วันนี้เป็วันสุดท้ายของการสอบชั้นม.5ผมและเพื่อนอีกสามคนเลยตกลงกันว่าจะไปเล่นเกมส์ที่บ้านของนัทหนึ่งในกลุ่มทันทีที่เลิกเรียนเราเดินเท้าตรงดิ่งไปยังบ้านของนัททันทีเราเลือกเดินแทนการนั่งรถเพราะเนื่องจากว่าบ้านของนัทนั้นอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนมากแค่เดินลัดเลาะไปตามทางด้านหลังก็ถึงแล้ว
ใช้เวลาเดินเท้าประมาณสิบนาทีในที่สุดเราก็ถึงนัทจัดการเปิดประตูรั้วก่อนจะพาพวกเราทั้งสามคนเข้าไปลักษณะบ้านของนัทเป็แบบบ้านเดี่ยวสามชั้นรอบๆมีพื้นที่ใช้สอยอยู่ไม่น้อยอีกทั้งด้านข้างยังมีสระน้ำอีกด้วยดูๆแล้วนัทก็มีฐานะไม่น้อยเลยแหละ
ทันทีที่เข้ามาในตัวบ้านผมก็กวาดสายตามองไปรอบๆห้องรับแขกถูกตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นมีโซฟาหรูสีดำวางไว้เป็รูปตัวแอลและโต๊ะกระจกกับทีวีขนาดห้าสิบนิ้วติดผนังถัดไปด้านในเป็บันไดขึ้นชั้นสองด้านหลังของบันไดเป็ห้องซักรีดและประตูทางออกไปด้านหลังบ้าน
“เดี๋ยวกูไปเอาเครื่องเพลย์ก่อนพวกมึงรออยู่นี่นะ”
พวกผมนั่งรอนัทอยู่ที่ห้องรับแขกระหว่างนั้นก็คุยเล่นกันไปพลางไม่นานนัทก็ลงมาพร้อมกับเครื่องเล่นเพลย์สเตชันนัทจัดการเซ็ตเครื่องโดยมีพวกผมคอยช่วยหยิบจับในขณะที่พวกเรากำลังเซ็ตเครื่องเพลย์อยู่นั้นจู่ๆหางตาก็เหมือนเห็นอะไรบางอย่างเดินผ่านไปที่ด้านหลังของบันไดผมชะเง้อมองแต่กลับไม่เห็นอะไรเลย สงสัยคงจะตาฝาด
เวลาล่วงเลยผ่านไปกว่าสามชั่วโมงผมหันไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่ผนังพบว่าตอนนี้หกโมงเย็นแล้ว
“หกโมงแล้วว่ะพวกมึงจะกลับกันเลยป่ะ”
ผมหันไปถามพวกเพื่อนแต่เหมือนว่าไม่มีใครดูสนใจในสิ่งที่ผมพูดเลยสักนิดแป๊กเอ่ยพูดขึ้นขณะที่กำลังจดจ่อกับเกมส์ตรงหน้า
“มึงจะรีบกลับไปไหนว่ะเบียร์นี่พึ่งหกโมงเอง”
“กว่าจะกลับถึงบ้านมันจะดึกอ่ะดิมึงก็รู้อยู่ว่าแถวนี้รถติดไปยันสองสามทุ่มอ่ะ”
ผมพยายามโน้มน้าวเพื่อนโดยเฉพาะไอ้แป๊กที่บ้านอยู่ระแวกเดียวกันกับผม
“ถ้ากลัวจะดึกมากนอนบ้านกูก็ได้นะวันนี้ไม่มีใครอยู่ด้วย”
“นั่นดิพรุ่งนี้ก็ปิดเทอมแล้วนอนบ้านเพื่อนสักวันมันจะเป็อะไรไป”
