ตอนที่ 1 (6)
ยามปรกติเขาเป็คนประหยัดยิ่ง ยากนักกว่าจะหาเงินก้อนใหญ่เหมือนวันนี้ออกมาได้ ดังนั้นในตอนที่กำลังกลับบ้านจึงถือโอกาสไปที่ร้านอาหารเล็กๆ ตรงปลายถนน และสั่งกุ้งัผัดซอสหมาล่ามากินเพื่อปรนเปรอตัวเอง
หร่วนจือหวนจากไปอย่างสุขใจ บวกกับว่าเขาเป็คนที่มีจรรยาบรรณทางวิชาชีพ จึงไม่ไปสอดรู้สอดเห็นในจุดที่ไม่ควรสอดรู้สอดเห็น ดังนั้นนับั้แ่ต้นจนจบเขาจึงไม่รู้เลยว่า ตอนที่เขากำลังทำความสะอาดและร้องเพลงเสียงดังไปด้วยนั้น ความจริงแล้วภายในห้องยังมีผีอีกตัวหนึ่งอยู่ด้วย
ผีตนนั้นจะเป็ใครไปได้ หากมิใช่ผีผู้เป็เ้าของห้องอย่างฉินเฟิง
ฉินเฟิงมักจะเป็ผีที่จัดได้ว่าชอบทำงานล่วงเวลาอยู่เสมอ ไม่เพียงเท่านี้ เขายังชอบบีบบังคับให้หัวหน้าของตัวเองที่ชอบมาสายแต่กลับเร็วรายนั้นทำงานล่วงเวลาด้วยกันอีกด้วย
ทว่าเมื่อหกร้อยปีก่อน หัวหน้าของฉินเฟิง อธิการบดีป๋ายเจาหนานรับผีตัวใหม่เข้าเรียนอย่างไร้ความรับผิดชอบ แถมยังสร้างสัมพันธ์รักอาจารย์ศิษย์กับอีกฝ่ายอย่างหน้าไม่อายอีกด้วย นอกจากนี้ยังชอบบังคับผีที่แต่งงานให้ทำงานล่วงเวลาอย่างไม่ยุติธรรมนัก ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องเก็บซ่อนความสนใจนี้ของตัวเองไว้ด้วยความจำใจ...แต่เขาเพียงแค่เก็บซ่อนมันเอาไว้เท่านั้น เมื่อต้องรับมือกับเ้านายที่มักจะหาข้ออ้างแอบอู้แล้วโยนงานมาให้ตัวเองผู้นี้ เขามักจะลงมืออย่างรุนแรงเมื่อถึงเวลาที่สมควรลงมือรุนแรง
จริงๆ แล้วฉินเฟิงก็มีความสนใจอีกอย่างหนึ่ง ไม่สิ ควรพูดว่าความเคยชินมากกว่า
เพราะหลังจากที่จัดการงานสำคัญเสร็จเขาก็มักจะวิ่งไปที่บาร์ และหากบังเอิญสบตากับใครสักคนเข้า เขาก็จะมีค่ำคืนสัมพันธ์สวาทกับอีกฝ่าย ซึ่งนั่นก็คือวิธีระบายความเครียดของเขา อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ก็เป็อันต้องหยุดชะงักไปอย่างกะทันหันั้แ่เมื่อหกร้อยปีก่อนเช่นกัน
เขาคิดว่าตัวเองเป็ฝ่ายคุมเกมนี้ แต่ใครจะรู้ว่าสุดท้ายแล้ว ผู้ที่ถูกเล่นกลับเป็ตัวเขาเสียเอง
สุดท้ายแล้วตัวเขาในเวลานั้นก็ไม่กล้าจะมองอีกฝ่ายแม้เพียงนิด อีกทั้งยังไม่กล้าถามอีกฝ่ายด้วยว่าสุดท้ายแล้วเคยชอบตัวเองหรือไม่ เขาทำได้เพียงวางสีหน้าเสมือนท่อนไม้ั้แ่ต้นจนจบเท่านั้น และทอดมองจุดจบที่ใกล้มาถึงโดยมิวางตา หลังจากนั้นก็ทนต่อความเจ็บจนขอบั์ตาแทบกลายเป็หิน
เขาเป็คนเ็าที่ไร้หัวใจ และมักจะถูกป๋ายเจาหนานวิจารณ์ว่าเป็ ‘พวกใบหญ้าที่ไร้จิติญญา’ เขาตำแหน่งผีร้ายอันดับหนึ่งมาได้อย่างมั่นคง ทันทีที่ลงมือก็ไม่มีผีคลั่งตัวไหนที่ไม่ถูกตนเองทำให้แตกตื่นจนปัสสาวะราด เขาคือไอดอลของนักศึกษาภาควิชาิญญาร้ายทั้งคณะ โดยทั่วไปแล้วไม่มีนักศึกษาตนใดที่ไม่แปะรูปภาพของเขาเอาไว้ในหอพัก เพื่อบูชาเขาราวกับเทพเ้า...
