“นั่นสิ ท่านดูสิ หลังจากตระกูลหลี่มาอยู่ที่นี่ หมู่บ้านของพวกเราก็คึกคักขึ้นตั้งเยอะ!”
วันนี้ถึงรอบที่ดินผืนหนึ่งทางทิศใต้ของหมู่บ้าน เจียอันกำลังโก้งโค้งตัดรวงข้าวฟ่างอยู่ เมื่อเห็นแม่เฒ่าหลี่อุ้มเจียอินเดินมาจากริมคันนา เขาก็รีบกุลีกุจอเข้าไปหาทันที
“ท่านย่า ท่านมาได้อย่างไร? แดดร้อนเช่นนี้ น้องสาวของข้าต้องร้อนแน่ ๆ ”
ใบหน้าขาวนวลเล็ก ๆ ของเจียอิน ในยามนี้ดวงตากลมโตกลิ้งไปมาดูน่ารักเป็พิเศษ
เจียอันเช็ดมือกับเสื้อแรง ๆ จากนั้นจึงหยิบง่ามดีดออกมาจากอกเสื้อเพื่ออวดน้องสาว
“น้องสาวดูนี่สิ สิ่งนี้ใช้ยิงนกได้ พรุ่งนี้พี่จะไปเก็บไข่นกมาให้เ้ากินนะ!”
ง่ามดีดอันนั้นทำขึ้นอย่างประณีตยิ่งนัก ด้ามไม้อาจเป็เพราะถูกลูบคลำบ่อยครั้งจึงมีความเรียบลื่นและกลมมน
“อา ยา!”
ชาติก่อนตอนเด็กเจียอินก็เคยเล่น จึงยื่นมือน้อย ๆ ออกไปคว้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เจียอันจึงวางง่ามดีดไว้ในมือของนาง
แม่เฒ่าหลี่เห็นว่าง่ามดีดอันนั้นไม่เหมือนของที่บ้าน จึงเอ่ยถามขึ้นลอย ๆ ว่า “ได้ง่ามดีดนี่มาจากไหนกัน?”
“ท่านปู่จ้าวให้มา ท่านปู่จางและคนอื่น ๆ ก็ให้มาด้วย นอกจากนี้พี่เจียอี้ยังได้มีดสั้นเล่มเล็กมาเล่มหนึ่งด้วยนะ สวยมากเลย!”
เจียอันเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ราวกับกำลังโอ้อวดของรางวัลที่พวกเขาได้รับ
เมื่อได้ยินว่าเป็ของที่เหล่าทหารเก่าให้มา แม่เฒ่าหลี่จึงไม่ได้ว่าอะไร
หลายวันมานี้ ทุกบ้านที่ตระกูลหลี่ไปช่วยเหลือ ราวกับนัดกันไว้ พวกเขาต่างพากันส่งของมาให้ตระกูลหลี่
ไม่ว่าจะเป็ผักแห้ง ซีอิ๊วถั่วเหลือง หัวไชเท้าดอง และอื่น ๆ มีครบทุกอย่างจนไม่สามารถปฏิเสธได้เลย!
แม่เฒ่าหลี่เข้าใจว่านี่คือคำขอบคุณของชาวบ้าน จึงค่อย ๆ เลิกปฏิเสธไปในที่สุด
วันหน้าหากที่บ้านทำของอร่อย ๆ ก็ค่อยส่งกลับไปให้ก็แล้วกัน
“หนูน้อยฝูหนิ่วมาอีกแล้วหรือ!”
สะใภ้รองจางที่อยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านกำลังนำน้ำไปส่งให้สามี เมื่อเห็นแม่เฒ่าหลี่จากระยะไกลจึงรีบเดินเข้ามาทักทาย
พอเห็นเจียอินซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของแม่เฒ่าหลี่อย่างว่าง่าย สะใภ้รองจางก็ชอบใจยิ่งนัก นางหยิบดอกไม้ผ้าที่เย็บจากเศษผ้าออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นให้ในมือน้อย ๆ ของเจียอิน
“เมื่อวานข้าค้นเจอเศษผ้าในตู้พอดี เลยทำดอกไม้ให้หนูน้อยฝูหนิ่วเอาไว้เล่น!”