ฟ้าและนัทพูดเสริมทัพเอาจริงๆผมก็อยากนอนค้างนะแต่ไม่รู้เพราะอะไรจู่ๆผมก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมาซะอย่างนั้นอีกอย่างจะกลับไปคนเดียวก็ไม่ได้เพราะ่นี้พ่อกับแม่ผมต้องไปทำธุระต่างจังหวัดเลยต้องไปนอนค้างที่บ้านแป็กเอาง่ายๆก็คือถ้าแป๊กค้างผมก็ต้องค้าง
เวลาผ่านไปจนตอนนี้สามทุ่มพวกเราย้ายขึ้นมายังชั้นสองห้องของนัทเพื่อที่มาอาบน้ำเตรียมตัวที่จะเข้านอนในขณะที่เรากำลังนั่งเล่นในห้องนั้นจู่ๆสายตาของผมก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างในกล่องที่อยู่บนชั้นหนังสือชั้น้าสุดผมยันตัวลุกจากเตียงเดินตรงไปที่ชั้นหนังสือก่อนจะหยิบมันออกมาพบว่ามันคือแผ่นเกมส์ที่มีตัวอักษรตัวหนังสือสีแดงสดเขียนว่าHelpme game ช่วยฉันจากการบูลลี่
“ดูอะไรอ่ะ”
นัทชะโงกหน้าเข้ามาดูสิ่งที่ผมถือก่อนจะหยิบจากมือผมเอาไปดู
“เกมส์อะไรวะไม่เคยเห็นเลย มึงเอามาจากไหน”
ผมชี้ไปที่ลังกระดาษที่อยู่้าสุดของชั้นหนังสือนัทแหงนหน้ามองตามนิ้วชี้
“ไม่คุ้นเลย”
“ไม่ใช่ของมึงหรอวะ”
“ไม่อ่ะกูจำได้ว่ากูไม่เคยซื้อแผ่นเกมส์นี้นะ” นัททำหน้าคิ้วขมวดก่อนจะมองแผ่นเกมส์ในมือ
ขณะที่เรากำลังยืนดูแผ่นเกมส์อยู่จู่ๆแป๊กก็เดินเข้ามาร่วมวงสนทนาก่อนจะวิสาสะหยิบแผ่นเกมส์ในมือนัทไป
“เฮ้ยนี่มันเกมส์สยองขวัญนี่หว่า เล่นป่ะ”
แป๊กหันมาถามพร้อมกับทำสีหน้าตื่นตาตื่นใจต่างกับผมที่ทำหน้าเหมือนไม่โอเคผมพยายามส่งซิกไปให้นัทแต่เหมือนจะไม่ได้ผลนัทตอบตกลงก่อนจะนำแป๊กตรงไปยังคอมพิวเตอร์ไปโดยมีผมกับฟ้าเดินไปสมทบทีหลัง
นัทจัดการหยิบแผ่นเกมส์ออกจากกล่องก่อนจะนำมันใส่เข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์มีแจ้งเตือนแสดงขึ้นบนหน้าจอคอมฯว่าได้ทำการใส่แผ่นเกมส์เสร็จนัทขยับเม้าส์จัดการกดติดตั้งเกมส์ระหว่างรอเราก็นั่งคุยเล่นไปพลางฟ้าที่กำลังว่างก็หยิบแผ่นเกมส์ขึ้นมาพลิกดู
“ด้านหลังมันมีคนเขียนว่าห้ามเล่นด้วย”
“ไหนเอามาดูดิ”
แป๊กเอื้อมมือมาหยิบแผ่นเกมส์จากมือของฟ้าผมที่ยืนอยู่ข้างหลังนัทก็แอบชะโงกหน้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นตัวหนังสือที่อยู่ด้านหลังกล่องด้วยปากกาเมจิกสีแดงที่เกือบจางที่เขียนว่าห้ามเล่นเด็ดขาด
เสียงแจ้งเตือนจากคอมฯเรียกความสนใจให้พวกเราหันไปมองหน้าต่างหนึ่งเด้งขึ้นมาแจ้งว่าเกมส์นี้ได้ถูกติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
