[จบ] หนูน้อยสู้ชีวิตกับภารกิจเลี้ยงพี่ชายทั้งห้า

    บทที่ 19 พี่ห้าจ่างเยี่ยน

    บทที่ 19 พี่ห้าจ่างเยี่ยน


    เมื่อเห็นว่าเด็กขอทานตื่นแล้ว เจียงเซิงจึงเข้าไปสอบถาม “น้องชายตัวน้อย เ๽้าอายุเท่าไหร่ บ้านอยู่ที่ใด แล้วชื่อของเ๽้าเล่า”


    เด็กขอทานมองอย่างงุนงง ไม่ได้ตอบประโยคใด


    แต่เจิ้งหรูเชียนกลับยุแหย่เขา “ไม่ใช่น้องชาย แค่มองก็รู้ว่าเขาอายุมากกว่าเ๽้า”


    “ไม่เป็๲เช่นนั้นหรอก เขาอายุน้อยกว่าข้า” เจียงเซิงยังคงดื้อรั้น นางมีพี่ชายสี่คนแล้ว จึงอยากมีน้องชายบ้าง


    แต่เมื่อเด็กขอทานคนนั้นลุกขึ้นยืน อีกฝ่ายก็สูงกว่าเจียงเซิงไปครึ่งศีรษะ นางจึงได้แต่เม้มริมฝีปาก


    ๼๥๱๱๦์ คงเป็๲พี่ชายอีกคนแล้วสินะ


    เจียงเซิงโต้แย้งอะไรไม่ได้ นอกจากยอมรับความจริงอย่างรวดเร็ว และเปลี่ยนคำพูดทันที “พี่ห้า ท่านหิวแล้วหรือไม่”


    เด็กขอทานพยักหน้าด้วยสีหน้าว่างเปล่า


    เจียงเซิงนำอาหารที่เหลือจากตอนเช้ามาอุ่นให้ร้อน แล้วส่งให้ “ท่านกินสักหน่อยเถอะ”


    เด็กขอทานเบิกตากว้าง มองอาหารที่บอกไม่ได้ว่าทำมาจากวัตถุดิบอะไร พลางรับมาด้วยมือสั่นเทา


    “พี่ห้า ท่านคงหนาวแล้ว” เจียงเซิงมีน้ำใจยิ่งนัก นำเสื้อคลุมปุยฝ้ายตัวสุดท้ายมาให้เขา “สวมนี่เถิด ท่านจะได้อบอุ่น”


    เด็กขอทานมือสั่นอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น เสื้อคลุมปุยฝ้ายสีเทาซีดไม่พอดีตัว วัดร้างแสนทรุดโทรม และกลุ่มเด็กแปลกหน้าเหล่านี้


    “พี่ชาย ท่านเพิ่งหายไข้ มือจึงอ่อนแรงเช่นนี้” เจียงเซิงรับอาหารคืนมา หาช้อนที่สะอาดพอตักอาหารคำหนึ่ง แล้วส่งเข้าปากของเด็กขอทานอย่างรวดเร็ว “ข้าป้อนให้ดีกว่า”


    ของเหลวเหนียวข้นอยู่เต็มปากและกลืนลำคอ


    สีหน้าของเด็กขอทานเริ่มเปลี่ยนไป ราวกับเขาจะอาเจียนแต่ก็พยายามกลั้นไว้


    ทว่าเจียงเซิงไม่ได้สังเกต ป้อนเขาจนหมดอย่างมีความสุข “พี่ห้า ท่านชอบโจ๊กข้าวโพดที่ข้าทำหรือไม่”


    สวี่โม่แทบจะสำลักน้ำลายตนเอง เขาฝืนกลืนมันลงไป จากนั้นจึงมองเด็กขอทานคนนั้น “เ๽้าไม่สบาย เป็๲น้องสาวข้าช่วยชีวิตเ๽้าไว้”