สะใภ้รองจางเห็นเจียอินถือดอกไม้ผ้าแล้วยิ้ม ความน่ารักนั้นทำให้หัวใจนางสั่นไหว จึงยื่นมือไปบีบแก้มเล็ก ๆ ของเด็กน้อย
ผิวของเจียอินบอบบาง แม้ว่านางจะไม่ได้ออกแรงมาก แต่มือที่หยาบกร้านก็ทิ้งรอยแดงไว้บนแก้มเล็ก ๆ ได้
เจียอินรีบหันหน้าหนีด้วยความไม่สบายตัว ยิ่งทำให้สะใภ้รองจางหัวเราะร่า
“เด็กหญิงตัวน้อยแค่นี้ รู้จักอายเสียแล้ว”
เจียอินไม่อาจโต้ตอบได้ ใครอายกันเล่า เห็นชัด ๆ ว่ารังเกียจต่างหาก!
คิดไว้ไม่มีผิดว่าตามท่านย่ามาที่ริมนาไม่มีเื่ดีเลย สู้ตามท่านแม่ขึ้นเขาดีกว่า นอกจากจะไม่โดนแดดแล้ว ยังสามารถนำของออกจากมิติวิเศษได้อีกด้วย...
ทุกครัวเรือนในหมู่บ้านต่างยุ่งอยู่กับการเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วง แต่ก็มีข้อยกเว้นนั่นคือบ้านตระกูลหลิว
คนทั้งบ้านขลุกอยู่แต่ในห้อง ไม่มีใครออกไปทำงานเลยสักคน
เมื่อเห็นพืชผลสุกงอม หากไม่รีบเก็บเกี่ยว ถ้าอีกไม่กี่วันฝนตก ผลผลิตของทั้งปีนี้คงต้องสูญเปล่า
สะใภ้กัวร้อนใจจนแทบจะพ่นไฟได้ แต่นางไม่สามารถสั่งใครได้เลย
พอเรียกให้หลิวเถี่ยจู้ทำงาน หลิวเถี่ยจู้ก็จะกุมท้องร้องโอดครวญ แล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไม่หยุด
หลิวไหลฝูบอกว่าไปหาอู๋เอ้อร์ในตัวอำเภอ ผ่านไปหลายวันแล้วก็ยังไม่มีข่าวคราว
ลูกสะใภ้ทั้งสองคนยิ่งี้เีแข่งกัน พอพูดเื่ทำงาน ก็วิ่งหนีเร็วกว่าใครเพื่อน
“ท่านแม่ ตระกูลหลี่มีคนตั้งเยอะ หลายวันนี้ช่วยบ้านนั้นบ้านนี้ ทำไมไม่เห็นมาช่วยบ้านเราบ้างเลย? พวกเรายังเป็ญาติกันนะ มีใครไร้น้ำใจขนาดนั้นกัน?”
ภรรยาของหลิวไหลฝูนั่งอยู่บนเตียงดินเผา ร่างกายอ้วนจนตาหยีเป็เส้นเดียว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอิจฉา
สะใภ้กัวได้ยินดังนั้นดวงตาก็เป็ประกาย หากต้องจ้างคนไม่รู้จะต้องเสียเงินเท่าไหร่
คนตระกูลหลี่ขยันทำงานขนาดนั้น ให้พวกเขามาช่วยเลยก็สิ้นเื่!
เมื่อคิดได้ดังนั้น นางจึงรีบวิ่งไปที่บ้านตระกูลหลี่ทันที
“พี่ใหญ่ พักผ่อนอยู่หรือ?”