เขาเก่งกาจปานนี้ เพียงแค่การมีอยู่ของเขาก็เป็ที่เคารพบูชาของเหล่าผีแล้ว
ฉินเฟิงที่เป็เช่นนี้ กลับตกหลุมพรางแผนชายงามจนลุกขึ้นมาไม่ได้ หากพูดไปใครจะเชื่อกัน
ไม่มีผีตัวใดเชื่อ นอกเสียจากป๋ายเจาหนาน
เขามองฉินเฟิงที่อยู่ในสภาพเหมือนไร้ิญญาออกภายในพริบตา ก่อนที่จะบังคับให้เขาเป็ก้างขวางคอ และส่องแสงให้ตัวเขากับผีรักตัวน้อยของเขาชุยเย่ว์
ป๋ายเจาหนานกับชุยเย่ว์รู้ถึงความภาคภูมิใจอันแสนยโสของฉินเฟิง จึงจงใจที่จะไม่พูดอะไรกับอีกฝ่าย แต่หากมีเื่อะไรก็จะบังคับและลากอีกฝ่ายไปด้วย เพื่อไม่ให้เขาเป็ผีที่เดียวดาย เมื่อวันเวลาเช่นนี้ผ่านไปสักระยะ ในที่สุดฉินเฟิงก็ตระหนักว่าจะปล่อยให้ตัวเองเป็เช่นนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว หลังจากนั้นจึงฝืนปลุกปลอบตัวเอง...อย่างน้อยภายนอกก็เห็นเป็เช่นนั้น
ในที่สุดฉินเฟิงก็หลอกป๋ายเจาหนานกับชุยเย่ว์ได้สำเร็จ และเขาก็ไม่ต้องไปเป็ก้างขวางคออีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ฉินเฟิงก็รู้ดีว่าทุกสิ่งไม่อาจจะย้อนกลับคืนไปได้อีกแล้ว
เื่แรก เขาไม่เที่ยวกลางคืนอีกแล้ว เขาจะไม่หลอกตัวเองและผู้อื่นว่าเป็พวกเพลย์บอยทั้งที่เขาไม่ใช่ กลับกันเขามักจะหมกตัวอยู่แต่ในบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ นานวันเข้า ชีวิตของเขาก็เหลือแค่เื่ไปทำงานและกลับบ้านเท่านั้น
เื่ที่สอง เขานอนไม่หลับ ถึงทุกเช้าเขาจะนอนอยู่บนเตียง แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจนอนหลับได้ ครั้นเมื่อหลับตา ความรู้สึกที่เขาหลงลืมไปก็จะพลันปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ความเ็ปนับครั้งไม่ถ้วนได้ทำให้เขาคิดไปว่าิญญาของตัวเองคงได้หลุดลอยไปทั้งแบบนี้เป็แน่ ในทุกๆ วัน เขาทำได้เพียงแค่หลับตาพักผ่อนเท่านั้น ท้ายที่สุดเขาทำถึงขั้นปิดบังป๋ายเจาหนาน และแอบให้คนเผายานอนหลับให้อีกด้วย
เมื่อเวลาล่วงเลยไป เขาในตอนนี้แทบจะจำหน้าตาของผีตัวนั้นไม่ได้แล้ว และภายในทรวงอกก็ไม่เหลือความเ็ปเลยแม้แต่น้อย ทว่าาแที่เกิดขึ้นในปีนั้นยังไม่อาจจะลบเลือนไป หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดก็คือ การที่เขายังคงนอนไม่หลับจนกระทั่งทุกวันนี้
ใน่นี้ ดูเหมือนว่าป๋ายเจาหนานจะสังเกตเห็นถึงอาการปิดบังของเขา เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูไม่ปรกติของเขา และหลายครั้งเขาก็ทำเหมือนอยากจะเอ่ยปากแต่ก็เงียบไป ฉินเฟิงที่ไม่อยากจะเป็ก้างขวางคอเวอร์ชัน 2.0 ของพวกเขาอีกแล้ว ก็ได้แต่แสร้งทำท่า ‘สายตาของนายมันมีปัญหา’ อยู่ทุกวัน ทั้งยังปฏิเสธการสนทนากับอีกฝ่ายอีกด้วย