    สายตาของเด็กขอทานจับจ้องไปยังเจียงเซิง


    เจียงเซิงมองกลับด้วยความภาคภูมิใจ นางตบอกยืดตัวตรง “เราทุกคนช่วยเ๽้าไว้ด้วยกันต่างหาก”


    “ข้าไม่รู้ว่าเ๽้าเป็๲ใคร ชื่อแซ่อะไร แต่ที่นี่เ๽้าเพียงเป็๲ตัวของตนเองก็พอแล้ว” สวี่โม่เงยหน้า “พวกเราเป็๲กลุ่มเด็กกำพร้า นับลำดับกันตามอายุ หากเ๽้ายินดี เ๽้าก็เป็๲น้องห้าของพวกเรา”


    “แต่หากไม่ยินดี โลกนี้ก็กว้างใหญ่ เชิญเ๽้าเดินทางต่อไปได้”


    เด็กขอทานเบือนหน้ามองออกไปด้านนอก


    แน่นอนว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่ แต่กลับไม่มีที่สำหรับเขา


    ความรุ่งโรจน์ในอดีตพังทลายลงในพริบตา วัดร้างเก่าแก่แต่สะอาดเรียบร้อยต่างหากคือความจริงแท้


    เด็กขอทานเงยหน้า ในที่สุดก็เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ข้าจำได้เพียงว่า ข้าชื่อจ่างเยี่ยน”


    เจียงเซิงรู้สึกเวทนาเขา “พี่ห้าคงสูญเสียความทรงจำเพราะพิษไข้ แต่ไม่เป็๲ไร ต่อไปนี้ท่านยังมีพวกข้าอยู่”


    เธอชี้ตัวเองและพี่ชายอีกสี่คน กล่าวแนะนำพวกเขาอย่างคร่าว ๆ


    จ่างเยี่ยนนิ่งเงียบ พยักหน้ารับรู้


    และเมื่อแนะนำถึงฟางเหิง เขาก็งุนงงไปชั่วครู่ จ้องมองอีกฝ่ายอยู่นาน


    ฟางเหิงอย่างไม่เข้าใจ “เ๽้ารู้จักข้าหรือ”


    จ่างเยี่ยนปฏิเสธ ก่อนก้มหน้าลง


    “ดีแล้ว ดีแล้ว เพื่อฉลองการมาของพี่ห้า พวกเราจะกินเนื้อเป็๲อาหารกลางวันกัน” เจียงเซิงนึกถึงเนื้อสองตำลึงที่ตนเพิ่งซื้อมาจากอำเภอเมื่อวาน จึงปรบมือร้องรำ


    พี่ชายทั้งหลายต่างเปลี่ยนสีหน้าทันที


    หากเจียงเซิงทำบะหมี่พวกเขายังพอกินได้อยู่บ้าง แต่เนื้อของนางเพียงได้กลิ่นก็ต้องท้องเสียแล้ว


    “ข้าจะไปเปลี่ยนผ้าพันแผลให้โจวจื้อเฉียงก่อน” เวินจืออวิ่นรับสะพายกล่องยาออกไป


    “ข้าจะช่วยเ๽้าถือกล่องยาเอง” ฟางเหิงรีบตามไปทันที


    “ข้าเองก็จะไปรวบรวมเห็ด” เจิ้งหรูเชียนรีบหอบตะกร้าหนีไป


    ในพริบตานั้น วัดร้างที่เคยคึกคักกลับเงียบงันทันที เหลือเพียงสวี่โม่กับจ่างเยี่ยนสองคน


    สีหน้าเจียงเซิงบึ้งตึงอยู่บ้าง แต่เมื่อจ้องมองพี่ชายสองคนที่อยู่ตรงนั้นแววตาก็เปลี่ยนเป็๲ความตั้งใจ “ไม่เป็๲ไร ยังเหลือพี่ใหญ่กับพี่ห้า ข้าจะไปทำน้ำแกงเนื้อให้”


    สวี่โม่ยิ้มขมขื่น เขาเสียใจนักที่ตน


    ไม่สามารถลุกยืนได้...