สะใภ้กัวเห็นแม่เฒ่าหลี่กำลังนั่งกล่อมหลานสาวอยู่ที่หน้าประตูรั้ว จึงทำหน้าหนาเข้าไปประจบ
แม่เฒ่าหลี่ปรายตามองนางแวบหนึ่งโดยไม่ตอบคำ รู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ไม่ได้ล็อกประตูใหญ่ ใครจะเข้าออกก็ได้ตามใจชอบ
สะใภ้กัวไม่ได้โกรธ ยังคงยิ้มร่าเริง
“พี่ใหญ่ พืชผลที่บ้านข้ายังไม่ได้เกี่ยวเลย คนบ้านท่านมีเยอะ ช่วยพวกเราเกี่ยวหน่อยเถอะ”
“คนในบ้านข้ายุ่งกันหมด ช่วยพวกเ้าไม่ได้ เ้าสี่กำลังจะกลับมาแล้ว เ้ารีบกลับไปเถอะ! ระวังเขาอารมณ์ไม่ดีแล้วจะโยนเ้าออกไป!”
แม่เฒ่าหลี่พูดด้วยใบหน้าบึ้งตึง จากนั้นก็อุ้มเจียอินลุกขึ้นเดินกลับเข้าห้อง โดยไม่ได้ชายตามองสะใภ้กัวเลยแม้แต่น้อย
สะใภ้กัวถูกปฏิเสธจนหน้าแตก อยากจะโกรธแต่ก็กลัวว่าหลี่เหลาซื่อจะกลับมาจริง ๆ
ดังนั้นนางจึงถ่มน้ำลายใส่แผ่นหลังของแม่เฒ่าหลี่ แล้วเดินกลับบ้านพร้อมกับด่าทอพึมพำ
“ครอบครัวเืเย็น! แม้แต่ญาติก็ไม่ช่วย! คิดว่าคนเขาต้องอ้อนวอนหรือไง? ถุย!”
สะใภ้กัวเดินไปด่าไป เมื่อเจอชาวบ้านระหว่างทางก็ยิ่งด่าแรงขึ้น แต่ไม่มีชาวบ้านคนไหนสนใจนางเลย...
การเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงของหมู่บ้านชิงสุ่ยในปีนี้ เพราะได้รับการช่วยเหลือจากคนตระกูลหลี่ จึงเสร็จสิ้นเร็วกว่าปีก่อน ๆ หลายวัน
ชาวบ้านในหมู่บ้านชิงสุ่ย เมื่อเห็นคนตระกูลหลี่ ต่างก็มีความรู้สึกใกล้ชิดและเป็มิตรเป็พิเศษ
“อวี่เซิงอยู่บ้านหรือไม่?”
เช้าวันนี้ หลังจากตระกูลหลี่เพิ่งทานอาหารเช้าเสร็จ ก็ได้ยินเสียงของผู้ใหญ่บ้านดังมาจากหน้าประตูรั้ว
หลี่เหลาเอ้อร์ขานรับ แล้วรีบลุกออกไปข้างนอก
“อวี่เซิง ข้าจำได้ว่าเ้าเคยเป็เสมียนบัญชี มีเื่หนึ่งอยากให้เ้าช่วย” ผู้ใหญ่บ้านบอกจุดประสงค์ที่มาโดยตรง
หลี่เหลาเอ้อร์ได้ยินดังนั้น ก็เดาว่าเป็เื่เกี่ยวกับการคำนวณ จึงตอบตกลงทันที
“ได้ขอรับ ท่านลุงมีเื่อะไรก็สั่งมาได้เลย”
“พรุ่งนี้เป็วันที่เ้าหน้าที่จากตัวอำเภอจะมาเก็บภาษีธัญพืช ข้าอยากให้เ้าช่วยคำนวณบัญชี”
เป็ไปตามคาด ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยถึงเื่การส่งภาษีธัญพืช เขาถอนหายใจยาวแล้วกล่าวต่อ “เมื่อก่อนทุกปีข้าต้องจัดการคนเดียว ในหมู่บ้านมีทหารเก่าและชาวบ้านที่อายุมากหลายคนซึ่งไม่เข้าใจเื่เหล่านี้ เ้าหน้าที่เก็บภาษีพวกนั้นมักจะอาศัย่ที่ข้ายุ่ง ๆ หลอกลวงพวกเขา และเก็บธัญพืชเกินไปไม่น้อย...”