นัทเลื่อนเม้าส์กดปุ่มเข้าโปรแกรมก่อนจะมีหน้าต่างหนึ่งเด้งขึ้นมาเป็หน้าจอสีดำมีตัวหนังสือสีแดงโชว์หราอยู่กลางจอว่า Help me game ทันทีที่นัทกดปุ่มเพื่อเริ่มเล่นกจู่ๆก็ทีเสียงดังขึ้นคาดว่าน่าจะเป็เสียงซาวด์ประกอบของเกมส์นั่นแหละแต่เสียงของมันจะเรียกว่าเป็เพลงก็ไม่ใช่เพราะเสียงของมันเหมือนกับอะไรสักอย่างที่กำลังเสียดสีกันจนปวดหูแถมยังมีเสียงโหยหวนอีกด้วย
ไม่นานหน้าจอก็เปลี่ยนไปกลายเป็ภาพของตัวละครตัวหนึ่งที่ยืนอยู่หน้ารั้วโรงเรียนนัทขยับเก้าอี้ที่ตัวเองให้ได้นั่งได้อน่างถนัดก่อนจะจับเม้าส์และคีย์บอร์ดบังคับตัวละครให้เดินไปตามทางที่เกมส์กำหนดข้างๆหน้าจอมีคำบรรยายแสดงขึ้นมาคาดว่านี่น่าจะเป็การสอนเล่นเท่านั้น
พวกเราจดจ้องไปที่หน้าจอคอมฯดูการเล่นของนัทเนื้อเื่ในเกมส์ก็จะประมาณว่าเราคือเด็กนักเรียนที่เรียนอยู่ที่นี่แต่เรานั้นไม่มีเพื่อนเลยอีกทั้งยังโดนเพื่อนในโรงเรียนบูลลี่อีกซึ่งเราก็ต้องบังคับตัวละครในเกมส์ให้หนีให้พ้นจากบูลลี่ให้ได้ไม่งั้นเราจะตาย
เนื้อเื่มันอาจจะฟังดูง่ายไม่มีอะไรก็แค่เกมส์สยองขวัญทั่วไปแต่สำหรับผมพอได้ยินเนื้อเื่แล้วก็ถึงกับขนลุกขนชันไปทั้งตัวเลยรู้สึกว่าถ้าเราเล่นไม่ผ่านที่ว่าเราจะตายเหมือนจะเป็พวกเราที่เล่นยังไงอย่างงั้นก็ไม่รู้
หลังจากจบการสอนเล่นนัทก็ลุกจากเก้าอี้เปลี่ยนมาให้แป๊กเล่นแทนในขณะที่แป๊กกำลังเล่นเกมสอยู่นั้นผมกับนัทก็ย้ายมานั่งกันที่ปลายเตียงพลางเล่นโทรศัพท์ไปพลางๆเรานั่งเล่นพลางพูดคุยกันอยู่นั้นจู่ๆไฟก็ดับขึ้นมาดื้อๆส่งผลให้คอมฯและแอร์ในห้องดับไปด้วยเช่นกัน
“อ่าว ไฟดับเฉย”
ทุกคนละสายตาหันมามองหลอดไฟนัทลุกจากเตียงก่อนจะไปลองกดที่สวิตช์แต่ไม่ว่าจะกดยังไงไฟก็ไม่ติดอยู่ดี
“เดี๋ยวกูไปดูเบรคเกอร์ก่อนนะ”
นัทออกตัวเพื่อไปดูเบรคเกอร์ก่อนที่ผมจะขอตามมันไปด้วย
“เดี๋ยวกูไปด้วย”
ผมกับนัทออกจากห้องเดินตรงไปยังเบคเกอร์ที่อยู่ตรงห้องเก็บของผมหยิบมือถือขึ้นมาเปิดไฟฉายส่งไปที่เบคเกอร์เพื่อให้นัทเริ่มเช็คเบคเกอร์ทีละจุดพบว่าเหมือนว่าสายไฟจะโดนอะไรบางอย่างแทะจนเกือบขาดคาดว่าน่าจะเป็พวกหนูนี่แหละ
นัทเดินหายเข้าไปในห้องเก็บของครู่นึงก่อนจะออกมาพร้อมกับเทปพันสายไฟสีดำม้วนหนึ่งนัทเริ่มทำการพันสายไฟพร้อมกับเช็คเพื่อดูว่าไฟติดมั้ยปรากฎว่ามีเพียงแค่ไฟบางส่วนที่ติดเท่านั้น
“ทำไมมันติดไม่หมดอ่ะ”
ผมหันไปถามนัทที่กำลังง่วนอยู่กับการเช็คเบคเกอร์อยู่
“อ๋อไฟบางสายมันเดินคนละเส้นน่ะ มึงทักไปถามพวกนั้นดิว่าไฟชั้นสองติดมั้ย”
ผมขยับมือที่จับมือถือก่อนจะกดเข้าแชททักไปหาสองคนนั้นโดยที่ยังต้องส่องไฟฉายให้นัทไม่นานเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นพร้อมกับข้อความที่ตอบกลับมาผมกดเปิดแชทอ่านข้อความที่ฟ้าส่งมา
“ไอ้ฟ้าบอกว่าคอมฯติดแล้วแต่ไฟห้องยังไม่ติด”
นัทพยักหน้ารับก่อนจะหันไปเช็คเบคเกอร์ต่อระหว่างนั้นเองในขณะที่พวกผมยังคงจดจ่อกับการเช็คสาไฟกับเบคเกอร์จู่ๆก็ได้ยินเสียงกรีดร้องมาจากชั้นสองผมกับนัทรีบวิ่งขึ้นไปชั้นสองทันทีที่เปิดประตูเข้าไปก็ต้องถึงกับช็อคเพราะภาพที่พวกเราเห็นก็คือแป๊กกำลังเอามือจับที่คอพร้อมกับกรีดร้องด้วยความเ็ป
ผมกับนัทตรงเข้าไปหาแป๊กแต่ก็ต้องผงะอีกครั้งเพราะข้างๆตัวของแป๊กเป็ฟ้าในสภาพนั่งคอพับตาเหลือกอ้าปากค้างเนื้อตัวเต็มไปด้วยเืปริศนา
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย”
นัทสบถออกมาด้วยความช็อคสุดขีดก่อนจะค่อยขยับตัวเข้าไปเขย่าตัวฟ้าให้ตื่น
“อ๊าก!!!!!”
แป๊กเริ่มกรีดร้องอีกครั้งก่อนจะปล่อยเสียงเฮือกสุดท้ายและแน่นิ่งไป
“ไอ้แป๊ก!!!ไอ้แป๊ก!!”
ผมเขย่าตัวพร้อมกับเรียกมันแต่เมื่อมือไปจับเข้าที่หน้าอกผมก็ถึงกับช็อคเพราะหัวใจของแป๊กหยุดเต้นไปแล้ว
“มึง…ไอ้ฟ้า…ตายแล้ว”
นัทหันมาพูดกับผมพร้อมน้ำตาผมที่ได้ยินดังนั้นเลยเดินไปหาฟ้าที่อยู่ที่เก้าอี้ข้างๆก่อนจะค่อยเอื้อมมือไปจับชีพจรพบว่ามันไม่เต้นแล้ว
“พวกมันแค่แกล้งเล่นใช่มั้ย”
นัทพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือผมมองเพื่อนทั้งสองที่แน่นิ่งในหัวของผมตอนนี้ขาโพลนไปหมดตอนแรกผมก็คิดแบบนั้นว่าสองคนนี้อาจจะกำลังแกล้งพวกเราอยู่ก็ได้
เสียงหวนโหยจากคอมฯให้พวกเราหันไปมองภาพของหน้าจอเปลี่ยนไปกลายเป็ภาพของตัวละครที่กำลังยืนอยู่หน้ารั้วโรงเรียนเหมือนตอนเริ่มเกมในตอนแรก
“ไอ้นัทมึงปิดคอมก่อนดิ”
นัทหันไปจัดการปิดคอมฯแต่จู่ๆสีหน้าของนัทก็เปลี่ยนไป
“ไอ้นัทมึงเป็อะไร”
ผมหันไปถามเมื่อเห็นสีหน้าของนัทเริ่มไม่ดีแต่ยังไม่ทันที่จะเดินเข้าไปหาจู่ๆสายตาของผมก็เห็นอะไรบางอย่างที่ยืนอยู่ข้างๆนัทมันเป็เงาสีดำรูปร่างคล้ายคนตัวใหญ่กำลังจับมือของนัทที่กำลังจับเม้าส์อยู่
นัทค่อยๆหันมาพร้อมกับส่งสายตาขอความช่วยเหลือทันใดนั้นเองจู่ๆตัวละครในเกมก็ขยับเดินไปตามทางผมหันไปหานัทก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปหาเพื่อจะหยุดแต่จู่ๆเงาดำนั่นก็ผลักผมจนกระเด็นออกมา
ผมพยายามเข้าไปหยุดนัทไม่ว่าจะกี่ครั้งแต่ก็ถูกเงาดำนั่นผลักออกมาทุกครั้งจนถึง่หนึ่งบนหน้าจอตัวละครเหมือนกำลังถูกตัวละครอื่นในเกมถูกทำร้าย
ผมะโเรียกนัทให้ได้สติแต่นัทกลับเอาแต่ร้องไห้ก่อนจะพูดประโยคหนึ่งออกมา
“กูหยุดไม่ได้มันบอกว่า…กูต้องเล่นให้จบ”
ผมได้ยินดังนั้นก็ถึงกับขมวดคิ้วพร้อมกับนึกประโยคที่นัทพูดจู่ๆภาพบางอย่างก็แฟลชแบ็คเข้ามาในหัวเป็ภาพตอนที่ผมเห็นตัวหนังสือที่ด้านหลังของแผ่นเกมที่เขียนว่าห้ามเล่นในตอนนั้นผมเหมือนจะเริ่มประติดประต่ออะไรบางอย่างได้คำเตือนก่อนเริ่มเกมที่บอกว่าต้องช่วยให้ตัวละครรอดจากการบูลลี่ให้ได้ไม่งั้นเราจะตายและเงาดำนั่นที่กำลังบังคับให้นัทเล่นเกมนั่นซึ่งนั่นก็อาจจะหมายความได้ว่าเงาดำนั่นอาจจะเจอเหตุการณ์แบบนั้นและเป็คนสร้างเกมนั่นขึ้นมา
“นัทมึงทำตามที่กูบอกนะ”
“มึงจะช่วยกูใช่มั้ย”นัทพูดขึ้นด้วยเสียงที่สั่นเครือ
“เออ”
ผมยันตัวลุกนั่งในก่อนจะจดจ้องไปยังหน้าจอคอมฯเหมือนว่าตอนนี้ตัวละครในเกมส์ถูกขังในสถานที่ที่หนึ่งคาดว่าน่าจะเป็ห้องน้ำ
“นัทมึงพังประตูห้องน้ำออกมา”
นัทพยักหน้ารับก่อนจะบังคับตัวละครให้พังประตูแต่เหมือนว่าจะพังไม่ได้
“เบียร์มันพังไม่ได้”
“ลองดูแถวนั้นมีอะไรพอจะพังประตูได้มั้ย”
นัทบังคับตัวละครวนหาของที่อยู่ในห้องน้ำก่อนจะไปเจอบางสิ่งที่เป็แท่งยาวๆ
“เบียร์กูเจอเหล็ก”
“เอาไอ้นั้นพังประตูเลย”
นัทบังคับตัวละครตรงไปยังหน้าประตูก่อนจะบังคับให้มันพังประตูโดยการกดคีย์บอร์ดย้ำๆจนในที่สุดประตูห้องน้ำในเกมส์ก็พังลงจนตัวละครสามารถออกมาได้นัทบังคับตัวละครให้เดินต่อแต่จู่ๆก็มีตัวละครอื่นวิ่งตามมา
“มึง มีคนตาม”
“วิ่งไปเลย ไม่ต้องหยุด”
“กูต้องวิ่งไปทางไหน”
“ห้องพักครูหรือห้องปกครองก็ได้”
นัทบังคับตัวละครให้วิ่งลงมายังชั้นสองแต่ในขณะนั้นตัวละครที่วิ่งตามก็ปาอะไรบางอย่างใส่หัวขณะเดียวกันนัทก็ร้องออกมาจนต้องปล่อยมือข้างหนึ่งออกจากคีย์บอร์ด
“นัท!!อย่าปล่อยมือ”
“แต่…”
“อย่าปล่อยเด็ดขาดไม่งั้นเราจะตาย”
นัทพยักหน้ารับก่อนจะกลับไปบังคับตัวละครในเกมส์ต่อในที่สุดตัวละครนั้นก็มาถึงยังห้องหนึ่งที่เหมือนห้องพักครูส่งผลให้ตัวละครอื่นๆที่วิ่งตามถอยหนีกลับไป
เนื้อเื่ในเกมดำเนินไปเรื่อยๆจนมาถึง่หนึ่งซึ่งคาดว่าน่าจะเป็่วิชาพละตัวละครชายหนุ่มในชุดพละยืนอยู่ข้างสระน้ำและจู่ๆก็ถูกผลักลงน้ำไปตัวละครตะเกียกตะกายอยู่ในสระน้ำขณะเดียวกันเหมือนว่านัทจะมีสีหน้าเปลี่ยนไปเหมือนเขากำลังจะหายใจไม่ออกเหมือนคนกำลังจมน้ำเลย
“นัทบังคับให้มันว่ายไปตรงกลางแล้วกดเครื่องปล่อยเสียงที่เก็บมาเลย”
“เฮือก…”
นัทเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่เหมือนเขาจะใกล้จะหมดลมหายใจแล้วผมยืนขึ้นรีบรุดพุ่งตัวเข้าไปจับมือของนัทก่อนจะกดปุ่มบังคับตัวละครให้กดเครื่องส่งสัญญาณฉุกเฉินทันทีไม่นานภาพบนจอก็ตัดไปเป็ภาพของอาจารย์คนหนึ่งและนักเรียนคนอื่นวิ่งมายังสระก่อนที่อาจารย์คนนั้นจะะโลงมาช่วยให้ตัวละครชายหนุ่มคนนั้นรอดในทันเวลาเนื้อเื่ดำเนินจนมาถึงจุดจบนักเรียนชายสามคนที่ทำการบูลลี่ชายหนุ่มในเื่ถูกไล่ออกจากโรงเรียนและถูกส่งตัวไปยังสถานกักกันเด็กและเยาวชนส่วนชายหนุ่มหรือตัวละครที่เราบังคับนั้นก็รอดจากการบูลลี่และได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขนั้นเอง
ตัวหนังสือบนหน้าจอโชว์ขึ้นว่าYouare Free ที่แปลได้ว่าคุณเป็อิสระแล้วจังหวะเดียวกันนัทเริ่มกลับมาหายใจได้อย่างปกตินัทสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะปล่อยมือออกจากคีย์บอร์ดและเม้าส์ก่อนจะเอนหลังพิงกับเก้าอี้ด้วยความโล่งใจผมกวาดสายตามองไปรอบๆพบว่าเงาดำนั่นได้หายไปแป๊กและฟ้าที่ตอนแรกสภาพไม่ต่างกับคนตายก็ฟื้นกลับมาพร้อมกับร้องไห้ด้วยความกลัว
หลังจากเหตุการณ์วันนั้นพวกผมก็นัดกันไปทำบุญในวันต่อมาพร้อมกับนำแผ่นซีดีนั่นเอาไปทำพิธีทำลายส่วนคอมพิวเตอร์นั้นนัทก็ได้จัดการล้างเครื่องและทำการขายต่อร้านรับซื้อคอมฯเพราะเขาบอกว่าไม่อยากจะเก็บมันเอาไว้เพื่อตอกย้ำเหตุการณ์ไม่ดีในคืนนั้นอีก