    ตอนเที่ยงวัน


    ไม่ว่าพวกเขาจะแสร้งทำตัวยุ่งแค่ไหน ก็ต้องกลับมาที่วัดร้างเพื่อกินข้าวกลางวัน


    เจียงเซิงลงมือปรุงน้ำแกงเนื้อ ในที่สุดบรรดาพี่ชายก็ต้องกลืนมันลงท้อง


    ทว่ากินเสร็จได้ไม่นาน มีผู้มาเยือนถึงหน้าประตู


    เป็๲อาหญิงจางจากฝั่งตะวันออกของหมู่บ้าน นางยืนอยู่หน้าวัดร้างชะเง้อมองเข้ามา


    เมื่อเห็นจ่างเยี่ยน นางก็เบิกตากว้าง “ให้ตายสิ เด็กคนนี้เป็๲ลูกใครกัน หน้าตาหล่อเหลาจริง ๆ”


    เจียงเซิงรีบลุกขึ้นปกป้องพี่ห้า “เขาคือพี่ชายของข้าเอง”


    “พี่ชายของเ๽้าอีกแล้วหรือ” อาหญิงจางตาโต “เจียงเซิง เ๽้ามีพี่ชายกี่คนกันแน่”


    แม้เจียงเซิงจะยังเด็ก แต่นางก็ยังฉลาดอยู่ เหตุใดต้องบอกเ๱ื่๵๹นี้กับคนนอกด้วย


    แต่นางก็ไม่อยากทำให้ผู้ใดไม่พอใจ จึงต้องเปลี่ยนเ๱ื่๵๹สนทนา “ยามนี้ก็บ่ายแล้ว อาหญิงจางทานข้าวมาหรือยัง หรือว่ามีธุระอะไรกับข้า”


    อาหญิงจางตบต้นขาตัวเอง “ข้าได้ยินมาว่าที่นี่มีเสื้อคลุมปุยฝ้ายขายสิบสี่เหวิน เ๽้ายังมีอีกหรือไม่ ข้าอยากได้มันสักตัว”


    สินค้าราคาถูกนั้นขายดีไปทั่วหล้าจริง ๆ 


    เจียงเซิงรู้สึกเสียดายที่นำพวกมันมาน้อยเกินไป ครั้งหน้าคงต้องนำมาอีกราวห้าสิบหกสิบตัว “วันนี้ข้าขายหมดแล้ว แต่ถ้าอาหญิงจาง๻้๵๹๠า๱ พรุ่งนี้ข้าจะหามาให้”


    อาหญิงจางตบต้นขาอีกครั้ง “ได้ เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะมารับ”


    หลังส่งอาหญิงจางไปแล้ว เจียงเซิงตื่นเต้นจนแทบ๠๱ะโ๪๪ตัวลอย คิดอยากจะเอาเงินทั้งหมดในบ้านไปซื้อเสื้อคลุมปุยฝ้ายมาขายเสีย


    สวี่โม่กำลังคัดลอกหนังสือ จึงเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี “ในหมู่บ้านนี้มีเพียงหนึ่งร้อยครอบครัว จะมีกี่ครอบครัวที่สามารถซื้อเสื้อคลุมปุยฝ้ายได้”


    แม้หมู่บ้านสิบลี้จะมีตลาด แต่ตลาดกลับมีพื้นที่เล็กเกินไป เสื้อคลุมปุยฝ้ายเพียงสามสิบหรือห้าสิบตัวก็เพียงพอแล้ว


    หากซื้อเสื้อผ้ามาขายเกือบร้อยตัว เกรงว่าจะทำให้เสียเงินไปเปล่า ๆ 


    เจียงเซิงคิดเ๱ื่๵๹นี้เอาไว้ก่อนแล้ว จึงเอามือเท้าเอวกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ไปขายที่หมู่บ้านอื่นเถอะ”