ธัญพืชในฤดูใบไม้ร่วงคือรากฐานในการมีชีวิตรอดใน่ฤดูหนาว แต่ข้าราชการท้องถิ่นและเ้าหน้าที่ที่ใจดำไม่สนใจเื่นี้ พวกเขามุ่งหวังจะกอบโกยเงินทองจากภาษีธัญพืช
หลี่เหลาเอ้อร์ได้ยินเื่นี้ก็รีบรับปากทันที
“ท่านอาวางใจเถิด! พรุ่งนี้พวกข้าทั้งครอบครัวจะไปช่วย จะไม่ยอมให้คนในหมู่บ้านต้องเสียเปรียบอีกเด็ดขาด!”
“เฮ้อ อวี่เซิง ข้าขอขอบคุณครอบครัวเ้าแทนทุกคนด้วยนะ”
ผู้ใหญ่บ้านตบไหล่หลี่เหลาเอ้อร์ด้วยความปลาบปลื้มและดีใจยิ่งนัก
เขายิ่งมั่นใจว่า การที่ตกลงให้ตระกูลหลี่มาตั้งรกรากที่นี่ เป็เื่ดีอย่างยิ่งสำหรับหมู่บ้านชิงสุ่ย!
หลังจากผู้ใหญ่บ้านกลับไป หลี่เหลาเอ้อร์ก็กลับเข้าห้องไปบอกเื่นี้กับแม่เฒ่าหลี่ คนในตระกูลหลี่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าจะไปช่วย
มีเพียงอู๋ชุ่ยฮวาที่นั่งอยู่ริมเตียงดินเผา ในมือถือเกาลัดที่แกะเปลือกแล้วสองลูกกำลังยัดเข้าปาก
“เอาแต่ยุ่งเื่ชาวบ้าน งานบ้านตัวเองยังไม่มีใครทำเลย!”
นางบ่นพึมพำในปากด้วยความไม่พอใจ แต่ไม่กล้าพูดเสียงดัง ราวกับหนูที่แอบขโมยของกินในท่อระบายน้ำ
คนในบ้านได้ยินกันหมด แต่ไม่มีใครสนใจนาง และทำเป็ไม่ได้ยิน เพราะหากต้องมาถือสาหาความ ก็จะเสียเวลาและเสียอารมณ์เปล่า ๆ
วันรุ่งขึ้น ก่อนฟ้าสาง คนตระกูลหลี่ก็ตื่นแต่เช้า จุดไฟทำอาหาร หลังจากเตรียมตัวเสร็จก็เดินทางไปยังบ้านผู้ใหญ่บ้าน
การเก็บภาษีธัญพืชของอำเภอจวิ้นหยางนั้น ชาวบ้านในแต่ละหมู่บ้านจะขนธัญพืชที่ต้องเสียภาษีของตนเองมาไว้ที่ลานว่างในหมู่บ้าน รอให้เ้าหน้าที่มาถึง ทำการตรวจสอบยอดรวมแล้วจึงใช้รถลาของที่ว่าการเมืองขนย้ายไป
คนตระกูลหลี่มีแรงเยอะ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเดินสายช่วยแบกกระสอบธัญพืชตามบ้านต่าง ๆ
โดยเฉพาะหลี่เหลาซื่อและเจียอี้ ทั้งสองคนแบกของหนักร้อยกว่าชั่งแต่ยังเดินเหินได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวบ้านต่างมองด้วยความอิจฉา