แท้จริงแล้ว ยาของเขาไม่พอ แต่ภายใต้สถานการณ์ที่ป๋ายเจาหนานเริ่มเกิดความสงสัย ฉินเฟิงจึงไม่กล้าเสี่ยงขึ้นไปบนโลกมนุษย์เพื่อหายานอนหลับ ซึ่งเขาก็ทำได้เพียงแค่นอนหลับตาอยู่บนเตียงเท่านั้น
และในขณะที่เขากำลังพยายามนอนหลับอีกครั้ง เขากลับได้ยินเสียง
หากพูดให้ถูกคือ นั่นเป็เสียงร้องเพลง อีกทั้งยังเป็เสียงร้องที่ไม่เพราะอย่างยิ่งอีกด้วย ผีที่ร้องเพลงนี้คงจะเป็พวกหลงตัวเอง ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีวันร้องเพลงแน่นอน
อีกทั้งภายในบ้านของเขา ก็ไม่ควรจะปรากฏเสียงของคนอื่นนอกจากเขาด้วย
มีขโมยเข้ามาในบ้านหรือ...นี่คือปฏิกิริยาแรกของฉินเฟิง ทว่าในฐานะที่เขาเป็ิญญาร้ายชั้นยอดเยี่ยม เมื่อมีขโมยเข้ามา ผู้ที่จะมีอันตรายย่อมเป็ตัวขโมยเองไม่ใช่เ้าของห้องอย่างเขา และในเมื่อเป็เช่นนี้ เขาจึงนอนอยู่บนเตียงโดยไม่ลืมตา ซึ่งเขาทำเพียงแค่เงี่ยหูฟังเสียงที่มาจากนอกประตูเท่านั้น
เมื่อฟังไปฟังมาฉินเฟิงก็ได้ยินเสียงน้ำที่กำลังชำระล้างทำความสะอาด และเขาก็ได้เข้าใจขึ้นมาทันทีว่าผู้ที่เข้ามาโดยพลการนั้นไม่ใช่ขโมย แต่เป็พนักงานทำความสะอาดที่เข้ามาทำความสะอาดเป็ประจำ
ในอดีตส่วนใหญ่แล้ว่เวลานี้เขามักจะอยู่ตามผับบาร์ไม่ใช่บ้าน แต่่ระยะหลังเขาชอบที่จะขังตัวเองอยู่ในห้องนอนไม่ไปไหน และวันนี้เขาปิดประตูไม่ดีจนแง้มเปิดไว้เล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงได้ ‘ชื่นชม’ ลูกคอของพนักงานเข้าโดยบังเอิญ
ใน่ที่ไปเป็ก้างขวางคอ ฉินเฟิงเคยถูกป๋ายเจาหนานบังคับให้ไปคาราโอเกะกับชุยเย่ว์ ในสายตาผีอันเป็ที่รักคนรักของตัวเองย่อมงดงามที่สุดในโลกอยู่แล้ว ป๋ายเจาหนานที่ปิดหูอยู่ตลอดเวลากลับรู้สึกว่าชุยเย่ว์ช่างร้องเพลงได้เหมือนกับนักร้องที่เปิดตัวครั้งแรก ซึ่งเขาก็ปรบมือตอบรับอย่างตื่นเต้น ในทางกลับกันตัวเขาใช้เวลาอันสิ้นหวังกว่าสามชั่วโมงเพื่อมองสำรวจทางออกเป็ระยะ พลางคิดหาความเป็ไปได้ที่จะชิงออกจากประตูไป
ทว่าตอนนี้ ดั่งคำที่กล่าวว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือผียังมีผี แม้ว่าเสียงที่ลอดเข้ามาข้างในห้องจะไม่ดังมากนัก แต่ดูเหมือนว่าคู่แข่งที่สามารถเอาชนะชุยเย่ว์ได้จะปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว