“เอือกกก...อั๊ก แค่กๆ”
ไม่มีเรี่ยวแรงแม้จะเช็ดโลหิตออกจากปาก มุมปากอิ่มกระตุกยิ้มเยาะตนเองล้มตัวนอนกับพื้น อ่อนแรงไปหมด ดวงตาพร่าเลือนมองนภาสีแดงก่ำราวสีเืหยาดน้ำตาหลั่งรินเป็สาย ข้านี้ช่างโง่เขลานัก...ไว้ใจคนผิด คิดได้เมื่อสายไปหมดสิ้นแล้วทุกอย่างแม้แต่ชีวิตตนก็มิอาจ...รักษาไว้ได้
ศิษย์พี่...ท่านผิดหวังมากใช่หรือไม่ข้าเองเป็ผู้ผลักดันท่านสู่หนทางนรกเช่นนี้ เืนองเต็มปฐี โกลาหลทุกหย่อมหญ้าคนดีเปลี่ยนเป็เลว คนเลวนั้นลอยนวล ศิษย์พี่.....ข้าผิดไปแล้วใบหน้าซีดเผือดของท่านฝั่งลึกในใจข้า...มิอาจลบเลือนได้
ร่างแบบบางกระตุกสั่นระริกสูดหายใจลึกฝืนทนต่อความเจ็บก่อนจะกระอักเืออกมาอีกครั้งทิ้งตัวนอนหงายอย่างปลงตก นึกถึงวันเวลาที่ผ่านมาชีวิตแสนสุขของตน มีศิษย์พี่พี่น้องร่วมสำนัก ที่ตอนนี้ต่างล้มตายล่วงหน้าไปก่อนแล้ว...เ้าสำนัก อาจารย์ ฮึฮ่า ๆ ๆ นึกมาถึงตรงนี้ก็ได้แต่สมเพชตนเองแล้ว
มือบางค่อย ๆ เอื้อมคว้าท้องนภาสีแดงฉานก่อนจะร่วงหล่นพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายของตนมองนกน้อยโผล่บินกลับรัง ดวงตาดำขลับที่เคยฉายแววสดใสค่อย ๆ มืดดับลง ความคิดคำนึงสุดท้าย...มีแต่ความสำนึกผิด
‘หาก์มีจริงข้าขออ้อนวอนแม้ต้องแลกด้วยชีวิต ข้าทำผิดพลาดครั้งใหญ่ต่อคนผู้หนึ่งอยากจะแก้ไข หากย้อนกลับไปได้ ข้าจะไม่มีวันทำร้ายเขา บีบคั้นเขา ข้าจะไม่มีวันปล่อยเขาทุกข์ทรมานจนเป็มารร้ายศิษย์พี่...หากย้อนกลับไปได้ ข้าจะอยู่เคียงข้างท่าน เชื่อมั่นในท่านไม่หลงกลคนชั่ว ข้าอยากเอ่ยคำนี้กับท่าน...ข้าขอโทษ...ศิษย์ พี่...เหว่ย ลู่เสี่ยน...’
หุบเขาซานม่ายสำนักจิ่นกวาง
เหิงเยว่เผยอเปลือกตาขึ้นอย่างมึนงง ที่นี่คือที่ไหนนะ?... ทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี่ข้าตายไปแล้วไม่ใช่หรือ? ร่างระหงขยับลุกนั่งช้า ๆ มือเรียวลูบหมอนไปมาอย่างครุ่นคิด...กวาดสายตาสำรวจรอบห้อง โต๊ะ ตั่ง ตู้ ชั้นวางหนังสือที่นี่คือห้องของนางที่สำนักจิ่นกวางแน่นอน
จิ๊บ ๆ จิ๊บ ๆ เสียงที่คุ้นเคยดึงให้นางหลุดจากภวังค์ความคิดเ้ากระจิบน้อยอยู่ในกรง...
“กระจิบน้อย!...เ้ายังอยู่” เหิงเยว่กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เจ็บคอจังทำไมเสียงข้า...