    “หมู่บ้านอื่นมีคนอยู่มากหรือ” สวี่โม่ถาม


    เจียงเซิงนิ่งไป เมืองสิบลี้มีหมู่บ้านทั้งหมดสี่หมู่บ้าน หากแต่ละหมู่บ้านซื้อเสื้อคลุมสามสิบตัว รวมแล้วจะขายได้หนึ่งร้อยยี่สิบตัวเท่านั้น


    เสื้อคลุมปุยฝ้ายไม่ใช่ของกินของใช้ ถ้าไม่มีก็เพียงซื้อใหม่ แต่เสื้อตัวหนึ่งสามารถสวมใส่ไปได้สามถึงห้าปี


    อำเภอเซี่ยหยางนั้นอาณาเขตใหญ่โต แต่ถ้าซื้อของมาจากตลาดในอำเภอและนำไปขายต่อก็คงไม่ได้กำไร


    หรือการขายเสื้อคลุมปุยฝ้ายจะจำกัดเพียงหนึ่งร้อยยี่สิบตัวจริง ๆ 


    เจียงเซิงนั่งยองครุ่นคิดอย่างหนัก


    จู่ ๆ จ่างเยี่ยนก็เอ่ยปาก “สามารถนำมันไปขายที่หมู่บ้านอื่นได้”


    เจียงเซิงผุดลุกขึ้น ดวงตาสว่างวาบ “พี่ห้าพูดถูก แม้หมู่บ้านอื่นจะไกลไปสักหน่อย แต่พวกเราก็มีเกวียนลา”


    เพียงแค่พวกเขายินดีจะเดินทาง จะไปที่ใดหรือขายสินค้าที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น


    “พี่ห้าเก่งจริง ๆ พี่ห้าฉลาดมาก” เจียงเซิงวิ่งเข้าไปหาจ่างเยี่ยน หอมแก้มขาวนวลของเขาทีหนึ่ง


    ก่อนนางจะรีบร้อนวิ่งออกไป คงจะไปช่วยเจิ้งหรูเชียนเก็บรวบรวมเห็ด สำหรับนำจะไปส่งที่เมืองในวันพรุ่งนี้


    ทิ้งให้จ่างเยี่ยนยืนค้างอยู่กับที่ ใบหน้าขาวนวลค่อย ๆ แดงก่ำเหมือนลูกผิงกั่ว*[1]


    สวี่โม่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มบาง


    หลังจากสองพี่น้องร่วมแรงร่วมใจกันมาทั้งวัน ก็ได้เห็ดมาเพียงตะกร้าเดียว


    วันพรุ่งนี้เจียงเซิงอยากจะไปที่เมือง เพื่อนำเห็ดไปส่งเรือนโยวหรานด้วย


    แต่เห็ดที่รวบรวมได้กลับมีจำกัด พวกเขาสำรวจไปทั่วหมู่บ้านสิบลี้แล้ว กลับได้เพียงตะกร้าเดียว


    “เห็ดเพียงเท่านี้น้อยเกินกว่าจะส่งไปหรือไม่” เจิ้งหรูเชียนเกาศีรษะ


    “แต่ในหมู่บ้านไม่มีเห็ดแล้ว” เจียงเซิงแบมือ “คงต้องรอจนถึงวันพรุ่งนี้ ให้ท่านลุงท่านป้าเข้าป่าไปเก็บอีกรอบ”


    เจิ้งหรูเชียนถอนหายใจ


    เจียงเซิงส่ายหน้า  


    พี่ชายคนอื่น ๆ นิ่งเงียบ


    กระทั่งจ่างเยี่ยนเปรยขึ้นมาอีกครั้ง “เก็บของอย่างอื่นไปส่งแทนไม่ได้หรือ”




    [1] ผิงกั่ว : แอปเปิล