสมพลังเต็มที่ วูม! ะเิขอบเขตใหม่ขึ้นมา
ว่ายเปียวจะคลี่ยิ้มละไม ที่เลื่อนขั้นพลังก่อกำเนิด ขอบเขตที่5 สำเร็จ
แต่ก็รู้สึกเสียดายทรัพยากรที่หามาได้ในเวลาเดียวกัน ที่เขากลับเป็คนจนอีกครั้ง เมื่อผลาญเม็ดยาฝึกฝนพื้นฐาน ได้มา ใช้จนหมด
“เฮ้อ เกรงว่า ข้าต้องไป ขายยาเพิ่มปราณ ยาลูกกลอนรักษา ต่อแล้วซินะแบบนี้”
เมื่อวิธีจะหาเม็ดยาฝึกฝนพื้นฐานได้มากที่สุดก็คงต้องมีแต่วิธีนี้ ซึ่งว่ายเปียว จะเหลือก็แต่เม็ดยา ที่เขาปรุงจำแนกไว้ อย่างเดียวแล้วตอนนี้
…เวลาเหลือไม่ถึง 20วัน ที่หมู่ตึก จะจัดการประลองของศิษย์เลื่อนขั้นเป็ศิษย์สายใน
แต่การปรากฏตัวของว่ายเปียว ที่สนามต่อสู้่ชิงของล้ำค่า เป็อะไรที่ดึงดูดสายตาผู้คนไม่น้อย เมื่อขณะนี้ยอดเขาต่อสู้แห่งนี้ กำลังคึกคักถึงขีดสุด
ซึ่งต้องอย่าลืมว่าคราวก่อนว่ายเปียว สร้างเื่ไว้ไม่น้อย
แถมตอนนี้ คุณชายจี้จิ่งเทียน ที่มีอำนาจล้นฟ้าในหมู่ศิษย์สายนอก เข้าลงสนามแย่งชิง ตัดสิทธิ์ผู้ประลองแย่งชิง5อันดับด้วยแล้ว ว่ายเปียว จะดูกลายเป็ตัวโง่งม หากเมื่อเขาเดินไปพบ จี้จิ่งเทียน อย่างแน่นอน
“ฮ่าๆ ดูซิใครมากัน!” เมื่อหลายคนเห็นว่ายเปียว ก็จะยิ้ม แหยงๆ
แต่ไม่ใช่สำหรับกลุ่ม อำนาจ่ชิงการเลื่อนขั้นเป็ศิษย์สายใน ครั้งนี้แน่นอน
พวกเขามองหยามเหยียด ไปที่ว่ายเปียว ขอทาน ผิวมีรอยกระแดดเลีย อย่างไม่ปิดบัง “ชิ! มาที่นี่ มันหาเื่ตาย หรืออย่างไร?”
“อืมๆ ลานต่อสู้่ชิงไม่เหมือนเดิมแล้วตอนนี้”
ก่อนมีเสียงกระซิบกระซาบพลันดังขึ้น เบาๆ คล้ายกลัวว่ายเปียวได้ยิน เมื่อมอง ว่ายเปียวเดินผ่านพวกเขาไปหน้าเขตต่อสู้แล้ว “นี่ๆ เ้ารู้หรือยัง ป้าซือ ออกจากคุกมืดมาแล้วเมื่อเช้า เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังรอว่ายเปียวอยู่เชียว”
คนพึ่งมารู้ข่าว ลอบฉีกยิ้มกว้าง “แบบนี้ก็จะมีเื่สนุก ให้ดูแล้วซินะ”
“อืมๆ เกรงว่าจะเป็เช่นนั้น ได้ยินว่า ป้าซือเลื่อนขั้นเข้าสู่ขอบเขตที่6 แล้วด้วย งานนี้มีคนหามโลง ออกมาแน่”