“เหิงเยว่...เ้าลุกขึ้นมาทำไม มา ๆ นั่งเสีย เ้าเพิ่งหายาเ็ หายป่วยอย่าลุกเดินเพ่นพ่านสิ”
“พี่หลิว...เป็ท่าน” เหิงเยว่เดินตามแรงฉุดของหญิงสาว ในใจไหววูบ นางยื้อคนตรงหน้าให้หยุดเดินเพื่อจะมองให้ชัดๆ หญิงผู้นี้คือพี่อี้หลิวแห่งสำนักฮุ่ยจงจริง ๆ นางยังอยู่ดี...ยังไม่ตาย จู่ ๆน้ำตาก็เอ่อคลอไหลอาบแก้ม เหิงเยว่ดีใจเป็ที่สุด
“เ้ากอดข้าทำไม อ้าว...ร้องไห้เสียแล้ว เป็อะไรไปใครทำอะไรเ้า เหิงเยว่”
“พี่อี้หลิว...เป็ท่านจริง ๆ ท่านยังไม่ตาย ฮึก ๆ”
“พูดอะไรของเ้า ข้าจะตายได้ยังไง...ข้ายังต้องคว้าที่หนึ่งในชั้นปีนี้กลับไปเป็เกียรติให้สำนักฮุ่ยจงอยู่นะ แล้วอีกอย่างข้าเพิ่งสารภาพความในใจกับพี่มู่สือตามคำแนะนำของเ้าด้วยข้าจะตายได้ยังไง”
“ความในใจ? พี่มู่สือ ถ้า...ถ้างั้นก็หมายความว่าพี่มู่สือก็ยังไม่ตาย...โอ๊ย!” เหิงเยว่ลูบแขนปรอย ๆ เพราะโดนฟาดแม้ไม่แรงแต่ก็เจ็บอยู่
“ถ้าพูดเื่ตายอีก ข้าจะโกรธเ้าแล้วนะ เพ้ออะไรก็ไม่รู้ มานั่งนี่ กินข้าวต้มเสียทีจะได้กินยา”
“ได้ ๆ ข้ากิน...ข้ากินแล้ว” เหิงเยว่ว่าพร้อมกับนั่งลงหากในใจก็ยังครุ่นคิดอย่างว้าวุ่น นางยังไม่ตาย และพี่ ๆ ร่วมสำนักก็ยังไม่ตายพี่อี้หลิวเพิ่งสารภาพรักกับพี่มู่สือถ้าหากเื่ที่ผ่านมาก่อนนางจะตื่นเกิดขึ้นจริงเหตุการณ์เลวร้ายพวกนั้นก็ยังไม่เกิดขึ้น เหิงเยว่ใจเต้นแรงคล้ายมีแสงแห่งความหวังผุดขึ้นกลางใจ
งั้นศิษย์พี่...ศิษย์พี่ล่ะ
กึก!! เสียงวางตะเกียบดังลั่นจนอี้หลิวสะดุ้งเฮือก
“พี่อี้หลิว ศิษย์พี่ล่ะ...ศิษย์พี่ลู่เสี่ยนของข้า”
“โอ๊ย ๆ เ้าไม่ต้องเขย่าข้า นี่เ้าไม่สบายจนลืมไปหมดแล้วรึไงศิษย์พี่ของเ้าลงไปที่เนินป่าเซินหลินกับอาจารย์...อ๊ะ!!” อี้หลิวยังพูดไม่ทันจบ เหิงเยว่ก็ผุดลุกขึ้นอย่างแรงจนเก้าอี้ล้ม ตึง!
“กับอาจารย์...ไม่!”
“อ้าว...นั้นจะไปไหนล่ะ เหิงเยว่...เ้ายังไม่กินยาเลยนะข้าวต้มก็กินไปนิดเดียว” หญิงสาวได้แต่บ่นและมองตามร่างบางที่วิ่งหายลับไปอย่างร้อนรน
เหิงเยว่ไตร่ตรองดูถ้าหากศิษย์พี่ลู่เสี่ยนไปปราบมารกับอาจารย์ที่เนินป่าเซินหลินงั้นก็หมายความว่า ศิษย์พี่ต้องเจอาาปีศาจนามว่ามี่ไช่แล้วข้าจะต้องไปช่วยศิษย์พี่...ไม่งั้นละก็...ไม่งั้น
“จะรีบไปไหนล่ะ...เยว่เยว่?” ร่างบางชะงักฝีเท้าหันหลังขวับอย่างรวดเร็ว นางร้องออกมาคำหนึ่ง เพราะวิ่งเร็วจึงหยุดตนเองไม่ทันได้แต่หลับตาปี๋เตรียมล้มคว่ำลงไป ทว่าความเ็ปดูเหมือนจะมาไม่ถึง
เมื่อมือหนาคว้าเอวบางกลับมาได้ทันก่อนที่จะล้มลงไปเหิงเยว่จึงฟุบลงให้อ้อมอกผู้ที่คว้าตนเองเอาไว้แทน นางช้อนสายตาขึ้นมอง รีบขยับถอยออกจากอ้อมกอดของคนตรงหน้าด้วยความใทว่าเขายังจับเอาไว้หลวม ๆ รอร่างบางยืนอย่างมั่นคงจึงปล่อยมือ
ดวงตาดำขลับเบิกกว้างมีแววตื่นตะลึงเหลือเชื่อและหม่นเศร้าปนเปกันจนแยกไม่ออกนางหลุบสายตามองั้แ่มือหนาที่จับแขนตนเองไว้ ไล่ไปที่ใบหน้าคมเข้มสบดวงตาสีดำที่มีประกายแข็งกล้าราวกับไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งใด มองค้างที่รอยยิ้มบางๆ ตรงมุมปากหนา ที่นางเฝ้าคะนึงหาจนสิ้นลมหายใจ น้ำใส ๆ ในดวงตาเอ่อคลอทันใดดวงตาหม่นเศร้ามีแววสำนึกผิดโดยไม่รู้ตัวนั้น ทำให้ร่างสูงตรงหน้าถึงกับชะงัก มีแววสับสนพาดผ่านดวงตาดำกล้าเพียงแวบเดียวก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว
“ร่างกายยังไม่แข็งแรง...จะรีบวิ่งไปไหน ซุ่มซ่ามแล้ว”เสียงทุ้มอ่อนโยน แสดงความเป็ห่วงที่ไม่ได้ยินมานานแสนนาน...
"ศิษย์พี่ลู่เสี่ยน...ฮือ"
ผลุบบบ! เหิงเยว่โผล่เข้ากอดคนตรงหน้าแน่นด้วย สะอื้นไห้น้ำเสียงร้าวรานในใจะโก้อง ‘ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน ศิษย์พี่...ข้าขอโทษ’ นางกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าคนตรงหน้าจะสลายหายไป
เขายังอยู่...ศิษย์พี่ลู่เสี่ยนของนางยังอยู่นางจำได้ว่าหลังจากกลับมาจากเนินป่าเซินหลิน เขาต้องาเ็หนักต้องพักรักษาตัวนานหลายเดือน และอาจารย์เ้าสำนักที่กลับมาก็เก็บตัวเงียบตอนนั้นนางไม่รู้เหตุผลว่าเพราะอะไร แต่มาตอนนี้นางรู้แล้ว...์เห็นใจ ให้นางกลับมาแก้ไขครั้งนี้นางจะต้องปกป้องทุกคนให้ได้
ศิษย์พี่...ท่านไม่าเ็ งั้นก็หมายความว่าปราณโลหิตของาาปีศาจกับวิชามารนั้นยังไม่ได้ตกอยู่ในมือท่านใช่ไหม? ์เมตตาข้าจริง ๆ
‘ข้าสาบาน...ครั้งนี้ แม้ต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็จะไม่มีวันซ้ำรอยเดิมเด็ดขาดศิษย์พี่ลู่เสี่ยน ก่อนนั้นเป็ข้าที่ผลักไสท่าน ผิดต่อท่าน ชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ข้าจะมอบให้ท่านต่อไปนี้ไม่ว่าอย่างไร...ข้าจะอยู่เคียงข้างท่าน ไม่ปล่อยให้ท่านต้องเผชิญเื่ชั่วร้ายที่จะเกิดขึ้นเพียงคนเดียวอย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป’